วันพุธที่ 22 สิงหาคม พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

'หม่อมอุ๋ย'ลมยางแน่น เมินเดาใจบิ๊กตู่ ดึง'สมคิด'นั่งแทน

“หม่อมอุ๋ย” เช็กลมยางชัวร์แล้ว ไม่กลัวใครมาเจาะ ยังรู้สึกสบายใจ เมินเดา “บิ๊กตู่” ดึง “สมคิด” มาเสียบ “ลุงหมาย” โชว์ฟิตสุขภาพโอเค “บิ๊กป๊อก” ลั่นสอบตกก็พร้อมจะโบกมือลา “หลวงพี่เทพ” สึกแล้ว แกนนำ กปปส.แห่ร่วม ประกาศ 30 ก.ค. เข้ากรุงเปิดห้องโรงแรมหรูแถลง อนาคตทางการเมือง คสช.ไม่ห้ามเชื่อพูดเชิงสร้างสรรค์ นปช.ทวงสัจจะ “พี่ทิด” ไม่ลงเลือกตั้ง-ไม่เล่นการเมือง “ภูมิธรรม” อุบดัน “คุณหญิงหน่อย” ขึ้นเบอร์ 1 นำทัพเพื่อไทยสู้ศึกเลือกตั้ง

หลังจากที่ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีออกมาระบุจะปรับ ครม.เมื่อรัฐบาลทำงานครบ 1 ปี โดยจะเป็นการปรับทั้งทีมไม่ใช่เฉพาะ ครม.เศรษฐกิจเท่านั้น รวมทั้งจะนำเรื่องสุขภาพและอายุมาประกอบการพิจารณาด้วยนั้น

“หม่อมอุ๋ย” เช็กลมยางไม่กลัวใครเจาะ

เมื่อเวลา 09.15 น. วันที่ 28 ก.ค. ที่ทำเนียบรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี พร้อม ครม. ทำการซ้อมปั่นจักรยานก่อนเข้าร่วมกิจกรรม “ปั่นเพื่อแม่” (Bike for Mom) ที่จัดขึ้นในวันที่ 16 ส.ค.58 ตามพระราชปณิธานของสมเด็จพระ บรมโอรสาธิราชฯ สยามมกุฎราชกุมาร เพื่อแสดงความกตัญญูกตเวทีแด่สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรม ราชินีนาถ เนื่องในโอกาสมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา 83 พรรษา ระหว่างนั้น ม.ร.ว.ปรีดิยาธร เทวกุล รองนายกรัฐมนตรี ด้านเศรษฐกิจ ได้พูดคุยหยอกล้อผู้สื่อข่าวอย่างอารมณ์ดี โดยผู้สื่อข่าวกระเซ้าท่ามกลางที่มีกระแสข่าวถึงการปรับ ครม.ทีมเศรษฐกิจว่า เติมลมยางมาดีหรือยัง แล้วกลัวใครจะเจาะยางหรือไม่ ม.ร.ว.ปรีดิยาธรกล่าวว่า “ผมเช็กลมยางมาดีแล้ว ไม่กลัวใครจะมาเจาะลมยางผมหรอก จะมีก็แต่สื่อเท่านั้นที่จ้องจะเจาะยางผม” จากนั้นได้ชี้มายังกลุ่มผู้สื่อข่าว

“ลุงหมาย” โชว์ฟิตสุขภาพโอเค

นายสมหมาย ภาษี รมว.คลัง ให้สัมภาษณ์ภายหลังร่วมซ้อมปั่นจักรยานกับนายกฯ กล่าวว่า ตนไม่ได้ปั่นจักรยานมา 50 กว่าปีแล้ว ปั่นตอนเป็นนักเรียนมัธยมต้น ส่วนวันจริงจะปั่นประมาณ 7 กิโลเมตร ไป 7 กิโลเมตร กลับ 7 กิโลเมตร และก่อนหน้านี้ก็ได้ซ้อมนิดหน่อย เมื่อถามว่า หลังจากซ้อมปั่นวันนี้แล้วรู้สึกเป็นอย่างไร หายใจแรงขึ้นบ้างหรือไม่ นายสมหมายกล่าวว่า ตนปอดไม่ครบ เพราะเป็นมะเร็งตัดปอดทิ้งไปบางส่วน แต่ตอนนี้โอเคแล้ว

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ก่อนหน้านี้ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้า คสช.เคยให้สัมภาษณ์ว่า การปรับ ครม.จะดูเรื่องสุขภาพและอายุด้วย

“บิ๊กตู่” ชิ่ง–ส่ง “หม่อมอุ๋ย” แจง ศก.

ผู้สื่อข่าวรายงานจากทำเนียบรัฐบาลว่า เมื่อเวลา 13.50 น. หลังการประชุม ครม. และช่วงที่ พล.อ. ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคสช. รับประทานอาหารกลางวันที่ชั้น 5 ตึกบัญชาการ 1 พล.อ.ประยุทธ์ได้มอบหมายให้ ม.ร.ว.ปรีดิยาธร นายจักรมณฑ์ ผาสุกวนิช รมว.อุตสาหกรรม และ นางอภิรดี ตันตราภรณ์ รมช.พาณิชย์ ลงมาแถลงข่าวสถานการณ์ทางเศรษฐกิจ หลังการส่งออกของไทยติดลบมากที่สุดในรอบ 3 ปี 6 เดือน ลดลง 7.87% ที่ห้องโถงชั้นล่างตึกบัญชาการ 1 ทำเนียบรัฐบาล จุดเดียวกับที่นายกฯใช้เป็นที่แถลงและสัมภาษณ์ผู้สื่อข่าวเป็นประจำหลังประชุม ครม.

ผู้สื่อข่าวรายงานด้วยว่า ระหว่างที่รัฐมนตรีทั้ง 3 คนแถลงข่าว ปรากฏว่า พล.อ.ประยุทธ์ได้ลงจากห้องประชุม ครม. ชั้น 5 ตึกบัญชาการ 1 ทันทีที่ลงมาถึงได้โบกมือบอกให้ผู้สื่อข่าวเข้าไปฟัง ม.ร.ว.ปรีดิยาธรแถลงต่อ จากนั้นได้เดินลงจากตึกบัญชาการกลับไปยังตึกไทยคู่ฟ้า โดยปฏิเสธการแถลงข่าวและให้สัมภาษณ์

ไม่อยากเดา “สมคิด” เสียบแทน

ขณะที่ ม.ร.ว.ปรีดิยาธรให้สัมภาษณ์ถึงกระแสข่าวถูกปรับออกจาก ครม.ว่า ตอนนี้ยังสบายใจ และที่ผ่านมาทำงานด้วยความมั่นใจมาตลอด ดูจากวันนี้รัฐมนตรีด้านเศรษฐกิจยังมีสีหน้ายิ้มแย้ม ส่วนกระแสข่าวจะมีการปรับ ครม.ในเดือน ก.ย. ตนไม่มีทางรู้ แต่ยืนยันการทำงานยังเต็มที่ ขณะเดียวกัน กระแสข่าวที่จะดึงนายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ ประธานที่ปรึกษานายกรัฐมนตรี ด้านเศรษฐกิจ และสมาชิก คสช.เข้ามาเป็นรองนายกรัฐมนตรี ด้านเศรษฐกิจแทน ตนไม่ทราบ และไม่อยากคาดเดา

“บิ๊กป๊อก” ลั่นสอบตกก็พร้อมไป

พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา รมว.มหาดไทย กล่าวว่า การปรับ ครม.เป็นอำนาจนายกฯ ซึ่งนายกฯยังไม่เคยพูดเลย ถ้าเราไปลือกันว่าก็อาจจะมีผลต่อความเชื่อมั่นของคนด้วย คิดว่าต้องรอนายกฯ ตนไม่กล้าไปละลาบละล้วงถาม นายกฯจะเป็นคนประเมินว่างานของรัฐบาล กระทรวงใดเป็นอย่างใด ทำได้อย่างที่นายกฯต้องการหรือไม่ คนอื่นอย่าไปพูด ตนเองก็พูดไม่ได้ เมื่อถามว่า ในส่วนของกระทรวงมหาดไทยถือว่าสอบผ่านหรือไม่ พล.อ.อนุพงษ์ กล่าวว่า ไม่ผ่านก็พร้อมไป ถ้าเขาไม่ให้อยู่ก็ไป

สวน “ทักษิณ” กลับมานี่ได้หรือ

ส่วนกรณี พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ระบุพร้อมเป็นที่ปรึกษาให้รัฐบาลในการแก้ไขปัญหาหากต้องการให้ช่วยว่า น่าจะทำไม่ได้ ติดขัดกฎหมาย ถามว่าตามกฎหมายแล้วมาได้หรือ ถ้ามาได้ก็มา รัฐบาลกำลังดูแลและแก้ปัญหาเศรษฐกิจ ปัญหาเกิดทั้งโลก มีผลกระทบไปหมด ประเมินว่าน่าจะดีขึ้น รัฐบาลยังอยู่ในภาวะที่สามารถแก้ปัญหาได้ เราดูแลในเรื่องการใช้จ่ายภาครัฐที่จะไปกระตุ้นเศรษฐกิจ กระตุ้นการใช้จ่ายของภาคประชาชน ทำให้มีการหมุนเวียนในระบบเศรษฐกิจ รัฐบาลกำลังเร่งทำอยู่ ซึ่งต้องใช้เวลานิดนึง คิดว่าไม่น่าเลวร้าย

พท.อุบดัน “หญิงหน่อย” เบอร์ 1

นายภูมิธรรม เวชยชัย รักษาการเลขาธิการพรรคเพื่อไทย ให้สัมภาษณ์ถึงกระแสข่าวคุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ แกนนำพรรคเพื่อไทย จะไปร่วมงานกับรัฐบาล คสช. ว่า คุณหญิงสุดารัตน์ได้ชี้แจงว่าเรื่องดังกล่าวไม่มีอะไร เพราะคุณหญิงมาตามระบอบประชาธิปไตย ซึ่งท่านก็ยืนยันในหลักการนี้ ส่วนกระแสข่าวที่พรรคเพื่อไทยจะผลักดันคุณหญิงสุดารัตน์ขึ้นเป็น ส.ส.บัญชีรายชื่อ ลำดับที่ 1 ในการเลือกตั้งครั้งต่อไป ขณะนี้ยังไม่ใช่เวลาพูดเรื่องนี้ เพราะประเทศกำลังมีปัญหามาก นานาชาติก็ยังไม่ยอมรับเรา ต้องสนใจเรื่องเหล่านี้ก่อน อีกทั้งกฎกติกาต่างๆก็ยังไม่ชัด จะมีเลือกตั้งหรือเปล่าก็ยังไม่รู้ ประชุมพรรคก็ยังไม่ได้ ในฐานะที่ตนเป็นส่วนหนึ่งที่ดูแลพรรคขณะนี้ บอกเลยว่ายังไม่ถึงเวลา

สปช.จวกเอาตัวเองให้รอดก่อน

นายวันชัย สอนศิริ สมาชิก สปช. ให้สัมภาษณ์ถึงกรณี พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี อาสาเป็นที่ปรึกษาด้านเศรษฐกิจให้รัฐบาล ในงานวันเกิดครบรอบ 66 ปี ที่บ้านพักเมืองดูไบ สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ ว่า ตอนนี้ พ.ต.ท.ทักษิณควรช่วยตัวเองให้รอดก่อน ประเทศนี้ไม่ได้ผูกไว้กับ พ.ต.ท.ทักษิณคนเดียว ยังมีคนเก่งอีกมาก เข้าใจที่เสนอมาเป็นเรื่องความปรารถนาดี แต่เวลานี้คงไม่จำเป็น บางคนใน คสช.มีความรู้ดีกว่า พ.ต.ท.ทักษิณอีก ตนไม่คิดว่า พ.ต.ท.ทักษิณมาคนเดียว ประเทศจะปรองดองได้ ทางที่ดีควรอยู่เฉยๆ อยู่อย่างสงบ หยุดเคลื่อนไหว ยอมรับกติกาบ้านเมือง แล้วบอกกล่าวพวกของท่านอย่าสร้างความขัดแย้ง

“หลวงพี่เทพ” สึก–กปปส.แห่ร่วม

เมื่อเวลา 05.30 น. ที่วัดไตรธรรมารามพระอารามหลวง ต.ตลาด อ.เมืองสุราษฎร์ธานี พระสุเทพ ปภากโร พระเชน อาภาธโร พระชินวรณ์ จันทสาโร และพระธีรภัทร (นายธีรภัทร พริ้งศุลกะ) ได้เดินทางมาพบพระธรรมวิมลโมลี เจ้าคณะภาค 16 หลังจากนั้นเดินเข้าไปภายในพระอุโบสถ กล่าวลาสิกขา โดยมีอดีต ส.ส.พรรคประชาธิปัตย์และแกนนำ กปปส.มาร่วม อาทิ นายเอกนัฏ พร้อมพันธุ์ นายสาทิตย์ วงศ์หนองเตย นายพุทธิพงษ์ ปุณณกันต์ นางอัญชะลี ไพรีรัก พร้อมญาติๆและผู้นำท้องถิ่นร่วม 100 คน หลังจากลาสิกขาแล้ว นายสุเทพ เทือกสุบรรณ และคณะได้เดินทางไปสวนโมกขพลาราม อ.ไชยา เพื่อตักบาตรหลังจากสึก โดยบรรยากาศที่บริเวณหน้าสวนโมกขพลาราม ประชาชนและครอบครัวพระที่ได้บวชตามโครงการอุปสมบทหมู่มาร่วมทำบุญตักบาตรข้าวสารอาหารแห้งอย่างเรียบง่าย

ประกาศสู้ทุกคดี–ไม่ขอนิรโทษ

นายสุเทพ เทือกสุบรรณ กล่าวภายหลังการตักบาตรว่า การบวชพระในครั้งนี้ได้หลายด้านทั้งการใช้ชีวิตแบบสมถะ ตามหลักพระพุทธศาสนา การมีชีวิตอยู่เพื่อคนอื่น ร่วมถึงการฝึกสมาธิเพื่อให้เกิดสติใช้ชีวิตหลังจากนี้ เพื่อการร่วมขับเคลื่อนประเทศไทยในรูปแบบภาคประชาชน รวมถึงการต่อสู้คดีที่มีอยู่จำนวนมาก แม้จะบวชเป็นพระ แต่ไม่ได้บวชพระเพื่อหนีคดีแต่อย่างใด ทุกคดี มีความพร้อมขึ้นมากที่จะต่อสู้ แต่ก็มีความกังวลใจอยู่ไม่น้อย และไม่อยากให้มีการนิรโทษกรรมให้กับตน แม้คดีของตนในบางข้อกล่าวหามีโทษสูงถึงประหารชีวิตหรือจำคุกตลอดชีวิตก็ตาม รวมถึงผู้ที่โดนคดีหมิ่นเบื้องสูงและคดีร้ายแรงอย่างอื่น ก็ไม่ควรนิรโทษกรรม ควรให้เป็นไปตามกระบวนการทางกฎหมาย แต่สำหรับประชาชนทั่วไปที่ร่วมดำเนินการต่อสู้ทางการเมือง ควรนิรโทษกรรมให้บุคคลเหล่านี้

30 ก.ค.เข้ากรุงเปิดแถลงข่าว

นายสุเทพกล่าวด้วยว่า ในวันที่ 30 ก.ค. จะแถลงข่าวให้ทราบโดยทั่วกัน ส่วน พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกฯว่าควรนำคำสอนของท่านพุทธทาส ที่เคยอ่านตอนที่ยังคบกันดีอยู่ ที่บอกว่าอย่ายึดมั่นถือมั่น และคำสอนตามหลักพุทธศาสนานำมาใช้ เพื่อให้เกิดความสงบสุขของประเทศในอนาคต หลังจากนั้น เวลา 10.00 น. นายสุเทพ เทือกสุบรรณ พร้อมคณะได้เดินทางไปที่วัดท่าไทร อ.กาญจนดิษฐ์ จ.สุราษฎร์ธานี ซึ่งเป็นวัดที่นายสุเทพได้บวช เพื่อร่วมกันถวายภัตตาหารเพล ทั้งนี้ นายสุเทพ นายเชน เทือกสุบรรณ นายชินวรณ์ บุณยเกียรติ และ นายธีรภัทร พริ้งศุลกะ จะตักบาตรที่วัดสวนโมกขพลารามเป็นเวลา 3 วัน ตามประเพณีก่อนที่จะเดินทางขึ้นกรุงเทพฯเพื่อแถลงข่าวต่อไป

อ้างไม่เกี่ยวการเมืองสบายใจได้

นายถาวร เสนเนียม แกนนำกลุ่ม กปปส. กล่าวว่า ตนได้รับการประสานจาก พล.ท.อัศวิน แจ่มสุวรรณ นายทหารหัวหน้าสำนักงานแม่ทัพภาคที่ 1 แจ้งขอให้ทำรายละเอียดและประเด็นในการจะจัดงานแถลงข่าวให้ คสช.เพื่อพิจารณาก่อน ซึ่งแกนนำ กปปส.ได้ร่างหนังสือขออนุญาตแจ้งไปแล้วว่า ไม่ขัดข้องและพร้อมที่จะให้ความร่วมมือทุกอย่างโดยประเด็นที่จะจัดแถลงต่อสื่อนั้น ไม่เกี่ยวข้องกับงานการเมือง แต่เป็นการชี้แจงวัตถุประสงค์ของการดำเนินงานของมูลนิธิมวลมหาประชาชนฯซึ่งเป็นประโยชน์สาธารณะและส่วนรวม ให้ คสช.สบายใจได้ว่า จะไม่เป็นเหตุให้กลุ่มอื่นหรือกลุ่มการเมืองใดนำไปเป็นข้ออ้างว่า กระทำการขัดคำสั่ง คสช.

คสช.ไฟเขียวแต่ส่งทีมไปฟังด้วย

พ.อ.วินธัย สุวารี โฆษก คสช. กล่าวว่า ตามแนวทางการปฏิบัติของ คสช.เชื่อว่านายสุเทพคงได้ประสานกับเจ้าหน้าที่ คสช.แล้วเพื่อให้พิจารณาในรายละเอียดเกี่ยวกับเนื้อหาหรือข้อมูลต่างๆ ที่จะแถลงซึ่งเป็นไปตามแนวทางของ คสช.ที่เคยขอความร่วมมือไว้กับบุคคลหรือกลุ่มต่างๆ ซึ่งในเบื้องต้นคงจะแถลงเรื่องเกี่ยวกับมูลนิธิฯและอนาคตของสังคมในเชิงสร้างสรรค์ ซึ่งตนยังไม่ได้รับข้อมูลว่าจะมีการให้ข้อมูลในลักษณะสร้างความขัดแย้งหรือทางการเมือง แต่ทั้งนี้อาจต้องรอรายละเอียดเพิ่มเติมกับหน่วยในพื้นที่อีกครั้งหนึ่ง

นปช.ทวงสัจจะไม่เล่นการเมือง

นายจตุพร พรหมพันธุ์ ประธาน นปช. กล่าวว่า ขอแสดงความดีใจกับนายสุเทพ เทือกสุบรรณ ที่ได้ลาสิกขา ออกมาเป็นประธานมูลนิธิมวลมหาประชาชนฯ เดินหน้าปฏิรูปการเมือง คงมีภารกิจมากมาย แต่อย่าได้วิตก เพราะนายสุเทพได้ประกาศแล้วว่าจะไม่ลงเลือกตั้ง จากนี้สิ่งที่มีอยู่ก็คือประชาชนที่รวมกับนายสุเทพ ซึ่งจะต้องรักษาตรงนี้ไว้ เพราะจะเป็นพลังเดียว คนการเมืองเขี้ยวลากดินขนาดนี้ ย่อมรู้ว่าวันนี้ประชาชนคิดอะไรอยู่

นายวรชัย เหมะ อดีต ส.ส.สมุทรปราการ พรรคเพื่อไทย แกนนำ นปช.กล่าวว่า จังหวะการสึกเวลานี้มองว่านายสุเทพยืนอยู่ข้าง พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯและหัวหน้า คสช. และออกมาปกป้องรัฐบาลตลอดเวลา นายสุเทพประกาศชัดเจนว่าจะไม่ลงผู้แทนราษฎร ไม่เล่นการเมือง แต่คงมีนัยที่จะมาปกป้องรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ก็เป็นได้

พท.–แฟนคลับไปเยี่ยม “เด็จพี่”

เมื่อเวลา 14.30 น. ที่เรือนจำพิเศษกรุงเทพมหานคร แกนนำพรรคเพื่อไทย อาทิ นายภูมิธรรม เวชยชัย รักษาการเลขาธิการพรรค นายชูศักดิ์ ศิรินิล หัวหน้าฝ่ายกฎหมายพรรค นายกิตติรัตน์ ณ ระนอง อดีตรองนายกฯและ รมว.คลัง นายสาโรจน์ หงษ์ชูเวช รอง ผอ.พรรค เดินทางมาเยี่ยมให้กำลังใจนายพร้อมพงศ์ นพฤทธิ์ อดีตโฆษกพรรคเพื่อไทย และนายเกียรติอุดม เมนะสวัสดิ์ อดีต ส.ส.อุดรธานี พรรคเพื่อไทย ท่ามกลางบรรดาญาติมิตรของทั้ง 2 คน รวมทั้งแฟนคลับที่มากันเป็นประจำทุกวัน โดยนายพร้อมพงศ์และนายเกียรติอุดมมีสีหน้ายิ้มแย้มแจ่มใสผ่อนคลายลงกว่าวันแรกอย่างชัดเจน

เร่งร่างฎีกาขอพระราชทานอภัยโทษ

นายภูมิธรรมให้สัมภาษณ์ว่า ทั้งคู่มีกำลังใจที่ดี คนในพรรคเพื่อไทยไม่มีใครทอดทิ้ง และจะเร่งดำเนินการเรื่องต่างๆให้เร็วที่สุด

ด้านนายชูศักดิ์กล่าวว่า ขณะนี้ทราบว่าทางทนายความของทั้ง 2 คน กำลังศึกษาระเบียบ ขั้นตอน และกฎเกณฑ์เพื่อดำเนินการร่างฎีกาเพื่อยื่นขอพระราชทานอภัยโทษ จากนั้นต้องให้ญาติ ทนาย หรือเจ้าตัวเป็นผู้ยื่นเรื่องไปยังกรมราชทัณฑ์ หากผ่านเกณฑ์จะมีการเสนอเรื่องไปยัง รมว.ยุติธรรมเพื่อให้พิจารณาต่อ แต่คาดว่าคงใช้เวลาพอสมควร

เผย “เด็จพี่” ยังไม่ถูกจัดชั้นนักโทษ

นายวิทยา สุริยะวงค์ อธิบดีกรมราชทัณฑ์ เปิดเผยว่า กรณีนายพร้อมพงศ์ นพฤทธิ์ อดีตโฆษกพรรคเพื่อไทย และนายเกียรติอุดม เมนะสวัสดิ์ อดีต ส.ส.อุดรธานี ที่ถูกคุมขังในเรือนจำพิเศษกรุงเทพฯ ยังไม่ได้รับการจัดชั้นนักโทษ ต้องอยู่ในเรือนจำ 6 เดือนเป็นอย่างน้อย จึงจะได้รับการประเมิน จัดชั้น เพื่อรับสิทธิผู้ต้องขัง เช่นการลดวันต้องโทษ การพักโทษ ตามระเบียบเรือนจำ นายวิทยากล่าวต่อว่า ส่วนขั้นตอนการขอพระราชทานอภัยโทษ ผู้ต้องขังเด็ดขาดทุกคนสามารถยื่นขอพระราชทานอภัยโทษได้ตามปกติ ซึ่งตัวผู้ต้องขังเองสามารถยื่นเรื่องได้ หรือญาติก็กระทำได้ และไม่ได้มีข้อจำกัดว่าจะต้องจำคุกเท่าไหร่อย่างไร กรมราชทัณฑ์ทำหน้าที่ตรวจความคุณสมบัติตามหลักเกณฑ์เท่านั้น จากนั้นก็ส่งเรื่องมายังกระทรวง เพื่อให้ รมว.ยุติธรรม ถวายความเห็น เสนอไปยังสำนักพระราชวัง ตามขั้นตอนปกติ อย่างไรก็ตามสุดท้ายแล้วเป็นพระราชอำนาจ

ยกร่างฯขมวดวาระองค์กรอิสระ

ทางด้านความคืบหน้าในการร่างรัฐธรรมนูญ เมื่อเวลา 09.30 น. ที่รัฐสภา มีการประชุมคณะกรรมาธิการ (กมธ.) ยกร่างรัฐธรรมนูญ โดยนายบวรศักดิ์ อุวรรณโณ ประธาน กมธ.ยกร่างฯ ทำหน้าที่ประธานการประชุม มีวาระพิจารณาร่างบทบัญญัติรัฐธรรมนูญในส่วนบทเฉพาะกาล ซึ่งที่ประชุมพิจารณาการดำรงอยู่ในตำแหน่งของบุคคลที่ดำรงตำแหน่งคณะกรรมการในองค์กรอิสระ โดยในส่วนของคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ซึ่งทำงานเป็นทีมจะให้อยู่ตำแหน่งในวาระและให้พ้นจากตำแหน่งไปพร้อมกัน หรือเรียกว่า “มาเป็นทีม ไปเป็นทีม” คือให้ดำรงตำแหน่งไปจนครบวาระที่เหลืออยู่ ขณะที่องค์กรตามรัฐธรรมนูญอื่นๆ เช่น คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ผู้ตรวจการแผ่นดิน ศาลรัฐธรรมนูญ จะให้อยู่จนครบวาระของแต่ละบุคคลตามเดิม หากต้องสรรหาบุคคลเพื่อเข้ามาเป็นกรรมการแทนตำแหน่งที่ว่าง ก็จะให้บุคคลที่เข้ามาแทนอยู่ในวาระที่เหลือของบุคคลเดิม ส่วนคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ (กสม.) ที่เพิ่งได้รับการสรรหาเข้ามาใหม่ กมธ.ยกร่างฯก็จะไม่ไปตัดสิทธิบุคคลเหล่านี้และจะให้อยู่ในตำแหน่งจนครบวาระ

คาดส่งร่าง พ.ร.บ.ปฏิรูป 7 ส.ค.

นพ.ชูชัย ศุภวงศ์ รองประธาน กมธ.ยกร่างฯ คนที่ 6 ในฐานะประธานอนุ กมธ.ศึกษาเตรียมการจัดทำร่าง พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการปฏิรูปประเทศ ให้สัมภาษณ์ว่า หลังจากที่ประชุมอนุ กมธ.ได้ให้ข้อสังเกตเพิ่มเติมในการปฏิรูปแต่ละด้านเพื่อให้ กมธ.ปฏิรูปแต่ละด้านของ สปช.พิจารณา ขณะนี้ได้รับข้อเสนอปฏิรูปจาก กมธ.ปฏิรูป 18 คณะ ครบถ้วนแล้ว โดยการปฏิรูปแต่ละด้านได้บัญญัติไว้ประมาณ 6-12 อนุมาตรา คาดว่าร่าง พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการปฏิรูปประเทศจะมีประมาณ 30 มาตรา โดยอนุ กมธ.เตรียมจะพิจารณาทบทวนทั้งฉบับอีกครั้งในสัปดาห์แรกของเดือน ส.ค.และคาดว่าจะส่งเอกสารศึกษาเตรียมการจัดทำร่างพ.ร.บ.ให้ กมธ.ยกร่างฯได้ภายในวันที่ 7 ส.ค.

ปัดต่ออายุ 36 อรหันต์เท่า สนช.

นายคำนูณ สิทธิสมาน โฆษก กมธ.ยกร่างฯ กล่าวถึงกรณีที่มีข่าวว่า กมธ.ยกร่างฯ จะเขียนบทเฉพาะกาลให้ กมธ.ยกร่างฯสิ้นสุดวาระการทำหน้าที่เท่ากับ สภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) เนื่องจากในรัฐธรรมนูญ (ฉบับชั่วคราว) พ.ศ.2557 แก้ไขเพิ่มเติมกำหนดให้ สนช.และ กมธ.ยกร่างฯต้องจัดทำร่าง พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญคู่กัน ว่าขอยืนยันว่า กมธ.ยกร่างฯไม่ได้ต่ออายุให้ตัวเองอยู่ในตำแหน่งและสิ้นสุดวาระไปพร้อมกับ สนช. เบื้องต้นในบทเฉพาะกาลยังคงให้ กมธ.ยกร่างฯปฏิบัติหน้าที่ต่อไป เพื่อจัดทำร่าง พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญและกฎหมายอื่นๆที่จำเป็น โดยให้ กมธ.ยกร่างฯสิ้นสุดลงในวันเปิดประชุมรัฐสภาเป็นครั้งแรก หรือเปิดประชุมสภาผู้แทนราษฎร ภายหลังการเลือกตั้ง ส.ส. ซึ่งเป็นการยึดตามร่างรัฐธรรมนูญร่างแรกที่ได้เขียนไว้

ครม.ตั้งผู้ตรวจ มท.–บอร์ดท่าเรือ

พล.ต.สรรเสริญ แก้วกำเนิด รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี แถลงผลการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ว่า ครม.อนุมัติแต่งตั้งนายอัครเดช เจิมศิริ ที่ปรึกษาด้านกฎหมาย สำนักงานปลัดกระทรวงมหาดไทย เป็นผู้ตรวจราชการกระทรวงมหาดไทย รับทราบการแต่งตั้งผู้ประสานงานคณะรัฐมนตรีและรัฐสภา (ปคร.) ของกระทรวงสาธารณสุข คือนายอำนวย กาจีนะ รองปลัดกระทรวงสาธารณสุข แต่งตั้งนายจำเริญ โพธิยอด ผู้แทนกระทรวงการคลัง เป็นกรรมการอื่นในคณะกรรมการการท่าเรือแห่งประเทศไทย

สปช.ผ่านปฏิรูประบบสาธารณสุข

เมื่อเวลา 10.00 น. ที่รัฐสภา มีการประชุมสภาปฏิรูปแห่งชาติ (สปช.) โดยนายเทียนฉาย กีระนันทน์ ประธาน สปช.ทำหน้าที่ประธานการประชุม เพื่อพิจารณารายงานการปฏิรูประบบสาธารณสุข เรื่องระบบบริการสาธารณสุข ระบบการส่งเสริมสุขภาพ การป้องกันโรค และระบบบริหารจัดการ การเงินการคลังด้านสุขภาพ ของคณะกรรมาธิการปฏิรูประบบสาธารณสุข สปช. มีสาระสำคัญคือการปฏิรูประบบสาธารณสุขเพื่อให้ประชาชนเข้าถึงระบบบริการสุขภาพที่รวดเร็ว ทั่วถึง และมีประสิทธิภาพ ตลอดจนบูรณาการบริหารจัดการกองทุนหลักประกันสุขภาพต่างๆ ด้วยการออก พ.ร.บ. จัดตั้งคณะกรรมการประกันสุขภาพแห่งชาติ หรือ สภาประกันสุขภาพแห่งชาติ เพื่อบริหารจัดการกองทุนสุขภาพ นอกจากนี้ ให้จัดตั้งสำนักมาตรฐานและการจัดการสารสนเทศระบบบริการสุขภาพแห่งชาติ (สมสส.) เพื่อเป็นศูนย์กลางบริหารจัดการข้อมูลสารสนเทศการประกันสุขภาพ ทั้งนี้ ที่ประชุมมีมติเห็นชอบรายงานดังกล่าวเพื่อส่งให้ ครม.พิจารณาต่อไป ด้วยคะแนน 183 ต่อ 0

จี้ให้คงอำนาจสอบ ผวจ.–นอภ.

ที่สำนักเลขาธิการนายกรัฐมนตรี (สลน.) ทำเนียบรัฐบาล นายสาธุ อนุโมทามิ ตัวแทนสหพันธ์ปลัดอำเภอแห่งประเทศไทย ร่วมกับเครือข่ายพสกนิกรไทย รวมใจสามัคคีจำนวนหนึ่ง มายื่นหนังสือถึง พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้า คสช.เรื่อง ขอให้ยกเลิกประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 21/1 และมาตรา 145/1 ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยประกาศ คสช.ที่ 115/2557 โดยมีนางสาว วัฒนา รอดภัย เจ้าหน้าที่ธุรการ สำนักเลขาธิการนายกรัฐมนตรีเป็นผู้รับเรื่อง นายสาธุ กล่าวว่า ที่ สตช.ให้ คสช.ออกประกาศ คสช.ฉบับที่ 115/2557 เรื่องการแก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาคดีความอาญา โดยเป็นการยกเลิกอำนาจผู้ว่าราชการจังหวัดในการตรวจสอบกลั่นกรองสำนวนคดีอาญา โดยโอนอำนาจให้ตำรวจทำหน้าที่แบบเด็ดขาดแต่ฝ่ายเดียว เนื่องจากหลักกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญาเดิม มาตรา 21 และ มาตรา 145 ให้อำนาจ ผวจ.เพื่อประโยชน์สูงสุดของประชาชน จึงขอให้ยกเลิกประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาคดีความอาญามาตรา 21/1 และ มาตรา 145/1 แก้ไขเพิ่มเติมตามประกาศ คสช. ที่ 115/2557 สมควรให้ ผวจ. นายอำเภอ มีอำนาจเรียกให้พนักงานสอบสวนในท้องถิ่นอำเภอ ในเขตอำนาจของจังหวัดมาชี้แจง

“หม่อมอุ๋ย” เช็กลมยางชัวร์แล้ว ไม่กลัวใครมาเจาะ ยังรู้สึกสบายใจ เมินเดา “บิ๊กตู่” ดึง “สมคิด” มาเสียบ “ลุงหมาย” โชว์ฟิตสุขภาพโอเค “บิ๊กป๊อก” ลั่นสอบตกก็พร้อมจะโบกมือลา “หลวงพี่เทพ” สึกแล้ว แกนนำ กปปส.แห่ร่วม ประกาศ 30 ก.ค. 29 ก.ค. 2558 05:19 29 ก.ค. 2558 05:47 ไทยรัฐ


advertisement