วันเสาร์ที่ 18 สิงหาคม พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

เช็กความพร้อม 'น้องเมย์' ก่อนลุยศึกขนไก่ชิงแชมป์โลก 2015

เหลือเวลาอยู่แค่ไม่กี่สัปดาห์ การแข่งขันศึกลูกขนไก่ชิงแชมป์โลกในปี 2015 ก็กำลังจะกลับมาระเบิดศึกให้กับแฟนแบดมินตันทั่วโลกได้ติดตามชมกัน และปีนี้ประเทศอินโดนีเซีย อีกหนึ่งมหาอำนาจของวงการจะรับหน้าเสื่อจัดการแข่งขันเป็นครั้งที่ 3 ในประวัติศาสตร์...

และแน่นอนว่าในปีนี้ นักตบลูกขนไก่ทีมชาติไทยได้ตบเท้าเข้าร่วมการแข่งขันอีกเช่นเคยในหลายๆ ประเภท แต่ที่เป็นความหวังและจุดสนใจคือ "น้องเมย์" รัชนก อินทนนท์ อดีตแชมป์โลกหนึ่งเดียวของไทยซึ่งเคยสร้างประวัติคว้าแชมป์เมื่อปี 2013 พร้อมเป็นแชมป์โลกที่อายุน้อยที่สุดในวัยเพียง 18 ปี เท่านั้น 

และในครั้งนี้ ทีมข่าวกีฬาได้รับเกียรติจาก "น้องเมย์" และสโมสรบ้านทองหยอดในการพูดคุยเกี่ยวกับความพร้อมก่อนถึงศึกชิงแชมป์โลก 2015 รวมถึงเรื่องราวต่างๆ ที่น่าสนใจ และเส้นทางในการก้าวไปสู่โอลิมปิก 2016 ที่ประเทศบราซิลในปีหน้า ว่ามีความยากง่ายเพียงใดในเส้นทางการไปหยิบเหรียญให้กับแฟนกีฬาชาวไทยได้ร่วมชื่นชมในผลงานกันอีกครั้ง

สภาพร่างกายตอนนี้มีความพร้อมแค่ไหน

ก็อยู่ประมาณ 90 เปอร์เซ็นต์ ไม่มีอาการบาดเจ็บรบกวน ตอนนี้วางโปรแกรมซ้อมปกติแล้วก็พยายามรักษาสภาพร่างกายให้ดีที่สุดเพื่อจะไปแข่งขันชิงแชมป์โลก ที่ประเทศอินโดนีเซีย ในช่วงต้นเดือนสิงหาคมนี้

ก่อนหน้านี้อาการบาดเจ็บที่ทำให้เราฟอร์มตกลงไปหายดีมากน้อยแค่ไหน

ก่อนหน้านี้ก็จะมีอาการบาดเจ็บที่บริเวณหลัง แต่ตอนนี้หายดีเป็นปกติแล้ว

มีการพูดคุยเพื่อวางแผนทำคะแนนเพื่อไปโอลิมปิกอย่างไรบ้าง

ตอนนี้ยังไม่มีการคุยกับโค้ชว่าควรจะทำอะไรยังไงบ้าง เพียงแต่หลักๆ ก็อยากให้มีคะแนนสะสมจบอยู่ในอันดับที่ 1-4 ให้ได้ เพราะจะได้เป็นมือวางในการแบ่งสาย และทำให้งานของเราง่ายขึ้นด้วย

มีความพอใจแค่ไหนเกี่ยวกับฟอร์มโดยรวมตลอดช่วงปี 2015

สำหรับครึ่งปีแรก ถือว่าเป็นผลงานที่น่าพอใจที่สามารถคว้าแชมป์ได้ทั้งชิงแชมป์เอเชีย, อินโดนีเซีย โอเพ่น 2015 และเหรียญทองประเภททีมหญิงในการแข่งขันซีเกมส์ครั้งที่ 28 โดยเฉพาะทีมหญิงซีเกมส์ที่ผู้ใหญ่ในทีมไว้วางใจให้หนูไปแข่งเพื่อทำแต้มให้กับทีม ก็รู้สึกดีใจค่ะ

ถ้าเทียบเป็นเปอร์เซ็นต์ ให้ตัวเองเท่าไรในช่วงครึ่งปีแรก

ก็ประมาณเกือบ 100 เปอร์เซ็นต์ เพราะว่าปกติแล้วในช่วงครึ่งปีแรก เมย์ไม่เคยคว้าได้ถึง 3 แชมป์เลย

ย้อนกลับไปในซีเกมส์ครั้งที่ผ่านมา รู้สึกเสียดายไหมที่เราไม่ได้มีโอกาสลงแข่งขันในประเภทหญิงเดี่ยว

ลึกๆ แล้วก็เสียดายนะคะ เพราะรู้สึกว่าช่วงนี้ตัวเองฟอร์มดี แต่ก็ไม่ได้เสียใจอะไรมากเพราะเราก็ยังมีหน้าที่ในการแข่งขันลีกที่ประเทศจีนด้วย แล้วโดยส่วนตัวก็คิดว่าน้องครีม (บุศนันท์ อึ้งบำรุงพันธ์) จะสามารถคว้าเหรียญทองมาครองได้อยู่แล้ว

เมื่อ 3 ปีที่แล้ว ซึ่งน้องเมย์ต้องไปเล่นแบดมินตันลีกที่ประเทศจีน มีบางกระแสเป็นห่วงว่านักกีฬาจีนจะจับทางได้ง่ายขึ้นเพราะเห็นฟอร์มเราบ่อย ตอนนั้นรู้สึกยังไงบ้าง

ไม่ได้คิดถึงขั้นที่ว่าไปแล้วคู่ต่อสู้จะศึกษาเกมเราได้หรือเปล่า หรือว่าโค้ชจีนที่สามารถจับทางเราได้ แต่โดยส่วนตัวคิดว่ามันไม่ใช่ เพราะเราไปแล้วได้เจอกับมือที่ไม่ค่อยรู้จักแต่กลายเป็นว่าทำให้เราได้เรียนรู้มากขึ้น และทำให้เราไม่ประมาทคู่ต่อสู้ด้วย

แล้วการไปเล่นที่จีนช่วยพัฒนาเราได้ตรงไหนบ้าง

พัฒนาตรงที่ว่าความแข็งแรง เพราะอย่างน้อยเราต้องมีความแข็งแรงแล้วก็มีเทคนิคการเล่นที่ต้องพัฒนาให้ดีขึ้น ซึ่งมันเป็นรายได้ที่ดีในการที่เขาจ้างเราไปเล่น

ในช่วงที่ผ่านมา น้องเมย์สามารถเอาชนะนักกีฬาจีนมาได้เกือบทุกคนแล้ว ยกเว้น "หวัง ยี่ หาน" เพียงคนเดียว ที่ยังไม่เคยเอาชนะได้เลยตลอด 10 ครั้งที่พบกัน โดยส่วนตัวคิดว่าเป็นเพราะอะไร

ถ้าดูจากฟอร์มการเล่น หนูคิดว่าเขาเป็นคนไม่ยอมคนอยู่แล้ว แต่พอกับหนูเขายิ่งไม่ยอมใหญ่ เพราะที่ผ่านมาไม่ว่าจะเป็นน้องครีมหรือใคร เขาอาจจะเคยแพ้มาบ้างแล้ว อีกอย่างสภาพตอนนั้นถือว่าเขายังไม่ดีมาก แต่ตอนนี้ดูเหมือนว่าฟอร์มเขากำลังพีคกลับมาอีกรอบ ทำให้แพ้เขาแค่นิดเดียวในครั้งที่ผ่านมา (รอบรองชนะเลิศแบดมินตัน ไทเป โอเพ่น 2015) แต่ก็ยังมั่นใจตัวเองที่จะเอาชนะเขาได้ในครั้งต่อไป

จุดอ่อนที่คิดว่าต้องแก้ไขโดยด่วนตอนนี้คิดว่าคือจุดไหน

มันก็มีบ้างเป็นบางจังหวะ ที่ลูกเข้าตัวแล้วเรายังทำได้ไม่ดีพอ ซึ่งตอนนี้ก็เน้นให้คู่ซ้อมที่เป็นผู้ชายตบใส่ในเวลาซ้อม เพราะว่าการที่เราได้คู่ซ้อมเป็นผู้ชายมันจะทำให้สปีดลูกหรือการออกลูกจะเร็วกว่าผู้หญิง ซึ่งจะช่วยในการแข่งขันระดับโลกที่คู่ต่อสู้จะตบหนักและเคลื่อนที่เร็ว

กิจวัตรประจำวันของน้องเมย์มีอะไรบ้าง

ก็ไม่ค่อยมีอะไรมาก ถ้าว่างจะพักผ่อนหรือบางทีก็เล่นมือถือบ้าง เพราะอยู่นี่ (สโมสรบ้านทองหยอด) จะซ้อมตลอดอยู่แล้ว 3 เวลา ส่วนในเรื่องของการเรียนถ้ามีเวลาจริงๆ ก็จะไปที่มหาวิทยาลัยกรุงเทพธนบุรี เพื่อไปตามงานบ้าง

เหลือเวลาอีกไม่กี่สัปดาห์จะถึงการแข่งขันชิงแชมป์โลก ตอนนี้การฝึกซ้อมเข้มข้นขนาดไหน

โปรแกรมการฝึกซ้อมรู้สึกว่ามันจะเริ่มหนักขึ้นเรื่อยๆ แต่ก็มีบ้างที่ต้องผ่อน เพราะว่าสภาพร่างกายถ้าซ้อมหนักมาจนถึงชิงแชมป์โลกอาจจะทำให้ร่างกายฟื้นไม่ทัน แต่โค้ชก็พยายามดูว่าช่วงนี้มันยังเหลือเวลาอีกสักพักที่เราสามารถเร่งได้ และสามารถสร้างโปรแกรมที่หนักได้ แล้วช่วยใกล้ถึงทัวร์นาเมนต์ค่อยเสริมในเรื่องเทคนิคที่มากขึ้น

แน่นอนว่ากีฬามีทั้งแพ้และชนะ แต่เวลาที่รู้สึกท้อมีวิธีการดึงสติตัวเองให้กลับมาสู่ภาวะปกติอย่างไรบ้าง

หนูจะพยายามไม่คิดถึงเกมที่แพ้มากนัก เพราะกีฬามันมีทั้งแพ้ทั้งชนะ ถ้าเราคิดว่าเกมของเราดีแล้ว อะไรที่มันทำให้เรารู้สึกท้อก็ทิ้งมันไป ส่วนอะไรที่ไม่ดีก็ต้องแก้ไขต่อไป

เคยมีความรู้สึกเบื่อไม่อยากซ้อมแบดมินตันบ้างหรือไม่ในช่วงที่ผ่านมา

ก็เคยมีบ้างที่รู้สึกตรงนั้น แต่มันเป็นหน้าที่ไปแล้ว คือเราจะคิดว่าไม่เอาก็ไม่ได้เพราะเราเป็นนักกีฬาอาชีพ ถึงไม่อยากซ้อมยังไงแต่เราก็ต้องฝืนจิตใจตัวเองให้ได้ เพราะส่วนใหญ่มันไม่ได้เบื่อที่ว่าเราไม่อยากตีแบดขนาดนั้น เพียงแต่ว่าบางทีรูปแบบโปรแกรมมันเดิมๆ ก็เลยทำให้เราไม่อยากตีมากกว่า 

มีวิธีจัดการกับอารมณ์หงุดหงิดที่ค้างจากเกมการแข่งขัน ซึ่งไม่เป็นไปตามที่ใจต้องการอย่างไรบ้าง

อาจจะมีบ้างที่เราแพ้ด้วยแต้มสูสีแล้วก็เสียดายตรงนั้นมากกว่า แต่ก็ต้องคิดว่าพรุ่งนี้มันเป็นวันใหม่แล้วก็ต้องทำหน้าที่ของเราต่อไป เพราะการแข่งขันมันไม่ได้มีแค่รายการนั้นรายการเดียว แต่ยังมีอีกหลายรายการให้เราสู้ต่อไป

พอจะบอกได้ไหมว่าความแตกต่างของโค้ชทั้งสองคนไม่ว่าจะเป็นโค้ชเซี่ย จือหัว กับโค้ชเป้ ภัทรพล เงินศรีสุข มีความเหมือนหรือแตกต่างกันอย่างไร

ก็แตกต่างกันพอสมควร เพราะโค้ชเซี่ย จะเป็นเหมือนการให้กำลังใจข้างสนามเสียมากกว่า ส่วนรูปแบบเกมจะมีบอกบ้าง เพราะบางทีหนูจะมีคิดเองบ้าง ขณะที่พี่เป้ ข้างสนามเขาจะบอกรูปเกมเยอะกว่าเพื่อแนะนำวิธีการเล่นให้ดีขึ้นระหว่างช่วงพักเบรกระหว่างเกม

ด้วยความมีชื่อเสียงมาตั้งแต่เด็ก ทุกวันนี้รู้สึกชินกับโดนจับจ้องจากคนภายนอกบ้างหรือยัง

จะบอกว่าไม่ชินก็คงไม่ใช่ เพราะตอนนี้เราอาจจะเป็นที่รู้จักแล้วคนข้างนอกเวลาเจอหน้าเขาจะเข้ามาให้กำลังใจบ้าง บางทีก็ทำให้รู้สึกดี

แรงกระตุ้นที่ช่วยเติมเชื้อไฟในการแข่งขันเพื่อไล่ล่าแชมป์ของน้องเมย์คืออะไร

อาจจะเพราะอยากทำเพื่อครอบครัว อยากทำเพื่อสโมสรบ้านทองหยอดที่เลี้ยงดูเมย์มาตั้งแต่เด็ก แล้วก็อยากทำเพื่อคนไทยทั้งประเทศให้ร่วมดีใจไปกับผลงานของเราด้วยด้วย

น้องเมย์เคยเข้าไปอ่านความคิดเห็นของแฟนกีฬาเกี่ยวกับเราในโลกโซเชียล มีเดียบ้างไหม

โดยส่วนตัวคิดว่ามันเป็นเรื่องธรรมดาที่นักกีฬาคนอื่นๆ มาก็จะอ่านเหมือนกัน แต่มันอยู่ที่ว่าเราจะใส่ใจกับคอมเมนต์ของคนที่พูดมามากน้อยแค่ไหน เพราะบางทีคนที่ไม่เคยอยู่ในจุดที่เรายืนอยู่ เขาไม่รู้หรอกว่าเราเกร็ง แล้วฟอร์มการเล่นก็ออกมาไม่ดีอย่างที่หวัง แล้วเรารู้สึกยังไง

รับมือกับความคาดหวังของแฟนแบดมินตันอย่างไรบ้าง ที่อยากจะเห็นเราก้าวขึ้นไปคว้าเหรียญทองโอลิมปิก หรือขึ้นไปเป็นมือหนึ่งของโลก

ถามว่ากดดันไหม โดยส่วนตัวเมย์รู้สึกเฉยๆ มากกว่า เพราะตอนนี้แค่พยายามทำผลงานของตัวเองให้ดีเสียก่อนเป็นอันดันแรก และถ้าฟอร์มการเล่นรวมถึงผลงานดีจริงๆ มันก็จะไปถึงจุดนั้นได้อย่างแน่นอน แล้วก็ส่วนที่เราจะเป็นอย่างที่หวังได้หรือไม่ มันขึ้นอยู่กับผลลัพธ์ของการฝึกซ้อมมากกว่า

แล้วถ้าย้อนกลับไปหลังจากคว้าแชมป์โลกเมื่อปี 2013 ล่ะ รู้สึกกดดันไหม

ก็มีกดดันบ้าง เพราหนูคิดว่าทุกคนพยายามที่จะบีบหรือคาดหวังให้ต้องเป็นแชมป์ หรือบางคนก็พูดว่าฟลุคหรือเปล่าที่เป็นแชมป์ แต่บางคนก็ให้กำลังใจบอกว่าน้องจะเป็นแชมป์ทุกรายการมันไม่ได้ ขนาดแชมป์โลกบางคนยังไม่สามารถได้แชมป์ทุกรายการเลย มันทำให้หนูอ่านแล้วเข้าใจมากขึ้นว่าจริงๆ แล้วการจะเป็นมือหนึ่งของโลกหรือการจะเป็นแชมป์โอลิมปิก มันไม่จำเป็นต้องเป็นแชมป์ทุกรายการ เพียงแค่ว่าเรารักษามาตรฐานของเราเอาไว้ให้ได้ แล้วพอถึงโอลิมปิกเราค่อยเต็มที่กับตรงนั้น เหมือนอย่างเช่น หลิน ตัน ก็เคยพูดว่ามันไม่จำเป็นหรอกว่าต้องป็นแชมป์ทุกรายการ เพราะมันมีตั้งกี่รายการที่แข่งตลอดทั้งปี เพราะฉะนั้นเลือกรายการที่เราคิดว่าสำคัญมากกว่า

วางเป้าหมายศึกชิงแชมป์โลกครั้งนี้ไว้อย่างไรบ้าง

ตั้งเป้าหมายไว้ที่รอบ 8 คนสุดท้าย เพราะว่าตอนนี้ในประเภทหญิงเดี่ยวถือว่าค่อนข้างสูสี ตั้งแต่รอบแรกจนถึงรอบลึกๆ เชื่อว่าทุกคนต้องฝ่าฟันอะไรมาเยอะแยะมาก รวมถึงคะแนนในอันดับโลกก็ห่างกันไม่เยอะด้วย

แล้ววางเป้าหมายของตัวเองในอนาคตไว้ยังไงบ้าง

ถ้าพูดถึงการยืนระยะในการเล่นอาชีพคงจะไม่น่าถึง 30 เพราะหนูใช้ร่างกายหนักมาตั้งแต่เด็ก ถ้าเต็มที่แล้วก็น่าจะถึงประมาณสักอายุ 25 ที่จะสามารถรักษามาตรฐานการเล่นเอาไว้ได้ แต่ถามว่าหลังจากนั้นก็น่าจะยากที่จะทำให้มีผลงานที่ดีแบบนี้ได้ เพราะจุดพีคของนักแบดมินตันหญิงน่าจะอยู่ที่ประมาณ 20-25 ปี ไม่น่าจะเกินนี้

ส่วนหลังจากเลิกเล่นอาชีพก็คงจะอยู่ในวงการนี้ต่อไป มองไว้ว่าอยากจะเป็นโค้ชซึ่งสามารถสร้างรายได้ให้กับเราได้มากกว่าการไปทำงานในสายอาชีพอื่น เพราะพื้นฐานเรามาทางนักกีฬาตั้งแต่ต้นอยู่แล้ว

มีเคล็ดลับอะไรแนะนำสำหรับน้องๆ รุ่นใหม่ที่อยากเดินตามรอย น้องเมย์ ในอนาคต

จริงๆ แล้วเราไม่รู้หรอกว่าเราจะเป็นทีมชาติได้หรือเปล่า หรือสิ่งที่เราใฝ่ฝันได้ไหมในอนาคตได้หรือไม่ ขอเพียงแค่รู้จักหน้าที่ของตัวเอง มีระเบียบวินัย มั่นฝึกซ้อมทุกครั้ง โดยส่วนตัวหนูคิดว่าการที่เราฝึกซ้อมเยอะกว่าคนอื่นจะช่วยให้ฝีมือพัฒนาให้ดีขึ้นได้ โดยเฉพาะตัวหนูเองก็อยากที่จะเปลี่ยนแปลงครอบครัวให้มีฐานะที่ดีขึ้น อาจจะไม่ใช่ถึงขั้นในฐานะเศรษฐี แต่อย่างน้อยเราก็อยากทำเพื่อพ่อแม่และครอบครัว ซึ่งหนูคิดว่าใครๆ ก็ทำได้ถ้ามีความพยายาม ส่วนจะไปได้ถึงฝันได้ไหมก็ต้องใส่ใจในเรื่องของรายละเอียดปลีกย่อย โดยเฉพาะการคิดแก้เกมเองโดยไม่ต้องรอให้โค้ชสั่ง รวมถึงโชคชะตาของแต่ละคนด้วย

แสดงว่าจุดที่ต้องการย้ำคือในเรื่องระเบียบวินัยที่นักกีฬาต้องยึดถือไว้เป็นสำคัญ

ใช่ค่ะ เพราะโดยส่วนตัวคิดนักกีฬาทุกคนมีความขี้เกียจอยู่แล้วอยู่ที่ว่าจะมีมากน้อยแค่ไหน แต่บางคนขี้เกียจมากจนไม่เอาเลย ไม่ซ้อมก็ไม่ไหวเหมือนกัน อย่างตัวเองก็มีบ้างไม่ใช่ว่าจะไม่มีเลย แต่เราต้องพยายามควบคุมให้มันน้อยที่สุด เพราว่าตอนนี้เราโตแล้ว และที่กำลังทำอยู่มันคือหน้าที่ อีกอย่างคือหนูกลัวแม่ปุก (กมลา ทองกร เจ้าของสโมสรบ้านทองหยอด) ด้วย ไม่อยากให้ผู้ใหญ่มองว่าเราขี้เกียจ รวมถึงอยากที่จะพัฒนาฝีมือขึ้นไปให้ทันรุ่นพี่ด้วย

ก่อนแข่งขันทุกนัดมีการขอกำลังใจพิเศษจากคนรอบข้างบ้างไหม

ก็ไม่เชิงว่าเป็นการขอกำลังใจ เเต่เป็นการพูดคุยกันมากกว่า โดยเฉพาะก่อนขึ้นเครื่องพ่อแม่จะโทรมาบอกให้ตั้งใจ ทำผลงานให้เต็มที่อย่ากดดันตัวเอง เพราะที่ผ่านมาในช่วงปี 2014 หนูจะชอบกดดันตัวเอง พ่อแม่ก็เลยบอกว่าไม่ได้คาดหวังนะ แค่อยากให้ทำให้ได้แค่นั้นเอง อย่างน้อยทำเต็มที่ไว้ก่อน ได้ไม่ได้ช่างมัน

นอกจากนี้ก็ยังมีคู่ซ้อมหรือ พี่ๆ น้องๆ ในสโมสรที่คอยให้กำลังใจ และช่วยกระตุ้นว่าหนูโชคดีนะที่มีคนคอยให้กำลังใจ คอยดูแล มันทำให้หนูกลับมาคิดว่าเรามีโอกาสที่ดีมีผู้ใหญ่รักเรา ซึ่งมีน้อยมากที่จะโชคดีแบบนี้ทำให้อยากตอบแทนเขาด้วยการทำดีที่สุด

สุดท้ายอยากฝากบอกอะไรกับแฟนกีฬาชาวไทยบ้างเกี่ยวกับแบดมินตันชิงแชมป์โลก 2015 ที่กำลังจะมาถึง

สำหรับการแข่งขันชิงแชมป์โลกในปีนี้ ก็อยากให้แฟนกีฬาช่วยให้กำลังใจนักกีฬาทุกคนที่เดินทางไปชิงแชมป์โลก ที่ประเทศอินโดนีเซีย ด้วย เพราะหนูคิดว่านักกีฬาทุกคนฝึกซ้อมกันมาอย่างหนัก เพราะทั้งโค้ชและนักกีฬาต่างก็เครียดที่อยากจะทำผลงานออกมาดีให้กับคนไทยได้ชื่นชม และจะพยายามทำผลงานให้ดีที่สุดโดยไม่ยอมแพ้ง่ายๆ เพราะทุกรายการที่แข่งสำหรับพวกเราสำคัญหมด เพราะมีผลโดยตรงกับการควอลิฟายไปเล่นโอลิมปิกในปีหน้า ที่สำคัญคือเราอยากให้มีนักกีฬาของไทยเข้าไปแข่งขันที่บราซิลให้มากกว่าในคร้ังที่แล้วด้วย ฝากส่งกำลังใจช่วยเชียร์กันด้วยนะคะ

May... Guru

ในศึกการแข่งขันแบดมินตันชิงแชมป์โลกในปีนี้ ประเภทหญิงเดี่ยวมีนักกีฬาหลายคนที่อยู่ในข่ายของการก้าวขึ้นมาเป็นแชมป์ และเป็นคู่แข่งโดยตรงของ "น้องเมย์" อย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ อย่างไรก็ตาม ด้วยประสบการณ์ที่เคยพบกันมาก่อนหน้านี้ ไทยรัฐออนไลน์จึงวานอดีตแชมป์โลก 2013 ขวัญใจชาวไทยช่วยวิเคาระห์คู่แข่งตัวเต็งที่ต้องพบกับในปีนี้ให้ฟังกันบ้างว่าใครมีจุดเด่นจุดด้อยตรงไหนบ้าง...

แคโรลินา มาริน อายุ 22 ปี จากสเปน (แชมป์หญิงเดี่ยวปี 2014)

จุดเด่นคือมีความคล่องตัว และการออกลูกที่ดุดันแข็งแรง เพราะเขามีพื้นฐานอย่างแข็งแรงอยู่แล้ว แต่ว่าเทคนิคการเล่นยังเป็นรองอยู่บ้าง ซึ่งบางทีเราเจอกับเขาและใช้เทคนิคเยอะๆ เขาจะไม่ค่อยชอบ บางครั้งออกอาการหงุดหงิด แล้วเขาก็เริ่มเล่นลูกเสี่ยงอยู่บ่อยครั้ง

หวัง ยี่ หาน อายุ 27 ปี / หวัง ซื่อ เสียน อายุ 24 ปี / หลี เสี่ยว เร่ย อายุ 24 ปี จากจีน

ถือว่าเป็นรายการแรกที่จีนเข้าชิงกันเองที่ไทเป (ไทเป โอเพ่น 2015 เมื่อต้นเดือนกรกฎาคมที่ผ่านมา) คือตอนนี้ก็เหมือนเป็นงานหนักของจีนที่ตอนนี้หลายๆ ประเทศกำลังพัฒนาขึ้นมา และอีกอย่างเขาก็อยู่ในช่วงอายุ 20 กลางๆ ทำให้สภาพร่างกายไม่ดีเหมือนแต่ก่อน ไม่เหมือนนักแบดมินตันจากชาติอื่นที่ยังอยู่แค่ 20 ต้นๆ กันอยู่ ทำให้มีอาการบาดเจ็บรบกวนบ่อยเพราะเขาซ้อมหนักเป็นปกติกันส่วนใหญ่

ไซนา เนวัล อายุ 25 ปี จากอินเดีย

ไซนา เนวัล ถือว่าเป็นคนที่ตีแล้วไม่ค่อยสวยมาก แต่เขามีจุดเด่นตรงที่ตีโต้ได้นาน อึดทน สู้ทุกเม็ดเก็บทุกจังหวะ มีสไตล์ คล้ายๆ กับ แคโรลินา มาริน เลยก็ว่าได้

ซอง จี ฮุน อายุ 24 ปี จากเกาหลีใต้

เขาเป็นคนที่การเคลื่อนตัวที่ไม่ค่อยดีมากนักเพราะเขาตัวใหญ่ แต่ลูกหลังจะดีและเก่ง โดยเฉพาะลูกไม้สูงเพราะเขาได้เปรียบที่เป็นคนตัวสูงด้วยทำให้ได้เปรียบคู่ต่อสู้ในเรื่องของการตีลูก

อย่าลืมติดตามผลงานรวมถึงส่งกำลังใจให้กับ "รัชนก อินทนนท์" และเหล่านักกีฬาแบดมินตันทีมชาติไทยในการแข่งขันชิงแชมป์โลก 2015 ที่ประเทศอินโดนีเซีย ในระหว่างวันที่ 10-16 สิงหาคมนี้

เหลือเวลาอยู่แค่ไม่กี่สัปดาห์ การแข่งขันศึกลูกขนไก่ชิงแชมป์โลกในปี2015 ก็กำลังจะกลับมาระเบิดศึกให้กับแฟนแบดมินตันทั่วโลกได้ติดตามชมกัน และปีนี้ประเทศอินโดนีเซีย อีกหนึ่งมหาอำนาจของวงการจะรับหน้าเสื่อจัดการแข่งขันเป็นครั้งที่3 29 ก.ค. 2558 08:38 29 ก.ค. 2558 21:19 ไทยรัฐ