วันพฤหัสบดีที่ 16 สิงหาคม พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

โยงปมมรดกบรรยินแฉมีคนดังชักใย

‘บงการ’วางแผนอยู่เบื้องหลังเพื่อให้ตร.อายัดหุ้น2สาวสนิทอ้างเป็นห่วงลูกเมียเสี่ยชูวงษ์

“บรรยิน” โผล่ให้การกับตำรวจกองปราบฯ ตามหมายเรียก โดนสอบรวดเดียวนานเกือบ 8 ชม. ระบุเตรียมฟ้องหนังสือพิมพ์และทีวี ฐานทำให้เสื่อมเสียชื่อเสียง

เจ้าตัวเปิดประเด็นใหม่กับนักข่าว อ้างมีผู้บงการเกม เป็นคนมีชื่อเสียงในสังคม เชื่อการฟ้องร้องในครั้งนี้เพื่อผลประโยชน์ของครอบครัวมากกว่าต้องการจะทราบว่า “เสี่ยจืด”ชูวงษ์ เสียชีวิตอย่างไรและผลประโยชน์ทั้งหมดก็ไม่ได้ตกกับลูกเมียของผู้ตาย แต่จะตกกับบริษัทของคนคนหนึ่งเท่านั้น

กรณีการเสียชีวิตอย่างมีเงื่อนงำของ “เสี่ยจืด” นายชูวงษ์ แซ่ตั๊ง นักธุรกิจอสังหาริมทรัพย์หมื่นล้าน ที่มี พ.ต.ท.บรรยิน ตั้งภากรณ์ อดีต รมช.พาณิชย์ ตกเป็นผู้ต้องหาฐานขับรถโดยประมาทเป็นเหตุให้ผู้อื่นถึงแก่ความตาย ต่อมาญาตินายชูวงษ์หอบหลักฐานที่ผู้ตายโอนหุ้นให้สาวสวยคนสนิท 2 ราย มูลค่าเกือบ 300 ล้านบาท เข้าร้องเรียนกับ ผบ.ตร.ให้รื้อฟื้นคดี โดยตำรวจกองปราบฯรับผิดชอบคลี่คลายประเด็นการโอนหุ้นที่ส่อเค้าผิดปกติ ส่วนตำรวจนครบาลทำหน้าที่คลายปมสาเหตุการตาย กระทั่งเมื่อวันที่ 28 ก.ค. พี่สาวและบุตรชายของนายชูวงษ์เดินทางเข้ายื่นคำร้องให้เปลี่ยนหัวหน้าพนักงานสอบสวน อ้างเหตุผลว่าเป็น นรต.รุ่นเดียว กับ พ.ต.ท.บรรยินที่มีส่วนเกี่ยวข้องกับคดีนี้

ความคืบหน้า ที่ บก.ป.เมื่อเวลา 09.00 น. วันที่ 29 ก.ค. พ.ต.ท.บรรยิน ตั้งภากรณ์ อดีต รมช. พาณิชย์ เดินทางเข้าพบ พล.ต.ท.ประวุฒิ ถาวรศิริ ผู้ช่วย ผบ.ตร. ในฐานะโฆษก ตร. พล.ต.ท.ฐิติราช หนองหารพิทักษ์ ผบช.ก. พล.ต.ต.อัคราเดช พิมลศรี ผบก.ป. เพื่อให้ปากคำตามหมายเรียกของ พงส.บก.ป. เกี่ยวกับข้อมูลที่มาที่ไปของหุ้นที่นายชูวงษ์โอนให้กับสาวสวยคนสนิทใกล้ชิด 2 ราย ท่ามกลางสื่อมวลชนทุกแขนงนับร้อยชีวิตที่มาเฝ้ารอทำหน้าที่ ผู้สื่อข่าวรายงานว่า พ.ต.ท.บรรยินเดินทางมาด้วยรถโตโยต้า แลนด์ครุยเซอร์ สีขาว ทะเบียน กก 888 นครสวรรค์ พร้อมกับ พ.ต.ท.นุกูล แสงศิริ อดีต ส.ส.นครสวรรค์ พรรคภูมิใจไทย ที่เดินทางมาเป็นเพื่อน เข้าให้ปากคำกับชุดสอบสวนที่ห้อง ศปก.กก.1 บก.ป.



พ.ต.ท.บรรยินกล่าวด้วยสีหน้ายิ้มแย้มว่า วันนี้ไม่ได้เตรียมหลักฐานอะไรเป็นพิเศษ เพียงแต่มาให้ข้อเท็จจริงกับตำรวจ ยังไม่ทราบว่าพนักงานสอบสวนมีข้อสงสัยประเด็นใด หากพนักงานสอบสวนต้องการหลักฐานเพิ่มเติมจะนำมามอบให้ภายหลัง ตนรู้สึกดีใจที่ชุดพิสูจน์หลักฐานเผยสาเหตุการตายว่าน่าจะเกิดจากอุบัติเหตุกว่า 90 เปอร์เซ็นต์ หลังคดีคลี่คลายแล้วจะไปพบครอบครัวผู้ตายเพื่อพูดคุยปรับความเข้าใจ ยืนยันว่าไม่มีการทะเลาะกับครอบครัวผู้ตาย ส่วนเรื่องนายชูวงษ์โอนหุ้นให้กับ น.ส.กัญฐณา ศิวาธนพล มูลค่า 228 ล้านบาท น.ส.อุรชา วชิรกุลฑล มูลค่าประมาณ 40 ล้านบาท ไม่ขอเปิดเผยเพราะอยู่ในสำนวนการสอบปากคำ

ด้าน พล.ต.ท.ประวุฒิ ถาวรศิริ ผู้ช่วย ผบ.ตร.เปิดเผยหลังการสอบปากคำนาน 1 ชม.ว่า การเรียกตัว พ.ต.ท.บรรยินมาในครั้งนี้ไม่ได้เน้นประเด็นอะไรเป็นพิเศษ ส่วนเรื่องการโอนหุ้นต่างๆของผู้ตายนั้น พ.ต.ท.บรรยินอ้างว่าไม่มีส่วนเกี่ยวข้อง ทราบเพียงว่าโอนหุ้นไปให้ผู้ใดเท่านั้น ที่ผ่านมาเพียงแค่ให้คำปรึกษาเรื่องหุ้น ประเด็นความสัมพันธ์กับ น.ส.อุรชา วชิรกุลฑล โบรกเกอร์สาว และ น.ส.กัญฐณา ศิวาธนพล แคดดี้สาวที่ตั้งครรภ์นั้นเจ้าตัวระบุว่ารู้จักกันจริงแต่ไม่มีความสัมพันธ์ลึกซึ้ง กรณีคลิปเสียงสนทนากับโบรกเกอร์สาวเรื่องโอนหุ้นอยู่ระหว่างตรวจสอบเพราะต้องหาเครื่องมือที่ทันสมัย เนื่องจากเครื่องมือปัจจุบันที่มีอยู่ไม่สามารถยืนยันเส้นเสียงของผู้ตายในคลิปได้ว่าเป็นของปลอมหรือไม่ คงใช้ได้เพียงประกอบสำนวนคดีเท่านั้น ส่วนเรื่องที่ครอบครัวผู้ตายไปยื่นหนังสือขอเปลี่ยนหัวหน้าชุดพนักงานสอบสวนคดีการเสียชีวิตของนายชูวงษ์นั้น ยืนยันไม่มีการแทรกแซง เพราะมี ผบ.ตร. และ ผบช.น. ควบคุมสั่งการใกล้ชิด

กระทั่งเวลา 16.45 น. หลังการสอบปากคำนานเกือบ 8 ชม. พ.ต.ท.บรรยินเดินออกจากห้องสอบสวนด้วยใบหน้ายิ้มแย้ม ก่อนเปิดเผยกับผู้สื่อข่าวว่า วันนี้พนักงานสอบสวนเชิญตนมาสอบปากคำในฐานะพยาน ส่วนสอบปากคำในประเด็นใดนั้นไม่สามารถเปิดเผยได้เพราะอยู่ในสำนวนคดี ตนให้การในทุกเรื่องที่ตำรวจต้องการทราบ รวมทั้งวันนี้ไม่ได้มีการนำเอกสารหลักฐานใดๆมามอบให้ มีเพียงข้อมูลในการสอบปากคำเท่านั้น ส่วนการเตรียมฟ้องร้องหนังสือพิมพ์ฉบับหนึ่ง เพราะนำเสนอข่าวเป็นเท็จไม่เป็นความจริง ทำให้ตนเสียหาย อยู่ระหว่างให้ทนายความรวบรวมหลักฐาน รวมทั้งจะฟ้องร้องสื่อโทรทัศน์ช่องหนึ่ง หลังนำรูปของตนไปใช้ทำให้เสื่อมเสียชื่อเสียง

เมื่อผู้สื่อข่าวถามว่า ก่อนหน้านี้เคยระบุว่ารู้เรื่องของผู้ตายทุกเรื่องและรู้จักกับ น.ส.อุรชา และ น.ส.กัญฐณา พร้อมคุณชูวงษ์ ข้อเท็จจริงเป็นอย่างไร พ.ต.ท.บรรยินกล่าวว่า เรื่องนี้ไม่อยากพูดอะไรมาก เป็นห่วงก็แต่ลูก-เมียเพื่อน แต่ที่ออกมาพูดจำเป็นต้องปกป้องศักดิ์ศรีตนเอง เพราะเรื่องนี้มีคนวางแผนอยู่เบื้องหลัง เป็นผู้ใหญ่มีชื่อเสียงในวงสังคมท่านหนึ่ง คนส่วนใหญ่ในสังคมรู้ดีว่าเป็นใคร มีครอบครัวอยู่แล้วยังมีความสัมพันธ์ใกล้ชิดกับสาวคนหนึ่งและเป็นผู้วางแผนเพื่อใช้ตำรวจเป็นเครื่องมือในการที่จะอายัดหุ้นไว้ เพราะเขารู้ว่าหากรอให้แต่งตั้งผู้จัดการมรดกคงไม่เหลืออะไร

“ที่ผมพูดไม่ใช่ภรรยา แต่เป็นผู้หญิงที่อยู่เบื้อง หลังก็มีครอบครัวอยู่แล้ว แต่ยังมีความใกล้ชิดเป็นพิเศษ เป็นคนวางแผนให้เกมนี้เกิดขึ้น เชื่อว่าการเดินหน้าฟ้องร้องในครั้งนี้ก็เพื่อผลประโยชน์ของครอบครัวมากกว่าต้องการจะทราบว่าคุณชูวงษ์เสียชีวิตอย่างไร และผลประโยชน์ทั้งหมดนี้ไม่ได้ตกกับภรรยาและบุตรของผู้ตาย แต่จะตกกับบริษัทของคนคนหนึ่ง ผมเป็นห่วงว่าหลังจากนี้ไปครอบครัวของเพื่อนผมจะสู้ไหวหรือไม่ เพราะต้องมีการสู้เรื่องมรดกและการที่หญิงคนนี้มีที่ปรึกษาเก่งขนาดนี้ ลูกเมียของเพื่อนผมคงสู้ไม่ไหว เรียนตรงๆว่าไม่เคยมีความรู้สึกโกรธเคืองลูกเมียของเพื่อนผมเลย เป็นห่วงก็แต่ว่าหลังจากนี้จะเกิดอะไรขึ้นเท่านั้นเอง ซึ่งผู้ที่อยู่เบื้องหลังครั้งนี้ให้ไปถามคนในแวดวงสังคมหรือคนในบริษัทก็จะรู้เองว่าเป็นใคร” พ.ต.ท.บรรยินกล่าว


มีรายงานว่า พนักงานสอบสวนสอบปากคำ พ.ต.ท.บรรยินในประเด็นเรื่องของการโอนหุ้น รวมทั้งความสัมพันธ์ระหว่างเจ้าตัว น.ส.กัญฐณา ศิวาธนพล น.ส.อุรชา วชิรกุลฑล และผู้ตาย ว่ารู้จักกันตั้งแต่เมื่อใด ความสัมพันธ์เป็นอย่างไร โดยไม่ได้มีการแจ้งข้อกล่าวหากับ พ.ต.ท.บรรยินแต่อย่างใด โดย เจ้าตัวให้การเป็นประโยชน์ต่อรูปคดีเป็นอย่างมาก ทั้งนี้ชุดสอบสวนเตรียมเรียกผู้เกี่ยวข้องในคดีมาสอบเพิ่มอีกหลายราย รวมทั้งอาจต้องเรียก น.ส.อุรชา วชิรกุลฑล โบรกเกอร์สาวและ น.ส.กัญฐณา ศิวา–ธนพล แคดดี้สาวที่ตั้งครรภ์ ที่ได้รับโอนหุ้นมาสอบปากคำเพิ่มเติม

อีกด้าน ที่กองบัญชาการตำรวจนครบาล พล.ต.ท.ศรีวราห์ รังสิพราหมณกุล ผบช.น. เปิดเผยความคืบหน้าการตรวจสอบการเสียชีวิตของนายชูวงษ์ว่า ยังไม่ได้รับรายงานผลจากทางกองพิสูจน์หลักฐานกลางตามที่ให้ไปตรวจสอบข้อมูลเพิ่มเติม ส่วนการประชุมสรุปสาเหตุการเสียชีวิตก็ยังไม่สามารถสรุปได้ว่าเป็นอุบัติเหตุหรือฆาตกรรม เตรียมเข้าร่วมประชุมกับตำรวจกองปราบฯและหน่วยงานอื่นที่เกี่ยวข้อง เพื่อนำข้อมูลที่แต่ละหน่วยงานไปตรวจสอบมาร่วมประชุมหารืออีกครั้งภายในสัปดาห์หน้า ส่วนกรณีญาติผู้ตายเสนอให้เปลี่ยนตัว พ.ต.อ.ทวีรัชต์ ศรีธวัชพงศ์ รอง ผบก.น.4 หัวหน้าพนักงานสอบสวนเนื่องจากเป็น นรต.รุ่นเดียวกับ พ.ต.ท.บรรยินนั้น ยังไม่มีคำสั่งให้มีการเปลี่ยนตัวหัวหน้าพนักงานสอบสวนมาแต่อย่างใด หากมีคำสั่งมาจะพิจารณาตามเหตุผลว่าสมควรเปลี่ยนตัวหรือไม่ ยืนยันชุดสอบสวนปฏิบัติหน้าที่เต็มกำลัง ไม่มีเอนเอียงไปทางใดแน่นอน

“บรรยิน” โผล่ให้การกับตำรวจกองปราบฯ ตามหมายเรียก โดนสอบรวดเดียวนานเกือบ 8 ชม. ระบุเตรียมฟ้องหนังสือพิมพ์และทีวี ฐานทำให้เสื่อมเสียชื่อเสียง... 30 ก.ค. 2558 02:53 30 ก.ค. 2558 02:56 ไทยรัฐ