Thairath Logo
กีฬา

ยุ้ย จีรนันท์ มุ่งมั่นผลักดันดาวดวงใหม่ แฮปปี้ชีวิตสโลว์ไลฟ์ที่ใฝ่ฝัน

Share :

"บันเทิงไทยรัฐออนไลน์" ชวนนางเอกฝีมือคุณภาพ ยุ้ย จีรนันท์ พูดคุยถึงการเป็นคนเบื้องหลังค้นหาดาวดวงใหม่ในโครงการ "Dream Star 2015" รวมทั้งผลงานละครใหม่ "เพลิงพระนาง" ที่หลายคนจับตามอง และความรักกับธันญ์ ธนากร กับแพลนงานวิวาห์

เรียกว่าเป็นนางเอกน้ำดีแถวหน้าวงการบันเทิงบ้านเราที่ดังได้ด้วยฝีมือจริงๆ สำหรับนางเอกหน้าหวาน ยุ้ย จีรนันท์ มะโนแจ่ม ที่พิสูจน์ตัวเองผ่านผลงานละครของช่อง 7 สีมาแล้วไม่ต่ำกว่า 40 เรื่อง และจนถึงวันนี้เธอก็ยังคงโลดแล่นในวงการบันเทิงในฐานะนักแสดงนำแถวหน้าที่มีผลงานโดดเด่นสร้างชื่อเสียงมากมาย อาทิ คมพยาบาท, ผักบุ้งกับกุ้งนาง, ชุมแพ, นางทาส, อาญารัก, สุสานคนเป็น, เนตรนาคราช, เพื่อน แพง ฯลฯ ล่าสุดกับละครเรื่องใหม่ "เพลิงพระนาง" ที่เธอมาประชันบทบาทอีกครั้งกับนางเอกตัวแม่อีกคนของวงการอย่างซุป'ตาร์สาวสุดเซ็กซี่ อั้ม พัชราภา ไชยเชื้อ อีกทั้งประกบกับพระเอกหนุ่ม เคลลี่ ธนะพัฒน์ เรียกว่าแค่แคสติ้งนักแสดงนำก็ฮือฮาจนอยากเห็นความสนุกของละครเรื่องนี้ตั้งแต่ยังไม่เริ่มต้นถ่ายทำเลยทีเดียว

นอกจากนี้ยุ้ยยังเดินหน้าทำธุรกิจร้านอาหารของตัวเอง รวมทั้งร่วมค้นหาดาวดวงใหม่ให้วงการบันเทิงในโครงการ "Dream Star" อีกด้วย ซึ่งยุ้ยบอกว่าปีนี้เป็นปีที่ 7 แล้วที่เธอยังคงสนุกกับการเป็นสะพานให้ดาวดวงใหม่อย่างต่อเนื่อง และเมื่อยุ้ยพาบรรดานักแสดงช่อง 7 สี มิกค์ ทองระย้า, แจมมี่ ปาณิชดา แสงสุวรรณ, ลูกนัท วิมพ์วิภา บุหงางาม, ณัฐ ศุภณัฐ พงศ์พศุตม์ ซึ่งล้วนเป็นนักแสดงที่ผ่านเวทีการประกวดนี้ มาโปรโมตการประกวด "Dream Star 2015" แน่นอนว่า "บันเทิงไทยรัฐออนไลน์" ไม่พลาดที่จะชวนยุ้ยมาพูดคุยถึงการทำงานของเธอในฐานะคนเบื้องหลังในการค้นหานักแสดงหน้าใหม่ ไปจนถึงงานเบื้องหน้าของเจ้าตัว รวมถึงชีวิตส่วนตัวและความรักกับนักแสดงหนุ่ม ธันญ์ ธนากร ด้วย

ยุ้ยและนักแสดงในสังกัดสปีดวันร่วมโปรโมตโครงการ "Dream Star 2015"

ถามถึงโครงการ Dream Star 2015 ที่ปีนี้จัดมาเป็นปีที่ 7 แล้ว มีอะไรเป็นพิเศษบ้าง?
ปกติเราจะประกวดแค่ในกรุงเทพฯ อย่างเดียว แต่ปีนี้พิเศษตรงที่เราออกไปหาน้องๆ ถึงต่างจังหวัด เพราะน้องบางคนอาจจะหน้าตาดี มีความสามารถ แต่ไม่มีลู่ทางที่จะเข้ามาประกวดในกรุงเทพฯ ก็เลยคิดว่าปีนี้เราไปภาคเหนือ ภาคใต้ ภาคอีสาน และภาคกลาง เหมือนไปหาน้องๆ ถึงที่เลย น้องๆ ก็จะมาง่ายขึ้น เพราะน้องๆ บางคนเรียนอยู่ต่างจังหวัดแล้วอยากมาประกวด แต่ไม่รู้จะมายังไง พอคัดเลือกได้แล้วค่อยมาประกวดที่กรุงเทพฯ อีกทีนึง ก็เป็นครั้งแรกที่ทำแบบนี้ และปีนี้เทปการประกวดก็ยังออนแอร์ช่อง 7 เหมือนเดิม ส่วนอื่นๆ ก็คงคล้ายๆ เดิม กฎเกณฑ์ก็เหมือนเดิม เพราะเราเน้นการเป็นนักแสดง บุคลิก หน้าตา ความสามารถ ซึ่งความสามารถนี่อาจจะแค่เอาใจมาก่อน แต่เราสามารถเพิ่มเติมได้ในเรื่องการเรียนการสอนได้ค่ะ

เรามีเกณฑ์ในการเลือกยังไง?
จริงๆ เราอยากเน้นเรื่องหน้าตา บุคลิกภาพของน้องที่พร้อมทำงานได้เลย เรื่องความสามารถเราฝึกฝนเขาได้ พอเขามีหน้าตาและบุคลิกภาพที่ดี เขาจะมีความมั่นใจเวลาอยู่บนเวที ถ้าเขามีใจรักอยู่แล้วมันก็จะง่ายขึ้น เราไม่ต้องไปบังคับอะไรเขาค่ะ เรื่องการคัดเลือกเราก็คัดเลือกจากรูป ประวัติ จากนั้นก็ให้เขาขึ้นเวทีที่เราไป พอคัดตัวแทนของแต่ละจังหวัดได้ก็มาเจอในรอบชิงชนะเลิศในเดือน ต.ค. ถามว่าหนักใจไหมเราไม่หนักใจหรอก น้องๆ น่าจะหนักใจมากกว่า แต่เรามีความรู้สึกว่าเราก็อยากทำอะไรให้มันโอเคขึ้น อำนวยความสะดวกให้น้องๆ ที่อยากจะเข้ามาประกวด ที่เราไปต่างจังหวัดเพราะเราได้ฟีดแบ็กว่าน้องๆ ต่างจังหวัดก็อยากเข้าวงการเหมือนกัน ทำไมไม่ไปที่โน่นบ้าง ปีนี้เราก็ออกไปลองดูเป็นปีแรก ดูซิว่าจะได้รับการตอบรับดีขึ้นยังไงบ้าง โดยในรอบชิงชนะเลิศจะจัดขึ้นในวันที่ 7 ต.ค. จะจัดในกรุงเทพฯ ก็จะมีผู้ชนะฝ่ายชายและหญิงเหมือนเดิม และมีตำแหน่งพิเศษเหมือนเดิม รายละเอียดเพิ่มเติมติดตามได้ที่ www.speed-one.com ค่ะ ซึ่งคนที่เข้ามาประกวดอย่างน้องมิกค์ ทองระย้า ได้ตำแหน่ง และเป็นพระเอกช่อง 7 หรืออย่างน้องแจมมี่ (ปาณิชดา แสงสุวรรณ) ก็ไม่ได้ที่ 1 แต่น้องแจมก็ได้เซ็นสัญญาเป็นนางเอกช่อง 7 แล้ว มันไม่ได้หมายความว่าเราต้องได้ที่ 1 เท่านั้น น้องๆ ที่มีโอกาสเข้ามาประกวดมีโอกาสที่จะเข้าวงการทุกคน ขึ้นอยู่กับความสามารถ ความตั้งใจ ความพยายามของแต่ละคนค่ะ บางคนได้ที่ 1 ที่ 2 แต่ไม่มีความพยายามก็ไม่ได้ว่ามีอนาคตในวงการเหมือนกัน จริงๆ เราพาน้องมาก็อยากให้มีงานทุกคน แต่ก็ขึ้นอยู่กับความสามารถของตัวเอง น้องมีโอกาสดีมากแต่จะอยู่ได้นานแค่ไหนขึ้นอยู่กับแต่ละคนแล้ว

ยุ้ย จีรนันท์ มะโนแจ่ม

หลายคนมองว่าเดี๋ยวนี้เวทีการประกวดมีเยอะมาก แล้วจุดเด่นของเวที Dream Star อยู่ที่ตรงไหน?
ยุ้ยก็กล้าการันตีว่าน้องๆ ทุกคนกล้าแสดงออกแน่นอน เพราะตอนที่น้องขึ้นไปประกวดบนเวที น้องต้องใช้ความกล้าสูงมาก ถ้าเป็นคนอื่นๆ เดินขึ้นไปเล่นไม่ได้หรอก แต่น้องๆ ทุกคนเล่นได้หมดและเล่นได้ดีด้วย เพียงแต่ว่าการโชว์บนเวทีกับการทำงานจริงมันอาจแตกต่างกัน แต่ยุ้ยเชื่อว่าน้องๆ ยุ้ยทุกคนมีความสามารถแน่นอนในการเล่นละคร เพราะเขาผ่านการเรียนการสอนมาอยู่แล้ว รู้หลักเกณฑ์มาบ้างแล้ว แต่สุดท้ายยุ้ยเป็นแค่สะพานเท่านั้น ยุ้ยสร้างเวทีนี้ขึ้นมาเพื่อสร้างสะพานก้าวเข้าสู่วงการบันเทิง ยุ้ยพาน้องๆ ไปแคสติ้งงานที่ช่อง 7 การแคสต์ยุ้ยไม่ได้อยู่กับน้องๆ ด้วย เพราะฉะนั้นน้องจะผ่านหรือไม่ผ่านขึ้นอยู่กับความสามารถของเขาเอง ยุ้ยกล้าพูดเลยว่ายุ้ยไม่มีทางดันให้น้องเป็นพระเอกนางเอกได้ แต่สิ่งที่ยุ้ยทำได้คือเป็นแค่สะพานให้น้องได้เข้าไปถึงช่อง 7 ได้ เพราะฉะนั้นน้องๆ ก็มีโอกาสที่ดีกว่าคนอื่นแทบจะ 70 เปอร์เซ็นต์ ที่เหลือคือความสามารถของเขาเอง พอทุกคนได้เซ็นสัญญากับช่อง 7 แล้ว เขาจะอยู่ตรงนี้ได้นานแค่ไหนก็ขึ้นอยู่กับเขาเองแล้วค่ะ

การประกวดแต่ละปีมีปัญหาจุกจิกเกี่ยวกับเด็กๆ ที่เข้ามาเยอะไหม?
ยุ้ยว่าเป็นเรื่องปกติ มีทุกที่ เด็กก็ร้อยพ่อพันแม่ แต่เราว่าไม่ได้ พอน้องเข้ามาได้แล้วก็อยู่ที่การวางตัว การปฏิบัติตัวของแต่ละคนจริงๆ ถ้าน้องคนไหนน่ารัก ยุ้ยหรือพี่ตุ๊ก ผจก.ส่วนตัว ก็พร้อมดันเต็มที่ แต่ถ้าน้องคนไหนเรื่องมาก จะต้องเป็นพระเอกนางเอกเท่านั้น อันนี้เราก็ช่วยไม่ได้ เราก็อยากช่วยน้องที่น่ารัก ตั้งใจ อยากทำมาหากินจริงๆ แต่ถ้าคนไหนมาแค่ฉวยโอกาสเอาชื่อเสียงอยู่ได้ไม่นานแน่นอน ที่ผ่านมาก็เจอมาบ้าง บอกเลยว่าเวทีที่เข้ามาแต่ละปี คนเข้ามาอยู่ในสปีดวันเกือบ 10 คนทุกปี แต่ทำไมเหลืออยู่แค่ไม่กี่คน เพราะน้องที่เหลือเขาอยากทำงานจริงๆ ตั้งใจจริงๆ ส่วนคนที่หลุดไปเป็นเพราะการปฏิบัติตัวเองค่ะ แต่ยุ้ยไม่เสียใจนะ ยุ้ยว่าคนที่เสียใจเสียโอกาสน่าจะเป็นตัวของคนคนนั้นมากกว่าที่เราอุตส่าห์ดันให้ขนาดนี้แล้ว แต่ไม่รักษาผลประโยชน์นั้นไว้ ที่เรายังทำอยู่ถึงทุกวันนี้เพราะเรารักที่จะช่วยเหลือน้องๆ ด้วยส่วนนึง พอเขาได้มาทำงานและประสบความสำเร็จ มันก็เป็นเรื่องที่ดี เราเองก็ยินดีมากๆ ที่เขาได้ทำในสิ่งที่เขาฝันเอาไว้ อย่างน้องมิกค์ก็ถือว่าประสบความสำเร็จมากๆ มันเป็นเรื่องที่น่าภาคภูมิใจที่สุดเลย

มิกค์ ทองระย้า

เราในฐานะนักแสดงรุ่นพี่และเป็นเบื้องหลังในการผลักดันน้องๆ เข้าสู่วงการบันเทิง มีคำแนะนำอะไรถึงน้องๆ ไหม?
เราก็เป็นตัวอย่างที่ดีให้กับน้องๆ ในเรื่องการทำงาน การวางตัว ถ้าเราทำตัวไม่ดี เป็นตัวอย่างที่ไม่ดีให้กับน้องๆ เราก็ไม่สามารถพูดได้ แต่เราก็ทำให้น้องๆ เห็นแล้วว่าเราต้องอยู่ด้วยความสามารถ การวางตัว การมีระเบียบวินัยต่างๆ แนะนำในส่วนที่เราจะแนะนำน้องได้ เราก็เอาในชีวิตประจำวันที่เราเจอมาทำ แล้วจริงๆ เราไม่ต้องพูดอะไรเยอะ เราทำให้น้องๆ เห็น เขาอยากจะเป็นแบบเราก็ต้องทำในแบบที่เราทำ พอเราผลักดันให้น้องๆ มีงาน ประสบความสำเร็จได้เราก็ภูมิใจนะ ดีใจ เข้าใจความรู้สึกเลย อย่างเวลามิกค์เดินอยู่บนเวทีเราก็นั่งยิ้มแล้วมีความสุข คนก็แซวว่าหน้าบานเชียวนะพอเห็นลูกชาย (ยิ้ม) เราเห็นเขามาตั้งแต่เป็นเด็กก๊องแก๊ง จนวันนี้เขาดังแล้ว เขามีความสามารถ เขาประสบความสำเร็จ เราก็มีความสุขค่ะ อย่างที่เราบอกไปว่าการที่น้องจะประสบความสำเร็จได้ก็ตัวเขาเองล้วนๆ ยุ้ยอาจจะแค่เป็นกำลังใจข้างๆ

มีท้อบ้างไหมเพราะการผลักดันเด็กใหม่ๆ มันก็มีปัญหาค่อนข้างเยอะ?
ปัญหามีแน่นอนและมีทุกปีด้วย ก็ไม่ท้อเพราะยุ้ยไม่ได้อยู่คนเดียว ยุ้ยมีพี่ๆ เพื่อนๆ ที่อยู่ช่วยกันแก้ปัญหา และยังมีน้องๆ อีกหลายคนที่น่ารัก ส่วนพี่ๆ น้องๆ นักแสดงในสปีดวันก็ช่วยๆ กัน เวลามีอะไรก็ปรึกษากัน พอจะจัดประกวดทุกคนก็ให้ความร่วมมือ พี่ๆ บางคนก็มาช่วยเทรนน้องๆ ช่วยคัดเลือก อย่างในปีนี้ก็มีพี่ๆ ในกลุ่มพวกเราช่วยกันคัดเลือกแหละ หลายหัวดีกว่าหัวเดียว ช่วยกันปรึกษาค่ะ ก็ยังทำต่อไปค่ะถ้าน้องๆ ยังให้ความสนใจ ยังอยากที่จะเข้าวงการบันเทิงอยู่ เพราะมันเป็นงานที่บริษัทเราถนัดที่สุดแล้ว อย่างยุ้ยกับพี่ตุ๊กและพี่บุ๊ง เจ้าของบริษัทเองก็อยู่กับช่อง 7 อยู่กับวงการนี้โดยตรง ละครก็ทำเองหมด เพราะฉะนั้นเราก็อยากมีน้องๆ ในสังกัดมาร่วมงานอยู่แล้ว แล้วเราทำให้กับช่อง 7 โดยเฉพาะค่ะ

แจมมี่ ปาณิชดา แสงสุวรรณ

ถามถึงกระแสละคร "เพื่อน แพง" ที่จบไปสักพัก กระแสแรงมาก คนชื่นชมเยอะ?
ยุ้ยว่าการแคสติ้งตัวละครสำคัญ เพราะการที่คนดูดูแล้วจะเชื่อจะอินกับบทละครก็อยู่ที่การวางตัว พอพวกเราได้รับบทมาเราก็ต้องตีความ อย่างยุ้ยจะบอกเลยว่าถ้ายุ้ยรับเล่นแล้ว ไม่ว่าจะร้ายแค่ไหนยุ้ยก็จะสุดตัวและทำให้เต็มที่ จริงๆ แล้วยุ้ยชอบเล่นร้าย (หัวเราะ) ปกติคนเห็นเราเรียบร้อย พอเราได้เล่นร้ายเราก็ทำได้ มันเป็นการพิสูจน์บทบาทอีกบทนึง ยุ้ยชอบนะถ้าคนดูมีความสุข ยิ่งคนด่าก็สะใจโรคจิต (ยิ้ม) ชอบให้คนด่า แสดงว่าคนอินกับบทที่เราได้รับค่ะ ต้องบอกว่าบทแม่เพื่อนยากมาก มันเป็นตัวร้ายที่สีเทาๆ มันไม่ได้ร้ายสุดโต่งเหมือนสาลี่ อันนั้นคือร้ายแบบเมียน้อย แต่อย่างแม่เพื่อนจะร้ายในส่วนที่แพงเป็นน้องสาวแท้ๆ จะร้ายสุดโต่งก็ไม่ได้ เดี๋ยวหาว่าเราบ้า ฉะนั้นมันก็จะมีสเต็ปความร้ายของตัวละคร เพราะฉะนั้นคนที่ช่วยยุ้ยได้มากๆ คือผู้กำกับ บางทียุ้ยก็สับสนในฉากแต่ละฉากที่ต้องเล่น ยุ้ยก็คุยกับผู้กำกับว่าจะต้องแสดงออกประมาณไหนเพื่อไม่ให้เยอะหรือน้อยเกินไป

นอกจากยุ้ยที่ได้รับคำชื่นชมแล้ว ปุ๊กลุก (ฝนทิพย์ วัชรตระกูล) และเวียร์ (ศุกลวัฒน์ คณารศ) ก็ได้รับคำชมเยอะมาก?
ยุ้ยจะบอกว่าปุ๊กลุกเป็นนักแสดงที่เก่งมาก น้องตั้งใจมากๆ เป็นเด็กน่ารัก น้องพยายามทำทุกอย่างให้โอเค แล้วเวียร์ก็เก่งมาก ทุกคนเก่งมาก มันเป็นบทละครที่บางฉากยาวมาก แล้วเป็นซีนอารมณ์ แต่เชื่อไหมว่าแทบทุกฉากเราไม่เคยมีเทคที่สองเลย ผู้กำกับจะพูดเสมอว่าพวกคุณเล่นกันไม่เผื่อให้ผมทำเทคสองเลย อย่างเวียร์เองยุ้ยเคยร่วมงานมาแล้ว ยุ้ยเห็นพัฒนาการของเขา เขาตั้งใจมากๆ ยุ้ยพูดตลอดว่ารู้ไหมว่าเรื่องนี้เวียร์เล่นเอายุ้ยขนลุกหลายๆ ฉากที่เล่นกับเขา ปุ๊กลุกเองก็เจอซีนอารมณ์เยอะมาก แล้วเขาจะเครียดจนยุ้ยกอดเขาทั้งวัน บอกเขาว่าไม่ต้องเครียด อย่างฉากตายเขาก็เครียดมาตั้งแต่อยู่บ้านแล้ว แต่เราก็จะบอกว่าสบายๆ นะ ไม่ต้องเครียด (เรื่องนี้เรตติ้งตอนจบสูงมาก?) ใช่ค่ะ ยุ้ยเชื่อว่าคนรอดูจุดจบของแต่ละคน ยุ้ยเองนั่งอ่านบทแล้วร้องไห้หลายๆ ฉาก อยากเล่นอยากถ่ายแล้ว พวกเราอินน่ะ เรารักกันเพราะเราอยู่ด้วยกันตลอด ทำให้การถ่ายทำมันค่อนข้างง่ายมาก

ณัฐ ศุภณัฐ พงศ์พศุตม์

เห็นบอกว่าชอบบทร้าย จบเรื่องนี้จะเล่นร้ายอีกไหม?
ตอนนี้เบรกก่อนค่ะ จริงๆ ก็มีบทร้ายติดต่อมาอีกเรื่อง ที่เบรกเพราะว่าเราก็ต้องเลือกนิดนึงว่าอะไรที่มันเล่นได้ ที่จะมีตอนนี้ก็คือละครเรื่อง "เพลิงพระนาง" เรื่องนี้ก็กลับมาเป็นนางเอก ตอนนี้ก็เพิ่งวัดตัว เตรียมตัวเรื่องเสื้อผ้าค่ะ บทก็เป็นแนวเรียบร้อย อาจจะคล้ายๆ กับบทคุณนายลั่นทมในละคร "สุสานคนเป็น" ก็จะเรียบร้อยอ่อนหวาน เป็นเจ้านางสวยๆ พอรู้ว่าจะได้กลับมาเจอพี่อั้มก็ดีใจมากๆ เพราะพี่อั้มไม่ค่อยเล่นละคร นานๆ ได้กลับมาเจอกันที นี่เป็นเรื่องที่ 4 แล้วที่ได้มาเจอพี่อั้ม แต่กว่าจะเจอกันทีก็ห่างหายไป 4-5 ปี พอได้กลับมาเจอกันอีกก็ดี แล้วมันเป็นละครที่ใครหลายคนตั้งตารอ เราก็อยากเล่นแล้วตอนนี้ค่ะ แต่กลับมาก็ปะทะกันแรงๆ อีกแล้วค่ะ สลับกัน ก่อนหน้านี้ยุ้ยร้ายใส่พี่อั้ม เรื่องนี้พี่อั้มก็กลับมาร้ายอีกเหมือนคมพยาบาทค่ะ กับพี่อั้มยังไม่ได้คุยกันเลย ไม่ได้เจอกันเลยค่ะเพราะยังไม่ได้ฟิตติ้ง

เล่นละครเรื่อง "เพลิงพระนาง" ก็เป็นละครรีเมคอีกแล้ว?
ยุ้ยเล่นละครมาเกือบ 40 เรื่อง ละครรีเมคสัก 30 เรื่อง (ยิ้ม) จริงๆ ยุ้ยชินมากกับละครรีเมค ส่วนเรื่องคนเปรียบเทียบมันมีอยู่แล้ว แล้วยุ้ยก็เจอมาทุกเรื่องในเรื่องการเปรียบเทียบ ก็ไม่เป็นไรค่ะ เต็มที่ ยังไงก็ทำให้ดีที่สุด ผลจะออกมายังไงก็ต้องยอมรับให้ได้ ถามว่าได้ดูละครเพลิงพระนางเวอร์ชั่นเก่าไหมไม่ได้ดูค่ะ จำไม่ได้เลย แต่พี่ตุ๊กตา (จิตรลดา ดิษยนันทน์) ก็จะส่งมาให้ดูตลอดว่ายุ้ยเป็นตัวนี้ การแต่งตัวจะเป็นแบบนี้นะ คนรอก็เยอะมาก เราก็อยากเล่น อยากเห็นบท อยากถ่ายทำแล้วค่ะ

ลูกนัท วิมพ์วิภา บุหงางาม

หลายคนก็ลุ้นว่าใครที่จะมารับบท "ตองนวล" แทนจั๊กจั่น (อคัมย์สิริ สุวรรณศุข)?
ยุ้ยยังไม่รู้จริงๆ นะ ตอนนี้ยุ้ยรู้แค่ในส่วนของยุ้ย พี่อั้ม และพี่เคลลี่ 3 คนเท่านั้น คนอื่นไม่รู้เลยค่ะ รู้แต่ตัวละครเยอะมาก

พอเป็นละครฟอร์มยักษ์ ดาราก็เยอะมาก ทำให้เรากดดันไหม?
มันก็มีส่วน เราก็อยากเห็นบท อยากทำการบ้านแล้ว ส่วนกำหนดเปิดกล้องน่าจะเร็วๆ นี้แหละค่ะ ปีนี้แน่นอนค่ะ ตอนนี้มีละครเรื่องเดียว ก็มีที่ติดต่อมาแต่ยังไม่เล่นดีกว่า อย่างยุ้ยก็ผ่านละครมาเยอะมาก ยุ้ยเลยมีความรู้สึกว่าเอาที่เราอยากเล่นดีกว่า

เรียกว่าตอนนี้เลือกบทมากขึ้น?
มากขึ้นค่ะ เพราะยุ้ยก็โตแล้ว จะให้ยุ้ยไปเล่นบทนางเอกแก่นแก้ว ลูกสาวกำนันเหมือนเมื่อก่อนมันก็เป็นไปไม่ได้ เล่นอะไรที่เราอยากเล่น เล่นแล้วเรามีความสุขดีกว่า (มีบทอะไรที่เราอยากเล่นอีกไหม?) จริงๆ ก็เล่นมาแล้วทุกๆ บทนะคะ แต่มันก็ต้องดูองค์ประกอบ รายละเอียดอะไรหลายอย่างรวมกันด้วยค่ะ

รับงานน้อยลงเพราะเราอยากดูแลธุรกิจ ใช้ชีวิตส่วนตัวมากขึ้น?
ก็ไม่ถึงขนาดนั้น แต่ช่วงนี้พอมีเวลาเราก็อยากไปลุยตรงนั้นให้เต็มที่ ช่วงนี้เป็นช่วงเริ่มต้น ก็อยากจะทำร้านให้มันโอเคอยู่ตัวด้วย กับธุรกิจร้าน "บ้านฟ้าเคียงตะวัน" เปิดมาสักพักก็ดีค่ะ ตอนนี้อยู่ตัวหมดแล้ว ช่วงนี้จะหนักหน่อยเพราะเป็นช่วงหน้าฝน ก็เลยต้องดูแลหน่อย เวลามีลูกค้ามาเราก็ต้องดูแลมากขึ้น มันไม่ได้สบายเหมือนช่วงหน้าหนาว ก็จะเหนื่อยหน่อย ร้านก็จะเละเทะหน่อย หน้าหนาวขายดีมาก แต่หน้าฝนจะซาหน่อยเพราะคนไม่ค่อยออกจากบ้าน แต่ก็ยังไปได้เรื่อยๆ ค่ะ ร้านเปิดมาเกือบปีละค่ะ ถ้าเดือน ก.ย. ก็ครบ 1 ปีแล้วค่ะ หน้าหนาวปีนี้ก็อาจจะมีเมนูอาหารปิ้งย่างเพิ่มให้เข้ากับหน้าหนาว เพราะร้านยุ้ยก็จะเป็นบรรยากาศคล้ายกับที่เขาใหญ่ค่ะ

งานดี ความรักแฮปปี้ แต่ยังไม่รีบแต่งงานค่า!!

เรียกว่าตอนนี้แฮปปี้กับการใช้ชีวิตแบบสโลว์ไลฟ์?
มีความสุขมากค่ะ (ยิ้ม) รู้สึกว่าเราได้พัก ได้อยู่กับธรรมชาติ ได้อยู่กับการทำอะไรที่สบายๆ ที่สำคัญที่โน่นมีครอบครัวด้วยเพราะเขาอยู่ที่นั่นกันหมดเลย แต่ก็ไม่ได้ไปกลับทุกวันนะคะ ถ้ามีงานก็จะนอนที่กรุงเทพฯ ถ้าไม่มีงานก็ขับรถกลับสระบุรี ใช้เวลาชั่วโมงกว่าๆ เอง เร็วกว่าขับรถในกรุงเทพฯ อีก (ยิ้ม) ตอนเช้าๆ ก็ตื่นไปจ่ายตลาดเอง กลับมาก็ทำผักเอง เตรียมเองทุกอย่าง ตอนเย็นๆ อาบน้ำแต่งตัวมาต้อนรับลูกค้า ได้มาเจอกันพูดคุยกัน ก็มีความสุขมาก (เราแฮปปี้กับชีวิตตอนนี้มากกว่าเมื่อก่อน?) แฮปปี้มากค่ะ อาทิตย์นึงทำงานสัก 3-4 วัน อีก 3 วันก็อยู่ที่บ้าน ได้พักผ่อนสมองและร่างกายด้วย

คนมองว่าพอเราเริ่มหันมาทำธุรกิจตัวเองมากขึ้น ก็น่าจะมีข่าวดีได้แล้วนะ?
ยังค่ะ อีก 2 ปีเหมือนเดิม (ยิ้ม) แต่จริงๆ ยังไม่อยากรีบเลยค่ะ เราทั้งคู่ไม่อยากรีบนะ โชคดีที่เขาไม่ได้เร่ง ยุ้ยเองก็ยังไม่ได้อยากแต่งงาน ทุกวันนี้ก็มีความสุขค่ะ เป็นแฟนกันแบบนี้มีความสุขแล้ว ช่วงนี้ก็เป็นช่วงที่วางรากฐานอยู่ ยิ่งยังไม่แต่งหาเงินง่ายกว่า (หัวเราะ) เหมือนตอนนี้ต่างคนต่างช่วยกันหาเงินสร้างอนาคต ไม่ได้รีบเลยค่ะ ครอบครัวก็ไม่เร่งเลยค่ะ คบกันมา 7 ปีแล้วถามว่ากลัวอาถรรพณ์ไหมไม่ค่ะ ขึ้นอยู่กับบุญกรรม ไม่ซีเรียสเลย เพราะที่ผ่านมาเคยคาดหวังไว้เยอะก็จะผิดหวังตลอด อันนี้ก็เลยปล่อยไปตามธรรมชาติ ถ้าใช่ก็คือใช่ ถ้าไม่ใช่ต่อให้รักแค่ไหนก็ต้องเลิก เลยไม่ค่อยซีเรียสเท่าไร

ดูแลกันยังไงถึงได้คบกันนานขนาดนี้?
ให้อภัยค่ะ ยุ้ยกับธันญ์นี่คนละขั้วเลยค่ะ เขาก็จะผู้ช้ายผู้ชายมาก แล้วผู้ชายกับผู้หญิง การเลี้ยงดูก็ไม่เหมือนกันแล้ว ทะเลาะกันเพราะความคิดเห็นไม่ตรงกันก็เป็นเรื่องปกติ แต่สิ่งที่ทำให้อยู่กันได้คือการให้อภัยกันค่ะ เมตตากัน จึงจะอยู่ด้วยกันได้ คนเรารักกันอย่างเดียวอยู่ด้วยกันไม่ได้หรอกค่ะ เราก็ทะเลาะกันตลอดแต่ไม่ใช่เรื่องใหญ่โตเลย ยุ้ยว่าเป็นเรื่องที่ให้อภัยได้ ถ้าคิดจะรักกันอยู่ด้วยกัน ไม่อยากเสียเวลามานั่งทะเลาะกันค่ะ ถ้าคิดว่าทะเลาะกันแล้วเลิกกันไม่ได้ก็อย่าทะเลาะเลย เสียเวลาเปล่าๆ

เลิฟๆ พี่ธันญ์ เอ๊ย!! ทุกคนนะค้า!!

คนมองว่าเรากับธันญ์เป็นคู่รักที่น่ารักมาก เหมือนเป็นเพื่อนกัน ไม่หวือหวามากแต่รักกันยาวนาน?
นี่แหละคือยุ้ยรู้สึกว่าเราอยู่กันแบบเรียบง่าย เราพูดกันตลอดว่าเราไม่ต้องหวือหวา เป็นเหมือนเพื่อนกัน การคาดหวังก็จะไม่สูงไง ไม่มานั่งแบบเธอต้องอย่างนั้นอย่างนี้ เราคาดหวังกับเขามากก็ผิดหวังมาก เขาเป็นยังไงก็ปล่อยตามธรรมชาติ อะไรที่มันไม่ได้ร้ายแรงจนเกินให้อภัยเราก็ปล่อย ทะเลาะกันมันเป็นเรื่องปกติ จะให้เขาเป็นดั่งใจเราทุกอย่างมันเป็นไปไม่ได้ เพราะเราเองก็คงไม่ได้ดั่งใจเขาทุกอย่างเหมือนกัน ไม่ต้องไปคาดหวังว่าเขาเป็นแฟนที่เพอร์เฟกต์ที่สุด เราอยู่กันแบบเพื่อน ด่ากันแซวกันบ้างเป็นเรื่องปกติ

อีก 2 ปีแต่งคิดว่าน่าจะชัวร์ไหม?
คือมันเป็นเรื่องที่เราวางแผนครอบครัวไว้ ถ้าเราคิดจะอยู่ด้วยกันเราก็ต้องแต่งงานตามฐานะของสังคมต่างๆ ที่ควรจะเป็น ณ วันนี้มีความสุขที่สุดแล้ว แล้วการแต่งงานไม่ได้บ่งบอกว่าเราจะอยู่ด้วยกันไปตลอด แต่ยังไงก็ต้องแต่งอยู่แล้ว เพราะเราอยู่ในสังคมที่มันต้องทำตามประเพณี แต่ก็ยังไม่รีบเพราะทุกวันนี้ก็ยังมีความสุข งานแต่งงานก็คงจะเรียบง่ายที่สุดเท่าที่ทำได้ คงแต่งที่ จ.สระบุรีแน่นอนเพราะเป็นที่ของเรา มันเป็นงานที่มันเป็นเรื่องของเราสองคน ก็คงไม่ได้ยิ่งใหญ่อะไร เรียบง่ายที่สุด เพราะวันที่แต่งงานเป็นเรื่องของเราสองคน เป็นเรื่องครอบครัวที่เรารักและเพื่อนที่เรารักจริงๆ ยุ้ยอาจจะไม่ได้จัดงานอะไรยิ่งใหญ่จริงๆ แค่เป็นความสุขเล็กๆ ของคนในครอบครัว แค่ให้คนทั่วไปได้รู้ว่าเราแต่งงานกันแล้วนะ

มองอนาคตหลังแต่งงานไว้ยังไงบ้าง?
ถ้าแต่งก็อาจจะมีลูกเลยเพราะอายุเริ่มเยอะแล้ว และมีความรู้สึกว่าทุกวันนี้เราก็มีชีวิตอยู่กับการเป็นแฟน ถ้าวันไหนแต่งก็คงพร้อมที่จะมีลูกเลยแหละ แต่ก็ไม่ได้คาดหวังอะไรมาก เมื่อก่อนคิดอยากมีลูกมาก แต่ตอนนี้พออายุเยอะก็ไม่เป็นไรแล้ว จะมีหรือไม่มีก็แล้วแต่บุญแต่กรรมเลย ไม่ได้ซีเรียสอะไร เพราะพออยากมีมากจะไม่มีไง ก็เลยชิลๆ ไป ส่วนเรื่องธุรกิจนอกจากนี้ก็จะทำรีสอร์ต ตอนนี้ออกแบบได้ 80 เปอร์เซ็นต์แล้ว น่าจะเริ่มสร้างประมาณต้นปีหน้า อยากให้เสร็จทันปลายปีหน้า ไม่รู้จะทันรึเปล่า ก็ทำที่ จ.สระบุรี เหมือนเดิม อยู่ติดกับร้านอาหารเลยค่ะ สไตล์รีสอร์ตก็คงเป็นแบบเรียบๆ ปูนขาวๆ โมเดิร์นนิดๆ แต่ไม่โมเดิร์นจ๋า จะออกโมเดิร์นผสมคันทรีหน่อยๆ เพราะบ้านเรามันเป็นภูเขา เป็นหินค่ะ เน้นความอบอุ่น ความเป็นครอบครัว กินบรรยากาศค่ะ ที่ทำก็ไม่ได้กะรวยนะ อยากกลับไปใช้ชีวิตแบบพอเพียง มีร้านอาหาร มีรีสอร์ตอยู่ เราก็มีความสุขได้แล้ว ไม่ต้องใช้ชีวิตเร่งรีบแข่งขันกับใคร

แบบนี้อีก 5 ปีอาจจะไม่เห็นยุ้ยในวงการบันเทิงแล้วรึเปล่า?
ไม่ค่ะ เห็นยันแก่เลยค่ะ (หัวเราะ) ไม่ต้องกลัวค่ะ ยังทำอยู่ ยังไม่ไปไหนค่ะ อันนั้นคืออาชีพที่ 2 แต่ว่าวงการบันเทิงเป็นอาชีพหลักที่เรารักมาก ยังไงก็ยังอยู่จนแก่ตายไปข้างนึง ยังไม่ได้คิดจะลาวงการค่ะ บทแม่ก็เล่นค่ะ เพราะยุ้ยไม่ใช่นางเอก ยุ้ยเป็นนักแสดง บทไหนยุ้ยเล่นหมด เราไม่ได้ยึดติดค่ะ อย่างธุรกิจเราก็แค่สร้างมาซัพพอร์ตเราไว้ไม่เสียหายค่ะ

อ่านเพิ่มเติม...
ยุ้ย จีรนันท์จีรนันท์ มะโนแจ่มการประกวดDream Star 2015ดาราวงการบันเทิงละครเพลิงพระนางความรักธันญ์ ธนากรแฟนแต่งงานวิวาห์ข่าวข่าวบันเทิงบันเทิงไทยรัฐออนไลน์