วันศุกร์ที่ 16 พฤศจิกายน พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐLogin
'บิ๊กตู่'ย้ำกติกาเดียว ปราม'เทือก'จ้อการเมือง ห่วง กปปส.ขยับ

'บิ๊กตู่'ย้ำกติกาเดียว ปราม'เทือก'จ้อการเมือง ห่วง กปปส.ขยับ

  • Share:

ย้ำกติกาเดียวเล่นมุกเนียนลืมชื่อทักษิณ ชูลต.กันยา59

“บิ๊กตู่” ปัดข้อหาเล่นพวกปล่อย “ทิดเทพ” จ้อ ยอมรับกังวล กปปส. เริ่มขยับ จวกสื่อตั้งสภากาแฟโยนชื่อ ครม.ไปเรื่อยเปื่อย ไม่รู้เรื่อง “สมคิด” ปฏิเสธนั่ง รมต. ทำเนียนลืมชื่อ “ทักษิณ” ขอเสนอตัวเป็นที่ปรึกษา “วิษณุ” อัดซ้ำไม่พูดให้ร้ายก็ถือว่าช่วยชาติแล้ว “บิ๊กโด่ง” ฮึ่มใส่ กปปส.ห้ามขยับป่วนเมือง ย้ำปฏิบัติกับทุกฝ่ายเท่าเทียม “ถาวร” จี้ รบ.เร่งปฏิรูป 6 ด้าน นปช.ข้องใจทำไมเกรงใจ “เทือก” นัก ดักคออย่าสองมาตรฐาน พท.ซัดเอาตัวไม่รอดแต่ยังปฏิเสธ “แม้ว” พลเมืองโต้กลับอุทธรณ์ฟ้อง คสช.ล้มล้างการปกครอง กมธ.ยกร่างฯขอขยายเวลาทำกฎหมายลูกเป็น 90 วัน หยอดมีเลือกตั้งแน่ ก.ย.59

การเคลื่อนไหวของกลุ่มการเมืองต่างๆ เริ่มกลับมาเป็นที่จับตามองอีกครั้งหลังนายสุเทพ เทือกสุบรรณ แกนนำ กปปส. ที่เพิ่งสึกจากพระนัดสื่อมวลชนแถลงข่าว ถึงบทบาทการเคลื่อนไหวในนามมูลนิธิมวลมหาประชาชนเพื่อการปฏิรูปประเทศไทย

“บิ๊กตู่” ปัดเล่นพวกให้ “ทิดเทพ” จ้อ

เมื่อเวลา 13.00 น. วันที่ 29 ก.ค. ที่กระทรวงอุตสาหกรรม พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) กล่าวถึงการเคลื่อนไหวของนายสุเทพ เทือกสุบรรณ แกนนำ กปปส.และประธานมูลนิธิมวลมหาประชาชนเพื่อการปฏิรูปประเทศไทย ที่นัดแถลงข่าวต่อสื่อมวลชนถึงบทบาทการเคลื่อนไหวในวันที่ 30 ก.ค. ว่า ทุกคนไม่ว่าใครที่จะออกมาเคลื่อนไหว ต้องขออนุญาต คสช. เพราะเขาดูอยู่ อันไหนให้ได้ก็ให้ ไม่ใช่ให้เพราะเป็นพวกกัน การพิจารณาต้องใช้กติกาเดียวกัน ถ้านายสุเทพพูดไม่เสียหายตนก็ให้ ถ้ามันเกินความสามารถของ คสช.ก็จะถามมาที่ตน แต่ถ้าตัดสินใจได้ก็ให้เขาตัดสินใจไป ถ้าแถลงทำประโยชน์ในนามมูลนิธิอะไรก็ว่ามา แต่หากจะพูดการเมืองไม่ให้ เพราะมีบางคนชอบไปรวมหัวกันแล้วพูดในสิ่งไม่ดี อย่างนี้มันสมควรหรือไม่

รับกังวลกลุ่ม กปปส.เคลื่อนไหว

ผู้สื่อข่าวถามว่านายสุเทพระบุว่าจะเคลื่อนไหวเรื่องการปฏิรูป คู่ขนานไปกับการปฏิรูปประเทศของ คสช.และรัฐบาล ทำได้หรือไม่ พล.อ.ประยุทธ์ตอบว่า เป็นเรื่องของมูลนิธิก็ทำกันไป ควรไปเสนอสภาปฏิรูปแห่งชาติ (สปช.) ไม่ใช่เสนอมาที่ตน เพราะมอบงานด้านการปฏิรูปให้ สปช.ไปแล้ว หากเป็นเรื่องกฎหมายก็มอบให้สภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) บทบาทตนวันนี้คือการขับเคลื่อนนโยบายรัฐบาล อย่าเอามาตีกัน วันนี้โชคดีที่ตนสามารถตอบได้ทุกเรื่อง ถ้าเป็นคนอื่นเขาไม่ตอบหรอก เมื่อถามว่ากังวลกับการเคลื่อนไหวของมูลนิธิมวลมหาประชาชนฯหรือไม่ พล.อ.ประยุทธ์ตอบว่า ถ้าถามว่ากังวลหรือไม่ ก็กังวลนะ เพราะคนที่ยังไม่รู้เรื่องไม่ค่อยรู้ตัวเองยังเยอะอยู่ ซึ่งพวกนี้มันเปลี่ยนไม่ได้แล้ว ลำบากนะที่เปลี่ยนไม่ได้ ก็เป็นหน้าที่ทุกคนดูกันต่อไปว่าจะเอาอย่างไร เมื่อเขาอยากมีประชาธิปไตย ก็ดูสิจะเลือกเขาเข้ามากันอีกหรือไม่ ไปว่ากันมาตนไม่อยากจะพูด

ไม่รู้เรื่อง “สมคิด” ไม่รับนั่ง รมต.

พล.อ.ประยุทธ์กล่าวถึงกระแสข่าวว่า นายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ ประธานที่ปรึกษานายกรัฐมนตรีด้านเศรษฐกิจ แจ้งไม่ขอรับตำแหน่งใดๆในการปรับ ครม.ครั้งนี้ ว่า ใครแจ้ง ยังไม่เห็นเลย ไม่รู้เรื่องว่าจะรับหรือไม่รับ แล้วยังไม่เห็นว่าตนจะตั้งใครเข้ามาเลย ที่มีข่าวออกมาขอถามว่าใครแจ้ง แล้วแจ้งกับใคร ยังไม่รู้เรื่องอะไรเลย เขาแจ้งผ่านสื่อมาหรือ ข่าวนี้มาจากไหน แหล่งข่าวเป็นใคร ประเภทแหล่งข่าวสภากาแฟของพวกสื่อ อย่าไปสนใจมากนัก มันพูดเรื่อยเปื่อย ตั้งได้ทุกวันนั่นแหละ ถ้ามีข่าวปลดนายกฯเมื่อไหร่แล้วค่อยมาถามตน

ทำเนียนบอกลืมชื่อ “ทักษิณ”

ผู้สื่อข่าวรายงานว่าหลังให้สัมภาษณ์เสร็จขณะที่นายกฯกำลังจะเดินทางกลับทำเนียบรัฐบาล ผู้สื่อข่าวได้ตะโกนถาม พล.อ.ประยุทธ์ถึงกรณี พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี เสนอตัวเป็นที่ปรึกษาด้านเศรษฐกิจให้กับรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์จึงหันมาทางผู้สื่อข่าวพร้อมกับทำท่าเหมือนไม่ได้ยิน ก่อนจะยกมือป้องหูพร้อมถามกลับว่า “ใครนะ ผมลืมแล้ว” ก่อนจะเดินออกจากวงสัมภาษณ์กลับไปยังทำเนียบรัฐบาล

ไม่พูดให้ร้ายก็ถือว่าช่วยชาติแล้ว

ที่ทำเนียบรัฐบาล นายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงกรณี พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี เสนอตัวเป็นที่ปรึกษาให้กับรัฐบาลว่า เป็นการเสนอตัว ท่านไม่ได้ยื่นใบสมัครมา ก็รับทราบ แต่ถ้าจะให้ท่านสมัครคงไม่สมัครเข้ามาหรอก ส่วนที่ถามว่าตามกฎหมายทำได้หรือไม่ อาจหมายถึงคุณสมบัติ ปัญหาแบบนี้ไม่มีเรื่องคุณสมบัติเข้ามาเกี่ยว ใครที่มีเจตนาดีก็ทำได้ไม่เป็นอะไรก็มาเป็นปากเป็นเสียงให้ประเทศได้ ไม่พูดให้ร้ายประเทศแค่นี้ก็พอแล้ว อยู่ที่ไหนก็ทำได้ เมื่อถามว่าตอนนี้เขาทำหรือยัง นายวิษณุตอบว่า จะไปรู้เขาหรือ

“บิ๊กโด่ง” ฮึ่มห้ามขยับป่วนเมือง

ที่กองการบิน กรมการขนส่งทหารบก (ขส.ทบ.) พล.อ.อุดมเดช สีตบุตร รมช.กลาโหม และ ผบ.ทบ. กล่าวถึงการจับตาความเคลื่อนไหวของนายสุเทพ เทือกสุบรรณ แกนนำ กปปส. ว่า ฝ่ายความมั่นคงต้องรักษาความเรียบร้อยให้ได้ ไม่ว่าจะฝ่ายใดก็ตาม ขอให้ระลึกถึงความสงบของประเทศ กรณีของนายสุเทพ เราต้องดูว่าถ้าเป็นการพบปะพูดคุยที่ไม่เกี่ยวข้องกับการเมือง และไม่ก่อให้เกิดความไม่เรียบร้อยก็ไม่น่ามีปัญหา เพราะกลุ่มวิชาการก็มีการจัดสัมมนาเชิงวิชาการกันมาก จนจะกลายเป็นส่วนหนึ่งของวิถีชีวิตไปแล้ว แต่ต้องเป็นไปตามกรอบที่ คสช.กำหนด ถ้าไม่เป็นไปตามนี้เราก็ไม่อนุญาต ขอทุกฝ่ายจะ แสดงออกอะไรก็ขอให้ระมัดระวังด้วย เพราะ คสช.ต้องรักษากฎระเบียบให้เป็นมาตรฐานเท่าเทียมกัน อยากให้ทุกอย่างดำเนินไปตามปกติ

ปฏิบัติกับทุกฝ่ายเท่าเทียมกัน

เมื่อถามว่าเห็นหนังสือขออนุญาตจากมูลนิธิมวลมหาประชาชนฯหรือไม่ พล.อ.อุดมเดชตอบว่า ยังไม่เห็น คงต้องดูรายละเอียดก่อนว่ามีลักษณะงานแบบใด ถ้าเป็นมูลนิธิที่สร้างสรรค์สิ่งดีก็ไม่น่ามีปัญหาอะไร แต่ถ้ามีรูปแบบที่ไม่เหมาะสมก็คงไม่ให้ดำเนินการ เมื่อถามว่าฝ่ายความมั่นคงจะติดตามเป็นพิเศษหรือไม่ เนื่องจากนายสุเทพเคยเคลื่อนไหวสร้างความวุ่นวายให้ประเทศ พล.อ.อุดมเดชตอบว่า ต้องปฏิบัติเหมือนกันทุกฝ่าย เพราะในภาพรวมเราต้องรักษาความสงบสุขของประเทศให้ได้ แต่ไม่ได้เพ่งเล็งอะไร เราติดตามทุกฝ่ายเท่าเทียมกัน ขอย้ำว่าอะไรที่ทำให้เกิดความไม่สงบต้องระงับไว้ คงยอมให้ไม่ได้

“เอกนัฏ” ยันจดแจ้งมูลนิธิฯถูกต้อง

ด้านนายเอกนัฏ พร้อมพันธุ์ เลขานุการมูลนิธิมวลมหาประชาชนฯ กล่าวถึงกำหนดการแถลงข่าวของนายสุเทพ เทือกสุบรรณ ว่า วันที่ 30 ก.ค. เวลา 10.00 น. นายสุเทพและคณะกรรมการมูลนิธิฯ จะพบปะพูดคุยกับสื่อมวลชน เพื่อประชาสัมพันธ์แนวทางการทำงานของมูลนิธิฯ ในการสนับสนุนการปฏิรูปตามเจตนารมณ์ของมวลมหาประชาชนสู่สาธารณะ ยืนยันว่ามูลนิธิฯจัดตั้งขึ้นมาอย่างถูกต้องตามกฎหมายเพื่อสานต่อภารกิจของมวลมหาประชาชน ในฐานะคนไทยที่จะผลักดันการปฏิรูปอย่างสร้างสรรค์ เพื่อประโยชน์ของส่วนรวม จะไม่มีการสร้างเงื่อนไขใดๆที่นำไปสู่ความขัดแย้งทางการเมือง และไม่เป็นอุปสรรคต่อการเดินหน้าขับเคลื่อนการปฏิรูปตามแผนงานของ คสช. ถ้าจะเรียกประชาชนมาฟังข้างเวทีบนถนนเหมือนเช่นเคย คงไม่เหมาะสมกับสถานการณ์ จึงเชิญพี่น้องติดตามข่าวสารผ่านสื่อสารมวลชน ที่โรงแรมอินเตอร์คอนติเนนตัล ราชประสงค์

“ถาวร” จี้ รบ.เร่งปฏิรูปทั้ง 6 ด้าน

นายถาวร เสนเนียม แกนนำ กปปส. และคณะ กรรมการมูลนิธิมวลมหาประชาชนฯ กล่าวว่า ตอนที่ถูกเชิญตัวไปปรับทัศนคติที่ศูนย์ปรองดองสมานฉันท์เพื่อการปฏิรูป (ศปป.) เคยยื่นข้อเสนอในการปฏิรูปประเทศ 6 ด้าน ตามแนวทางของมวลมหาประชาชน แต่เฝ้ามองการทำงานของ สปช.มาตลอด 1 ปี ยังไม่เห็นผลงานใดที่จับต้องได้เป็นรูปธรรมชัดเจน และยังเห็นค้านกรณีที่รัฐบาลจะตั้งสภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ 200 คน หลัง สปช.หมดวาระลง โดยอ้างว่าเพื่อสานงานปฏิรูปต่อ ทั้งที่รัฐบาลมีความพร้อมทุกด้าน ทั้งงบประมาณ บุคลากร ข้าราชการร่วม 3 ล้านคน เครื่องมือกฎหมาย รวมถึงรัฐธรรมนูญฉบับชั่วคราวมาตรา 44 ขึ้นอยู่กับความจริงใจ ความกล้าหาญของรัฐบาลว่าจะปฏิรูปประเทศหรือไม่เท่านั้น

นปช.ถามทำไมเกรงใจ “เทือก” นัก

นพ.เชิดชัย ตันติศิรินทร์ อดีต ส.ส.บัญชีรายชื่อพรรคเพื่อไทย และแกนนำ นปช. กล่าวว่า การเคลื่อนไหวของนายสุเทพ เทือกสุบรรณ หลังสึกออกมา คิดว่าผิดกฎหมายแน่นอน เพราะนายสุเทพมีเป้าหมายปฏิรูปการเมืองแต่ทำในนามมูลนิธิ ซึ่งกฎหมายระบุไว้ชัดเจนว่ามูลนิธิต้องไม่ยุ่งเกี่ยวการเมือง จึงอยากถามผู้มีอำนาจว่าจะดำเนินการอย่างไรกับนายสุเทพ วันนี้คนเสื้อแดงเองไม่มีการเคลื่อนไหวชุมนุมเลย การแสดงความเห็นก็เป็นไปตามหลักการ ฉะนั้น คสช.ก็ควรห้ามนายสุเทพไม่ให้เคลื่อนไหวด้วย ไม่เช่นนั้นจะเป็นสองมาตรฐาน

“นายสุเทพเป็นใคร ทำไม คสช.ถึงเกรงใจนักหนา อย่างนี้เข้าข่ายปากว่าตาขยิบเป็นพวกเดียวกันหรือไม่ ที่ผ่านมา คสช.ห้ามทุกอย่าง นักศึกษาชุมนุมก็จับกุมเขา คนฝ่ายตรงข้ามถูกกดดันติดตามไม่ให้แสดงความเห็น หาก คสช.ปล่อยให้นายสุเทพเคลื่อนไหวได้ ก็ต้องปล่อยให้คนกลุ่มอื่นเคลื่อนไหวได้เช่นกัน” นพ.เชิดชัยกล่าว

พท.ชี้สัญญาณเศรษฐกิจทรุดยาว

ขณะที่ น.ส.อนุตตมา อมรวิวัฒน์ รักษาการรองเลขาธิการพรรคเพื่อไทย กล่าวว่า จากตัวเลขการส่งออกเดือน มิ.ย. ที่ติดลบถึงร้อยละ 7.87 ต่ำสุดในรอบ 3 ปี 6 เดือน และเป็นการติดลบ 6 เดือนติดต่อกัน ทำให้ครึ่งปีแรกการส่งออกติดลบร้อยละ 4.84 ซึ่งเป็นไปตามที่คณะทำงานเศรษฐกิจพรรคเพื่อไทยเตือนไว้แต่แรก และคาดว่าเศรษฐกิจครึ่งปีหลังจะทรุดหนักกว่าครึ่งปีแรก หลังจากสหรัฐอเมริกาประกาศให้ไทยยังคงอยู่ในระดับเทียร์ 3 หากคิดว่าประเทศไทยจะไม่ได้รับผลกระทบอะไร หรือจะรณรงค์ไม่ให้ซื้อสินค้าตะวันตก ก็คงเป็นตรรกะวิบัติแน่นอน เพราะเชื่อว่าสหรัฐฯต้องมีมาตรการกีดกันทางการค้าออกมาแน่ จะทำให้การส่งออกของไทยที่ทรุดอยู่แล้วทรุดหนักกว่าเดิม เป็นดัชนีบ่งชี้ว่าแนวโน้มเศรษฐกิจในอีกหลายเดือนข้างหน้า จะแย่กว่านี้ การปรับ ครม.อาจไม่สามารถแก้ปัญหาได้ หนทางที่ดีที่สุดคือกลับสู่ประชาธิปไตยโดยเร็ว เพื่อฟื้นฟูความเชื่อมั่นนักลงทุนทั้งชาวไทยและต่างประเทศ

ซัดเอาตัวไม่รอดยังปฏิเสธ “แม้ว”

นางลดาวัลลิ์ วงศ์ศรีวงศ์ อดีต รมช.แรงงาน กล่าวว่า การที่รัฐบาลปฏิเสธข้อเสนอ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกฯ ที่พร้อมจะเป็นที่ปรึกษาด้านเศรษฐกิจให้กับรัฐบาลนั้น ถือเป็นเรื่องน่าเสียดาย เพราะนอกจาก พ.ต.ท.ทักษิณจะเป็นที่ยอมรับของคนไทยส่วนใหญ่แล้ว นานาประเทศยังให้ความเชื่อถือ แม้แต่นายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ ที่มีข่าวว่าจะเข้ามาบริหารเศรษฐกิจหลังปรับ ครม. ก็เรียนรู้เศรษฐกิจและสร้างชื่อเสียงมาจาก พ.ต.ท.ทักษิณ ขณะนี้ปัญหาเศรษฐกิจทับถมมาก ทั้งการส่งออกที่ลดลง 6 เดือนติด การลงทุนที่หดหาย แล้วยังมาเจอปัญหาเทียร์ 3 การปฏิเสธข้อแนะนำและความเห็นจากผู้มีความรู้ความสามารถ ถือเป็นตรรกะวิบัติอย่างหนึ่ง

“วิษณุ” แจง “เด็จพี่” มีสิทธิ์ขออภัยโทษ

ที่ทำเนียบรัฐบาล นายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงกรณีพรรคเพื่อไทยเตรียมยื่นฎีกาขอพระราชอภัยโทษให้กับนายพร้อมพงศ์ นพฤทธิ์ อดีตโฆษกพรรคเพื่อไทย และนายเกียรติอุดม เมนะสวัสดิ์ อดีต ส.ส.อุดรธานี พรรคเพื่อไทย ว่า สามารถทำได้โดยยื่นเรื่องไปที่กรมราชทัณฑ์ จากนั้นส่งเรื่องมาให้กระทรวงยุติธรรม ถวายความเห็นเสนอไปยังสำนักพระราชวังตามขั้นตอน ทุกคนมีสิทธิ์ทำ บางครั้งไม่ได้ติดคุกมีแค่โทษปรับยังขอพระราชทานอภัยโทษเลย และไม่จำเป็นต้องรับโทษให้ถึง 60 วันก่อน เพราะกว่าจะเขียนฎีกาก็ผ่านไปหลายวันแล้ว

มือโพสต์หมิ่น “บิ๊กตู่” รายงานตัว

ช่วงเช้าวันเดียวกันที่ศาลทหารกรุงเทพ กรมพระธรรมนูญ นางรินดา ปฤชาบุตร หรือหลิน อายุ 44 ปี ผู้ต้องหาในความผิดฐานนำข้อมูลอันเป็นเท็จสู่ระบบตาม พ.ร.บ.ว่าด้วยการกระทำความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ มาตรา 116 และมาตรา 348 กล่าวหาว่า พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา โอนเงินไปยังประเทศสิงคโปร์กว่าหมื่นล้านบาท เดินทางมารายงานตัวต่อศาลทหารกรุงเทพ หลังครบกำหนดผลัดสอง 12 วัน ซึ่งก่อนหน้านั้นศาลทหารฯอนุญาตให้นางรินดาประกันตัวในหลักทรัพย์ 1 แสนบาท โดยนางรินดากล่าวว่า มาให้ข้อมูลและชี้แจงต่อศาลทหาร ซึ่งเป็นข้อมูลเดียวกับที่เคยชี้แจงพนักงานสอบสวน เพราะทุกอย่างคือเรื่องจริง ตนยอมรับในความผิดพลาดที่เกิดขึ้นแต่ยืนยันไม่ได้ตั้งใจทำให้เกิดความวุ่นวาย และไม่รู้รายละเอียดของข้อกฎหมาย หากจะบอกว่าคนไทยต้องรู้กฎหมายนั้น ตนเชื่อว่าคงไม่มีคนไทยคนไหนจดจำกฎหมายได้ทุกมาตรา ความผิดพลาดจึงเกิดขึ้นได้เป็นธรรมดา

พร้อมเดินหน้าสู้คดีตามขั้นตอน

“เมื่อผิดพลาดไปแล้วเราพร้อมรับผิดชอบบนหลักการของความยุติธรรม ก่อนหน้านั้น เราเข้าใจว่ามีสิทธิที่จะแสดงความคิดเห็นได้ แต่ก็เกิดความหมิ่นเหม่เกี่ยวกับ พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ จึงเกิดคดีขึ้น ต้องมาขึ้นศาลและพร้อมดำเนินการตามกฎหมาย ทั้งนี้ที่ผ่านมาศาลให้ประกันตัวตามสิทธิขั้นพื้นฐาน แต่กระบวนการตามกฎหมายยังมีอยู่ เราก็พร้อมดำเนินการ ความกังวลใจก็มีบ้างเพราะตั้งแต่เกิดมายังไม่เคยถูกดำเนินคดี จนถึงตอนนี้ถอยหลังไม่ได้แล้วต้องสู้ต่อไป เหมือนกับชะตาชีวิตกำหนดให้เราโดนแบบนี้” นางรินดากล่าว

พลเมืองโต้กลับอุทธรณ์ฟ้อง คสช.

ที่แผนกอุทธรณ์-ฎีกา ศาลอาญา นายอานนท์ นำภา ทนายความกลุ่มพลเมืองโต้กลับ เข้ายื่นอุทธรณ์คำสั่งที่ศาลอาญาไม่รับฟ้องคดีหมายเลขดำ อ.1805/2558 ที่นายพันธ์ศักดิ์ ศรีเทพ และสมาชิกกลุ่มพลเมืองโต้กลับ รวม 15 ราย เป็นโจทก์ยื่นฟ้อง พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯ และหัวหน้า คสช. กับพวกที่เป็นคณะ คสช. เป็นจำเลยที่ 1-5 ในความผิดฐานเป็นกบฏ ล้มล้างหรือเปลี่ยนแปลงรัฐธรรมนูญ หรือล้มล้างอำนาจนิติบัญญัติ บริหาร และตุลาการ หรือแบ่งแยกราชอาณาจักร ตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 113 ซึ่งศาลอาญามีคำสั่งไม่รับฟ้องคดีดังกล่าว โดยคำอุทธรณ์ของกลุ่มพลเมืองโต้กลับ ระบุขอให้ศาลอุทธรณ์มีคำพิพากษากลับคำสั่งของศาลชั้นต้น โดยสั่งให้ศาลชั้นต้นรับคำฟ้องของโจทก์ไว้พิจารณาและมีคำพิพากษาต่อไป เพื่อประโยชน์แห่งความยุติธรรม ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญามาตรา 162 เบื้องต้นศาลอาญารับคำอุทธรณ์ไว้ในสารบบความ เพื่อมีคำสั่งว่าจะรับอุทธรณ์ของโจทก์ไว้หรือไม่

ขยายเวลาทำ ก.ม.ลูกเป็น 90 วัน

วันเดียวกันที่รัฐสภา มีการประชุม คณะกรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญ มีนายบวรศักดิ์ อุวรรณโณ ประธาน กมธ.ยกร่างรัฐธรรมนูญ เป็นประธานการประชุม เพื่อพิจารณาร่างรัฐธรรมนูญ ในส่วนของบทเฉพาะกาล ซึ่งที่ประชุมเห็นพ้องให้แก้ไขระยะเวลาดำเนินการยกร่าง พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการเลือกตั้ง ส.ส.และการได้มาซึ่ง ส.ว. ร่าง พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยพรรคการเมือง และร่าง พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยคณะกรรมการเลือกตั้ง (กกต.) จากเดิมที่กำหนดให้ สนช.ต้องทำให้เสร็จภายใน 60 วัน เพิ่มอีก 30 วัน รวมเป็น 90 วัน โดยอ้างว่าต้องดำเนินการจัดทำประชามติ จึงต้องขยายวันเพิ่มเติมออกไปเพื่อพิจารณาให้รอบคอบ

คาดมีเลือกตั้งช่วงเดือน ก.ย.59

นอกจากนี้ ที่ประชุมยังเห็นพ้อง ให้มีการเลือกตั้ง ส.ส.ภายใน 90 วัน และดำเนินการให้ได้มาซึ่ง ส.ว.ภายใน 150 วันนับตั้งแต่มีการประกาศใช้กฎหมายประกอบรัฐธรรมนูญทั้ง 3 ฉบับ คาดว่าการเลือกตั้ง ส.ส.น่าจะมีขึ้นช่วงเดือน ก.ย.2559 และจะมีรัฐบาลชุดใหม่ประมาณต้นปี 2560 อย่างไร– ก็ตาม ครม.ชุดปัจจุบันและ คสช.ยังคงปฏิบัติหน้าที่ต่อไปและยังมีอำนาจโดยสมบูรณ์ทุกประการ จนกว่าจะมีรัฐบาลชุดใหม่ ส่วนเนื้อหาเกี่ยวกับการปฏิรูปและการสร้างความปรองดอง กมธ.ยกร่างฯยังไม่มีข้อสรุปในเรื่องสัดส่วนของคณะกรรมการยุทธศาสตร์เพื่อการปฏิรูปและการสร้างความปรองดอง แต่เห็นว่าช่วงระยะเวลาการเปลี่ยนผ่านของประเทศ ควรกำหนดให้คณะกรรมการยุทธศาสตร์ฯมีอายุการ ทำงานประมาณ 4 ปี

สปช.ผ่านปฏิรูปคุ้มครองผู้บริโภค

ที่รัฐสภา มีการประชุมสภาปฏิรูปแห่งชาติ (สปช.) มีนายเทียนฉาย กีระนันทน์ ประธาน สปช. เป็นประธานการประชุม เพื่อพิจารณารายงานของ กมธ.ปฏิรูปการคุ้มครองผู้บริโภค โดยมีสาระสำคัญคือการผลักดันสิทธิผู้บริโภคให้ได้รับการคุ้มครองตามกฎหมาย เพื่อให้เกิดการปฏิรูปคุ้มครองผู้บริโภค สินค้าและบริการ ให้มีคุณภาพมาตรฐานสูงขึ้น มีการบังคับใช้กฎหมายที่เกี่ยวข้องกับการคุ้มครองผู้บริโภค ให้มีกฎหมายจัดตั้งองค์กรอิสระเพื่อการคุ้มครอง

ผู้บริโภค ทำหน้าที่ให้ความเห็นประกอบการพิจารณาของหน่วยงานรัฐในการเสนอกฎหมาย และกำหนดมาตรการเพื่อคุ้มครองผู้บริโภค และผลักดันร่าง พ.ร.บ.การแจ้งเตือนและจัดการสินค้าไม่ปลอดภัย ร่าง พ.ร.บ.ความรับผิดเพื่อชำรุดบกพร่องในสัญญาซื้อขายเพื่อการคุ้มครองผู้บริโภค ร่าง พ.ร.บ.คุ้มครองผู้เสียหายจากการรับบริการสาธารณสุข โดยที่ประชุมลงมติเห็นชอบรายงานและร่างกฎหมายดังกล่าว และส่งให้ ครม.พิจารณาต่อไป

เร่งเครื่องดันวาระปฏิรูปให้จบ

นายเทียนฉาย กีระนันทน์ ประธาน สปช. กล่าวถึงกรอบการทำงานของ สปช.ในช่วงเวลาที่เหลือ ว่า สปช.เร่งทำงานขับเคลื่อนทุกด้าน เพื่อให้เสร็จก่อน กมธ.ยกร่างฯจะส่งร่างรัฐธรรมนูญมาให้พิจารณา โดยเฉพาะเรื่องแผนปฏิรูปประเทศ เมื่อ สปช. ให้ความเห็นชอบในชั้นสุดท้าย จะส่งให้ ครม.พิจารณาต่อไป ซึ่งสิ่งสำคัญที่สุดในการดูแลเรื่องการปฏิรูปคือประชาชน เมื่อ สปช.หมดวาระลงจะมีสภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศมาดำเนินการต่อ จึงขอเชิญชวนประชาชนติดตามแผนการปฏิรูปที่ สปช.จะรายงานต่อรัฐบาลในวันที่ 13 ส.ค. ที่โรงแรมเซ็นทาราศูนย์ราชการ แจ้งวัฒนะ

โพลชี้ สนช.กลวงโบ๋ชาวบ้านไม่รู้จัก

อีกเรื่อง นิด้าโพลเปิดผลสำรวจความคิดเห็นประชาชน “1 ปี สภานิติบัญญัติแห่งชาติ” พบว่า ประชาชนถึงร้อยละ 57.70 ไม่ทราบว่า สนช.คืออะไร มีร้อยละ 42.30 ที่ทราบ โดยร้อยละ 68.48 ระบุว่ารับรู้ข้อมูลข่าวสารของ สนช.บ้างเป็นครั้งคราว สำหรับความเห็นประชาชนต่อการดำเนินงานในรอบ 1 ปีของ สนช. พบว่าร้อยละ 27.13 มองว่าสนช.มุ่งมั่นทำงานเพื่อการปฏิรูปประเทศ รองลงมาคือการพิจารณาออกกฎหมายสำคัญจำนวนมาก ขณะที่บางส่วนมองว่า สนช.ทำได้เพียงออกกฎหมายตามใบสั่งของรัฐบาลและ คสช.เท่านั้น เมื่อเปรียบเทียบกับการทำงานของ สนช. กับสมาชิกรัฐสภาที่มาจากการเลือกตั้งในอดีต พบว่าร้อยละ 37.04 มองว่า สนช.ทำงานได้ดีกว่า มีร้อยละ 33.21 ที่เห็นว่าสมาชิกรัฐสภาทำงานได้ดีกว่า

นายกฯหันแก้หนี้สินให้เกษตรกร

วันเดียวกัน ที่ห้องประชุมกระทรวงอุตสาหกรรม พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯและหัวหน้า คสช. เป็นประธานการประชุมคณะหัวหน้าส่วนราชการระดับกระทรวงหรือเทียบเท่า ครั้งที่ 4 ต่อมาพล.อ.ประยุทธ์แถลงว่า เป็นการย้ำงานเร่งด่วน ที่สำคัญวันนี้ประเทศไทยเดินด้วยเกษตรอย่างเดียวไม่ได้แล้ว ความขัดแย้งจะสูงขึ้น คนยากจนมีมากขึ้นเรื่อยๆ หนี้สินครัวเรือนก็สูงขึ้นกว่า 3 แสนล้านบาท จากนี้รัฐบาลจะเอาทั้งหนี้ครู หนี้เกษตรกรมาดูทั้งหมด อย่างหนี้สินชาวไร่ชาวนากำลังดูให้เขาหลุดจากตรงนี้ โดยสัปดาห์หน้าจะเริ่มจ้างงานในพื้นที่หลังให้งบประมาณไป ทั้งการขุดลอก ปรับแต่งคันดิน ขุดบ่อน้ำ จะมีเม็ดเงินให้กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เพื่อให้เกษตรกรไปปลูกพืชชนิดอื่น ให้ทุนเขา เพราะบางพื้นที่ปลูกไปก็ไร้ค่า ปลูกไปก็ตายเพราะน้ำไม่มี แนวโน้มจะไม่มีไปเรื่อยๆ โดยหนี้สินครัวเรือน จะมีการชะลอการชำระหนี้ พักหนี้ ใช้ทั้งกลไกรัฐและกลไกธนาคารพาณิชย์

อย่าไปฟังพวกสู่รู้แต่ทำไม่สำเร็จ

นายกฯกล่าวอีกว่า จำคำตนไว้ วันนี้รัฐบาลนึกถึงคนจนมากกว่าคนรวย แต่ต้องทำให้คนรวยเขาด้วยเพราะสร้างห่วงโซ่ถึงกัน ถ้าเขาลงทุนได้ก็จะมีเม็ดเงินกลับมา แต่ที่ผ่านมามันไม่ได้โยงกันมันก็ดึงกันทั้งระบบ ต้องสร้างรายได้ อยากให้ฟังกันบ้างอย่าคิดเอง วันนี้มีหลายส่วนทั้งเจตนาดีและไม่ดี ทั้งการเมืองเข้ามาตีกันจนทำอะไรไม่ได้ซักอย่าง ชาวนาต้องหน้าตาเหี่ยวย่นหลังโก่งตลอดไปหรือ ต้องให้เวลาข้าราชการและเจ้าหน้าที่ทำงาน ต้องเข้าใจธรรมเนียมปฏิบัติของข้าราชการ เขาต้องรักษากฎกติกาให้มากที่สุด ต้องเห็นใจและต้องปรับความเข้าใจ เพราะเป็นช่วงแห่งการเปลี่ยนผ่านประเทศไทยไปสู่อนาคต อย่าไปฟังไอ้คนที่ออกมาพูด เคยอยู่มาแล้วก็ไม่ทำ ทำไม่สำเร็จแล้วมาพูดว่าเราทุกวัน เราจะมาทำลายประเทศกันทำไม ที่ผ่านมาก็แย่อยู่แล้ว

คุณอาจสนใจข่าวนี้

คุณอาจสนใจข่าวนี้