วันพฤหัสบดีที่ 20 กันยายน พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

วันภาษาไทยแห่งชาติ 2558ใครเอ่ยทำให้ภาษาวิบัติ?

โดย ซูม

วันนี้เป็น “วันภาษาไทยแห่งชาติ” ครับ อันเป็นวันที่กำหนดขึ้นโดยรัฐบาลเมื่อปี 2542 ให้วันที่ 29 กรกฎาคมของทุกปี เป็นวันภาษาไทยแห่งชาติ ด้วยเหตุผลหลายๆประการ

ประการแรก ซึ่งเป็นประการสำคัญที่สุดก็เพื่อรำลึกถึงพระมหากรุณาธิคุณของ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ที่เสด็จพระราชดำเนินไปทรงอภิปรายเรื่อง “ปัญหาการใช้คำไทย” ร่วมกับผู้ทรงคุณวุฒิจำนวนหนึ่ง ณ คณะอักษรศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย เมื่อวันที่ 29 กรกฎาคม พ.ศ.2505

ส่วนประการที่สอง ก็เพื่อกระตุ้นและปลุกจิตสำนึกของคนไทยทั้งชาติให้ตระหนักถึงความสำคัญและคุณค่าของภาษาไทย ตลอดจนร่วมมือร่วมใจกันทำนุบำรุงส่งเสริม และอนุรักษ์ภาษาไทย ซึ่งเป็นเอกลักษณ์และเป็นสมบัติวัฒนธรรมอันล้ำค่าของชาติให้คงอยู่คู่ชาติไทยตลอดไป

นับมาถึงปีนี้เป็นเวลา 16 ปีเต็มๆแล้วครับ ที่เรามี “วันภาษาไทยแห่งชาติ” แต่ก็ดูเหมือนความกังวลว่าภาษาไทยเราจะวิบัติ จะผิดเพี้ยน รวมไปถึงการใช้อย่างไม่ค่อยถูกต้อง เช่น เขียนไม่ถูกต้อง หรือออกเสียงไม่ถูกต้อง ก็ยังคงมีอยู่ต่อไป และดูจะน่าห่วงมากขึ้นด้วยซ้ำ

ยิ่งมาถึงยุคที่สื่อสารมวลชนกลายเป็นสื่ออิสระไร้พรมแดน ไร้ผู้ควบคุม ไร้ผู้กำกับ เป็นสื่อสังคมออนไลน์ ผ่านมือถือ ผ่านไอแพด ผ่านจอคอมพิวเตอร์อย่างทุกวันนี้ ทำให้มีการคิดคำใหม่ ประดิษฐ์วลีใหม่ออกมาเป็นร้อยคำ เป็นพันคำ จนแทบจะจำไม่ได้

อ่านแล้วบางครั้งก็หงุดหงิด แต่ก็ปลอบใจเสียว่า คำพวกนี้เดี๋ยวก็ตายไป อย่าไปคิดอะไรมาก พอเลิกฮิตคนไทยก็ลืม

แต่ 4-5 ปีมานี้ สถาบันอันสำคัญยิ่งด้านภาษาไทย ที่ควรจะทำหน้าที่อนุรักษ์ภาษาไทยอย่างเคร่งครัด หรือทำหน้าที่เป็นไม้บรรทัดในการ รักษามาตรฐานภาษาไทยให้คงเส้นคงวาเอาไว้ ดังเช่น ราชบัณฑิตยสถาน กลับมาให้ท้ายหรือส่งเสริมการคิดคำใหม่ๆเข้าให้

มีการจัดทำ พจนานุกรมคำใหม่ มา 2-3 เล่ม ในช่วง 4-5 ปีมานี้ ซึ่งผมก็เห็นว่าดี เพราะเรามีศัพท์ใหม่ๆ คำใหม่ๆ ทางวิทยาศาสตร์ ทางเทคโนโลยี ทางเศรษฐกิจการเงินเกิดขึ้นมากมาย การนำมาบัญญัติเป็นภาษาไทยไว้จึงเป็นเรื่องสมควรอย่างยิ่ง

แต่ทีนี้ท่านไปเล่นเหมาเข่ง เอาสำนวนหรือคำประดิษฐ์ที่หนังสือพิมพ์บ้าง คอลัมนิสต์อย่างพวกผมบ้าง รวมทั้งที่ประชาชนทั่วไปคิดขึ้นบ้าง อย่างจะให้สนุกสนาน หรือจำง่ายๆ ที่เราเรียกว่า “สะแลง” ต่างๆมารวมไว้ด้วย

ในทางหนึ่งก็เป็นเรื่องที่ดี ถือว่าเป็นความงอกงามของภาษาไทย แต่ในอีกทางหนึ่งก็ดูเป็นการฟุ่มเฟือยและนอกลู่นอกทางเกินเหตุ โดยเฉพาะในเรื่องการคิดค้นคำใหม่ๆดังกล่าว

เล่มล่าสุดนี้ท่านหยิบคำและสำนวนเหล่านี้ไปให้คำจำกัดความแล้วครับ...ผมอ่านแล้วบอกตรงๆว่าไม่สบายใจเลย...เช่น...

“กอล์ฟหลุม 19”, “กิ๊บเก๋ยูเรก้า”, “ขิงแก่”, “คนละเรื่องเดียวกัน”, “โง่แล้วอยากนอนเตียง”, “ชาติหน้าตอนบ่ายๆ”, “ชิวชิว”, “ซกมก”, “ซีเครียด”, “ณ บัดนาว”, “นมหก”, (หน้าอกล้น), “ตีฉิ่ง” (รักร่วมเพศหญิง), “เม้าท์แตก”, “แต๋วแตก”, “ไอ้หื่น” และ ฯลฯ เป็นต้น

ผมเคยตั้งข้อสังเกตและกราบขอร้องท่านราชบัณฑิตย์ทั้งหลายไว้หนหนึ่ง ว่าอย่าไปเอาคำเหล่านี้มาลงในเอกสารของท่านเลยจะได้ไหม

เพราะจะเท่ากับเป็นการยอมรับและเป็นการให้ท้าย ชักชวนให้มีการประดิษฐ์คำใหม่ๆอย่างไร้เหตุผลขึ้นโดยไม่สิ้นสุด

ถ้าท่านเฉยไว้หรือไม่สนใจเลย คำเหล่านี้ก็จะตายไปเอง

ผมยังนึกไม่ออกว่าท่านยอมรับคำว่า “ณ บัดนาว” ซึ่งเป็นคำเล่นๆ ให้เป็นคำในพจนานุกรมของราชบัณฑิตยสถานได้อย่างไรก็ไม่รู้

ไม่เอาคำว่า “จุงเบย” อีกสักคำหรือครับ เพราะผมยังไม่เห็นในเล่มล่าสุด

เนื่องในวันภาษาไทยแห่งชาติปีนี้ หากเทวดาที่ไหนจะมาให้ผมขอพรอะไรสักอย่างผมก็อยากจะขอท่านว่า

ช่วยดลบันดาลให้ราชบัณฑิตยสถานได้กลับไปเป็นราชบัณฑิตย์ที่ควรค่าแก่การเคารพบูชาในฐานะ “ผู้พิทักษ์ภาษาไทย” ที่เป็นภาษาแท้ๆของเราดังที่เคยปฏิบัติมาในอดีตด้วยเถอะครับ อย่าให้ท่านมาเสียเวลาบัญญัติศัพท์ที่ไร้สาระประเภทผ่านมาแล้วผ่านไปอย่างที่ท่านกำลังกระทำอยู่ในขณะนี้เลย.

“ซูม”

28 ก.ค. 2558 10:29 28 ก.ค. 2558 10:29 ไทยรัฐ