วันศุกร์ที่ 14 ธันวาคม พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐLogin
ปิดตำนานลี้ลับ! เนปาลเลิกบูชายัญเลือด ชี้ 10 ข้อพิธีเก่าแก่ 'ทำไม' ถึงต้องฆ่า?

ปิดตำนานลี้ลับ! เนปาลเลิกบูชายัญเลือด ชี้ 10 ข้อพิธีเก่าแก่ 'ทำไม' ถึงต้องฆ่า?

  • Share:

หลังจากเหตุการณ์แผ่นดินไหวครั้งใหญ่ของเนปาล นำไปสู่การสูญเสียชีวิตและทรัพย์สินอย่างมหาศาล แน่นอนล่ะว่า 'แผ่นดินไหว' เป็นภัยธรรมชาติ และมีคำอธิบายเกี่ยวกับการเกิดของมันในทางวิทยาศาสตร์ แต่ในอีกมุมหนึ่งของความเชื่อทางศาสนา หลายคนก็ปักใจว่า นั่นเป็นผลพวงจากการ 'บูชายัญ' ของชาวเนปาล

แต่ล่าสุด มีการรายงานจากสำนักข่าวเอเอฟพี ระบุว่า ทางการเนปาลได้มีคำสั่งยกเลิกประเพณีดังกล่าวแล้ว หลังจากที่ประเพณีนี้ถูกปฏิบัติต่อกันมานับร้อยๆ ปี โดยให้เหตุผลว่า ทางการไม่อยากให้บรรดาสัตว์น้อยใหญ่ต้องมาสังเวยชีวิตแบบไร้จุดหมายเช่นนี้ 

อาจจะเป็นเรื่องไกลตัวสำหรับเราชาวพุทธไปสักหน่อย บางคนไม่คิดว่าเรื่องแบบนี้จะมีอยู่จริงด้วยซ้ำ แต่ในที่สุดการทำร้ายทารุณสัตว์ในพิธีกรรมดังกล่าวก็ได้ยุติลงแล้ว ในโอกาสนี้ ไทยรัฐออนไลน์ ขอพาคุณไปรู้จักพิธีเก่าแก่นี้กันว่ามีความเป็นมาอย่างไร พวกเขามีความเชื่ออย่างไร ทำไมจึงเกิดการบูชายัญขึ้นมานานขนาดนี้

ถ้าพร้อมแล้ว ตามมาอ่านกันเลย

1. เทศกาลคฒิมาอี (Gadhimai festival) เป็นพิธีบูชายัญที่จัดขึ้นทุก 5 ปีที่วัดคฒิมาอี เมืองพริยารปุระ อำเภอพารา ซึ่งอยู่ห่างออกไปทางใต้ประมาณ 160 กิโลเมตร ของเมืองหลวงกาฐมาณฑุ ทางภาคใต้ของประเทศเนปาล ใกล้ชายแดนอินโด-เนปาล และแดนติดกับรัฐพิหาร (ประเทศอินเดีย) มีการเฉลิมฉลองเป็นหลักโดยชาวมะเทสี และชาวรัฐพิหาร

เป็นพิธีที่ฆ่าสัตว์นับแสนๆ ชีวิต

2. เทศกาลนี้เป็นเหตุการณ์ที่เกี่ยวข้องกับการฆ่าสัตว์บูชายัญครั้งใหญ่ ซึ่งประกอบด้วย ควาย, หมู, แพะ, ไก่, หนู และนกพิราบ โดยมีเป้าหมายเพื่อการเซ่นสังเวยให้แก่ เจ้าแม่คฒิมาอี ซึ่งเป็นเทพีแห่งอำนาจ

3. การจัดงานแต่ละครั้ง มีคนเข้าร่วมงานประมาณ 5 ล้านคน ซึ่งเป็นชาวมะเทสี และผู้ที่ชื่นชอบงานเทศกาลดังกล่าวจากรัฐของประเทศอินเดีย ทั้งรัฐอุตตรประเทศ และรัฐพิหาร ที่เขาร่วมเทศกาลในประเทศเนปาลเพื่อเลี่ยงการประกาศห้ามการฆ่าสัตว์บูชายัญในรัฐของตัวเอง โดยผู้เข้าร่วมเชื่อว่าการฆ่าสัตว์บูชายัญเพื่อเซ่นสังเวยให้แก่เจ้าแม่คฒิมาอี จะช่วยให้ยุติสิ่งเลวร้าย และนำมาซึ่งความเจริญรุ่งเรือง

ล่าสุด ทางการเนปาลสั่งยกเลิกพิธีนี้แล้ว

4. เทศกาลคฒิมาอี ที่ถูกจัดตลอดช่วง 250 ปีที่ผ่านมา มีผู้แสวงบุญชาวฮินดูจะหลั่งไหลมาที่วัดแห่งนี้พร้อมกับสัตว์ที่เป็นทรัพย์สินของพวกเขาเอง เพื่อบูชายัญแด่เจ้าแม่คฒิมาอี เนื่องจากมีความเชื่อว่าจะทำให้ชีวิตความเป็นอยู่และฐานะของครอบครัวดีขึ้น โดยเทศกาลในปี 2009 มีสัตว์ชนิดต่างๆถูกฆ่ารวมกันกว่า 500,000 ตัวทีเดียว

5. ก่อนหน้านี้มีการถกเถียงและคัดค้านเทศกาลนี้มาอย่างต่อเนื่อง รวมถึงมีการแจ้งประท้วงต่อเทศกาลนี้เป็นจำนวนมากโดยกลุ่มพิทักษ์สิทธิสัตว์ และชาวเนปาลที่นับถือฮินดูจากภูมิภาคฮิลล์

เรียกร้องให้เลิกพิธีอันทารุณนี้

6. พิธีกรรมดังกล่าวทำให้เจ้าหน้าที่ของวัดถูกวิพากษ์วิจารณ์อย่างหนัก และถูกกดดันโดยนักเคลื่อนไหวเพื่อสิทธิสัตว์ ซึ่งยื่นคำร้องต่อศาลสูงสุดของอินเดีย ให้สั่งห้ามการขนย้ายสัตว์ข้ามพรมแดนเพื่อนำไปบูชายัญ ผลคือ ศาลสูงสุดอินเดียมีคำสั่งไปยังรัฐบาลอินเดียโดยตรงให้ห้ามส่งออกสัตว์ไปเนปาลโดยไม่มีใบอนุญาติ ทำให้เทศกาลคฒิมาอีครั้งล่าสุดเมื่อปี 2014 มีสัตว์ถูกบูชายัญลดลงอย่างมาก

7. ต่อมา การบูชายัญสัตว์ทั้ง ควาย, แพะ, ไก่ และอื่นๆ จำนวนหลายแสนตัว ในเทศกาลคฒิมาอี เป็นอันต้องยุติลง หลังจากคณะกรรมการของวัดดังกล่าว ซึ่งเป็นผู้สนับสนุนการจัดเทศกาล ออกคำสั่งห้ามฆ่าสัตว์ในพื้นที่ของวัด คณะกรรมการของวัดคฒิมาอียอมรับด้วยว่า ความพยายามของกลุ่มเคลื่อนไหวเพื่อสิทธิสัตว์ดังกล่าว เป็นตัวกระตุ้นให้พวกเขาตัดสินใจออกคำสั่งห้ามการฆ่าสัตว์ในพื้นที่ของวัด

นักสิทธิสัตว์ออกมาเคลื่อนไหว

8. นาย ราม จันทรา ชาห์ ประธานคณะกรรมการของวัดคฒิมาอี มีแถลงการณ์เมื่อวันที่ 28 ก.ค. ที่ผ่านมาว่า ผู้แสวงบุญได้บูชายัญสัตว์ทั้งหมดแด่เทพีคฒิมาอี มาหลายชั่วอายุคน เพื่อหวังจะมีชีวิตที่ดียิ่งขึ้น แต่มันถึงเวลาแล้วที่ต้องแทนที่การฆ่าและความรุนแรงด้วยการภาวนาและการฉลองอย่างสันติ

9. กระทรวงมหาดไทยของประเทศอินเดีย ได้กำกับรัฐพิหาร และรัฐอุตตรประเทศ ในการตรวจสอบเพื่อความแน่ใจว่าไม่มีการส่งเหล่าสัตว์ไปยังประเทศเนปาลสำหรับเทศกาลนี้

10. วันที่ 28 กรกฎาคม ค.ศ. 2015 (พ.ศ. 2558) เทศกาลนี้ได้รับการประกาศห้ามจากรัฐบาลเนปาลอย่างเป็นทางการ

ที่มาข้อมูลบางส่วน : th.wikipedia

คุณอาจสนใจข่าวนี้

คุณอาจสนใจข่าวนี้