วันพฤหัสบดีที่ 21 มีนาคม พ.ศ. 2562
บริการข่าวไทยรัฐLogin
กองทัพเรือแห่งอาเซียน

กองทัพเรือแห่งอาเซียน

  • Share:

สัปดาห์ที่แล้ว กองทัพเรือ ออกสมุดปกขาวชี้แจงความจำเป็น 5 ข้อที่ต้องซื้อเรือดำนํ้าจีน 3 ลำ 36,000 ล้านบาท หลังจากที่ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีสั่งให้ชะลอออกไปก่อน ท่ามกลางเสียงคัดค้านถึง ความไม่จำเป็น และ ความไม่สมเหตุสมผล ในการซื้อเรือดำนํ้าของกองทัพเรือ เพราะ อ่าวไทยลีกแค่ 50 เมตร เท่านั้น พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ก็เคยมีพระราชดำรัสว่า ถ้าซื้อเรือดำนํ้ามาดำที่อ่าวไทยอาจต้องดำไปอยู่ใต้โคลน มิฉะนั้นอาจถูกข้าศึกมองเห็นได้

แต่ พล.ร.อ.ไกรสร จันทร์สุวานิชย์ ผู้บัญชาการทหารเรือ ที่กำลังจะเกษียณอายุราชการในเดือนกันยายนนี้ ก็ยังพยายามจะซื้อเรือดำนํ้า 3 ลำให้ได้

ในสมุดปกขาว กองทัพเรือ ยอมรับว่า พื้นที่ 320,000 ตาราง กิโลเมตรในอ่าวไทย มีความลึก 50 เมตร ส่วนลึกที่สุดประมาณ 85 เมตร แต่อ้างว่าความใสของนํ้ามองเห็นได้ลึกสุดไม่เกิน 16 เมตร ยาก ที่จะเห็นเรือดำนํ้าด้วยสายตาหรืออากาศยาน กองทัพเรือ คงลืมไปว่า กองทัพสมัยนี้เขารบกันด้วยเครื่องมืออิเล็กทรอนิกส์ ต่อให้ เรือดำนํ้า ดำลงไปอยู่ใต้โคลน เครื่องมือรบก็มองเห็นหมด ไม่มีทางหนีพ้น

ยิ่งข้ออ้างว่า ถ้าไม่มีเรือดำนํ้า ไทยอาจเสี่ยงถูกปิดอ่าวไทย หรือถูกขัดขวางการใช้เส้นทางเดินเรือ โดยอ้างว่าอ่าวไทยมีความกว้างประมาณ 200 ไมล์ทะเล หรือ 400 กิโลเมตร หากเกิดกรณีพิพาทหรือขัดแย้งกับต่างประเทศขึ้น การถูกปิดอ่าวจะทำให้การขนส่งทางทะเลหยุดชะงักทันที ส่งผลให้เกิดความเสียหายทางทะเลคิดเป็นมูลค่า 24 ล้านล้านบาท ก็ไม่รู้ กองทัพเรือ คิดจากฐานอะไร เพราะมูลค่ามากกว่าจีดีพีประเทศไทยเกือบ 2 เท่าตัว

เอกสารกองทัพเรือยังอ้างด้วยว่า ปัจจุบันประเทศต่างๆในภูมิภาค ได้เสริมสร้างกำลังทางเรือเพิ่มมากขึ้น โดยเฉพาะ กำลังเรือดำนํ้า ทำให้เมื่อเทียบขีดความสามารถของกำลังทางเรือแล้ว กองทัพเรือมีความเสียเปรียบอย่างยิ่ง การมีเรือดำนํ้าเท่านั้นกองทัพเรือจึงจะรักษาดุลกำลังทางเรือในสถานการณ์ความมั่นคงทางทะเลได้

กองทัพเรือระบุว่า ปัจจุบัน เรือดำนํ้า เป็นเรือรบที่มีศักยภาพสูงที่สุดในบรรดาเรือรบด้วยกัน เป็นอาวุธที่มองไม่เห็น ตรวจจับยาก และมีอำนาจการทำลายรุนแรง สามารถสร้างความยำเกรงให้ฝ่ายตรงข้ามที่มีกำลังทางเรือเหนือกว่าอย่างมากได้ ทำให้กองทัพเรือมีขีดความสามารถควบคุมทุกมิติ คือ ผิวนํ้า ใต้นํ้า และในอากาศ

เอกสารชี้แจงกองทัพเรือได้บรรยายสรรพคุณเรือดำนํ้าไว้ยาวมาก ผมคงนำมาลงไม่หมดแต่ พล.ร.อ.ไกรสร แม่ทัพเรือ ท่านคงลืมไปว่า เมื่อเดือนสิงหาคมปีที่แล้วนี้เอง กองทัพเรือไทย ได้เป็น เจ้าภาพ จัดการประชุม ผู้บัญชาการทหารเรืออาเซียน เพื่อตกลงความร่วมมือในเรื่อง ความมั่นคงทางทะเลอาเซียน ซึ่งเป็น เสาหลัก 1 ของอาเซียน ที่จะรวมกันเป็นหนึ่งเดียว หลังเที่ยงคืนวันที่ 31 ธันวาคม 2558 ก็อีกไม่กี่เดือนข้างหน้า

บลูพริ้นท์ หรือ พิมพ์เขียวด้านความมั่นคง ที่ตกลงกันนี้ระบุว่า จะส่งเสริมความร่วมมือที่แน่นแฟ้น มีผลประโยชน์ร่วมกัน ระหว่างอาเซียนกับประเทศคู่เจรจาและมิตรประเทศ สนับสนุนด้านความมั่นคงที่ครอบคลุมทุกมิติ ยึดหลักการ ละเว้นไม่รุกรานหรือขู่ใช้กำลัง และการกระทำที่ไม่สอดคล้องกับหลักกฎหมายระหว่างประเทศ และการพึ่งพากัน รวมทั้งการแก้ปัญหาโดยสันติวิธี

เห็นไหมครับ ข้อตกลงทางทหารอาเซียน ระบุไว้ชัด ยึดหลักการละเว้นไม่รุกรานหรือขู่ใช้กำลัง ก็ไม่รู้ กองทัพเรือ ไปเอาข้อมูลจากไหนว่า หากไม่มีเรือดำนํ้า 3 ลำ ไทยอาจถูกปิดอ่าวไทย ทำให้เดินเรือไม่ได้ เศรษฐกิจจะเสียหาย 24 ล้านล้านบาท

ข้อตกลงกองทัพอาเซียนไม่เพียงไม่รุกรานกันเท่านั้น แต่ยังได้พูดคุยถึงการจัดตั้ง “กองทัพเรือแห่งอาเซียน” เพื่อความมั่นคงทางทะเล เหมือน กองทัพนาโต ของ ยุโรป คำชี้แจงของกองทัพเรือจึงขัดแย้งกับเสาหลักความมั่นคงของอาเซียนโดยสิ้นเชิงในความเป็นจริง กองทัพเรือไทย สามารถสร้างความเข้มแข็งได้ โดยไม่จำเป็นต้องมีเรือดำนํ้าราคาแพง เดี๋ยวจะเหมือน เรือบรรทุกเครื่องบิน ที่ซื้อมาจอดอย่างที่เห็น.

“ลม เปลี่ยนทิศ”

อ่านเพิ่มเติม...

คุณอาจสนใจข่าวนี้

คุณอาจสนใจข่าวนี้