วันพฤหัสบดีที่ 18 ตุลาคม พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐLogin
แสงเทียนนำทาง บุญวันพระใหญ่

แสงเทียนนำทาง บุญวันพระใหญ่

  • Share:

“ชีวิต”...ของคนเราล้วนได้อาศัย ปัจจัยสี่นับตั้งแต่อาหาร เครื่องนุ่งห่ม ที่อยู่อาศัยและยารักษาโรค เพื่อการดำรงชีพ...ถ้าชีวิตขาดสิ่งใดสิ่งหนึ่งแล้วก็ย่อมมีความเป็นอยู่ค่อนข้างลำบาก

คนเราจึงดิ้นรนเพื่อให้ได้มาซึ่งปัจจัยสี่เหล่านั้น บางรายก็สมหวัง บางราย ก็ผิดหวังจนกระทั่งหมดลมหายใจไป...เด็ก เยาวชนซึ่งจะเติบโตขึ้นมาเป็นกำลังสำคัญให้กับครอบครัว ชุมชน หมู่บ้าน ท้องถิ่น สังคม...รวมถึงประเทศชาตินั้น พวกเขามีความจำเป็นที่ควรได้รับการฟูมฟักตั้งแต่แรกเกิดจนเติบโตขึ้นมาตามวัย

...ได้รับโอกาสทางการศึกษาที่ดีพอสมควร ได้รับการเลี้ยงดู ได้รับการฝึกอบรมบ่มนิสัยพัฒนาจิตใจอย่างสม่ำเสมอ รวมถึงอยู่ในสิ่งแวดล้อมที่ดี ได้มีปัจจัยสี่เพื่อการดำรงชีวิตประจำวัน

แต่...ภาพเหล่านั้นคงไม่เกิดขึ้นกับเด็กทุกคนเสมอไป โดยเฉพาะเด็กยากจน ที่เกิดในชนบทห่างไกลความเจริญ เด็กกำพร้าที่ขาดบิดามารดา เด็กที่เกิดมาบนความแตกแยกของครอบครัวโดยผู้ให้กำเนิดใช้ชีวิตไปคนละทิศคนละทาง หรือเด็กมีปัญหาในกรณีอื่นๆที่มีความแตกต่าง สุดที่จะกล่าวถึงได้

มูลนิธิกลุ่มแสงเทียน ห่วงใย ตระหนักถึงคุณภาพและคุณค่าของเด็กๆเหล่านั้น จึงได้จัด “โครงการสร้างบ้านพักอาศัยให้นักเรียนที่ยากจนในชนบท” ขึ้นมาตั้งแต่ปี 2547 เพื่อให้ความช่วยเหลือ สร้างบ้าน ให้เด็กได้มีที่อยู่อย่างถาวร มีกำลังใจในการศึกษาเล่าเรียนจะได้เติบโตขึ้นมาเป็นเยาวชน พลเมืองที่ดี มีคุณภาพให้กับสังคม...ชาติบ้านเมือง

บ้านหลังแรกสร้างขึ้นที่บ้านหนองคอไก่ ตำบลเขากระปุก อำเภอท่ายาง จังหวัดเพชรบุรีมาเรื่อยๆ จนมาถึงล่าสุดได้สร้างบ้านให้นักเรียนที่ยากจน ที่กำพร้าบิดา ที่บ้านปากจาบ ตำบลโคกเพชรพัฒนา อำเภอบำเหน็จ-ณรงค์ จังหวัดชัยภูมิ เมื่อเดือนมีนาคมที่ผ่านมาเป็นหลังที่ 27 แล้ว และจะดำเนินโครงการนี้ต่อไปเรื่อยๆ

พระมหาสมัย จินฺตโฆสโก กรรมการและเลขานุการมูลนิธิกลุ่มแสงเทียนวัดบางไส้ไก่ ธนบุรี กทม. บอกว่า การจัดสร้างบ้านพักอาศัยนี้ได้รับข้อมูลมาจากสี่ส่วนด้วยกันคือ...จากการที่เด็กนักเรียนเขียนจดหมายมาขอความช่วยเหลืออย่างเป็นทางการ จากข้อมูลที่ครูอาสามูลนิธิฯไปพบเห็น จากการจัดค่ายอาสาพัฒนาชนบทของมูลนิธิฯโดยตรงแล้วเข้าไปพบเห็นถึงความจำเป็น...ความต้องการของเด็ก และจากการออกเผยแผ่ธรรมะที่ไปเทศน์ตามโรงเรียนหรือสถาบันการศึกษาต่างๆของพระวิทยากรเผยแผ่ธรรมะของมูลนิธิ

คณะกรรมการมูลนิธิฯจะพิจารณาแล้วออกไปสำรวจตรวจสอบด้วยตนเองถึงความจำเป็น ความเป็นไปได้ในการให้ความช่วยเหลือเด็กแต่ละคนเป็นรายไป เมื่อรายใดได้รับการอนุมัติให้ดำเนินการแล้ว ฝ่ายทีมงานก่อสร้างก็จะลงพื้นที่ก่อสร้างบ้านให้เด็กที่ยากจนจนเสร็จเรียบร้อยแล้ว จึงจะมอบบ้านให้เด็ก ครอบครัวได้เข้าอาศัย

แต่ละแห่งจะใช้เวลาไม่เกินครึ่งเดือน ทุกอย่างจะกลายเป็น...“ฝันที่เป็นจริง”

สำหรับ “ค่าใช้จ่าย” ในการก่อสร้างได้จากกองกลางตามโครงการของมูลนิธิฯและประชาชนทราบข่าวร่วมบริจาคสมทบ ลักษณะบ้านแต่ละหลังจะเป็นบ้านสองชั้น...ครึ่งเหล็กครึ่งปูน เสาสิบสองต้น ทุกอย่างเสร็จเรียบร้อยจนหมด เฉลี่ยแล้วมีค่าใช้จ่ายในการก่อสร้างหลังละ 200,000 บาท

เข้าพรรษาวันพระใหญ่ผู้สนใจร่วมทำบุญใหญ่ติดต่อได้ที่มูลนิธิกลุ่มแสงเทียน วัดบางไส้ไก่ ซอยมหาวิทยาลัยราชภัฏบ้านสมเด็จเจ้าพระยา ถนนอิสรภาพ ซอย 15 แขวงหิรัญรูจี เขตธนบุรี กรุงเทพมหานคร 10600 โทรศัพท์ 0-2465-6165, 0-2466-8354 โทรสาร 0-2472-4212 ทุกวันไม่มีวันหยุด เฟซบุ๊กเพจ “มูลนิธิกลุ่มแสงเทียน”

กระนั้นในร่มบุญก็มีเงาบาปแอบแฝง พระมหาสมัย บอกว่า มูลนิธิกลุ่มแสงเทียนไม่มีการมอบหมายให้บุคคลใดบุคคลหนึ่งไปเชิญชวน ...เรี่ยไร เพื่อให้ร่วมบริจาคแต่ประการใด หากต้องการช่วยเหลือเด็กด้อยโอกาสให้ติดต่อได้โดยตรงที่มูลนิธิฯเท่านั้น เพื่อป้องกันการแอบอ้างชื่อองค์กรออกเรี่ยไรหรือเชิญชวน

ส่วนในระยะยาวมูลนิธิฯจะเข้าไปอุปการะ “ทุนการศึกษาช้างเผือก” ส่งเสียให้เด็กได้มีโอกาสได้เรียนหนังสือในชั้นสูงๆขึ้นไปจนกว่าเด็กแต่ละคนจะเรียนจบปริญญาตรีจึงจะหมดภาระและหน้าที่ของมูลนิธิฯไป...ใช้เวลาฟูมฟักเด็กอยู่ประมาณ 12-15 ปี เด็กแต่ละคนก็จะถึงฝั่งแห่งความสำเร็จทางการศึกษา จึงถือว่าเป็นความสำเร็จในการนำพาเด็กแต่ละชีวิตที่ในอดีตเกือบจะตกอยู่ในมุมมืดของชีวิต แต่สุดท้ายก็ได้มีโอกาสที่ดีขึ้นมา

ขณะนี้...มูลนิธิฯกำลังก่อสร้างบ้านให้ เด็กหญิงชญานิน ศรีหาบุตร เด็กนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 3 ที่ครอบครัวแตกแยกไม่มีบ้านพักอาศัยเป็นของตนเอง ไม่มีที่ดินเป็นของตนเอง อาศัยบ้านหลังเก่าๆชาวบ้าน เป็นที่ซุกหัวนอนกับน้องชายอีกหนึ่งคนที่บ้านหญ้าหน่อง ตำบลจำปาขัน อำเภอสุวรรณภูมิ จังหวัดร้อยเอ็ด

บ้านหลังนี้เป็นหลังที่ 28 โครงการสร้างบ้านให้เด็กยากจน เมื่อสร้างเสร็จเรียบร้อยก็จะไปสร้างบ้านหลังต่อไปให้กับ เด็กหญิงเดือนเพ็ญ ศรี-แก้ว เด็กนักเรียนชั้น ป.2 ที่ครอบครัวแตกแยก มารดาพิการด้อยโอกาสเพราะสุขภาพไม่ปกติ ที่บ้านชำรุดทรุดโทรมอย่างมาก ที่บ้านหนองเดิ่น ต.ชุมพร อ.เมยวดี จ.ร้อยเอ็ด

ต่อจากนั้นก็จะไปสร้างบ้านให้ เด็กหญิงปรารถนา ดีสถาน เด็กนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1 ที่ครอบครัวแตกแยก พักอาศัยอยู่ตามยถากรรมกับคุณยายวัย 80 ปี ที่บ้านอาคุณ ต.กระโพ อ.ท่าตูม จ.สุรินทร์ และสุดท้ายจะสร้างบ้านให้ เด็กชายวัชรพล นาคพินิจ เด็กนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 1 ที่บ้านชำรุดทรุดโทรมอย่างมาก ครอบครัวยากจนและมีคุณยายที่พิการชราในบ้านอีกด้วย ที่บ้านดงเค็ง ต.เมืองลีง อ.จอมพระ จ.สุรินทร์ ซึ่งจะเป็นบ้านหลังที่ 31 ของโครงการ คาดว่าจะใช้เวลาประมาณ 3 เดือน

โครงการสร้างบ้านให้เด็กยากจนฯ เป็นหนึ่งใน 16 โครงการที่ทาง มูลนิธิฯได้ดำเนินการเพื่อให้ความช่วยเหลือเด็กกำพร้า เด็กยากจน เด็กด้อย โอกาสในสังคมทั้งในชุมชนเมือง...ชนบท มาตั้งแต่ปี 2527 ถึงวันนี้ 31 ปีแล้ว

“ทั้งเลี้ยงดูเด็กอยู่เป็นประจำ อุปการะทุนการศึกษาส่งให้เด็กได้มีโอกาสเรียนหนังสือชั้นสูงๆขึ้นไป ฝึกอบรมบ่มนิสัยสอนธรรมะเด็ก...เยาวชนให้เติบโตขึ้นมาเป็นเยาวชน พลเมืองที่ดีของสังคม... ประเทศชาติ โดยไม่หวังผลตอบแทนใดๆช่วยเหลือ...สนับสนุนการศึกษาเด็กด้อยโอกาสตามโครงการต่างๆ เพียงหวังให้เด็กๆเหล่านั้น ได้รับการศึกษาที่พอสมควรแก่วัย ได้เติบโตมาเป็นพลเมืองที่ดีของประเทศชาติ...”

ไม่ไป...ก่อปัญหาสร้างความเดือดร้อนให้กับสังคม ไม่ไป...ก่ออาชญากรรมให้กับสุจริตชน ไม่เติบโตขึ้นมาแล้วกลายเป็นเนื้อร้ายให้กับส่วนรวม โดยที่พวกเขาได้รับการศึกษา การเลี้ยงดูที่ดี ได้รับการฝึกอบรมนิสัยอย่างสม่ำเสมอ ได้รับไออุ่นใต้ร่มเงาของพระพุทธศาสนา ได้รับ ข้าวน้ำจาก “ข้าวก้นบาตร” ได้รับสิ่งที่ดีมาจากคำว่า “เด็กวัด”

พระมหาสมัย ย้ำว่า การดำเนินกิจกรรมและโครงการของมูลนิธิกลุ่มแสงเทียนทั้งหมดล้วนอาศัยการสนับสนุนจากประชาชนในสังคมที่มีจิตศรัทธา เมตตาบริจาคปัจจัยสี่...ทุนทรัพย์มาช่วยเหลือเด็กๆ ไม่ว่าจะเป็นอาหาร อุปกรณ์การศึกษา ทุนการศึกษา ค่าใช้จ่ายในการทำกิจกรรมโครงการต่างๆ...ให้โดยไม่หวังผลตอบแทน

...ให้เพื่อเสียสละให้กับคนอื่นได้มีความหวัง มีอนาคตที่สดใสขึ้นมา ให้เพื่อกำจัดความตระหนี่ของตนเอง ให้เพื่อช่วยเหลือเพื่อนมนุษย์ร่วมโลกเดียวกันร่วมสังคมเดียวกัน ให้เพื่อสร้างสังคมและสร้างชาติไทยของเราให้มีปกติสุข...เจริญก้าวหน้า ก็คงไม่เหลือบ่ากว่าแรงที่เราจะแบ่งปันเพื่อเด็กตาดำๆ อีกมากมายในสังคมไทยเรา

“การสร้างบ้านให้เด็กนักเรียนยากจน เป็นการสร้างเยาวชนที่ดีให้เกิดขึ้นกับสังคม...ชาติบ้านเมืองในวันข้างหน้า มาร่วมแรงร่วมใจกันชุบชีวิตเด็กด้อยโอกาสให้เติบโตมาเป็นกำลังของสังคมเราเถิด”

พระมหาสมัย จินฺตโฆสโก เลขาฯ มูลนิธิกลุ่มแสงเทียนวัดบางไส้ไก่ กล่าวทิ้งท้าย.

คุณอาจสนใจข่าวนี้

คุณอาจสนใจข่าวนี้