วันอังคารที่ 11 ธันวาคม พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐLogin
สปช.ลุยล่ารายชื่อ หนุนปฏิรูปก่อน

สปช.ลุยล่ารายชื่อ หนุนปฏิรูปก่อน

  • Share:
‘ถาวร’ยันไม่ใช่เครื่องมือ-ทหารปฏิวัติเอง

“ถาวร” ออกตัวไม่ใช่เครื่องมือใคร แจงแบ่ง หน้าที่กันทำงานพรรคกับมูลนิธิฯ โยนกลองใส่ทหารแค่ขอให้ร่วมกดดัน รัฐบาล แต่ดันปฏิวัติเพราะ อยากจะมีอำนาจ “ขิง” ฟุ้งแหลกธรรมะย่อมชนะอธรรม พท.เย้ย “ทิดเทือก” ปิศาจกลัวแสงสว่าง “ปรีชา” มาแหวกแนวหนุน กปปส.ปฏิรูปก่อนเลือกตั้ง “พิชัย” จวกพวกตรรกะวิบัติยังลอยชาย ขู่กรรมการเอียงเกมระอุแน่ สปช.แนะตีกรอบเวลาให้ชัด แบะท่าหนุนยื้อเลือกตั้ง “ไพบูลย์” เอาแน่ลุยล่าชื่อหนุนปฏิรูปก่อน “หญิงหน่อย” โวยถูกโยงร่วม ครม. ยังไม่ได้คุยกับใครขึ้นผู้นำ พท. โหร คมช.มาอีก ฟันธงเข้าสู่ ส.ค.ดวงรัฐบาลดีขึ้น กลุ่มต้านหมดแรงกดดัน

กลายเป็นกระแสวิพากษ์วิจารณ์หลังนาย สุเทพ เทือกสุบรรณ แกนนำ กปปส. และประธานมูลนิธิมวลมหาประชาชนเพื่อการปฏิรูปประเทศไทย ออกมาโยนหินเสนอให้ปฏิรูปประเทศก่อนจัดการเลือกตั้ง เป็นการต่อท่ออำนาจให้กับรัฐบาลและคณะ รักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) นั้น

“ถาวร” ออกตัวไม่ใช่เครื่องมือใคร

เมื่อวันที่ 1 ส.ค. นายถาวร เสนเนียม แกนนำ กปปส.และรองประธานคณะกรรมการมูลนิธิมวลมหาประชาชนเพื่อการปฏิรูปประเทศไทย กล่าวตอบโต้แกนนำ นปช.ที่ระบุว่า นายสุเทพ เทือกสุบรรณ แกนนำ กปปส. และประธานมูลนิธิมวลมหาประชาชนฯ ลาสิกขาเพื่อมาทำหน้าที่เป็นฐานสนับสนุนให้รัฐบาลว่า อย่าปรามาสว่าใครจะเป็นเครื่องมือของใคร เดี๋ยวกล่าวหากลับบ้างว่าคุณก็เป็น เครื่องมือของใครเช่นกัน มันก็ด่ากันไปมาเกิดความแตกแยกอีก ใครทำดีต้องชื่นชม ใครทำไม่ถูกเราต้อง วิจารณ์ เรียกร้องและตรวจสอบ จะชื่อ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา หรือใครก็แล้วแต่ จะไม่เป็นกระบอกเสียงให้แน่ อย่ากังวลหรือเหน็บแนมกัน นับแต่มีการรัฐประหารตนวิจารณ์รัฐบาลและ คสช.มาตลอด ถูกเรียกไปปรับทัศนคติ 3 ครั้งแล้ว มากกว่าพวกที่ออกมาวิจารณ์ตนเสียอีก

แบ่งหน้าที่กันทำงานพรรค–มูลนิธิฯ

เมื่อถามว่า แกนนำ กปปส.ที่มานั่งเป็นกรรมการมูลนิธิฯส่วนใหญ่สวมหมวก 2 ใบ ใบหนึ่งเป็น กรรมการมูลนิธิฯ อีกใบเป็นอดีต ส.ส.พรรคประชาธิปัตย์ มีคนในพรรคประชาธิปัตย์เกรงว่ามูลนิธิฯจะขับเคลื่อนล้ำหน้าพรรค นายถาวรตอบว่า คงไม่มี ใครบอกได้ว่าจะล้ำหน้าหรือตามหลัง ขึ้นอยู่กับสิ่ง ที่ทำต้องเป็นสิ่งที่ถูกต้อง เหมาะสมกับสถานการณ์บ้านเมือง ส่วนใครจะเป็นส่วนหน้า ทัพกลางหรือ ทัพหลัง ก็สุดแล้วแต่ความสมัครใจจะทำ ต้องมีใจทำงานให้ส่วนรวมไม่ว่าจะสวมหมวกไหน เมื่อมีใจก็ต้องกลับมาถามตัวเองว่าเรื่องนี้เราควรทำในนามพรรคหรือไม่ ผิดมารยาท ผิดอุดมการณ์พรรค ผิด พ.ร.บ.พรรคการเมืองหรือไม่ ถ้าผิดมีผลกระทบต่อพรรค เราก็ทำในนาม กปปส. อาจจะแยกยากเรื่องนี้ ห้ามคนคิดไม่ได้ แต่เราต้องระมัดระวัง เพราะรักทั้งสององค์กร

โยนกลองใส่ทหารปฏิวัติเพื่ออำนาจ

เมื่อถามย้ำอีกว่า แต่สิ่งที่เรียกร้องคือการเรียกให้ทหารออกมาทำการปฏิวัติ นายถาวรตอบว่า เราเรียกร้องให้ทหารออกมาร่วมกดดันให้รัฐบาลลาออก และให้ ส.ว.ที่มีอยู่ทำการเลือกผู้บริหารขึ้นมา เพราะรัฐธรรมนูญปี 50 อนุโลมว่าสมาชิกรัฐสภาเท่าที่มีอยู่สามารถเลือกฝ่ายบริหารขึ้นมาได้ แต่ทหารดันออกมาปฏิวัติ จ้องอยู่แล้วเพราะอยากมีอำนาจ ในมุมมองตนเห็นว่าถ้า ส.ว.ที่มีอยู่ในวันนั้นกล้าปลดรัฐบาลทรราชลง แล้วเอารัฐบาลใหม่เข้ามา เลือกฝ่ายบริหารใหม่ขึ้นมาบริหาร ก็จะไม่มีการรัฐประหาร

ไม่ให้ราคา “ลูกโอ๊ค” โมฆบุรุษ

นายถาวรกล่าวต่อว่า ส่วนกรณีนายพานทองเเท้ ชินวัตร บุตรชาย พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกฯ ระบุว่า กปปส.เป็นพวกตลกบริโภคทวงบุญคุณทหารนั้น คนอย่าง “โอ๊ค พานทองเเท้” เป็นโมฆบุรุษ ไม่อยากตอบโต้หรือให้ราคา เป็นลูกไม้หล่นไม่ไกลต้น สังคมจะตัดสินเองว่าเป็นเพียงการแก้แค้นให้พ่อหรือไม่ ส่วนร่างรัฐธรรมนูญที่มี สปช.บางส่วนวิจารณ์ถึงการบัญญัติที่มานายกรัฐมนตรี ให้มาจากคนนอกได้นั้น การกำหนดให้ต้องมาจากเสียง 2 ใน 3 ของสภาผู้แทนราษฎรนั้น ไม่ได้มาง่ายๆ คนที่ผ่านเสียงโหวตต้องไม่ธรรมดา เราจึงไม่ ติดใจ เพราะตัวอย่างมีให้เห็นทั้ง พล.อ.เปรม ติณ– สูลานนท์ ประธานองคมนตรีและรัฐบุรุษ หรือนาย อานันท์ ปันยารชุน

“ขิง” ฟุ้งแหลกธรรมะชนะอธรรม

ด้านนายเอกนัฏ พร้อมพันธุ์ เลขานุการมูลนิธิมวลมหาประชาชนฯ โพสต์ลงเฟซบุ๊กโดยระบุว่า ตามคาด! เหล่าบรรดาสมุนทั้งลูกพรรคเพื่อไทย-แกนนำ นปช. และคุณโอ๊ค เต้นเป็นจังหวะเดียวกันเหมือนเงาตามตัว กลัวจนร้องเสียงหลงปล่อยไก่ไปตามๆกัน แต่ต้องขอบคุณที่ช่วยพิสูจน์ให้สังคมได้เห็นถึงความสำคัญของมูลนิธิมวลมหาประชาชนฯ ข้อเสนอของมูลนิธิฯไม่น่ามีปัญหา การปฏิรูปก่อน เลือกตั้งไม่ใช่เลื่อนการเลือกตั้งหรือปรับโรดแม็ป มันไม่ใช่อำนาจของเราแต่เป็นดุลพินิจของ คสช. และกรรมการมูลนิธิฯทุกคนเป็นนักการเมืองชนะเลือกตั้งมาหลายสมัย ไม่ได้ออกมารับจ๊อบนำม็อบจนได้บำเหน็จเป็นตำแหน่งที่ “โอ๊ค” ชอบโอ้อวดว่า “ยังไงก็ชนะ” พวกตนไม่เคยกลัวแพ้ ไม่ท้อแท้ที่ต้องต่อสู้ และในที่สุดสังคมที่เป็นธรรมจะเป็นผู้ตัดสินเอง ธรรมะย่อมชนะอธรรม

เย้ย “ทิดเทือก” ปิศาจกลัวแสงสว่าง

ขณะที่นายสมคิด เชื้อคง อดีต ส.ส.อุบลราชธานี พรรคเพื่อไทย กล่าวว่า การที่นายสุเทพ เทือกสุบรรณ ระบุว่าไม่จำเป็นต้องมีการเลือกตั้ง เพราะจะได้นักการเมืองหน้าเก่าเข้าสภานั้น พูดแบบนี้เพราะกลัวการเลือกตั้ง กลัวแพ้ใช่หรือไม่ จึงพูดแก้เกี้ยวไปเรื่อยเหมือนปิศาจที่กลัวแสงสว่าง ถามว่าถ้านายสุเทพสามารถกำหนดกฎเกณฑ์ประเทศนี้ได้ เราจะมีรัฐบาลไปเพื่ออะไร ให้นายสุเทพและพวกสั่งการไปเลยดีกว่าหรือไม่ แต่ยังเชื่อว่ารัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และหัวหน้า คสช. จะเดินหน้าทำตามสัญญาที่ให้ไว้ เพราะรัฐบาลและ คสช.ยังยืนยันจะทำตามโรดแม็ป ส่วนนายสุเทพได้ค้ากำไรเกินควรไปแล้ว

“ปรีชา” มาแหวกแนวหนุน กปปส.

นายปรีชา เร่งสมบูรณ์สุข อดีต รมว.ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม แกนนำพรรคเพื่อไทย กล่าวว่า ในเมื่อนายสุเทพที่เป็นแกนนำให้เกิดกระแสการปฏิรูป และประกาศไม่ยุ่งเกี่ยวกับการเมืองแล้ว ที่สำคัญเป็นนักการเมืองอาวุโสที่มีประสบการณ์สูง ก็ขอเรียกร้องให้นายเทียนฉาย กีระนันทน์ ประธานสภาปฏิรูปแห่งชาติ (สปช.) รีบแต่งตั้งเป็นที่ปรึกษาประธาน สปช. เพื่อเดินหน้าปฏิรูปให้สำเร็จ หากปฏิรูปไม่เสร็จก็ไม่ต้องเลือกตั้ง เพราะถ้าปล่อยให้มีการเลือกตั้งโดยที่ยังปฏิรูปไม่สำเร็จ การเมืองจะกลับสู่วัฏจักรเดิม บ้านเมืองย่ำอยู่กับที่ไม่พัฒนา ช่วงนี้ถือเป็นโอกาสดีที่สุดในการปฏิรูป ถ้าผ่านช่วงนี้ไปเชื่อว่าไม่สามารถปฏิรูปประเทศได้อีกแล้ว เมื่อปฏิรูปเสร็จมีการเลือกตั้ง พรรคไหนชนะห้ามพรรคที่แพ้นำมวลชนมากดดันรัฐบาลอีก ขอให้หันหน้ามาร่วมกันพัฒนาประเทศ เชื่อว่าข้อเสนอนี้ประชาชนส่วนใหญ่รับได้ และเชื่อว่าพรรคเพื่อไทยก็รับได้เช่นกัน ไม่เช่นนั้นประเทศจะไร้ทางออก

จวกพวกตรรกะวิบัติยังลอยชาย

นายพิชัย นริพทะพันธุ์ อดีต รมว.พลังงาน คณะทำงานด้านเศรษฐกิจพรรคเพื่อไทย กล่าวว่า สภาวะเศรษฐกิจที่ย่ำแย่ในปัจจุบัน ขนาดแบงก์ชาติยังออกมายอมรับว่าเศรษฐกิจทั้งปีจะโตไม่ถึง 3% ตามที่เคยเตือนไว้ก่อนหน้านี้ แต่กลุ่มบุคคลที่ปิดกรุงเทพฯสร้างความเสียหายทางเศรษฐกิจอย่างใหญ่หลวง ล่าสุดออกมาประกาศแบบไม่สำนึกจะออกมาทำร้ายประเทศต่อไป เรียกร้องให้ปฏิรูปก่อนเลือกตั้ง ซึ่งเป็นแนวคิดต้องการให้รัฐบาลที่ไม่ได้มาจากระบอบประชาธิปไตยอยู่ต่อไปนานๆ ถือเป็นการ ทำลายความน่าเชื่อถือของนักลงทุน อาจนำไปสู่การ กีดกันทางการค้าจากต่างประเทศเพิ่มเติม เศรษฐกิจจะยิ่งทรุดลงอีก ถ้ามวลมหาประชาชนยังจะหน้ามืดตามัวจนมองไม่ออก ยังหลงเชื่อคนกลุ่มนี้ ประเทศคงถูกลงโทษต่อไป ประชาชนจะยิ่งลำบาก นับเป็นตรรกะวิบัติอย่างแท้จริง ตนคิดว่านอกจากต้องไม่สนับสนุนแล้ว ยังควรลงโทษคนทำร้ายชาติกลุ่มนี้ เพื่อสร้างตรรกะและบรรทัดฐานที่ถูกต้องให้ประเทศ

ซัดกรรมการเอียงเกมระอุแน่

นายอนุสรณ์ เอี่ยมสะอาด รักษาการรองโฆษกพรรคเพื่อไทย กล่าวว่า เมื่อผู้มีอำนาจชี้ว่าการเคลื่อนไหวของ กปปส. ในรูปมูลนิธิมวลมหาประชาชนฯสามารถทำได้ ต่อจากนี้จะมีมูลนิธิต่างๆเกิดขึ้นและเดินตามรอยนี้ ทั้งที่พูดเรื่องการเมืองชัดเจนผู้มีอำนาจกลับมองไม่เห็น ตราบที่กรรมการเป็นแบบนี้ เชื่อว่าเกมจะรุนแรงขึ้น เพราะคนดูจะเห็นเองว่าฝ่ายหนึ่งทำอะไรก็ผิด แต่อีกฝ่ายทำอะไรก็ไม่ผิด ถ้าการเคลื่อนไหวของ กปปส.เป็นไปตามยุทธศาสตร์ที่วางแผนร่วมกันมาเป็นขั้นเป็นตอนกับผู้มีอำนาจชุดปัจจุบัน เพื่อจะต่อเวลาอยู่ในอำนาจให้นานที่สุด ถือว่าเป็นขบวนการรวมหัวกันต้มบันลือโลก แต่หาก กปปส.เคลื่อนไหวเองหวังจะวางบิลทวงบุญคุณ เชื่อว่าจะมีมหกรรมวางบิลกันมโหฬาร ทางที่ดี คสช.ควรเคลียร์จุดยืนและระยะห่างกับ กปปส.ให้ชัด เพราะงานนี้มีแต่เสียกับเสีย

“อาณันย์” แนะตีกรอบเวลาให้ชัด

พ.ต.อาณันย์ วัชโรทัย สมาชิก สปช. กล่าวว่าข้อเสนอของนายสุเทพ เทือกสุบรรณ ให้ปฏิรูปประเทศให้เสร็จแล้วค่อยจัดเลือกตั้งนั้น เชื่อว่านายสุเทพมีเจตนาหวังดีและมีเหตุผลที่ดี แต่การปฏิรูปต้องกำหนดกรอบเวลาที่ชัดเจน ไม่ใช่ไม่กำหนดเวลา รวมถึงต้องกำหนดกรอบกติกาปฏิรูปให้ชัดเจน ว่าอย่างไรจึงเรียกว่าปฏิรูปสำเร็จ เป็นที่ยอมรับ หากคนเสนอมีความเป็นกลางคนก็จะไม่คิดอะไร แต่ถ้าคนเสนออยู่ฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งจะมีแรงต้านมาก อาจถูกนำมาขยายผลว่าเป็นการต่ออายุให้รัฐบาลและ คสช. ทำให้ คสช.เดือดร้อนไปด้วย เพราะคนที่มั่นใจว่าจะชนะการเลือกตั้ง ย่อมอยากให้มีการเลือกตั้งโดยเร็วที่สุด ส่วนคนที่คิดว่าจะแพ้เลือกตั้งก็ไม่อยากให้มีการเลือกตั้งเร็ว

“ไพบูลย์” ลุยล่าชื่อหนุนปฏิรูปก่อน

นายไพบูลย์ นิติตะวัน สมาชิก สปช.และกรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญ กล่าวว่า กำลังรวบรวมเสียงสมาชิก สปช. เพื่อทำหนังสือคล้ายการเสนอ ญัตติให้เพิ่มคำถามที่จะทำประชามติไปพร้อมกับการรับหรือไม่รับร่างรัฐธรรมนูญ ว่าควรปฏิรูปประเทศก่อน 2 ปีแล้วค่อยจัดการเลือกตั้ง หรือจะเลือกตั้งก่อนปฏิรูป หาก สปช.เห็นด้วยจะเป็นอีกคำถามในการทำประชามติ ทั้งนี้หากประชาชนเสียงข้างมากเห็นด้วยให้ปฏิรูปก่อนเลือกตั้ง ก็จะมีผลต้องปรับร่างรัฐธรรมนูญใหม่เพื่อให้สอดคล้องกัน ทั้งนี้เพื่อแก้ปัญหาความขัดแย้งที่มีอยู่ในสังคมไทย ไม่ว่าเสียงที่ออกมาของประชาชนจะเป็นอย่างไรทุกฝ่ายจะได้ข้อยุติ คาดว่าจะรวบรวมเสียงสมาชิก สปช. เพื่อยื่นให้นายเทียนฉาย กีระนันทน์ ประธาน สปช. ได้ในวันที่ 6 ส.ค. เรื่องนี้มีความสำคัญกับประชาชนทั้งประเทศที่ต้องออกมาตัดสิน

สปช.แบะท่าหนุนยื้อเลือกตั้ง

นายนิรันดร์ พันทรกิจ สมาชิก สปช. กล่าวว่า สปช.ส่วนใหญ่เห็นตรงกันว่าควรปฏิรูปก่อนเลือกตั้ง ถ้ายังไม่มั่นใจก็อย่าปล่อยให้มีการเลือกตั้ง ส่วนตัวมองว่าถ้าจำเป็นต้องขยายโรดแม็ปก็ต้องยอม เพื่อให้เกิดความมั่นใจว่าประเทศจะสงบอย่างแท้จริง คสช.อุตส่าห์แก้ปัญหามานาน จะให้การเมือง กลับไปเป็นแบบเดิมได้อย่างไร เท่าที่ดูแนวทางการปฏิรูปก่อนเลือกตั้งมี 2 แนวทางคือ 1.แนวทางนายไพบูลย์ นิติตะวัน สปช. ที่ให้นำเรื่องการปฏิรูป 2 ปีก่อนเลือกตั้ง ใส่เป็นคำถามการทำประชามติ ให้ประชาชนร่วมตัดสินใจ 2.แนวทางนายวันชัย สอนศิริ สปช. ที่ให้ สปช.คว่ำร่างรัฐธรรมนูญ แล้วเอาเวลาไปปฏิรูปประเทศก่อน คาดใช้เวลา 1 ปีเศษ แนวทางนี้จะช่วยประหยัดงบประมาณการทำประชามติได้ 3,000 ล้านบาท

บ่นเสียดายตัดหมวดปรองดอง

นายธีรยุทธ์ หล่อเลิศรัตน์ สปช. กล่าวว่า ไม่ได้รู้สึกบวกหรือลบต่อข้อเสนอของนายไพบูลย์ นิติตะวัน เพราะเห็นใจสถานการณ์บ้านเมืองขณะนี้ยังไม่เรียบร้อย หากเลือกตั้งเร็วเกินไปก็ไม่แน่ใจว่าทุกอย่างจะไม่กลับไปเหมือนเดิมอีก สิ่งสำคัญช่วงนี้ทุกหน่วยงานต้องปฏิบัติภารกิจตามที่ คสช.วางไว้ เพราะเวลาการทำงาน สปช.ใกล้หมดเเล้ว เท่าที่ติดตาม กมธ.ยกร่างฯพยายามแก้ไขตามข้อเสนอของทุกฝ่ายเท่าที่จะมากได้ แต่น่าเสียดายที่ในหมวดการปฏิรูปและการสร้างความปรองดอง เนื้อหาสาระ สำคัญกว่า 15 มาตราถูกตัดทิ้งออก เเล้วนำไปใส่ไว้ใน พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญแทน ทำให้รัฐธรรมนูญขาดเอกลักษณ์ของการเป็นรัฐธรรมนูญฉบับปฏิรูปไปเล็กน้อย

“วินธัย” แหย่ นปช.ให้ขออนุญาตมา

พ.อ.วินธัย สุวารี โฆษก คสช. กล่าวว่า กรณีของนายสุเทพ มีการขออนุญาตมาก่อนแล้ว แต่ในหลายกรณีก็แสดงออกโดยไม่ขออนุญาต ส่วนใหญ่มักเกี่ยวกับการเมือง ถ้าเป็นการแสดงออกที่สร้างสรรค์ คสช.จะไม่ดำเนินการอะไร แต่ถ้าขัดหลักการรักษาความสงบก็อาจมีการสื่อสารกับบุคคลนั้นๆ กรณีของนายสุเทพ เป็นการแสดงออกในทัศนคติเดิม อยากให้มองที่เนื้อหาไม่ใช่กังวลที่ตัวบุคคล หากใครเห็นว่าการกระทำดังกล่าวขัดกับแนวทางของ คสช. สามารถร้องเข้ามาได้ เมื่อถามว่านายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ แกนนำ นปช. ระบุว่า จะชวนแกนนำ นปช.เปิดแถลงข่าวเรื่องสถานการณ์นกกรงหัวจุกบ้าง พ.อ.วินธัยตอบว่า ให้ขออนุญาตมา คสช.จะพิจารณาดูรายละเอียดต่อไป

“หญิงหน่อย” ปัดวุ่นถูกโยงนั่ง ครม.

วันเดียวกันเวลา 08.30 น.ที่ศูนย์ปฏิบัติวิปัสสนากรรมฐานนานาชาติวัดมหาธาตุยุวราชรังสฤษฎิ์ ราชวรวิหาร คุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ แกนนำพรรคเพื่อไทย ในฐานะนายกองค์การนิสิตบัณฑิตศึกษา มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย (มจร.) จัดกิจกรรมปฏิบัติธรรม “การปฏิบัติวิปัสสนากรรมฐาน” เพื่อเป็นพุทธบูชาถวายพระราชกุศลแด่สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ เนื่องในวันเฉลิมพระชนมพรรษา 12 สิงหาคม จากนั้นคุณหญิงสุดารัตน์ให้สัมภาษณ์ ถึงกระแสข่าวถูกทาบทามเข้าร่วมรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ที่จะมีการปรับ ครม.ชุดใหม่ว่า ข่าวที่ออกมาไม่มีข้อเท็จจริง ไม่ทราบใครไปพูดอะไรไว้ แต่ยืนยันว่าไม่เคยเข้าร่วมประชุม 5 ส. 4 ส. และไม่เคยไปประชุมที่เขาใหญ่ตามข่าว หรือแม้แต่ข่าวที่ระบุว่าไปพบคนแดนไกลที่สิบสองปันนาก็ไม่เป็นความจริง ไม่ทราบกระแสข่าวมาได้อย่างไร หากตนจะหยุดหรือจะเดินต่อ ทางการเมือง ขอให้เป็นไปตามแนวทางประชาธิปไตย

นายกฯแค่ทักทายคนเคยรู้จัก

เมื่อถามว่าหาก คสช.ทาบทามให้เข้าร่วมรัฐบาลจริง คุณหญิงสุดารัตน์ตอบว่า ไม่มี ขอให้ใจเย็น วันนี้ตนไม่ได้ขัดขวางใคร อะไรที่ทำให้บ้านเมืองเดินหน้าได้ขอให้ทำไป ส่วนตัวอยู่อย่างสงบเจียมเนื้อ-เจียมตัวความวุ่นวายหลายสิ่งเกิดจากการไม่ยึดคุณธรรม ไม่ปฏิบัติตามพระธรรมคำสอน ใช้อารมณ์ ใช้วาจาที่ไม่ถูกต้อง การพูดเท็จต่างๆ นำมาสู่ปัญหาต่อชาติบ้านเมือง การปฏิรูปเพื่อให้เกิดความปรองดองนั้น หากทุกภาคส่วนและประชาชนในประเทศยึดหลักธรรม ใช้เหตุ ใช้ผล ไม่ใช้อารมณ์ จะช่วยให้เกิดความปรองดองได้ และอยากให้นำคำสอนของพระพุทธเจ้ามาใช้ในการปฏิรูปประเทศ เชื่อว่าจะทำให้ปัญหาลดน้อยลงได้ ส่วนกรณีที่ พล.อ.ประยุทธ์ พูดถึงตนในงานแต่งงานลูกชายนายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์นั้น เชื่อว่านายกฯไม่มีนัยทางการเมือง แค่ทักทายในฐานะคนรู้จักเท่านั้น

ย้ำยังไม่ได้คุยกับใครขึ้นผู้นำ พท.

เมื่อถามถึงกระแสข่าวที่พรรคเพื่อไทยจะสนับสนุนให้เป็นผู้นำพรรคคนต่อไป คุณหญิงสุดารัตน์ตอบว่า ไม่มี เรื่องดังกล่าวขึ้นอยู่กับสื่อที่จะเขียน ซึ่งมีความเห็นแตกต่างกันไป บางสื่อระบุว่าทหารให้การสนับสนุน ขณะที่อีกสื่อระบุว่าพรรคเพื่อไทยสนับสนุน ยืนยันว่ายังไม่มีใครดันใคร เมื่อถามว่าหากพรรคเพื่อไทยจะให้ขึ้นเป็นผู้นำพรรคอย่างเป็นทางการ คุณหญิงสุดารัตน์ตอบว่า ยังไม่มีค่ะ ค่อยว่ากันในอนาคต ฝั่งหนึ่งว่าพรรคเพื่อไทยดัน ฝั่งหนึ่งว่าทหารดัน ก็งงตัวเองอยู่ว่าตกลงเป็นอย่างไร ยังไม่รู้ว่าจะดันตัวเองไปทางไหน ยังไม่มีใครมาคุยด้วยสักคน วันนี้เท่ากับว่ามีแต่ข่าวลือทั้งนั้นลอยมาตามลม ขอให้เราตั้งสติดีๆ เอาบ้านเมืองให้รอดก่อน

โหร คมช.ชี้ ส.ค.ดวงรัฐบาลดีขึ้น

อีกด้าน นายวารินทร์ บัววิรัตน์เลิศ โหร คมช. กล่าวถึงสถานการณ์บ้านเมืองว่า ยังยืนยันเหมือนเดิมว่ารัฐบาลต้องปรับคณะรัฐมนตรี (ครม.) ในลักษณะมีตัวช่วยเข้ามาเพิ่มประสิทธิภาพการทำงาน มากกว่าปรับรัฐมนตรีออกไป โดยเฉพาะงานด้านเศรษฐกิจที่ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้า คสช. ทำเต็มที่แล้ว แต่ด้วยปัจจัยเศรษฐกิจนอกประเทศ ทำให้มีปัญหา จึงต้องมีตัวช่วยเข้ามา ส่วนปัญหาที่รัฐบาลเผชิญอยู่ ทั้งวิกฤติเศรษฐกิจหรือกรณีสหรัฐอเมริกายังคงไทยไว้ที่เทียร์ 3 การค้ามนุษย์นั้น ในเดือน ส.ค.หลังเลยวันอันเป็นมงคลไปแล้วทุกอย่างจะดีขึ้น เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นมาตามเวลา แต่ทุกอย่างจะลุล่วงไปได้ด้วยดีไม่มีอะไรกังวลมากนัก ส่วนเรื่องเศรษฐกิจใช้เวลาอีกนิดก็จะผ่านพ้น ส่วนดาวชะตา พล.อ.ประยุทธ์ไม่น่าห่วงอะไร งานที่ตั้งใจจะสำเร็จบรรลุในหน้าที่

ฟันธงกลุ่มต้านหมดแรงกดดัน

นายวารินทร์กล่าวต่อว่า สำหรับการทำงานของรัฐบาลชุดนี้อาจต้องขยายเวลาโรดแม็ปออกไปบ้าง หากปฏิรูปเสร็จก่อนเลือกตั้งน่าจะเป็นสิ่งที่ดีจะช่วยไม่ให้เกิดเหตุการณ์อย่างที่ผ่านมา เมื่อถามว่าหมายความว่าการเลือกตั้งต้องเลื่อนออกไป นายวารินทร์ตอบว่า น่าจะเป็นอย่างนั้น อย่างที่กล่าวไว้ว่าโรดแม็ปจะต้องขยายเพื่อความเหมาะสม เพื่อให้ทุกอย่างบรรลุ ความจริงรัฐบาลชุดนี้ไม่ได้ต้องการเข้ามา แต่จากเหตุการณ์เป็นสิ่งที่ต้องทำให้ขยับอย่างที่นายกฯเคยพูดว่าวันเดียวก็ไม่อยากอยู่เกิน แต่สถานการณ์ไม่ได้เป็นแบบนั้น เพราะเวลานี้นายกฯทำงานเหนื่อยคนเดียว ซึ่งโรดแม็ปน่าจะขยับไปอีก 1-2 ปีเพื่อให้ทุกอย่างลงตัว สถานการณ์บ้านเมืองจะดีสุด คือต้องปฏิรูปแล้วเสร็จก่อนเลือกตั้ง ซึ่งอาจมีกลุ่มเคลื่อนไหวบ้างแต่ไม่มีผลกับรัฐบาล

“ปึ้ง” บี้ “ตู่” เร่งแก้ปัญหาก่อนชาติพัง

นายสุรพงษ์ โตวิจักษณ์ชัยกุล อดีตรองนายก รัฐมนตรีและ รมว.ต่างประเทศ แกนนำพรรคเพื่อไทย กล่าวว่าการที่สหรัฐอเมริกายังจัดลำดับค้ามนุษย์ปี 58 ให้ไทยยังอยู่ในระดับเทียร์ 3 ไม่ใช่เรื่องเกินความคาดหมาย เพราะภาครัฐยังขาดความจริงจังและเข้มข้น แม้รัฐบาลประกาศให้เรื่องนี้เป็นวาระแห่งชาติ แต่ที่สุดก็ไม่ได้ผล รัฐบาลและคนไทยต้องก้มหน้ารับชะตากรรมต่อไปถึงผลที่จะตามมา และควรเตรียมใจรับการประเมินของอียูเรื่องประมงเอาไว้ด้วย ขอฝาก พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯ และหัวหน้าคสช. จี้ให้ผู้รับผิดชอบเร่งทำงานให้ตรงเป้าก่อนจะสายเกินแก้ คนที่บริหารประเทศเก่งวัดฝีมือกันตรงนี้ และยังมีอีกหลายเรื่องที่นายกฯต้องรีบแก้ไข ก่อนที่ท่านจะนำพารัฐนาวาลำนี้จมดิ่งลงใต้ทะเล เช่น ปัญหาปากท้อง หาเช้ากินค่ำ ชักหน้าไม่ถึงหลัง พวกที่กินเงินเดือนหลวงไม่เข้าใจความรู้สึกแบบนี้แน่ถึงวันนี้คนไทยยังฝากความหวังไว้ที่นายกฯ

พรรคคนไทยเชียร์รื้อทีมเศรษฐกิจ

นายอุเทน ชาติภิญโญ หัวหน้าพรรคคนไทย กล่าวถึงกรณี พล.อ.ประยุทธ์ เตรียมปรับ ครม.ว่า เท่าที่ดูรายชื่อบุคคลที่จะเข้ามาเป็นรัฐมนตรีทีมเศรษฐกิจแล้ว ยังไม่ใช่บุคคลที่จะเข้าไปแก้ปัญหาประเทศได้ ยังเป็นคนที่คิดในกรอบเดิม ไม่สามารถรับมือกับปัญหาเศรษฐกิจได้แน่นอน ขอแนะนำให้นายกฯ กล้าตัดสินใจทาบทามบุคคลที่คิดนอกกรอบเข้ามาทำงาน ไม่เช่นนั้นจะเป็นการซ้ำเติมวิกฤติประเทศได้ เพราะที่ผ่านมาทั้งการลดดอกเบี้ยนโยบาย เพื่อหวังผลด้านการส่งออกอย่างเดียว เป็นการตัดสินใจที่ผิด ความจริงต้องมีมาตรการลดรายจ่ายและลดต้นทุนการผลิตให้ได้ เรื่องนี้ทำได้ง่ายมากหากมีรัฐมนตรีด้านเศรษฐกิจที่คิดนอกกรอบ เป็นไปได้อย่างไรราคาน้ำมันลดลงเยอะมาก แต่ต้นทุนการขนส่ง ต้นทุนการผลิตไม่ลดลง และยังอนุมัติให้ขึ้นราคาแท็กซี่อีก

“สุจิต” พอใจเนื้อหาร่างรัฐธรรมนูญ

อีกเรื่อง นายสุจิต บุญบงการ รองประธานคณะกรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญ กล่าวถึงความคืบหน้าการยกร่างรัฐธรรมนูญว่า ขณะนี้เนื้อหาสาระส่วนใหญ่เสร็จเรียบร้อยแล้ว เหลือเพียง 1-2 ประเด็นที่อาจต้องตัดสินใจกันให้เสร็จภายในวันที่ 14 ส.ค. ส่วนบันทึกเจตนารมณ์รายมาตรานั้นเข้าใจว่าจะสามารถดำเนินการให้เสร็จเรียบร้อยครบทุกมาตราภายใน 1-2 สัปดาห์นี้ ส่วนตัวรู้สึกพอใจกับร่างรัฐธรรมนูญฉบับนี้ แม้จะไม่ตรงกับใจตัวเองทั้งหมด แต่ก็ถือว่ารับได้ เพราะเนื้อหาส่วนใหญ่เป็นแนวความคิดที่เราได้รับข้อเสนอมาจากหลายกลุ่มหลายฝ่ายที่ช่วยกันเสนอเข้ามา เมื่อถามว่า กลุ่ม กปปส.เสนอให้ปฏิรูปประเทศก่อนเลือกตั้ง จะกระทบต่อกระบวนการยกร่างรัฐธรรมนูญหรือไม่ นายสุจิตตอบว่า ประเด็นนี้พูดกันอย่างไม่เป็นทางการมาหลายครั้งแล้ว แต่ยังไม่เห็นสิ่งใดที่เป็นรูปธรรม ตนจึงไม่อยากแสดงความเห็น เพราะต้องรอให้กลุ่มที่เคลื่อนไหวแสดงทัศนะให้ชัดเจนเสียก่อน

“ดิเรก” ลั่นโหวต รธน.ไม่ให้ใครครอบ

นายดิเรก ถึงฝั่ง สมาชิก สปช. กล่าวว่า ข้อเสนอของนายวันชัย สอนศิริ สมาชิก สปช. ให้คว่ำร่างรัฐธรรมนูญ เพื่อให้รัฐบาลและ คสช.ดำเนินการปฏิรูปก่อนว่า การตัดสินใจโหวตรับหรือไม่รับต้องดูเนื้อหาสาระเป็นหลัก ยืนยันไม่ให้ใครมาครอบงำโดยเด็ดขาด เพราะอยากเห็นบ้านเมืองสงบสุขเดินไปข้างหน้าด้วยความถูกต้อง หากรัฐธรรมนูญออกมาดีเราก็พร้อมโหวตรับ แต่หากออกมาไม่ดีเราก็คงไม่โหวตรับ และไม่เห็นด้วยกับข้อเสนอของนายไพบูลย์ นิติตะวัน ควรยึดตามโรดแม็ปของ คสช. ไม่เช่นนั้นเกรงว่าปัญหาอื่นๆจะตามมาอีกมากมาย การตัดสินใจใดๆต้องมีสติ ต้องยึดรัฐธรรมนูญเพราะรัฐธรรมนูญจะเป็นตัวกำหนดทิศทางของบ้านเมือง

“มนูญ” รอดูร่างสุดท้ายก่อนชี้ขาด

นายมนูญ ศิริวรรณ สมาชิก สปช. กล่าวว่า กลุ่มของตนเคยเสนอต่อ กมธ.ยกร่างฯว่า หากมีการทำประชามติควรถามความคิดเห็นประชาชนไปด้วยว่าเห็นด้วยกับการปฏิรูปก่อนเลือกตั้งหรือไม่ หากมีการเสนอต่อที่ประชุม สปช. เราคงจะยืนยันหลักการเดิม ส่วนข้อเสนอให้ สปช.คว่ำร่างรัฐธรรมนูญ เพื่อเปิดทางให้รัฐบาลและ คสช.ดำเนินการปฏิรูปต่อนั้น ต้องดูที่เนื้อหาสาระ การไปบอกว่าจะคว่ำร่างรัฐธรรมนูญเพื่อให้รัฐบาลอยู่ต่อไป หรือเพื่อไม่ให้มีการทำประชามติคงไม่เป็นเหตุผลเพียงพอ จึงต้องฟังเหตุผล กมธ.ยกร่างฯก่อน แล้วค่อยตัดสินใจว่าเห็นด้วยหรือไม่เห็นด้วยกับร่างรัฐธรรมนูญฉบับนี้

ตั้งชมรม สปช.หลังลงมติผ่านร่าง

นายอลงกรณ์ พลบุตร เลขานุการวิป สปช. กล่าวถึงความคืบหน้าการจัดตั้งคณะทำงานชมรมสปช. ว่า ขณะนี้ตนทำหน้าที่เป็นประธานชมรม มีนายวันชัย สอนศิริ นายประสาร มฤคพิทักษ์ สมาชิก สปช. ร่วมเป็นคณะทำงานชั่วคราว หลังจาก สปช.ลงมติรับหรือไม่รับร่างรัฐธรรมนูญแล้ว จะมีการประชุมใหญ่ครั้งแรก เพื่อเลือกประธาน และเลือกคณะกรรมการชมรมอย่างเป็นทางการไม่เกิน 15 คน ขณะนี้จัดทำร่างข้อบังคับเสร็จแล้ว พร้อมรายงานให้นายเทียนฉาย กีระนันทน์ ประธาน สปช. ทราบในวันที่ 6 ส.ค. ส่วนงบประมาณที่นำมาใช้เพื่อทำกิจกรรมของชมรมนั้น ไม่สามารถใช้จากงบประมาณแผ่นดินได้ จะเสนอให้ทุกคนร่วมกันจ่ายค่าสมาชิกนำเงินมาทำกิจกรรม

กต.ยัน 69 ลูกเรือไทยไม่เกี่ยวค้ามนุษย์

อีกด้าน นายเสข วรรณเมธี อธิบดีกรมสารนิเทศและโฆษกกระทรวงการต่างประเทศ กล่าวถึงความคืบหน้าการช่วยเหลือลูกเรือประมงไทยในประเทศอินโดนีเซียที่เดินทางกลับไทยว่า ตั้งแต่ วันที่ 1 ต.ค.2557 ถึงวันที่ 29 ก.ค.2558 กระทรวงการต่างประเทศได้ส่งตัวลูกเรือไทยกลับไทยแล้วทั้งสิ้น 1,244 คน ส่วนลูกเรือที่อยู่ระหว่างรอส่งตัวกลับ สถานเอกอัครราชทูตไทยประจำกรุงจาการ์ตาได้ออกหนังสือรับรองสัญชาติให้ หลังจากลูกเรือเดินทางกลับถึงไทย กระทรวงการต่างประเทศจะแจ้งให้กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ และหน่วยงาน ความมั่นคงอื่น ดำเนินการด้านการเยียวยาต่อไป สำหรับลูกเรือไทยทั้ง 69 คนที่เดินทางกลับถึงไทย ตรวจสอบแล้วว่าไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับการค้ามนุษย์

มหาดไทยยันให้สิทธิชนกลุ่มน้อย

นายกฤษฎา บุญราช อธิบดีกรมการปกครอง กล่าวว่า จากเนื้อหาบางตอนในทิปรีพอร์ต เกี่ยวข้องกับงานของกรมการปกครอง กระทรวงมหาดไทย เรื่องการแก้ไขปัญหาสัญชาติและการดูแลชนกลุ่มน้อย ที่เป็นปัจจัยหนึ่งของการลดความเสี่ยงต่อการค้ามนุษย์ น่าจะเป็นความเข้าใจหรือได้รับรายงานที่คลาดเคลื่อน เพราะตามขั้นตอนการขอมีสัญชาติไทย ต้องยื่นคำร้องผ่านนายอำเภอที่เป็นผู้พิจารณาตรวจสอบคุณสมบัติเบื้องต้นก่อน โดยตั้งแต่ ม.ค.2557 ถึง มิ.ย.2558 มีครอบครัวและบุตรหลานของชนกลุ่มน้อย ได้สัญชาติไทยไปแล้ว 10,551 คน นอกจากนี้กระทรวงมหาดไทย กระทรวงสาธารณสุข และกระทรวงศึกษาธิการได้เสนอคณะรัฐมนตรีอนุมัติสิทธิในการรักษาพยาบาลและการศึกษาขั้นพื้นฐานแก่บุตรหลานของชนกลุ่มน้อย โดยไม่เสียค่าใช้จ่าย ส่วนเรื่องการลดปัจจัยเสี่ยงในปัญหาการค้ามนุษย์ด้านแรงงานข้ามชาตินั้น รัฐบาลได้ให้กระทรวงมหาดไทย และกระทรวงแรงงาน ปรับปรุงระบบการจัดทำทะเบียนกลุ่มแรงงานต่างด้าวแล้ว โดยจัดทำไปแล้วถึง 1,626,235 คน

นายกฯห่วงหนี้เกษตรกร 1.6 ล้านราย

พล.ต.สรรเสริญ แก้วกำเนิด รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า จากรายงานตัวเลขหนี้เกษตรกร โดยกรมการปกครอง กระทรวงมหาดไทย พบเกษตรกรมีหนี้สิน 1,637,562 ราย มูลหนี้ทั้งสิ้นประมาณ 388,361 ล้านบาท เฉลี่ยรายละ 237,158 บาท ซึ่งนายกฯเป็นห่วงจึงสั่งทุกหน่วยหามาตรการช่วยเหลือ เพื่อไม่ให้เกษตรกรสูญเสียที่ดินทำกิน ให้จำแนกสถานภาพและความจำเป็นของลูกหนี้เพื่อดูแลบรรเทา กระทรวงมหาดไทยได้ประสานข้อมูลหนี้สินเกษตรกรกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องดำเนินการต่อไป โดยจำแนกการช่วยเหลือเป็นกลุ่ม คือลูกหนี้นอกระบบที่จำเป็นเร่งด่วน ลูกหนี้นอกระบบที่ไม่จำเป็นเร่งด่วน และลูกหนี้ในระบบ ขณะนี้มีเกษตรกรมายื่นขอขึ้นทะเบียนแล้ว 105,421 ราย มูลหนี้รวม 11,074 ล้านบาท นอกจากนี้ ธนาคารออมสินได้ดำเนินโครงการแก้ไขปัญหาหนี้นอกระบบ และขอขึ้นทะเบียนแล้ว 4,450 ราย มูลหนี้รวม 542.41 ล้านบาท

ปชป.ปูดอดีตบิ๊กสภาเอี่ยวรุกป่าฯ

ที่พรรคประชาธิปัตย์ นายวิลาศ จันทร์พิทักษ์ อดีตส.ส.กทม. พรรคประชาธิปัตย์ แถลงว่า จากการลงพื้นที่ตรวจสอบสวนรุกขชาติน้ำผุดทัพลาว จ.ชัยภูมิ พบ ส.ป.ก.แปลงหนึ่งเป็นกรรมสิทธิ์ของเครือญาติอดีตรองประธานสภาผู้แทนราษฎร มีเนื้อที่ 35 ไร่ 2 งาน และยังพบสิ่งปลูกสร้างเป็นบ้านหลาย 10 หลัง มีการกระทำผิดกฎหมายทำลายป่าและสร้างรีสอร์ต โดยกรมการท่องเที่ยวอนุมัติงบประมาณ 2 ครั้ง คือ ครั้งที่ 1 ในปีงบประมาณ 2554 จำนวน 20.6 ล้านบาท และครั้งที่ 2 ในงบปีงบประมาณ 2556 จำนวน 15 ล้านบาท โดยสวนรุกชาติฯได้ให้มูลนิธิน้ำผุดทัพลาวเข้าไปดูแลบริหารผลประโยชน์ เมื่อมีชาวบ้านประท้วงเมื่อเดือน พ.ค.ที่ผ่านมา ผวจ.ชัยภูมิจึงสั่งระงับการสร้างรีสอร์ต แต่เฟอร์นิเจอร์ที่อยู่ในรีสอร์ตทั้งหมดถูกนำไปเก็บไว้ที่มูลนิธิฯ ทั้งที่เป็นของหลวง แสดงให้เห็นถึงการส่อทุจริต จึงขอเรียกร้องให้ พล.อ.ดาว์พงษ์ รัตนสุวรรณ รมว.ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม โยกย้ายหัวหน้าสวนรุกขชาติน้ำผุด และขอให้ พล.ต.อ.สมยศ พุ่มพันธุ์ม่วง ผบ.ตร. ดูแลชาวบ้านที่ประท้วง อย่าให้ถูกทำร้าย

คุณอาจสนใจข่าวนี้

คุณอาจสนใจข่าวนี้