วันพฤหัสบดีที่ 16 สิงหาคม พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

ดอยช้าง..กาแฟ 'GI' อียู ชาวเขาทำได้..ชาวเรามุ้งมิ้ง

เป็นอีกความภูมิใจ กาแฟไทยจากหมู่บ้านดอยช้าง ต.วาวี อ.แม่สรวย จ.เชียงราย ได้ขึ้นทะเบียนเป็นสินค้ามีสิ่งบ่งชี้ทางภูมิศาสตร์ (GI) จากสหภาพยุโรป...ตั้งแต่ 3 ส.ค.2558 “กาแฟดอยช้าง” จะได้ใช้ตราสัญลักษณ์ GI อียู

ชาวไทยภูเขาเผ่าอาข่า ทำได้อย่างไร...จากเดิมรู้จักแต่ปลูกฝิ่น ปี 2512 พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว พระราชทานต้นกล้ากาแฟพันธุ์อาราบิก้าให้ปลูกทดแทนฝิ่น

เพียงแค่ 46 ปี “กาแฟดอยช้าง” ระบือไกลด้วยลำแข้ง เป็นเรื่องที่ชาวไทยพื้นราบ ควรเรียนรู้ไว้เป็นแบบอย่าง ที่คุยนักคุยหนาเชี่ยวชาญเกษตร ทำมานานหลายชั่วอายุคน แต่พัฒนาการกลับไม่ถึงไหน

“กว่าจะมาถึงวันนี้ เราต้องต่อสู้ ผ่านการศึกษาเรียนมาตลอด หลังจากได้ต้นกาแฟพระราชทานมาปลูก เก็บเกี่ยวผลผลิตได้ มีพ่อค้ามารับซื้อ กาแฟเชอรี่ สีแดง เก็บทีละเม็ดด้วยมือ ขายได้แค่ กก.ละ 7 บาท ทั้งที่น่าจะได้ 10 บาท พ่อค้าอ้างเหตุผลสารพัดเพื่อกดราคา”

ปณชัย พิสัยเลิศ กรรมการผู้จัดการบริษัท ดอยช้าง คอฟฟี่ ออริจินอล จำกัด เล่าถึงปัญหาในยุคเริ่มต้น...เพื่อให้ได้ราคา คนบนดอยจึงหารือถึงวิธีการ หนทางที่คิดได้ รวมกลุ่มนำผลผลิตมารวมกัน เพื่อจะได้ว่าจ้างรถ ขนผลกาแฟสดไปขายในเมือง ไม่ต้องผ่านพ่อค้าที่มาซื้อกดราคาบนดอย

ไม่เพียงจะได้ราคาดีขึ้น ลงมาขายเองในเมือง ยังได้รู้ว่า ขายผลสด ราคาไม่ดีเท่าเอาไปคั่วบดแปรรูป มูลค่าเพิ่มเท่าตัว...การรวมกลุ่มแบบหลวมๆ จึงเปลี่ยนมาเป็นตั้งบริษัท ในปี 2546

“ตอนนั้นเราไม่รู้จักสหกรณ์ มีคนแนะนำให้ตั้งบริษัท เพื่อเป็นตัวกลางคอยรับซื้อผลกาแฟจากชาวบ้านมาแปรรูป เราเลยทำตามที่เขาบอก แต่ไม่ได้รับซื้ออย่างเดียว บริษัทยังคอยช่วยหาความรู้ วิธีปลูก การเก็บเกี่ยวกาแฟให้ได้คุณภาพมาแนะนำชาวบ้านด้วย ไม่ได้หามาจากไหน จากอินเตอร์เน็ตนี่แหละ”

แต่ยุคนั้น การดื่มกาแฟสดของคนไทยยังไม่ฮิตเหมือนทุกวันนี้ เพื่อให้คนรู้จักกาแฟสดดอยช้างมากขึ้น บริษัทจึงเข้ามาลงทุนเปิดร้านในกรุงเทพฯ ให้ต่างชาติได้ลิ้มลอง...ปรากฏว่าได้ผล ต่างชาติติดใจ จากนั้นมามีคนชักชวนให้ไปออกงานที่นั่น ที่นี่ บินไปเปิดบูธกันถึงต่างประเทศ

“ไปที่ไหน คนค้าขายกาแฟต่างสนใจ แต่ติดเงื่อนไข เขาจะรับซื้อต่อเมื่อการผลิตและปลูกกาแฟของเรามีตรามาตรฐานรับรอง ก่อนจะได้ตราจีไอ เราได้มาหลายตรา หลายมาตรฐาน เรียกว่า ไปประเทศไหน เขาบอกให้ทำอะไร เพื่อจะขายกาแฟได้ เราทำหมด กลับมาบอกชาวบ้านให้ทำนั่นทำนี่ ทำทุกอย่างที่เขากำหนด และเราก็ขายได้จริง ขายได้ทั่วโลกจากที่ขายได้ปีละ 50 ตัน เพิ่มเป็น 300-500-1,200 และ 2,000 ตัน”

ปี 2550 กรมทรัพย์สินทางปัญญา ได้มาชวนให้ทำมาตรฐานจีไอไทย แม้จะมีกฎระเบียบให้ต้องปรับเปลี่ยนมากขึ้นอีกก็ตาม แต่คนดอยช้างสู้ไม่ถอย...ผลตอบแทนที่ได้ ยอดขายเพิ่มเป็นปีละ 2,500 ตัน

เมื่อได้จีไอไทย จีไออียู เลยตามมาในวันนี้...ทุกอย่างคนดอยช้างได้มาด้วยความเพียร

ไม่ใช่เพราะโชคช่วย หรือแบมือขอ รอแต่ความช่วยเหลือ.

ชาติชาย ศิริพัฒน์

เป็นอีกความภูมิใจ กาแฟไทยจากหมู่บ้านดอยช้าง ต.วาวี อ.แม่สรวย จ.เชียงราย ได้ขึ้นทะเบียนเป็นสินค้ามีสิ่งบ่งชี้ทางภูมิศาสตร์ (GI) จากสหภาพยุโรป...ตั้งแต่ 3 ส.ค.2558 “กาแฟดอยช้าง” จะได้ใช้ตราสัญลักษณ์ GI อียู 28 ก.ค. 2558 13:26 28 ก.ค. 2558 13:27 ไทยรัฐ