วันจันทร์ที่ 12 พฤศจิกายน พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐLogin
ยื่นเปลี่ยนตัว หัวหน้าพงส. คุมสอบ-คดีเสี่ยชูวงษ์ อ้างสนิทสนม ‘บรรยิน’

ยื่นเปลี่ยนตัว หัวหน้าพงส. คุมสอบ-คดีเสี่ยชูวงษ์ อ้างสนิทสนม ‘บรรยิน’

  • Share:

ญาติ “เสี่ยชูวงษ์” เดือดบุกร้องเรียน พล.ต.อ.สมยศ พุ่มพันธุ์ม่วง ผบ.ตร. กรณีหัวหน้าพนักงานสอบสวนประกาศการสอบสวนการตายเป็นอุบัติเหตุ โวยพบความสัมพันธ์ระหว่าง พ.ต.อ.ทวีรัชต์ ศรีธวัชพงศ์ รอง ผบก.น.4 หัวหน้าพนักงานสอบสวน และ พ.ต.ท.บรรยิน ตั้งภากรณ์ จบโรงเรียนนายร้อยตำรวจรุ่น 39 ด้วยกัน แต่ ผบ.ตร.ยังแบ่งรับแบ่งสู้ไม่รับปาก ด้าน “ประวุฒิ” ยันตำรวจยังไม่ฟันธงว่าคดีเสี่ยพันล้านเป็นอุบัติเหตุหรือฆาตกรรม ต้องรอหลักฐานอีกหลายอย่าง ส่วนคดีการโอนหุ้นยอมรับกองปราบฯพบพิรุธเพียบ เร่งสอบคนดูแลหุ้นว่าการโอนถูกต้องตามขั้นตอนข้อบังคับของตลาด หลักทรัพย์หรือไม่ ขณะที่ “บรรยิน” หอบลูกเมียไปให้พนักงานสอบสวน สน.อุดมสุข สอบปากคำ ในส่วนความสัมพันธ์กับเหยื่ออุบัติเหตุ

กรณีการเสียชีวิตของนายชูวงษ์ แซ่ตั๊ง อายุ 51 ปี นักธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ ขณะนั่งรถยนต์เลกซัส สีดำ แอลเอ็กซ์470 ทะเบียน ภฉ 1889 กรุงเทพมหานคร ที่มี พ.ต.ท.บรรยิน ตั้งภากรณ์ อดีต รมช.พาณิชย์ เป็น คนขับและเกิดอุบัติเหตุชนต้นไม้ตรงข้ามซอย 61 ถนนเฉลิมพระเกียรติ ร.9 แขวงและเขตสวนหลวง ต่อมาญาติผู้ตายตรวจสอบพบว่า นายชูวงษ์โอนหุ้นมูลค่าประมาณ 300 ล้านบาท ให้กับผู้หญิง 2 คนที่ญาติเชื่อว่าเป็นคนใกล้ชิดของ พ.ต.ท.บรรยิน จึงเข้าร้องเรียน พล.ต.อ.สมยศ พุ่มพันธุ์ม่วง ผบ.ตร.ให้สืบสวนคลี่คลายคดี จากการสอบสวน น.ส.กัญฐณา ศิวาธนพล อายุ 26 ปี พริตตี้สาวคนสนิทที่รับโอนหุ้นมูลค่าประมาณ 228 ล้านบาท จากนายชูวงษ์ ยอมรับว่ามีความสัมพันธ์ลึกซึ้งกับผู้ตายจนตั้งท้อง 7 เดือน ส่วน น.ส.อุรชา วชิรกุลฑล อายุ 26 ปี หรือน้องป้อนข้าว เจ้าหน้าที่ฝ่ายการตลาดบริษัทหลักทรัพย์เออีซี จำกัด ผู้รับโอนหุ้นจากนายชูวงษ์ประมาณ 40 ล้านบาท เข้าให้การว่า มีความสัมพันธ์กับผู้ตายเช่นกัน ล่าสุดมีข่าวว่าตำรวจลงความเห็นว่า เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเป็นอุบัติเหตุนั้น

ความคืบหน้าจากสำนักงานตำรวจแห่งชาติ เมื่อเวลา 11.30 น.วันที่ 28 ก.ค. นางวันเพ็ญ ธนธรรมศิริ พี่สาว นายกันต์ แซ่ตั๊ง ลูกชาย และนายเอนก คำชุ่ม ทนายความ เข้ายื่นหนังสือถึง พล.ต.อ.สมยศ พุ่ม– พันธุ์ม่วง ผบ.ตร. ขอเปลี่ยนตัวหัวหน้าพนักงานสอบสวนคดีที่ สน.อุดมสุข นายเอนกกล่าวว่า ได้รับมอบหมายจากครอบครัวนายชูวงษ์ให้นำหนังสือมายื่นต่อ พล.ต.อ.สมยศ เกี่ยวกับหัวหน้าพนักงานสอบสวนผู้ควบคุมสำนวนคดี คือ พ.ต.อ.ทวีรัชต์ ศรีธวัชพงศ์ รอง ผบก.น.4 เนื่องจากเกิดความไม่สบายใจ เพราะ พ.ต.อ.ทวีรัชต์เป็น นรต.รุ่น 39 รุ่นเดียวกับ พ.ต.ท.บรรยิน ตั้งภากรณ์ หลังมีข่าวว่าสาเหตุการตายของนายชูวงษ์เกิดจากอุบัติเหตุ ซึ่งครอบครัวเคลือบแคลงสงสัยว่าข่าวอย่างนี้ออกมาได้อย่างไร ทั้งๆที่การสอบสวนยังไม่แล้วเสร็จ การให้ข่าวอย่างนี้ยิ่งทำให้ครอบครัวของนายชูวงษ์ไม่สบายใจมากยิ่งขึ้น จึงยื่นหนังสือเพื่อขออนุญาตเปลี่ยนหัวหน้าชุดสอบสวน ซึ่งจะเป็นผลดีกับสำนักงานตำรวจแห่งชาติและยังเป็นผลดีกับทุกๆฝ่าย เพื่อให้หัวหน้าพนักงานสอบสวนเป็นคนกลาง เพราะสังคมอยากรู้ว่าผลสุดท้ายจะลงเอยอย่างไร

นายเอนกกล่าวอีกว่า อยากจะขอให้หยุดเสนอข่าวทำนองว่าเป็นอุบัติเหตุ ทิศทางการดำเนินคดีจะได้เป็นไปในรูปแบบเดียวกัน เพราะสำนวนการสอบสวนทั้งที่ สน.อุดมสุข และกองปราบฯ มีลักษณะเชื่อมโยงกัน ส่วนผลจะเชื่อมโยงกันหรือไม่ต้องรอการสอบสวนของตำรวจกองปราบฯ ซึ่งข้อเท็จจริงยังไม่ได้ข้อยุติ ยังมีเอกสารที่ต้องเรียกจากบริษัทหลักทรัพย์ฯ ครอบครัวได้ส่งเอกสารไปยังกองปราบฯเช่น คลิปวีดิโอ เอกสารเสียงนายชูวงษ์ที่พูดก่อนตาย 1 วัน เอาไปเปรียบเทียบกับเสียงที่ใช้ซื้อขายหุ้น จะทำให้พิสูจน์ได้ว่าเป็นเสียงนายชูวงษ์จริงหรือไม่ นอกจากนี้ เรายังมีเอกสารที่จะเชื่อมโยงว่าใครมีส่วนในการกระทำความผิดหรือไม่ ในเอกสารชุดนี้ครอบครัวมีความเชื่อมั่นว่าสามารถลงโทษผู้กระทำความผิดได้ สุดท้ายเรื่องอุบัติเหตุที่ พ.ต.อ.ทวีรัชต์ ให้ข่าวจะจริงจะเท็จไม่ทราบ ถ้าผลสุดท้ายสรุปว่า เป็นอุบัติเหตุ ตราบใดที่ครอบครัวนายชูวงษ์ยังมีข้อเคลือบแคลงสงสัยจะไม่ยุติแค่นี้ ต้องหากระบวนการยุติธรรมอื่นๆดำเนินการ เช่น ขอความเป็นธรรมไปยังพนักงานอัยการเพื่อให้สอบสวนพยานเพิ่มเติม หรืออาจจะใช้สิทธิฟ้องร้องเช่นเดียวกับคดีอื่น

ด้าน พล.ต.อ.สมยศกล่าวว่า กรณีญาติของนายชูวงษ์ขอเปลี่ยนตัวพนักงานสอบสวน เป็นเรื่องของผู้บังคับบัญชาที่จะกระทำได้ แต่ต้องบอกเหตุผลว่าขอเปลี่ยนเพราะสาเหตุใด เนื่องจากคดีนี้ พล.ต.ท.ศรีวราห์ รังสิพราหมณกุล ผบช.น. ลงไปดูด้วยตนเอง และรายงานมาแล้วว่ายังไม่พบข้อสงสัยใดที่บ่งบอกว่าเป็นการฆาตกรรม หลายๆอย่างบ่งบอกว่าน่าจะเป็นอุบัติเหตุ ตนมั่นใจการปฏิบัติหน้าที่ของพนักงานสอบสวนว่าจะไม่มีการช่วยเหลือ พยานหลักฐาน เป็นอย่างไรก็ว่าไปตามนั้น ไม่มีการกลั่นแกล้งให้ร้ายป้ายสี แต่พนักงานสอบสวนต้องมีคำตอบให้ญาติผู้เสียชีวิตหรือบอกสังคมให้ได้ว่าเหตุใดจึงพิจารณาว่าเป็นอุบัติเหตุ ส่วนกรณีญาติอ้างว่า รอง ผบก.น.4 เป็นเพื่อนรุ่นเดียวกับ พ.ต.ท.บรรยิน อาจไม่สามารถอ้างให้เปลี่ยนพนักงานสอบสวนได้ หากเปลี่ยน พนักงานสอบสวนจะเกิดความรู้สึกไม่ดีต่อผู้ปฏิบัติหน้าที่ ตนเชื่อว่าพนักงานสอบสวนและเจ้าหน้าที่ทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้องปฏิบัติหน้าที่อย่างตรงไปตรงมา

“ถ้าพยานหลักฐานบ่งบอกว่าเป็นฆาตกรรม ต่อให้ร้อยเพื่อนบรรยินก็ช่วยไม่ได้ อย่างกรณีที่ตนมอบหมายให้ พล.ต.อ.จรัมพร สุระมณี ที่ปรึกษา ผบ.ตร.ด้านนิติวิทยาศาสตร์ ฝั่ง พ.ต.ท.บรรยินก็ไม่พอใจ จึงอยากถามว่า พล.ต.อ.จรัมพรมีชื่อเสียง มีศักดิ์มีศรีจะให้ใครมาชี้นำไปทางซ้ายทางขวาตาม อำเภอใจได้เมื่อไหร่ มันขึ้นอยู่กับพยานหลักฐาน ผมเชื่อมั่นว่าเจ้าหน้าที่ทุกคนไม่มีความคิดว่าจะต้องเข้าข้างฝ่ายใดฝ่ายหนึ่ง แต่ถ้าสงสัยอะไรก็บอกพนักงานสอบสวน จะได้สอบสวนเพิ่มเติม” ผบ.ตร.กล่าว

ที่กองบัญชาการตำรวจนครบาล (บช.น.) พล.ต.ท.ประวุฒิ ถาวรศิริ ผู้ช่วย ผบ.ตร.และโฆษก ตร.เผยว่า เบื้องต้นสอบถาม พล.ต.ต.ชาญเทพ เสสะเวช รอง ผบช.น.ผู้ควบคุมดูแลงานสืบสวนทราบว่า ต้องรออีกหลายอย่าง อาจจะต้องประชุมร่วมระหว่างกองบังคับการปราบปราม (บก.ป.) กับ บช.น.ในประเด็นที่เกี่ยวข้อง ขณะนี้ยังไม่สามารถสรุปสาเหตุการเสียชีวิตได้ ต้องรอความเห็นของผู้ชำนาญ โดยเฉพาะอย่างยิ่งเรื่องการกระแทกในแนวตั้ง คือเวลารถวิ่งเข้าไปในที่ขรุขระจะมีแรงบัมพ์กระแทกขึ้นลง เอามาเปรียบเทียบกับศพและของแข็งที่อยู่ในรถ ถือว่าเป็นเรื่องสำคัญ ถ้าชัดเจนก็สามารถวิเคราะห์ได้ว่า แผลเกิดจากกระแทกอะไร แผลไหนทำให้เสียชีวิต และแผลไหนที่ทำให้เกิดแผลฉกรรจ์ รายละเอียดต่างๆ จะพูดหลังสรุปข้อมูลทั้งหมด เป็นเรื่องที่ต้องรอให้ครบร้อยเปอร์เซ็นต์ ข่าวที่ออกมาตนไม่ได้เป็นคนพูด ไม่ทราบว่าใครพูด จริงๆแล้วจากข้อมูลทั้งหมดยังไม่สามารถตั้งข้อสันนิษฐานอะไรได้ อย่างที่เคยพูดหลายครั้งบางทีได้หลักฐานมาครบแล้วก็ยังสรุปอะไรไม่ได้ หลายคดีก็เป็นแบบนี้

เมื่อถามว่า ญาตินายชูวงษ์จะนำหลักฐานใหม่มาให้ พล.ต.ท.ประวุฒิกล่าวว่า ตำรวจยินดีถ้าญาติมีหลักฐานที่เอามาแล้วเป็นเรื่องที่รับฟังได้ก็นำมาประกอบ ส่วนกรณีคลิปเสียงมีการเลียนแบบได้ ทำให้น้ำหนักการใช้คลิปเสียงเป็นพยานในคดีต่างๆลดลง กำลังพยายามหาเทคโนโลยีเพิ่มความละเอียดการตรวจสอบเสียงเพื่อใช้เป็นพยานหลักฐานในคดี ถามว่าการตรวจสอบเรื่องการโอนหุ้นคืบหน้าหรือไม่ พล.ต.ท.ประวุฒิกล่าวว่า มีเรื่องความผิดปกติที่พบ แต่ยังไม่สามารถอธิบายได้ เนื่องจากพบความไม่ปกติอยู่บ้าง ขณะนี้อายัดหุ้นที่เกี่ยวข้องไว้แล้วมีความผิดปกติทั้งในเรื่องเอกสารและพฤตินัยด้วย ถามว่าเกี่ยวกับพริตตี้สาวและโบรกเกอร์หรือไม่ พล.ต.ท.ประวุฒิ ตอบว่า เกี่ยวกับพฤติกรรมการโอนหุ้นและเอกสารที่เกี่ยวข้อง ถามต่อว่า พ.ต.ท.บรรยิน เข้าพบพนักงานสอบสวน บก.ป.จะสอบสวนประเด็นใด พล.ต.ท.ประวุฒิกล่าวว่า เรื่องการโอนหุ้น รู้เห็นเกี่ยวข้องการโอนหุ้น 2 ส่วนอย่างไร ถามว่า พ.ต.ท.บรรยิน มีความสนิทสนมกับพริตตี้และโบรกเกอร์อย่างไร พล.ต.ท.ประวุฒิกล่าวว่า นายชูวงษ์กับ พ.ต.ท.บรรยินสนิทกันมาก ไปไหนด้วยกันตลอด ถ้ารู้จักใครก็รู้จักด้วย เป็นเรื่องยากที่จะฟันธง ตนยืนยันว่า ยังไม่ได้สรุปสำนวน ถ้าจะเปลี่ยนข้อหาจากการขับรถโดยประมาทเป็นอย่างอื่นต้องชี้แจงและดำเนินคดีในศาลได้

ส่วนความคืบหน้าที่ สน.อุดมสุข เวลา 12.30 น. พ.ต.ท.บรรยิน พร้อมภรรยาและลูก เดินทางมาให้ปากคำกับพนักงานสอบสวนเพิ่มเติม เกี่ยวกับความสัมพันธ์กับนายชูวงษ์ ซึ่งพนักงานสอบสวนได้แยกสอบ ต่อมา พล.ต.อ.เรืองศักดิ์ จริตเอก รอง ผบ.ตร. เดินทางมาเข้าร่วมสอบสวน หลังจากนั้น พล.ต.อ.เรืองศักดิ์เผยว่า วันนี้มาตรวจความเรียบร้อยของสำนวนคดี ผบ.ตร.ได้เน้นกำชับมากับตน รวมทั้งในส่วนที่ญาติของนายชูวงษ์ติดใจสงสัย จากการร่วมสอบปากคำ พ.ต.ท.บรรยิน ตอบคำถามได้ดีทุกประเด็น ชัดเจนตรงกับช่วงเวลาตามพยานเหตุการณ์ต่างๆ จากแนวทางการสืบสวนสอบสวน เจ้าหน้าที่ได้ไล่เรียงลำดับเหตุการณ์ใหม่ทั้งหมดเป็นวินาทีต่อวินาที รวมทั้งเรื่องเวลาที่ภรรยานายชูวงษ์ยังคงเคลือบแคลงสงสัย ส่วนภรรยา พ.ต.ท.บรรยินเรียกมาสอบเรื่องการเช่าซื้อรถเพื่อให้ครบทุกประเด็น สำหรับเรื่อง 2 สาวที่เกี่ยวพันกับนายชูวงษ์เป็นหน้าที่ของตำรวจกองปราบปรามสอบในเชิงลึก นอกจากนี้ยังต้องรอผลความเร็วของรถจากเจ้าหน้าที่กองพิสูจน์หลักฐาน (พฐ.) ซึ่ง สน.อุดมสุข ยังไม่ได้รับผลการตรวจสอบ

ที่กองบังคับการปราบปราม (บก.ป.) พ.ต.อ.จิรภพ ภูริเดช ผกก.1 บก.ป.เผยว่า วันนี้พนักงานสอบสวนเชิญเจ้าหน้าที่บริษัทหลักทรัพย์อาร์เอชบี 3 คนที่มีส่วนเกี่ยวข้องกับการโอนหุ้นของนายชูวงษ์ไปยัง น.ส.กัญฐณา ศิวาธนพล พริตตี้สาวรวมมูลค่า 228 ล้านบาท สอบสวนประเด็นเกี่ยวกับขั้นตอนการโอนหุ้นอย่างละเอียด ก่อนหน้านี้ได้สอบปากคำผู้ที่เกี่ยวข้องไปแล้วกว่า 10 ปาก แต่ยังมีผู้ที่จะต้อง เชิญมาสอบถามข้อมูลอีกจำนวนหนึ่ง ยังคงเป็นประเด็นเกี่ยวกับการโอนหุ้น คาดว่าภายในสัปดาห์หน้าจะสอบปากคำเสร็จ และนำข้อมูลที่ได้รับมาประมวลอีกครั้งก่อนรายงานให้ผู้บังคับบัญชาร่วมประชุมคณะทำงานเพื่อวางแผนดำเนินการต่อไป ส่วนการสอบปากคำ พ.ต.ท.บรรยินยังคงเป็นไปตามกำหนดเดิมวันที่ 29 ก.ค. สอบถามประเด็นความสัมพันธ์กับ น.ส.กัญฐณา และ น.ส.อุรชา วชิรกุลฑล

ผู้สื่อข่าวถามถึงกรณีการตรวจสอบลายเซ็นในเอกสารที่เกี่ยวข้อง พ.ต.อ.จิรภพกล่าวว่า ส่วนของลายเซ็นในเอกสารต่างๆพนักงานสอบสวนนำส่งเจ้าหน้าที่กองพิสูจน์หลักฐาน (พฐ.) ตรวจสอบแล้วอยู่ระหว่างดำเนินการ คาดว่าไม่นานจะเสร็จและส่งผลกลับมา ขณะที่คลิปเสียงของนายชูวงษ์คงไม่มีการตรวจพิสูจน์จาก พฐ. เนื่องจากไม่สามารถนำมาเป็นหลักฐานยืนยันในชั้นศาลได้ เจ้าหน้าที่จะใช้วิธีเรียกคู่สนทนาของผู้เสียชีวิตที่อยู่ในคลิปเสียงมาสอบสวนยืนยันว่าเป็นเจ้าของเสียงจริงหรือไม่ ก่อนนำไปประกอบสำนวน ต่อข้อถามถึงผลการตรวจสาเหตุการเสียชีวิตของนายชูวงษ์ว่าเกิดจากอุบัติเหตุจะมีผลกระทบกับการสอบสวนของ บก.ป.หรือไม่ พ.ต.อ.จิรภพกล่าวว่า กรณีการรื้อฟื้นคดีอุบัติเหตุที่เกิดขึ้นคงไม่มีผลต่อการสอบสวนที่ กก.1 บก.ป.ดำเนินการอยู่ กองปราบฯจะรับผิดชอบประเด็นญาติของนายชูวงษ์ร้องทุกข์ขอให้ตรวจสอบเรื่องการโอนหุ้นไปยังบุคคลที่ 3 ก่อนจะเสียชีวิต เนื่องจากพบพิรุธเท่านั้น

ต่อมาเวลา 17.00 น. วันเดียวกัน ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นายพิสิษฐ์ ตันวนรัตน์สกุล หรือโจ๊ก เจ้าหน้าที่ฝ่ายการตลาดบริษัทหลักทรัพย์ เออีซี จำกัด (มหาชน) ผู้ดูแลหุ้นของนายชูวงษ์ เดินทางเข้าพบ พ.ต.ท.ณัฐพงษ์ เกิดเอี่ยม พงส.ผนก.กก.1 บก.ป.เพื่อให้ปากคำตามหมายเรียกของพนักงานสอบสวน โดยปฏิเสธที่จะให้สัมภาษณ์สื่อมวลชน ทนายความ กล่าวเพียงสั้นๆว่า นายพิสิษฐ์เข้าพบพนักงานสอบสวนตามหมายเรียก ขณะนี้ยังไม่ทราบรายละเอียดว่าจะสอบถามข้อมูลประเด็นใดบ้าง ทั้งนี้ขอพบพนักงานสอบสวนก่อน จากนั้นทั้งหมดเข้าให้ปากคำที่ศูนย์ปฏิบัติการ (ศปก.) กก.1 บก.ป. ทันที มีรายงานว่า สำหรับการสอบปากคำนายพิสิษฐ์ ครั้งนี้ พนักงานสอบสวนจะสอบเรื่องขั้นตอนการโอนหุ้น เพื่อดูว่าที่ปรากฏในเอกสารถูกต้องตามขั้นตอนของตลาดหลักทรัพย์หรือไม่

คุณอาจสนใจข่าวนี้

คุณอาจสนใจข่าวนี้