วันพฤหัสบดีที่ 16 สิงหาคม พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

น้ำมัน-ก๊าซหุงต้มราคาน่าใช้ สนพ.รับมือปรับแผนอนุรักษ์พลังงานเข้าขั้นเข้มข้น

นายทวารัฐ สูตะบุตร ผู้อำนวยการสำนักนโยบายและแผนพลังงาน (สนพ.) เปิดเผยว่า สนพ.คาดว่าในระยะ 3-6 เดือนข้างหน้านี้ ระดับราคาน้ำมันและก๊าซหุงต้ม (แอลพีจี) ตลาดโลกจะมีทิศทางอ่อนตัวลงจากปัจจัยภาวะเศรษฐกิจโลกที่ชะลอตัว ประกอบกับน้ำมันตลาดโลกมีเพิ่มขึ้นจากปริมาณน้ำมันของอิหร่าน หลังบรรลุข้อตกลงด้านนิวเคลียร์กับชาติมหาอำนาจ รวมถึงการผลิตน้ำมันและก๊าซจากชั้นหินดินดาน (Shale Oil-Shale Gas) โดยเฉลี่ยปีนี้น้ำมันดิบดูไบจะอยู่ที่ 50 เหรียญสหรัฐฯต่อบาร์เรล จากปีที่ผ่านมาเฉลี่ยที่ 80 เหรียญฯ ดังนั้นผู้บริโภคในประเทศจะได้รับประโยชน์ในการใช้พลังงานในระดับราคาที่ถูกลง

สำหรับทิศทางราคาน้ำมันที่ลดลง จะส่งผลให้การขับเคลื่อนแผนการอนุรักษ์พลังงานและพลังงานทดแทนอาจได้รับผลกระทบบ้าง ซึ่งภาครัฐต้องปรับให้เข้มข้นมากขึ้น ดังนั้นในการประชุมคณะกรรมการนโยบายพลังงานแห่งชาติ (กพช.) เดือน ส.ค.นี้ สนพ.จะเสนอแผนอนุรักษ์พลังงาน (2558-2579) ที่จะปรับเป้าหมายการอนุรักษ์พลังงานจาก 25% ให้เพิ่มเป็น 30% เมื่อสิ้นสุดแผนดังกล่าว และจะเน้นส่งเสริมการใช้น้ำมันอี 20

“ยืนยันจะไม่ยกเลิกการจำหน่ายแก๊สโซฮอล์ 91 หรือ 95 แต่จะกำหนดราคาน้ำมัน 2 ชนิดให้ไม่ต่างกันมาก เพื่อให้ผู้บริโภคตัดสินใจที่จะเลือกใช้และในที่สุดการตลาดจะทำให้ผู้ค้าน้ำมันเห็นทางเลือกและเลิกจำหน่ายน้ำมันประเภทใดประเภทหนึ่งไปเอง”
นายประเสริฐ สินสุขประเสริฐ รองผู้อำนวยการ สนพ.

กล่าวว่า ราคาน้ำมันดิบที่อ่อนตัวลงในช่วง 3-6 เดือนข้างหน้า จะส่งผลให้ราคาขายปลีกน้ำมันของไทยอยู่ในระดับไม่แพงและมีโอกาสที่ราคาขายปลีกดีเซลอาจจะลดลงได้อีกจากปัจจุบันน้ำมันดีเซลอยู่ที่ 23.69 บาทต่อลิตร แต่ก็จะต้องดูค่าเงินบาท ว่าจะอ่อนค่ามากน้อยเพียงใดด้วย ราคาน้ำมันดีเซลที่ลดลง โดย สนพ.จะได้ส่งสัญญาณให้กระทรวงคมนาคม ซึ่งมีตัวแทนอยู่ในคณะกรรมการบริหารนโยบายพลังงาน (กบง.) ที่จะประชุม ในวันที่ 3 ส.ค. ได้พิจารณาถึงต้นทุนค่าขนส่งให้เหมาะสมอีกด้วย.

นายทวารัฐ สูตะบุตร ผู้อำนวยการสำนักนโยบายและแผนพลังงาน (สนพ.) เปิดเผยว่า สนพ.คาดว่าในระยะ 3-6 เดือนข้างหน้านี้ ระดับราคาน้ำมันและก๊าซหุงต้ม (แอลพีจี)... 29 ก.ค. 2558 00:17 29 ก.ค. 2558 00:17 ไทยรัฐ