วันพฤหัสบดีที่ 21 มีนาคม พ.ศ. 2562
บริการข่าวไทยรัฐLogin
ยกเครื่องตำรวจชุมชน “พงศพัศ พงษ์เจริญ” สนองนโยบาย ผบ.ตร.

ยกเครื่องตำรวจชุมชน “พงศพัศ พงษ์เจริญ” สนองนโยบาย ผบ.ตร.

  • Share:

งานตำรวจชุมชนสัมพันธ์มีประวัติความเป็นมาที่ยาวนาน ถือเป็นกลไกสำคัญในการเชื่อมโยงระหว่างตำรวจกับประชาชนในพื้นที่ เพื่อให้มีความใกล้ชิดและไว้วางใจระหว่างกัน ซึ่งจะส่งผลต่อความร่วมมือร่วมใจในการปฏิบัติงานของตำรวจในด้านต่างๆให้เป็นไปด้วยดีมีประสิทธิภาพ

สร้างความพึงพอใจให้กับสังคมโดยส่วนรวม

แต่ในระยะหลังจะเห็นได้ว่างานด้านนี้ถูกลดบทบาทความสำคัญลงไปมาก!!!

จนกระทั่ง พล.ต.อ.สมยศ พุ่มพันธุ์ม่วง ผบ.ตร. ได้เล็งเห็นความสำคัญกำหนดคำขวัญให้กับตำรวจทุกนายถือปฏิบัติว่า

“เราจะพร้อมใจกันมอบความรัก สร้างความศรัทธาและความผาสุกแก่ประชาชน”

พร้อมกับมอบหมายให้ พล.ต.อ.พงศพัศ พงษ์เจริญ รอง ผบ.ตร.ผู้คร่ำหวอดในงานชุมชนมวลชนสัมพันธ์เป็นอย่างดี เป็นผู้เข้ามาพลิกฟื้นงานด้านนี้อย่างเต็มที่

“ทีมข่าวอาชญากรรม” ได้ติดตามการดำเนินการในเรื่องนี้มาอย่างต่อเนื่อง โดยได้พบความเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นอย่างเห็นได้ชัด มีผลให้การทำงานด้านชุมชนมวลชนสัมพันธ์ในพื้นที่ต่างๆทั่วประเทศ จากที่เคยเงียบเหงากลับมีชีวิตชีวาอีกครั้งอย่างน่าสนใจ

พร้อมๆกับแนวทางการดำเนินการเป็นรูปธรรมในทุกมิติ

นายตำรวจที่ได้ชื่อว่าเป็นขวัญใจชาวบ้านที่รับหน้าที่ดูแลงานมวลชนสัมพันธ์นั่งอยู่ตรงหน้ากล่าวเปิดหัวกับทีมข่าวอาชญากรรม

“คำขวัญของท่าน ผบ.ตร.ถือเป็นยุทธศาสตร์การเปลี่ยนแปลงที่สำคัญ เป็นเรื่องที่ตำรวจทุกนายจะต้องตระหนัก ให้ความสนใจ เพื่อร่วมกันเร่งรัดดำเนินการให้ปรากฏผลอย่างจริงจัง โดยอาศัยงานตำรวจชุมชนมวลชนสัมพันธ์ เป็นกลไกสำคัญในการขับเคลื่อน”

“ด้วยหลักการที่ว่า ตำรวจและประชาชนเสมือนคนคนเดียวกันครับ”

“การทำงานของตำรวจทุกนายและทุกหน่วยงาน จำเป็นต้องคำนึงถึงความต้องการของประชาชนเป็นสำคัญ จะต้องเปิดโอกาสให้ประชาชนเข้ามามีส่วนร่วมอย่างเต็มที่ ทั้งในการเสนอแนะ วิพากษ์วิจารณ์ ร่วมลงมือดำเนินการ และติดตามตรวจสอบประเมินผล”

“เนื่องจากทำงานร่วมกันตามแนวทางดังกล่าวเป็นการทำงานเพื่อประชาชนอย่างแท้จริงและสามารถมุ่งไปยังจุดสุดท้ายตามคำขวัญได้อย่างเป็นรูปธรรม”

พล.ต.อ.พงศพัศกล่าวมั่นใจหลังทำงานมาระยะหนึ่ง

ทีมข่าวอาชญากรรม เห็นด้วยอย่างยิ่งและเชื่อว่าการทำงานด้านมวลชนสัมพันธ์ที่ผ่านมาไม่ได้ประสบผลสำเร็จเหมือนกันในทุกพื้นที่หรือในทุกชุมชน ยังมีอีกหลายพื้นที่และหลายชุมชนที่การปฏิบัติงานยังไม่ประสบความสำเร็จเท่าที่ควร

เชื่ออย่างยิ่งว่าเมื่อ พล.ต.อ.พงศพัศได้รับมอบหมายจาก ผบ.ตร.ให้ดำเนินการปรับปรุงและเพิ่มประสิทธิภาพในงานด้านนี้ จึงเป็นเรื่องถูกต้องถูกทางถูกฝาถูกตัว

น่าจะเป็นไปตามความต้องการของชุมชนในปัจจุบันที่ยังคงมีปัญหาต่างๆมากมาย

“ในการทำงานที่ผ่านมาได้มีการเปลี่ยนแปลงทั้งวิธีคิด แนวทางการปฏิบัติและวิธีการทำงาน เพื่อให้การปฏิบัติงานด้านชุมชนมวลชนสัมพันธ์เป็นไปตามยุคสมัย ทันกับการเปลี่ยนแปลง สอดคล้องกับสภาพปัญหาที่เกิดขึ้น และเป็นไปตามความต้องการของประชาชนในทุกๆด้านอย่างแท้จริง”

พล.ต.อ.พงศพัศกล่าวย้ำกับทีมข่าวอาชญากรรมพร้อมเปิดเผยด้วยว่า

ในปัจจุบันมีตำรวจชุดปฏิบัติการชุมชนมวลชนสัมพันธ์ประจำสถานีตำรวจครบทั้ง 1,466 แห่งทั่วประเทศ สังกัด บช.น.จำนวน 88 ชุด ภาค 1 จำนวน 132 ชุด ภาค 2 จำนวน 117 ชุด ภาค 3 จำนวน 117 ชุด ภาค 4 จำนวน 236 ชุด ภาค 5 จำนวน 248 ชุด ภาค 6 จำนวน 153 ชุด ภาค 7 จำนวน 147 ชุด ภาค 8 จำนวน 104 ชุด ภาค 9 จำนวน 117 ชุดและ ศชต.จำนวน 51 ชุด

“แต่ละชุดปฏิบัติการจะประกอบด้วยนายตำรวจชั้นสัญญาบัตร 1 นายทำหน้าที่หัวหน้าชุด มีลูกน้องอีก 9 นายทำหน้าที่ตำรวจชุมชนมวลชนสัมพันธ์ โดยพิจารณาสรรหาจากข้าราชการตำรวจที่มีความประพฤติดี มีทัศนคติที่ดีต่อประชาชน มีจิตสำนึกในการเป็นผู้ให้บริการที่ดี และมีทักษะเหมาะสมในการทำหน้าที่ต่อประชาชนในทุกมิติ โดยยึดแนวทางการทำงานตามคำขวัญของ ผบ.ตร.เป็นสำคัญ”

“โดยมีพื้นที่ใหม่ที่เข้าดำเนินการสำหรับปีนี้จำนวน 4,395 หมู่บ้านและชุมชนทั่วประเทศ”

รอง ผบ.ตร.กล่าวถึงแนวทางการทำงานของชุดปฏิบัติการทุกชุดว่า ก่อนการปฏิบัติหน้าที่ต้องมีการอบรมอย่างเข้มข้น เพื่อให้ทุกคนได้เรียนรู้ มีความเข้าใจและเล็งเห็นถึงความสำคัญของการทำงานในด้านนี้ โดยเฉพาะวิธีการในการลงไปทำงานร่วมกับประชาชนในแต่ละพื้นที่ ที่จะต้องไปอย่างกลมกลืนและใกล้ชิดเหมาะสม สามารถร่วมแก้ไขปัญหาต่างๆที่เป็นความเดือดร้อนของประชาชนในพื้นที่ได้อย่างมีประสิทธิภาพ

ทุกคนจะต้องเดินหน้าเข้าหาประชาชนและมีประชาชนอยู่ในหัวใจ

ความทุกข์ร้อนของชาวบ้านต้องถือเป็นความทุกข์ของตนเอง

“การทำงานของตำรวจชุมชนมวลชนสัมพันธ์จะไม่ใช่เพียงแต่คอยรับฟังคำสั่งทางวิทยุ เพื่อมุ่งหน้าไปยังสถานที่เกิดเหตุเพียงอย่างเดียวอีกต่อไป แต่จะต้องเป็นผู้ทำงานกับประชาชนอย่างเป็นคู่ขนานและแสวงหาความร่วมมือจากประชาชนอย่างเต็มที่ เสมือนกับการทำงานของบริษัทเอกชนทั่วไปที่พนักงานทุกคนจะต้องเน้นในเรื่องการแก้ไขปัญหาและสร้างความพึงพอใจสูงสุดให้กับลูกค้า”

พล.ต.อ.พงศพัศยืนยันหนักแน่นว่า งานตำรวจชุมชนมวลชนสัมพันธ์จะช่วยต่อแขน ต่อมือ ต่อขา และต่อหูต่อตาให้กับตำรวจได้ยาวและกว้างไกลขึ้น จะก่อให้เกิดความไว้เนื้อเชื่อใจและสร้างความสัมพันธ์แนบแน่นระหว่างตำรวจกับประชาชน ซึ่งในที่สุดจะก่อให้เกิดการทำงานร่วมกันอย่างใกล้ชิด

ที่สำคัญจะช่วยให้ประชาชนมีความเข้าใจและหันมาสนใจปัญหาอาชญากรรมและปัญหาต่างๆในชุมชนของตนเองมากขึ้น

ต้องเข้าใจว่าปัญหาอาชญากรรมไม่ใช่เป็นปัญหาที่ตำรวจจะสามารถเข้าไปดูแลแก้ไขให้สำเร็จลงได้แต่เพียงฝ่ายเดียว

แต่เป็นปัญหาของทุกคนที่จะต้องช่วยกันดูแลแก้ไข

ทีมข่าวอาชญากรรมสอบถาม พล.ต.อ.พงศพัศกรณีงานตำรวจชุมชนมวลชนสัมพันธ์จะทำให้การทำงานบังคับใช้กฎหมายของตำรวจลดประสิทธิภาพลงหรือไม่ รอง ผบ.ตร.อธิบายว่า การทำงานของตำรวจลักษณะนี้ไม่ใช่การลดหย่อนหรือโอนอ่อนให้กับผู้กระทำความผิด แต่จะเป็นการส่งผลต่อการเข้มงวดกับผู้กระทำผิดจนเห็นได้ชัดเจน

นอกจากตำรวจจะได้รับข้อมูลข่าวสารที่เกี่ยวข้องกับอาชญากรรมและกลุ่มต้องสงสัยในพื้นที่แล้ว ตำรวจยังจะได้รับความร่วมมือจากประชาชนที่จะช่วยกันสังเกตและระแวดระวังเหตุร้ายต่างๆที่อาจเกิดขึ้นในชุมชนของตน

การวัดความสำเร็จของงานตำรวจชุมชนมวลชนสัมพันธ์จึงไม่อาจจะจำกัดอยู่เพียงแค่จำนวนของผู้ที่ถูกจับกุมหรือคดีที่คลี่คลายได้เท่านั้น แต่จะต้องรวมถึงตัวเลขที่เป็นดัชนีชี้วัดเกี่ยวกับความพึงพอใจของประชาชนที่มีต่อการปฏิบัติงานของตำรวจในพื้นที่ด้วย

“ในอดีตที่ผ่านมาตำรวจมักจะคิดแต่เพียงว่า ประชาชนทุกข์ร้อนแต่เรื่องของอาชญากรรมหรือการแพร่ระบาดของยาเสพติด แต่จริงๆแล้วยังมีปัญหาอื่นอีกมากมายทั้งในเรื่องคุณภาพชีวิต ปัญหาสังคม การประพฤติตนไม่เหมาะสมของกลุ่มวัยรุ่น ผู้ลักลอบหลบหนีเข้าเมือง แรงงานข้ามชาติ ขยะมูลฝอย น้ำท่วมขัง ความขัดแย้งในด้านต่างๆ”

ต่อนี้ไปตำรวจชุมชนจึงต้องทำงานหลายหน้า นอกจากงานตำรวจแล้วงานด้านสังคมคุณภาพชีวิตของประชาชนในพื้นที่ที่รับผิดชอบก็ต้องตอบสนองในทุกปัญหา

การยกเครื่องงานตำรวจชุมชนสัมพันธ์จึงเป็นยุทธศาสตร์สำคัญให้บรรลุผลสำเร็จดั่งคำขวัญของ พล.ต.อ.สมยศ พุ่มพันธุ์ม่วง เพื่อให้ตำรวจเป็นที่รัก ศรัทธา ไว้วางใจจากประชาชนอย่างแท้จริง.


ทีมข่าวอาชญากรรม

อ่านเพิ่มเติม...

คุณอาจสนใจข่าวนี้

คุณอาจสนใจข่าวนี้