วันอาทิตย์ที่ 16 ธันวาคม พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐLogin
'กำนันเซี้ย'รถชนอาการสาหัส

'กำนันเซี้ย'รถชนอาการสาหัส

  • Share:
หลบคันอื่นเสียหลัก อัดต้นไม้-ซี่โครงหัก

กำนันเซี้ย อดีต ส.ส.ปชป. หวิดสิ้นชื่อ ขับรถปิกอัพออกจากบ้านไปซื้อกับข้าวที่ตลาด รถเกิดเฉี่ยวชนกับรถปิกอัพที่ลูกชายผู้ใหญ่บ้านในพื้นที่ขับมา ทำให้รถเสียหลักพุ่งอัดต้นไม้ข้างทางรถพังยับ กำนันคนดังถูกอัดก๊อบปี้คาเบาะคนขับ ศีรษะแตก ซี่โครงขวาหัก 4 ซี่ ญาติส่งต่อไปรักษาตัวที่ รพ.พระรามเก้า กรุงเทพฯ ขณะที่ตำรวจยังไม่ฟันธงสาเหตุที่ทำให้รถชนกัน เพราะยังไม่ได้สอบปากคำคู่กรณี

กำนันเซี้ยผู้กว้างขวางเมืองกาญจนบุรี อดีต ส.ส.ปชป. ขับรถปิกอัพชนประสานงารถปิกอัพบาดเจ็บสาหัสรายนี้ เปิดเผยขึ้นเมื่อเวลา 09.10 น. วันที่ 1 ส.ค. ร.ต.ท.ทวีศักดิ์ เอี่ยมจงจันทร์ พงส.สภ.บ่อพลอย จ.กาญจนบุรี ได้รับแจ้งว่ารถชนกันมีผู้บาดเจ็บติดอยู่ในรถ บริเวณถนนสายบ่อพลอย-กาญจนบุรี หมู่ 1 ต.ช่องด่าน นำกำลังและเจ้าหน้าที่มูลนิธิกู้ภัยบ่อพลอย รุดไปสอบสวน

ที่เกิดเหตุเป็นถนนขนาด 2 ช่องจราจรวิ่งสวนกัน ไม่มีเกาะกลางถนน พบรถปิกอัพโตโยต้าวีโก้แบบสี่ประตู สีบรอนซ์ เลขทะเบียน กท 4836 กาญจนบุรี ชนอัดคาต้นไม้ริมถนนฝั่งมุ่งหน้าไป อ.บ่อพลอย หน้ารถด้านขวายุบถึงประตูฝั่งคนขับ ล้อหน้าขวาหลุด ในซากรถพบนายประชา โพธิพิพิธ หรือกำนันเซี้ย อายุ 73 ปี อดีต ส.ส.พรรคประชาธิปัตย์ อยู่บ้านเลขที่ 425/2 หมู่ 2 ต.ช่องด่าน ถูกอัดก๊อบปี้คาเบาะคนขับศีรษะแตกเลือดอาบ เจ้าหน้าที่กู้ภัยต้องใช้เครื่องตัดถ่างงัดรถนานกว่า 30 นาที สามารถนำออกมาได้ โดยมีนางเขมพร ต่างใจเย็น ภรรยา เฝ้าดูแลด้วยความเป็นห่วง จากนั้นได้นำส่ง รพ.บ่อพลอย แพทย์ส่งต่อไป รพ.พหลพลพยุหเสนา เบื้องต้นพบว่ากระดูกซี่โครงขวาหัก 4 ซี่ สะโพกขวาแตก

ส่วนคู่กรณีเป็นรถปิกอัพอีซูซุแบบแค็บ หมายเลขทะเบียน บจ 9999 กาญจนบุรี หน้ารถด้านขวายุบ ล้อหน้าขวาหลุด จอดอยู่ริมถนนฝั่งตรงข้ามห่างไปราว 100 เมตร คนขับชื่อนายธนบัตร จงวัฒนาไพศาล อายุ 25 ปี บ้านเลขที่ 63/102 หมู่ 8 ต.ช่องด่าน เป็นลูกผู้ใหญ่บ้านหมู่ 8 ต.ช่องด่าน ได้รับบาดเจ็บขาขวาและแขนขวาหัก ถูกนำส่ง รพ.บ่อพลอย แพทย์ส่งต่อ รพ.พหลพลพยุหเสนา

ร.ต.ท.ทวีศักดิ์ เอี่ยมจงจันทร์ พนักงานสอบสวนเจ้าของคดี เปิดเผยว่า จากการสอบสวนทราบว่านายประชาขับรถออกจากบ้านพักในเขมประชา ฟาร์ม ไปทำธุระตามลำพัง กระทั่งถึงที่เกิดเหตุรถเฉี่ยวชนกับรถคู่กรณี แต่ยังไม่ทราบว่าสาเหตุเกิดจากอะไรเพราะยังไม่ได้สอบปากคำใคร ต้องรอเจ้าหน้าที่ตำรวจวิทยาการลงตรวจที่เกิดเหตุและรอสอบปากคำคู่กรณีทั้งสองฝ่ายก่อน

ต่อมานางเขมพร ต่างใจเย็น นายอัฏฐพล โพธิพิพิธ และนายธรรมวิชญ์ โพธิพิพิธ ลูกชายนายประชา และเป็นอดีต ส.ส.ปชป. นายฉัตรพันธ์ เดชกิจสุนทร อดีต ส.ส.ปชป. พร้อมทั้งญาติพี่น้องเดินทางไปเยี่ยมนายประชาที่ รพ.พหลพลพยุหเสนา ก่อนจะประสานรถพยาบาล รพ.พระรามเก้า รับตัวนายประชาส่งไปรักษาตัวต่อที่ รพ.พระรามเก้า กรุงเทพฯ โดยมีนายธรรมวิชญ์ตามมาด้วย แพทย์นำตัวนายประชาเข้าห้องฉุกเฉินทันที

จากนั้นนายธรรมวิชญ์ เปิดเผยว่า ก่อนเกิดเหตุเวลาประมาณ 8 โมงเช้า พ่อขับรถออกจากบ้านพักเขมประชา ฟาร์ม ไปตลาดเพื่อซื้อกับข้าวมาทำที่บ้านตามลำพังเช่นที่เคยปฏิบัติมาจนเป็นกิจวัตรประจำวัน กระทั่งเวลาประมาณ 9 โมงเช้า มีลูกน้องโทร.มาบอกว่าพ่อประสบอุบัติเหตุรถชน ตนก็ไม่ทราบว่าสาเหตุเกิดอะไร ตอนนี้พ่อปลอดภัยดี และจากการเอกซเรย์เบื้องต้นที่ รพ.บ่อพลอย และ รพ.พหลพลพยุหเสนา พบว่าซี่โครงหัก 4 ซี่ สะโพกด้านขวาแตก แต่สมองไม่ได้รับการกระทบกระเทือนแต่อย่างใด พ่อยังสามารถพูดคุยโต้ตอบได้รู้เรื่องดี

ผู้สื่อข่าวรายงานต่อว่า นายประชา หรือกำนันเซี้ยถูกพนักงานอัยการฟ้องในคดีบุกรุก ครอบครองที่ราชพัสดุ อ.ด่านมะขามเตี้ย จ.กาญจนบุรี และ อ.สวนผึ้ง จ.ราชบุรี รวมเนื้อที่ทั้งหมด 1,199 ไร่ 2 ตารางวา 84 งาน โดยไม่ได้รับอนุญาตด้วย ศาลอาญามีคำพิพากษา เมื่อวันที่ 29 ส.ค.2557 ลงโทษจำคุกนายประชา 1 ปี โดยไม่รอการลงโทษ นายประชาประกันตัวสู้คดีชั้นอุทธรณ์ นอกจากนี้พนักงานอัยการได้ยื่นฟ้องนายประชา และนางเขมพร ต่างใจเย็น ภรรยา เป็นจำเลยในข้อหาร่วมกันบุกรุกและยึดถือ ครอบครองที่ดินของรัฐมากกว่า 50 ไร่ อยู่ในความดูแลของสำนักงานธนารักษ์พื้นที่ จ.กาญจนบุรี กรมธนารักษ์ โดยกระทรวงการคลังเป็นผู้ถือกรรมสิทธิ์ และกองทัพบกมีหน้าที่ดูแลรักษาเพื่อใช้ประโยชน์ในราชการทหารโดยเฉพาะ ที่หมู่ 2 ต.ช่องด่านและหมู่ 2 ต.หลุมรัง อ.บ่อพลอย จ.กาญจนบุรี โดยใช้ชื่อ “เขมประชา ฟาร์ม” ศาลอาญามีคำพิพากษาเมื่อวันที่ 24 มี.ค.ที่ผ่านมา ให้จำคุกจำเลยคนละ 11 ปี 4 เดือน จำเลยทั้งสองได้ประกันตัวสู้คดีชั้นอุทธรณ์

ส่วนคดีฮั้วประมูลที่พนักงานอัยการฝ่ายคดีอาญา 2 เป็นโจทก์ยื่นฟ้องนายประชา นางเขมพร น.ส.วรรณา ล้อไพบูลย์ คนใกล้ชิดนางเขมพร และนายถวิล หรือน้อยหนวด สวัสดี (เสียชีวิต) หนึ่งในสมาชิกกลุ่มนายสมชาย จิตตหฤษฎ์ หรือเลขาฯจุก เลขานุการส่วนตัวของกำนันเซี้ย เป็นจำเลยที่ 1-4 ในความผิดฐานกรรโชกทรัพย์ หน่วงเหนี่ยวกักขัง และกระทำผิด พ.ร.บ.ว่าด้วยการเสนอราคาต่อหน่วยงานของรัฐ พ.ศ.2542 (ฮั้วประมูล) กรณีเมื่อวันที่ 17 พ.ค.2544 จำเลยกับพวกขัดขวางมิให้ตัวแทนบริษัท วัสดุเซ็นเตอร์ จำกัด เข้าร่วมประมูลงานจำหน่ายเหล็กเส้นเสริมคอนกรีตกับกรมชลประทาน ศาลอาญาได้นัดอ่านคำพิพากษาศาลฎีกาเมื่อวันที่ 27 ม.ค.

ที่ผ่านมา แต่นายประชาและจำเลยที่ 3 ไม่มาศาล ศาลมีคำสั่งให้ออกหมายจับเพื่อนำตัวมาฟังคำพิพากษาในวันที่ 11 มี.ค.ที่ผ่านมา แต่พอถึงวันที่ศาลนัดอ่านคำพิพากษา นายประชามอบหมายให้ทนายความยื่นคำร้องต่อศาล ให้ส่งศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยเกี่ยวกับความชอบด้วยกฎหมาย เกี่ยวกับความผิดที่มีการดำเนินคดีนายประชาว่าขัดต่อบทบัญญัติรัฐธรรมนูญฉบับชั่วคราว พ.ศ.2557 หรือไม่ ศาลอาญาเห็นว่าคดีอยู่ในชั้นพิจารณาของศาลฎีกา เห็นควรให้ส่งคำร้องของนายประชา จำเลยที่ 1 และสำนวนไปให้ศาลฎีกาพิจารณาว่าจะส่งเรื่องให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยหรือไม่ ทำให้ศาลอาญาต้องเลื่อนอ่านคำพิพากษาออกไป ขณะนี้คดีอยู่ระหว่างการพิจารณาของศาลฎีกา สำหรับคดีนี้ศาลชั้นต้นมีคำพิพากษาจำคุกนายประชาเป็นเวลา 5 ปี ฐานเป็นหัวหน้า หรือผู้มีตำแหน่งในอั้งยี่ ส่วนจำเลยที่ 2-4 ให้จำคุกคนละ 4 ปี ฐานเป็นอั้งยี่ ขณะที่ศาลอุทธรณ์พิพากษาเมื่อวันที่ 25 ก.ย.2550 ให้ยกฟ้องจำเลยทั้งหมด

คุณอาจสนใจข่าวนี้

คุณอาจสนใจข่าวนี้