วันจันทร์ที่ 20 สิงหาคม พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

ปิดโรงงาน! ผลิตชุดกีฬาส่งออกเจอพิษ ศก. ลูกจ้างเคว้ง

พับฐานไปอีกรายโรงงานผลิตชุดกีฬาส่งออกไปยุโรป ของนายทุนชาวจีนตั้งอยู่ที่อุดรธานี ประกาศปิดกิจการตั้งแต่ 31 ก.ค.58 ลูกจ้างประจำ และรายวันรอรับเงินงวดสุดท้ายรวมค่าชดเชยที่ต้องจ่ายเกือบ 14 ล้าน อ้างเศรษฐกิจย่ำแย่ ขาดทุนต่อเนื่อง...

เมื่อตอนเช้าวันที่ 29 ก.ค. 58 นายภาณุ เหี้ยมหาญ แรงงานและสวัสดิการสังคม จ.อุดรธานี พร้อมเจ้าหน้าที่จาก สนง.ประกันสังคม จ.อุดรธานี สนง.จัดหางาน จ.อุดรธานี เดินทางไปที่โรงงานของ บริษัทไทย ท็อป อีเกิ้ล การ์เมนท์ จำกัด เลขที่ 261 ถนนมิตรภาพ หมู่ 1 ต.นาข่า อ.เมือง จ.อุดรธานี ผลิตชุดกีฬาส่งออก 100 เปอร์เซ็นต์ เพื่อติดตามการนัดหมายจ่ายเงินเดือน ค่าจ้าง ค่าชดเชย กรณีประกาศเลิกกิจการ ในวันที่ 31 กรกฎาคมนี้ ให้กับลูกจ้างประจำ และรายวัน โดยมีกำลังตำรวจจากสถานีตำรวจย่อยนาข่า อ.เมือง อุดรธานี เดินทางมาดูแลความเรียบร้อย

ทั้งนี้ พนักงานของ บริษัทไทย ท็อป อีเกิ้ล การ์เมนท์ จำกัด ได้แจ้งให้บุคคลภายนอก รวมทั้งสื่อมวลชนออกไปอยู่ด้านนอก โดยมีพนักงานลูกจ้างทั้งหมดที่ไม่ได้ทำงาน รวมตัวอยู่ภายในโรงงาน รอการยืนยันการจ่ายเงินผ่านบัญชีธนาคารไทยพาณิชย์จำกัด (มหาชน) สาขาอุดรธานี โดยมีรถบรรทุกสิบล้อ 2 คัน มารอรับสินค้าชุดสุดท้าย และมีรถตู้คอนเทนเนอร์ขนาดใหญ่ มาจอดรอขนของอยู่ด้านนอกโรงงาน แต่พนักงานขอไม่ให้ขนสินค้า จนกว่าจะมีการจ่ายเงินค่าจ้างและชดเชยก่อน ขณะเดียวกันได้มีนักธุรกิจจากกรุงเทพฯ มาเฝ้าดูสถานการณ์เพื่อขอซื้อสินค้า วัสดุอุปกรณ์ เครื่องจักร และวัสดุสำนักงาน

ส่วนภายในโรงงาน มีการปิดประกาศลงวันที่ 30 มิถุนายน 2558 ระบุว่า เป็นประกาศแจ้งปิดกิจการ ให้พนักงานและลูกจ้างทราบ เนื่องจากสภาพเศรษฐกิจที่ย่ำแย่ในช่วงเวลาที่ผ่านมา ส่งผลให้มียอดสั่งซื้อสินค้าน้อยลง และประสบปัญหาขาดทุนต่อเนื่อง ทำให้ไม่สามารถดำเนินกิจการต่อไปได้ ทางบริษัทฯ จึงมีความจำเป็นปิดกิจการ ในวันที่ 31 กรกฎาคมนี้ จึงขอเลิกจ้างพนักงานทุกท่าน โดยจะปฏิบัติตามกฎหมายแรงงาน ในเรื่องค่าจ้างและค่าชดเชย

นายสุริยา ชากุทน อายุ 41 ปี หัวหน้าแผนกตัดผ้าของโรงงาน กล่าวว่า โรงงานแหล่งผลิตเสื้อผ้ากีฬายี่ห้อ ‘จาโก้’ ส่งออกไปยุโรปทั้งหมด ตนมาทำงานที่นี่ 2 ครั้ง ครั้งแรก 3 ปี ครั้งที่สอง 1 ปีครึ่ง ได้เงินเดือน 12,000 บาท พอใจที่โรงงานจะจ่ายค่าชดเชยตามกฎหมาย และรู้สึกเห็นใจโรงงานที่มีปัญหาขาดทุน ซึ่งเชื่อว่าเกิดจากปัญหาค่าแรงงานที่ขยับขึ้นจากวันละ 180 บาทเป็น 300 บาท เงินเดือนลูกจ้างประจำก็ปรับขึ้นด้วย ขณะที่การผลิตสินค้าเป็นไปตามปกติ หลังจากนี้ไปคิดว่าจะหางานทำที่กรุงเทพฯ

ขณะที่ นางรุ่งอรุณ แก้วสอดส่อง อายุ 35 ปี ราษฎรบ้านเชียงหวาง ต.เชียงหวาง อ.เพ็ญ จ.อุดรธานี เปิดเผยว่า แต่งงานแล้วมีลูก 2 คน มาทำงานในฐานะลูกจ้างรายวันมา 6 ปี เพราะเห็นว่าโรงงานอยู่ไม่ไกลจากบ้าน ขี่รถจักรยานยนต์ไม่นานก็ถึงโรงงานแล้ว เสียดายที่โรงงานนี้ต้องปิดไป ยังไม่มีเป้าหมายว่าจะไปทำงานอะไร ทำที่ไหน ขอเวลาสักระยะ และจะไปขึ้นทะเบียนกับจัดหางาน จ.อุดรธานี โดยจะเลือกงานที่อยู่ใกล้บ้านก่อน

เช่นเดียวกับ นางสุมิตรา วรรณษา อายุ 40 ปี แม่ค้าขายของชำในโรงงาน เผยว่า ในโรงงานมีร้านขายอาหาร 3 ร้าน ขายของชำ 1 ร้าน มีความผูกพันกับคนงานมาก เพราะอยู่ด้วยกัน จุนเจือกันมาเกือบ 10 ปี ไม่มีเงินก็ติดกันไว้ก่อน เงินออกก็เอามาให้ วันนี้จึงได้ไปเหมาก๋วยเตี๋ยวรถเร่ มาเลี้ยงคนงานเพื่อเป็นการขอบคุณ ในฐานะที่เป็นลูกค้า ดูแลเรามาเช่นกัน

ต่อมา นายชายชาญ เอี่ยมเจริญ รอง ผวจ.อุดรธานี ได้เดินทางมาพบกับนายเชลโซ่ แองเจอเลส กรรมการผู้จัดการ และผู้บริหารโรงงาน พร้อมกับนายภาณุ เหี้ยมหาญ แรงงานและสวัสดิการสังคม จ.อุดรธานี เพื่อตรวจสอบความเรียบร้อย โดยใช้เวลาราว 30 นาที ได้ออกมาให้สัมภาษณ์กับผู้สื่อข่าวว่า ทราบล่วงหน้าว่าโรงงานนี้จะปิดกิจการ จึงสั่งการให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องตรวจสอบ พบว่าโรงงานค่อนข้างจะไปไม่ไหวจนต้องปิดกิจการ จึงแจ้งให้ทุกหน่วยมาดูแล เพราะการปิดกิจการจะต้องปฏิบัติตามกฎหมายแรงงานของไทย

นายชายชาญ กล่าวว่า โรงงานแห่งนี้มีคนงาน 2 ประเภท คือ ลูกจ้างรายวัน ที่มี 282 คน มีค่าจ้างค้างจ่ายในงวดที่ 2 คนละประมาณ 15 วัน ซึ่งตามกฎหมายนอกจากจะได้เงินค่าจ้างรายวันแล้ว จะได้เงินค่าชดเชยที่จะจ่ายให้ตามอายุงานเพิ่มอีก นอกจากนี้ยังมีลูกจ้างรายเดือนอีก 40 คน ที่จะได้รับเงินจาก 3 ส่วน คือ เงินค่าจ้างรายเดือน เงินชดเชย และเงินสินจ้างแทนการบอกกล่าวล่วงหน้า ที่มีในกฎหมายแรงงาน และยังจะได้เงินจากการประกาศหยุดกิจการ หลังจากวันที่ 2 สิงหาคม ก็จะได้เงินเดือนล่วงหน้าอีก 1 เดือน รวมทั้งหมดที่นายจ้างต้องจ่ายให้คนงานรวมทั้งสิ้น 13,900,689 บาท ซึ่งมีตัวแทนคนงานเฝ้าดูบัญชี หากมีเงินเข้าบัญชีของคนงาน เขาก็พร้อมจะแยกย้ายกันกลับบ้าน อย่างไรก็ตาม หากวันนี้ทางเจ้าของกิจการไม่จ่ายค่าจ้างที่ค้าง เราก็มีมาตรการล่วงหน้าที่จะดำเนินการไว้แล้ว

ด้าน นายสวาท ธีระรัตนนุกูลชัย ประธานหอการค้า จ.อุดรธานี เปิดเผยว่า ทราบข่าวการปิดกิจการของโรงงานแห่งนี้แล้ว ซึ่งคงเป็นไปตามภาวะตลาดโลกที่หดตัว แต่คงไม่กระทบต่อภาพทางเศรษฐกิจของ จ.อุดรธานี เพราะที่ผ่านมา จังหวัดเราเน้นในภาคบริการ ภาคการท่องเที่ยว มากกว่าภาคอุตสาหกรรม ซึ่งการปิดกิจการ อาจเป็นเพราะเขาต้องการย้ายฐานการผลิตไปยังประเทศที่มีค่าแรงถูกกว่าบ้านเรา

ผู้สื่อข่าวรายงานด้วยว่า บริษัทไทย ท็อป อีเกิ้ล การ์เมนท์ จำกัด เป็นของนักลงทุนจากประเทศจีน โดยมาเช่าโกดังเก็บวัสดุก่อสร้างของโชคดีตราชั่ง นักธุรกิจของ จ.อุดรธานี ทำการปรับปรุงเป็นโรงงาน และเปิดดำเนินกิจการมากว่า 9 ปี เพื่อผลิตสินค้าที่เป็นเสื้อผ้ากีฬา ยี่ห้อหลักคือ ‘จาโก้’ และยี่ห้ออื่นในบางครั้ง ส่งออกไปประเทศเยอรมัน และยุโรป ขณะนี้โชคดีตราชั่งได้ประกาศหาผู้เช่าใหม่แล้ว.

พับฐานไปอีกรายโรงงานผลิตชุดกีฬาส่งออกไปยุโรป ของนายทุนชาวจีนตั้งอยู่ที่อุดรธานี ประกาศปิดกิจการตั้งแต่ 31ก.ค.58 ลูกจ้างประจำ และรายวันรอรับเงินงวดสุดท้ายรวมค่าชดเชยที่ต้องจ่ายเกือบ 14ล้าน อ้างเศรษฐกิจย่ำแย่ ขาดทุนต่อเนื่อง... 29 ก.ค. 2558 19:18 29 ก.ค. 2558 20:01 ไทยรัฐ