วันพฤหัสบดีที่ 15 พฤศจิกายน พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐLogin
ศก.ชะลอตัว ของแพง หั่นเป้าธุรกิจประกันชีวิตปี 58 โตเพียง 7%

ศก.ชะลอตัว ของแพง หั่นเป้าธุรกิจประกันชีวิตปี 58 โตเพียง 7%

  • Share:

“สาระ” เผย ศก.ชะลอตัว ของแพง ฉุดเบี้ยประกันชีวิตรับรายใหม่ 5 เดือนแรกปี 58 ร่วง 15.8% ชี้ช่องทางขายผ่านตัวแทน ยังคงมีสัดส่วนสูง ประเมินธุรกิจประกันชีวิตทั้งปี โตเพียง 7%...

นายสาระ ล่ำซำ นายกสมาคมประกันชีวิตไทย เปิดเผยภาพรวมธุรกิจประกันชีวิตไทยตั้งแต่เดือนมกราคม - พฤษภาคม ปี 2558 ว่า เบี้ยประกันชีวิตรับรวมทั้งสิ้น 214,579.9 ล้านบาท อัตราการเติบโตเพิ่มขึ้นจากระยะเดียวกันของปีก่อนร้อยละ 2.0 โดยแยกเป็นเบี้ยประกันชีวิตรับรายใหม่จำนวน 65,338.7 ล้านบาท อัตราการเติบโตลดลงร้อยละ 15.8 และเบี้ยประกันชีวิตรับปีต่อไปจำนวน 149,241.1 ล้านบาท อัตราการเติบโตเพิ่มขึ้นร้อยละ 12.4 โดยมีอัตราความคงอยู่ร้อยละ 84

ส่วนสาเหตุที่เบี้ยประกันชีวิตรับรายใหม่ มีอัตราการเติบโตของเบี้ยประกันภัยรับที่ลดลง เป็นผลมาจากภาวะเศรษฐกิจในปัจจุบันชะลอตัว อัตราค่าครองชีพสูงขึ้น ส่งผลต่อกำลังซื้อของประชาชนลดลง นอกจากนี้ มีปัจจัยจากการปรับนโยบายการบริหารการขายของแต่ละบริษัทประกันชีวิต ให้มีความเหมาะสมกับสภาวะการณ์ปัจจุบัน เพื่อให้สอดคล้องกับนโยบายการปรับลดการปล่อยสินเชื่อของสถาบันการเงิน ส่งผลให้ผลงานเบี้ยประกันภัยปรับใหม่ มีอัตราการเติบโตแบบชะลอตัว ขณะเดียวกันในส่วนของเบี้ยประกันภัยต่ออายุ ก็มีอัตราการเติบโตที่ค่อนข้างคงที่ถึงชะลอตัวเล็กน้อย จากการที่มีกรมธรรม์ฯ ที่ครบกำหนดชำระ แต่ยังคงมีความคุ้มครองอยู่เป็นจำนวนมาก

ในส่วนของช่องทางการจำหน่ายไตรมาส 1 ปี 2558 เบี้ยประกันชีวิตที่ขายผ่านช่องทางตัวแทนประกันชีวิต 62,330.2 ล้านบาท เติบโตขึ้นร้อยละ 4.2 เมื่อเทียบกับระยะเวลาเดียวกันในปีที่ผ่านมา การขายผ่านธนาคาร 61,294.6 ล้านบาท เติบโตลดลงร้อยละ 7.1 การขายผ่านช่องทางอื่นๆ 6,048.8 ล้านบาท เติบโตขึ้นร้อยละ 10.1 และการขายผ่านช่องทางโทรศัพท์ 4,065.3 ล้านบาท เติบโตขึ้นร้อยละ 4.6 อย่างไรก็ดี การจำหน่ายผ่านช่องทางตัวแทนประกันชีวิต ยังคงมีสัดส่วนสูงที่สุดร้อยละ 46.6 ของเบี้ยประกันชีวิตรับทั้งหมด รองลงมาเป็นการขายผ่านธนาคารสัดส่วนร้อยละ 45.8 อันดับสาม การขายผ่านช่องทางอื่นๆ สัดส่วนร้อยละ 4.5 และอันดับสี่ การขายผ่านการตลาดแบบตรง สัดส่วนร้อยละ 3.0

สำหรับครึ่งปีหลัง ปี 2558 คาดว่าธุรกิจประกันชีวิตจะยังมีแนวโน้มเติบโตอย่างต่อเนื่อง แต่ในอัตราที่ลดลงกว่าทุกปี (ในรอบ 10 ปีที่ผ่านมา) สมาคมคาดว่าอัตราการเติบโตของธุรกิจประกันชีวิตในปี 2558 จะเติบโตเพียงร้อยละ 7 จำนวนเบี้ยประกันภัยรับรวมประมาณ 539,000 ล้านบาท (เมื่อต้นปี คาดว่าจะเติบโตร้อยละ 13 เบี้ยประกันภัยรับรวมประมาณ 571,000 ล้านบาท)

ทั้งนี้ ปัจจัยที่ช่วยสนับสนุนให้ภาคธุรกิจประกันชีวิตเติบโต อาทิ การปรับปรุงหรือการออกกฎระเบียบต่างๆ ให้รองรับกับสถานการณ์ในปัจจุบันและอนาคต, ส่งเสริมให้ภาคธุรกิจมีการออกผลิตภัณฑ์ใหม่ๆ เพื่อตอบสนองความต้องการของลูกค้าในทุกระดับ และส่งเสริมให้ผู้เอาประกันภัยนำค่าเบี้ยประกันชีวิตมาหักลดหย่อนภาษีเงินได้ส่วนบุคคลได้ ทำให้ประชาชนหันมาให้ความสนใจในการทำประกันชีวิตมากขึ้น เป็นต้น.

คุณอาจสนใจข่าวนี้

คุณอาจสนใจข่าวนี้