วันจันทร์ที่ 20 สิงหาคม พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

ก้าวย่างสำคัญดุลอำนาจ คสช.

ระยะนี้ข่าวคราวที่เกี่ยวกับรัฐธรรมนูญดูจะเงียบหายไป แม้จะเข้าสู่ช่วงสุดท้ายเป็นรัฐธรรมนูญสำเร็จรูปก็ตาม ที่เป็นเช่นนี้ก็คงเป็นเพราะถูกข่าวปรับ ครม.กลบไปเสียหมด แต่อีกราว 1 เดือนคงจะกลับมาดังอีก เพราะถึงกำหนดที่จะทำให้เสร็จแล้วให้ สปช.ลงมติ

จะผ่านหรือไม่ผ่านย่อมมีส่วนสัมพันธ์กับการเมืองในห้วงนั้นอย่างแน่นอน ด้านหนึ่งหากผ่านความเห็นชอบโรดแม็ปของ คสช.เข้าสู่ช่วงสุดท้ายที่ไปสู่การเลือกตั้งใหม่

แม้จะต้องมีการทำประชามติ แต่เชื่อว่าถ้าผ่าน สปช.ไปได้ ก็ไม่น่าจะมีปัญหาเชื่อว่าประชาชนคงจะให้การสนับสนุน

ที่น่าสนใจก็คือ “ประชามติพ่วง” อีก 2 ประเด็น

เมื่อรัฐธรรมนูญชั่วคราวฉบับแก้ไขเพิ่มเติมได้ระบุเอาไว้ว่าการทำประชามติรัฐธรรมนูญนั้นกำหนดเอาไว้ให้สามารถประชามติสอบถามความเห็นของประชาชนเพิ่มได้อีก 2 ประเด็น ซึ่งยังไม่รู้ว่าจะมีจัดทำหรือไม่และเป็นประเด็นอะไรบ้าง

อีกด้านหนึ่ง หากรัฐธรรมนูญไม่ผ่าน สปช.ก็จะต้องดำเนินการตามรัฐธรรมนูญชั่วคราวคือเริ่มต้นกระบวนการกันใหม่ทั้งหมด

นั่นคือ สปช.จะต้องยุติการปฏิบัติหน้าที่ทันที

โดยมีการแต่งตั้งคณะกรรมการขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศจำนวน 200 คน ซึ่ง คสช.จะแต่งตั้งเองทั้งหมด

ยุบเลิกคณะกรรมาธิการร่างรัฐธรรมนูญทั้งชุดแล้ว แต่งตั้งขึ้นใหม่จำนวน 20 คน คสช.จะเป็นผู้แต่งตั้งเองเพื่อร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ ซึ่งได้กำหนดเวลาเอาไว้ 180 วัน เมื่อเสร็จแล้วจะต้องจัดทำประชามติ

ตามขั้นตอนและกระบวนการต่างๆนี้ ทำให้รัฐบาล คสช.ที่มี พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา เป็นนายกรัฐมนตรี ก็ต้องยืดอายุยาวออกไปพร้อมๆกับ สนช.และ คสช.

เป็นการต่ออายุไปโดยเงื่อนไขที่รัฐธรรมนูญกำหนด

เหนืออื่นใดในประเด็นเนื้อหาของรัฐธรรมนูญนั้น แม้เสียงคัดค้านแต่แรกดูจะแรงเป็นระลอกทั้งจาก สปช. สนช. พรรคการเมืองและความเห็นของ ครม.ด้วย ซึ่งต่อมาได้เสนอให้ กมธ.ยกร่างนำไปพิจารณาปรับปรุงหรือยกเลิกในประเด็นต่างๆ

นายดิเรก ถึงฝั่ง สปช. ที่แสดงท่าทีมาโดยตลอดใน 3 ประเด็นหลัก คือ 1. นายกฯไม่ต้องมาจากการเลือกตั้ง 2. ที่มาของ ส.ว.ต้องมาจากการเลือกตั้งไม่ใช่สรรหา 3. ที่มาของ ส.ส.ทั้ง ส.ส.เขต และ ส.ส.ปาร์ตี้ลิสต์ไม่ให้นำระบบเลือกตั้งแบบเยอรมันมาใช้

แม้ว่า กมธ.จะมีการแก้ไขอยู่หลายประเด็นทั้งที่มาของ ส.ว. ซึ่งได้กำหนดให้มีการเลือกตั้ง 77 คน คือ จังหวัดละ 1 คน อีกส่วนคือ 123 คน มาจากการสรรหา

แต่นายกฯไม่ต้องมาจากการเลือกตั้งไม่มีการแก้ไขยืนยันแบบเดิม

ดังนั้น นายดิเรกจึงยืนยันว่าจะคว่ำรัฐธรรมนูญอย่างแน่นอน และมีการเคลื่อนไหวพูดคุยกับ สปช.บางส่วนเพื่อจับมือกันเพื่อไม่ให้ผ่านความเห็นชอบ

ราวกลางเดือนสิงหาคมคงจะรู้ผลว่าจะออกหัวออกก้อยอย่างไร

จะผ่านหรือไม่ผ่านก็จะทำให้การเมืองเกิดความเข้มข้นขึ้นมาอีก ซึ่งจะสอดรับกับการปรับ ครม. ซึ่งนายกฯยืนยันแล้วว่าจะมีการปรับเมื่อรัฐบาลทำงานมาครบ 1 ปี

อีกประเด็นที่น่าสนใจไม่ต่างกันก็คือการแต่งตั้งโยกย้ายข้าราชการที่จับตากันมากก็คือ ผู้นำตำรวจและทหารเหล่าทัพต่างๆ

ผบ.ทบ.คือตำแหน่งที่จะสะท้อนความเป็นไปของ คสช. และรัฐบาล

แม้ด้านหนึ่งจะมีความสัมพันธ์กับความมั่นคง ซึ่ง คสช.ให้ความสำคัญมากที่สุด แต่ขึ้นอยู่กับว่านายทหารคนไหนจะได้รับการแต่งตั้ง

จะทำให้ “ดุลอำนาจ” ของ คสช. จะเกิดอาการสั่นคลอนหรือไม่?

“สายล่อฟ้า”

28 ก.ค. 2558 10:18 28 ก.ค. 2558 10:18 ไทยรัฐ