วันอาทิตย์ที่ 16 ธันวาคม พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐLogin
'หมวกกันน็อกของหนู' ช่วยชีวิต เด็ก ป.3 ซ้อน จยย.คว่ำ แต่รอดตาย

'หมวกกันน็อกของหนู' ช่วยชีวิต เด็ก ป.3 ซ้อน จยย.คว่ำ แต่รอดตาย

  • Share:

โครงการ "รักวัวให้ผูก รักลูกให้สวมหมวกกันน็อก" ของ บก.น.8 สัมฤทธิผล ช่วยชีวิต "น้องจูน" เด็กหญิงชั้น ป.3 นั่งรถ จยย.ผู้ปกครองคว่ำ ขณะไปส่งโรงเรียน แต่ได้รับบาดเจ็บแค่เพียงเล็กน้อย...

เมื่อเวลา 16.00 น. วันที่ 28 ก.ค.58 พ.ต.อ.มานพ สุคนธ์ธนพัฒน์ ผกก.สน.ตลาดพลู พร้อม พ.ต.ท.ธรรมนูญ ธรรมวงศ์ สว.จร.สน.ตลาดพลู นำหมวกนิรภัยของ “โครงการรักวัวให้ผูก รักลูกให้สวมหมวกกันน็อก” หรือ “โครงการหมวกกันน็อกของหนู” ใบใหม่ไปมอบให้ ด.ญ.รัศมีจันทร์ แก้วทอง หรือ “น้องจูน” อายุ 9 ขวบ นักเรียนชั้น ป.3 โรงเรียนกันตทาราราม ซอยเทอดไทย 23 แขวงตลาดพลู เขตธนบุรี กทม.หลังประสบอุบัติเหตุรถผู้ปกครองคว่ำขณะโดยสารเดินทางมาโรงเรียน จนหมวกใบเก่าแตกเสียหายแต่เจ้าตัวไม่ได้รับอันตราย โดยมี นายมนตรี สาตรจำเริญ ผอ.โรงเรียน พาผู้ปกครองของ “น้องจูน” เดินทางมาร่วมรับมอบ

นายบรรเจิด แก้วทอง อายุ 43 ปี บิดาของน้องจูน เล่าว่า ปัจจุบันมีอาชีพรับจ้างรายได้แค่พอเลี้ยงครอบครัว จึงต้องใช้ รถจักรยานยนต์เป็นยานพาหนะรับส่งลูกๆ 2 คน คือน้องจ๊อบ ลูกชายคนโต อายุ 11 ขวบ นักเรียนชั้น ป.6 และน้องจูน ไปกลับจากบ้านพักย่านจอมทองมาโรงเรียนทุกวัน เมื่อเย็นวันที่ 14 ก.ค.ได้รับหมวกนิรภัยตามโครงการหมวกกันน็อกของหนูจากคุณครูไป 2 ใบ พอรุ่งขึ้นวันที่ 15 ก.ค.ก็ประสบอุบัติเหตุเลย โดยเหตุการณ์เกิดขึ้นช่วงเช้าตรู่ ขณะที่ตนขับขี่ รถจักรยานยนต์แบบผู้หญิงออกจากบ้านพาภรรยาและลูกๆ ซ้อนท้ายรวม 4 คน มุ่งหน้ามาโรงเรียนตามปกติ มีน้องจูน นั่งหน้าสุดตรงระหว่างขาของตน

ต่อมา ระหว่างที่รถแล่นผ่านเชิงสะพานข้ามถนนเทอดไทยมุ่งหน้าแยกท่าพระ กำลังกลับรถเข้าซอยโรงเรียน จู่ๆ คู่กรณีซึ่งขี่จักรยานปั่นสองล้อก็เปลี่ยนช่องทางเดินรถจากด้านซ้ายสุดออกมา ทางขวา ทำให้ตนเบรกไม่ทันพุ่งชนเข้ากลางลำ ส่งผลให้รถจักรยานยนต์ล้ม น้องจูนหน้าทิ่มศีรษะลงไปฟาดกับพื้นถนนทันที โชคดีที่น้องจูน สวมหมวกกันน็อกที่เพิ่งได้รับมาและรัดสายคาดคางเป็นที่เรียบร้อย แม้หมวกจะกระแทกกับพื้นจนโครงสร้างแตกร้าวช่วงขมับขวาและหน้ากากบังหน้าครูด เสียหาย แต่สมองไม่เป็นอันตรายร่างกายน้องจูนมีเพียงแผลถลอก ส่วนตน ภรรยา และลูกชายคนโต ก็สวมหมวกนิรภัยเช่นกันทำให้ทุกคนได้รับบาดเจ็บเล็กน้อย มีเพียงตนเท่านั้นที่อาการหนักสุดเพราะหัวไหล่ขวาอักเสบแพทย์ให้หยุดทำงาน เป็นเวลา 1 สัปดาห์

“อยากขอบคุณเจ้าหน้าที่ตำรวจและครูทุกท่านที่เล็งเห็นถึงความ ปลอดภัยช่วยกันทำโครงการนี้ขึ้นมา เพราะปกติเด็กๆ ก็ไม่ชอบสวมหมวกนิรภัยตอนนั่งรถจักรยานยนต์ผู้ปกครองไปกลับจากโรงเรียนอยู่แล้ว โดยเฉพาะลูกตนทั้ง 2 คน จะไม่ค่อยยอมใส่ แต่นี่พอเกิดโครงการทางครูอาจารย์ก็มอบเอาไว้ให้เด็กๆ ใส่เป็นภาคบังคับ ประกอบกับตำรวจก็ประชาสัมพันธ์ว่าจะจับกุมดำเนินคดีด้วย หลังจากนี้หากจะขี่ รถจักรยานยนต์พาลูกกับภรรยาไปไหน ตนจะนึกถึงหมวกนิรภัยเป็นอันดับแรกเพราะมันสามารถบรรเทาความเจ็บปวดและลดการ สูญเสียจากอุบัติเหตุบนท้องถนนได้จริงๆ” นายบรรเจิด กล่าว

นางอุมากร มณีพรรณ ครูผู้ประสานงานและรับผิดชอบเรื่องการแจกหมวกกันน็อก กล่าวว่า หลังรับมอบหมวกจากเจ้าหน้าที่ตำรวจมาแล้ว ก็เริ่มดำเนินการแจกจ่ายให้เด็กๆ ที่ต้องโดยสาร รถจักรยานยนต์ผู้ปกครองไปกลับโรงเรียนทันที ทั้งนี้ครูได้ประชาสัมพันธ์ตามที่ตำรวจบอกด้วยคือ เวลาสวมหมวกใส่รัดสายคาดคาง เพื่อความปลอดภัยสูงสุดเวลารถล้มหมวกจะได้ติดที่ศีรษะตลอด ที่สำคัญหากใครไม่สวมหรือสวมหมวกแล้วไม่รัดสายคาดคาง ผู้ปกครองก็จะถูกดำเนินคดีเพราะเจ้าหน้าที่จะกวดขันกันจริงจัง อยากขอบขอบคุณผู้เกี่ยวข้องทุกท่านที่ห่วงใยเด็กๆ ไม่อย่างนั้นตนก็ไม่ทราบว่าตอนนี้ชะตากรรมลูกศิษย์จะเป็นอย่างไร

ด้าน พ.ต.อ. มานพ เปิดเผยว่า สำหรับโครงการรักวัวให้ผูก รักลูกให้สวมหมวกกันน็อก หรือ โครงการหมวกกันน็อกของหนู นั้น เป็นแนวคิดของ พล.ต.ต.ฤชากร จรเจวุฒิ ผบก.น.8 และ พ.ต.อ.วิศาล พันธุ์มณี รอง ผบก.น.8 รับผิดชอบงานจราจร ซึ่งเล็งเห็นความสำคัญของความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินของเด็กๆ กับผู้ปกครองที่ใช้ รถจักรยานยนต์เป็นยานพาหนะ โดยขอความร่วมมือกับภาคเอกชนและ กต.ตร.ให้การสนับสนุนหมวกกันน็อกที่มีมาตรฐาน จำนวน 8,100 ใบ ทยอยมาแจกจ่ายให้เด็กนักเรียนประถมในพื้นที่ บก.น.8 ขณะนี้ดำเนินการไปได้เกิน 50 เปอร์เซ็นต์แล้ว กรณีน้องจูน นี้ถือเป็นเคสแรกที่โครงการเกิดผลสัมฤทธิ์อย่างเป็นรูปธรรม เพราะเกิดอุบัติเหตุแล้วสามารถป้องกันชีวิตของผู้ร่วมโครงการได้จริงๆ วันนี้จึงเดินทางมามอบหมวกใบใหม่ให้น้องจูน เพื่อทดแทนใบเก่าที่เสียหาย และจะเดินหน้ากวดขันให้ผู้ปกครองสวมหมวกให้บุตรหลานขณะเดินทางไปกลับจาก โรงเรียนตามนโยบายผู้บังคับบัญชาต่อไป.

คุณอาจสนใจข่าวนี้

คุณอาจสนใจข่าวนี้