วันเสาร์ที่ 8 ธันวาคม พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐLogin
ลุยแข่งเซอร์วิส

ลุยแข่งเซอร์วิส

โดย อัลคาโปน
2 ส.ค. 2558 05:01 น.
  • Share:

แบเบอร์ออกมาแล้ว ตัวเลขยอดขายรถยนต์ช่วงครึ่งปีแรกนี้ (ม.ค.–มิ.ย.) ปรากฏว่าสลบถ้วนหน้า

อันเป็นผลจากการที่เศรษฐกิจชะลอตัว ผู้บริโภคขาดความเชื่อมั่น เพราะยังไม่เห็นสัญญาณการฟื้นตัวทางเศรษฐกิจที่ชัดเจน ขณะที่ภาคการส่งออกกสะดุดกึก เนื่องจากเศรษฐกิจโลกตุปัดตุเป๋ยิ่งกว่าบ้านเรา

แถมเรายังมาเจอภัยแล้งกระหน่ำซ้ำซ้อน และพิษของนโยบายค่าแรง 300 บาท ทำให้หลายโรงงานทยอยปิดตัวย้ายฐานผลิตไปยังประเทศเพื่อนบ้าน

ในส่วนของรถยนต์ยังจุกหนักมากขึ้น จากพิษของนโยบายรถคันแรก

เพราะนโยบายรถคันแรก ทำให้เกิดปัญหาหนี้ครัวเรือนเพิ่มขึ้น

ส่งผลให้กำลังซื้อยิ่งหดวูบ ขณะที่สถาบันการเงินเพิ่มการคุมเข้มในการปล่อยสินเชื่อรถยนต์ เนื่องจากกำลังจุกอกกับปัญหารถยึดบานฉ่ำ

“เคียวอิจิ ทานาดะ” บิ๊กบอสค่ายโตโยต้า มอเตอร์ ประเทศไทย ในฐานะผู้นำตลาดรถยนต์บ้านเรา ได้รายงานถึงยอดขายรถยนต์รวม ทุกแบรนด์และทุกประเภทในช่วงครึ่งปีแรกนี้ (ม.ค.—มิ.ย.) อยู่ที่ 369,109 คัน ลดลง 16.3% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีที่แล้ว

ประกอบด้วย ตลาดรถยนต์นั่ง 146,862 คัน ลดลง 20.1% และ ตลาดรถเพื่อการพาณิชย์ 222,247 คัน ลดลง 13.6% (ส่วน ตลาดรถกระบะ 1 ตัน ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของตลาดรถเพื่อการพาณิชย์ มียอดขาย 171,601 คัน ลดลง 19.1%)

บิ๊กบอสค่ายโตโยต้ามอเตอร์ประเทศไทยระบุว่ายอดขายรถยนต์ครึ่งปีแรกที่ลดลงทุกตลาด เป็นผลจากกำลังซื้อของผู้บริโภคยังคงจำกัด รวมถึงความกังวลต่อความผันผวนของเศรษฐกิจโลก ทำให้ภาคครัวเรือนและภาคเอกชนระมัดระวังในการใช้จ่ายและการลงทุน

สำหรับแนวโน้มตลาดรถยนต์ของปีนี้ คาดการณ์ว่าช่วงครึ่งปีหลังเศรษฐกิจในประเทศมีแนวโน้มที่ดีขึ้น จากการเร่งเบิกจ่ายเงินลงทุนจากภาครัฐ ที่ส่งผลในเชิงบวกต่อภาพรวมของการกระตุ้นเศรษฐกิจในประเทศ รวมถึงการแนะนำผลิตภัณฑ์ใหม่จากหลายค่ายรถยนต์ และการส่งเสริมการส่งออก

“จากผลกระทบต่อเนื่องในต้นปี ทำให้ตลาดรถยนต์ยังไม่สามารถ ฟื้นตัวเต็มที่ ดังนั้นแนวโน้มตลาดรถยนต์ในไทยปีนี้จะมียอดขายรวมทั้งหมดไม่เกิน 800,000 คัน จากเดิมที่ตั้งเป้าไว้ที่ 920,000 คัน”

ทั้งนี้ จากภาวะตลาดรถยนต์ชะลอตัว ทำให้บริษัทรถยนต์แข่งกันพัฒนาเรื่องการบริการหลังการขายเพื่อสร้างความพึงพอใจสูงสุดให้แก่ลูกค้า หวังสร้างความภักดีในแบรนด์และยังเป็นการเพิ่มรายได้ให้ดีลเลอร์รถยนต์เพิ่มอีกช่องทางหนึ่งด้วย เมื่อลูกค้ามาใช้บริการมากขึ้น

“โลอิค เปอ็อง” ผู้จัดการอาวุโสของ เจ.ดี. พาวเวอร์ เอเชีย แปซิฟิก หนึ่งในบริษัทวิจัยการตลาดชั้นนำ กล่าวว่า จากการศึกษาวิจัยมาต่อเนื่อง พบว่าการดำเนินการปรับปรุงคุณภาพการให้บริการอย่างต่อเนื่องของศูนย์บริการ ทำให้ลูกค้าผู้เป็นเจ้าของรถยนต์ใหม่ในประเทศไทย

มีความพึงพอใจในบริการหลังการขายเพิ่มขึ้นเป็นอย่างมาก

โดยนับตั้งแต่ปี 2555 ค่ายรถยนต์ยักษ์ใหญ่ได้ขยายเครือข่ายศูนย์บริการของตนเพิ่มขึ้นระหว่าง 20 ถึง 40 เปอร์เซ็นต์ แต่จากยอดขายที่ชะลอตัวลงอย่างเห็นได้ชัดของรถยนต์ใหม่ ทำให้ผู้จำหน่ายรถยนต์ได้หันมามุ่งเน้นปรับปรุงการให้บริการหลังการขายให้ดีขึ้น

“ส่งผลให้ศูนย์บริการปฏิบัติตามมาตรฐานการให้บริการสูงขึ้นและลูกค้าต่างก็ได้รับประสบการณ์การบริการที่พึงพอใจมากขึ้น”.

อัลคาโปน
motorwars@thairath.co.th

คุณอาจสนใจข่าวนี้

คุณอาจสนใจข่าวนี้