วันพฤหัสบดีที่ 13 ธันวาคม พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐLogin
ปรับครม.ทั้งทีมเมื่อครบปี ตู่ดูสุขภาพ-อายุ

ปรับครม.ทั้งทีมเมื่อครบปี ตู่ดูสุขภาพ-อายุ

  • Share:

ไม่เน้นเฉพาะฝ่ายเศรษฐกิจ ‘ทักษิณ’ทิ้งทุ่น-รับปรึกษา

“ประยุทธ์” พูดชัดปรับ ครม.เมื่อรัฐบาลครบ 1 ปี หรืออาจเร็วกว่านั้น ยันยกเครื่องทั้งทีมหมุนเวียนให้ต่อเนื่อง ไม่ใช่เฉพาะทีมเศรษฐกิจ เบรกนักการเมืองอย่าเพิ่งเข้ามาตอนนี้ “หม่อมอุ๋ย” บอกยังร่วมงานกับ “บิ๊กตู่” ราบรื่น เช็กข่าวยิบยังไม่มีอะไร “สมหมาย” ท้าลั่นทีมอื่นเข้ามาแก้ปัญหาเศรษฐกิจ “สมคิด” ครวญมือมืดปล่อยข่าวตกปากรับตำแหน่ง รมต.กลางงานแต่งลูกชาย หวังผลกดดันนายกฯ ด้าน “อุดมเดช” ปฏิเสธวุ่น “สุดารัตน์” ไม่ร่วมวง ครม.แน่ “ทักษิณ” เปิดบ้านที่ดูไบปาร์ตี้เบิร์ธเดย์ 66 ปี บ่นเป็นห่วงคนยากจน ประกาศพร้อมเป็นที่ปรึกษาเศรษฐกิจให้รัฐบาลถ้าต้องการ กมธ.ยกร่างฯ วอน สปช.ดูร่างฉบับสุดท้ายก่อนโหวต “ดิเรก” ตั้งแง่ดู 3 ปมร้อนที่มานายกฯ-ที่มา ส.ส.-ที่มา ส.ว. ก่อนชี้ชะตา รธน. “อภิสิทธิ์” ร่วมงานบวชพระใหม่สวนโมกข์ฯ ฟันธง “สุเทพ” ไม่วางมือการเมือง

การปรับคณะรัฐมนตรี (ครม.) ในรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) มีความชัดเจนแล้ว โดย พล.อ.ประยุทธ์ระบุว่าจะปรับ ครม.เมื่อรัฐบาลครบ 1 ปี หรืออาจเร็วกว่านั้น โดยจะเป็นการปรับหมุนเวียนตำแหน่งครบทุกด้าน ไม่ใช่เฉพาะทีม ครม.เศรษฐกิจ

“บิ๊กตู่” เซ็งคนเมินค่านิยม 12 ประการ

เมื่อเวลา 09.00 น. วันที่ 27 ก.ค. ที่ตึกสันติไมตรี ทำเนียบรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้า คสช. เป็นประธานในพิธีเปิดโครงการจัดนิทรรศการและสื่อสารคดีเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จ พระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ โดยมีนางนราพร จันทร์โอชา ภริยา เข้าร่วม ทั้งนี้ พล.อ.ประยุทธ์และภริยา ได้ลงนามถวายพระพรลงบนใบโพธิ์ทอง ขอให้พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวและสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ “ทรงพระเจริญยิ่งยืนนาน” และนำไปติดไว้ที่ต้นโพธิ์ทอง ซึ่งสำนักเลขาธิการนายกรัฐมนตรีจะนำใบไปหล่อเป็นพระพุทธรูปต่อไป จากนั้นนายกฯเดินชมนิทรรศการ ให้ความสนใจการทอผ้าไหมมัดหมี่ลายนาคหัวโพ๊ะและทอหูกของ ด.ช.ป้องทอง ศรีสมุทร หรือน้องเคน อายุ 10 ขวบ พร้อมคุณยาย ชาวบ้านหนองสูง จ.มุกดาหาร มาสาธิต

จากนั้น พล.อ.ประยุทธ์กล่าวให้โอวาทกับนักเรียน นักศึกษาที่ร่วมงานตอนหนึ่งว่า ขอให้ตระหนักถึงความพอเพียง ขณะเดียวกัน สื่อต้องมีคุณภาพ และความรับผิดชอบ ไม่ใช่เสนอแต่บันเทิงอย่างเดียวเพราะอันตราย และต้องติดตามโซเชียลมีเดียด้วย หากไม่ตามจะโดนหาว่าโง่ แต่ถ้าฟังแล้วเชื่อไปหมดจะโดนหาว่าบ้า ส่วนค่านิยม 10 ประการไม่ได้ยกเลิกของจอมพล ป.เลยเพียงแต่เพิ่มบางข้อ ทำแล้วรัฐบาลไม่ได้อะไรแต่ได้กับตัวเองทั้งนั้น ยากไหม 12 ข้อ ทำแล้วมันตายไหม คนมันจะว่าอยู่ทุกวัน ไอก็ว่า

ลั่นปรับ ครม.ไม่ทำตามแรงกดดัน

ต่อมาเวลา 10.30 น. พล.อ.ประยุทธ์ให้สัมภาษณ์ถึงกระแสการปรับ ครม.ว่า จะไม่ทำตามกระแสกดดัน และไม่มีใครสามารถมากดดันได้ จะทำตามวิจารณญาณของตนเอง จะปรับเมื่อระยะเวลาที่เหมาะสม คือเมื่อทำไประยะหนึ่งแล้วต้องมีระยะต่อไปที่ต้องต่อเนื่อง ต้องมีปรับบ้าง แต่ไม่ได้ปรับเพราะมีความผิด หรือเพราะสังคมอะไรต่างๆ เราทำงานด้วยหลักการ สังคมอาจจะไม่ทันใจบ้างตนก็รับฟัง เมื่อถามว่า ตามผลโพลเสียงส่วนใหญ่ระบุว่าอยากให้ปรับ พล.อ.ฉัตรชัย สาริกัลยะ รมว.พาณิชย์ พล.อ.ประยุทธ์ตอบว่า “เขาทำอะไรผิด เพราะว่าเขาเป็นทหารต้องเอาออก หรือไม่มีผลงาน หรืออย่างไร” เมื่อผู้สื่อข่าวตอบว่า อาจเป็นเพราะอยู่กระทรวงพาณิชย์ พล.อ.ประยุทธ์ ตอบว่า ทุกคนไปมองว่าเศรษฐกิจมันแย่ แต่ไม่ฟังว่าแย่เพราะอะไร เมื่อถึงเวลานั้นเศรษฐกิจก็ต้องโดนทั้งหมด ถามว่าวันนี้ พล.อ.ฉัตรชัยไปค้าขายอะไรหรือไม่ ขณะนี้ก็บินไปประเทศแอฟริกากว่า 20 ชั่วโมง ยังไม่ได้กลับ รู้กันบ้างหรือไม่ว่าทำงานกันอย่างไร มีใครอยากบินไปแอฟริกาเป็นเวลานานๆหรือไม่ ที่ผ่านมา เขาทำงานไปขายของเพิ่มขึ้นตั้งเท่าไหร่ ทั้งผลไม้ ที่ขายให้กับญี่ปุ่นหรืออะไรต่างๆ ต้องดูตรงนั้น ดูที่งาน ไม่ใช่บอกว่าเขาไม่สนใจ มีแต่คนไทยที่ให้เกียรติคนของตนเอง แล้วมาตีกันเอง ให้ที่แย่อยู่แล้วแย่กว่าเดิม

พูดชัดเขย่าใหม่หมุนเวียนยกทีม

เมื่อถามอีกว่า จากผลสำรวจพบว่ามี 3 กระทรวงที่ไม่น่าพอใจ พล.อ.ประยุทธ์ตอบว่า สำรวจจากใคร กลุ่มไหน อาชีพอะไร ถ้าแตกต่างกันผลสำรวจก็แตกต่างกัน คำตอบก็จะไปเหมือนกัน ต้องถามว่าสำรวจคนทุกกลุ่มหรือไม่ แต่ตนก็รับฟัง ขณะเดียวกันก็รู้ว่า ครม.แต่ละคนทำงานกันอย่างไร เมื่อถามย้ำว่า ห้วงเวลานี้สมควรที่จะปรับ ครม.แล้วหรือยัง พล.อ.ประยุทธ์ตอบว่า เมื่อใกล้ครบปีก็ต้องดูก่อนว่าสมควรหรือยัง แต่ไม่ใช่ว่าปรับหรือไม่ปรับ เพื่อให้เศรษฐกิจดีขึ้น ตนว่าเป็นความรู้สึกมากกว่า ต่อข้อถามว่า ถ้าปรับ ครม.จะปรับเฉพาะทีมเศรษฐกิจหรือไม่ พล.อ.ประยุทธ์ตอบว่า “ปรับทั้งทีมนั่นแหละ ผมจะดูของผมเอง ทำไมต้องเน้นเศรษฐกิจอย่างเดียว” เมื่อถามอีกว่า จะปรับใหญ่หรือปรับเล็ก พล.อ.ประยุทธ์ตอบว่า การปรับ ครม.ต้องมีการปรับเปลี่ยนหมุนเวียน ดูทุกเหตุผลทั้งสุขภาพ อายุ ยืนยันว่าที่ผ่านมาทุกคน ทำงานมาตลอด และเป็นการทำงานในช่วงที่ยากลำบาก ทุกคนเหนื่อย อย่าไปกดดันกันมากนัก

ป้อง รมต.สายทหารไม่ได้โง่

ผู้สื่อข่าวถามว่า จะปรับ ครม.ในส่วนตำแหน่งรัฐมนตรีที่เป็นทหารออก แล้วนำเอามืออาชีพมาทำงานหรือไม่ พล.อ.ประยุทธ์ตอบว่า “ทำไม ใครที่เป็นมืออาชีพ ที่ผ่านมามืออาชีพทำมาตั้งนานแล้ว แล้วได้อะไรขึ้นมาบ้าง ทหารมันโง่นักหรือไง วันนี้ต้องยอมรับว่าทหารเข้ามาต้องเข้ามา ทหารไม่ได้โง่นักหรอก การทำงานที่ผ่านมาเขาก็ทำกันแบบนี้ ข้าราชการเขาก็ทำงาน ไปถามนักการเมืองด้วยว่าทำกันหรือเปล่า วันนี้สั่งงานทุกเม็ด แต่อยู่ที่ข้าราชการทำได้แค่ไหน ไม่ใช่อยู่ที่ใครเข้ามามีฝีมือหรือไม่มีฝีมือ ตนไม่เชื่อตรงนั้น เพราะคิดว่าไม่ต่างกัน ไม่มีอะไรต่างกัน ใครเข้ามาใหม่ต้องทำแบบนี้ เพียงแต่วันนี้กระแสการตอบรับประชาชนก็เขียนกันเข้าไป เสียกันทุกคน วันหน้าก็เสียกันอยู่แล้ว ไม่มีอะไรดีสักอย่าง วันหน้าต้องเตรียมรับสถานการณ์ ที่มันแย่แล้วกัน”

ชี้ครบ 1ปี หรือเร็วกว่านั้นยกเครื่อง ครม.

เมื่อถามอีกว่า การปรับ ครม.จะมีความชัดเจนได้เมื่อไหร่ พล.อ.ประยุทธ์ ย้อนถามว่า “อยากเปลี่ยนใช่หรือไม่ อย่างนั้นก็ไปเลือกตั้งเข้ามาไหม ใครเขาอยากจะมาทำ อยากจะรู้ ไม่มีใครเขาอยากมาหรอก จะชัดเจนเมื่อไหร่ ก็เมื่อครบ 1 ปี นี่ 1 ปีแล้วหรือยังหรืออาจจะเร็วกว่านั้น” พล.อ.ประยุทธ์กล่าวและว่า 1 ปีที่ผ่านมาการทำงาน ถ้าพัฒนาไม่เยอะ คงไม่เดินหน้ามาขนาดนี้ วันนี้ทุกคนทำงาน ที่ผ่านไม่มีใครไปไล่การทำงานเท่านี้ ทำกันขนาดนี้ยังได้แค่นี้เลย ถ้าสถานการณ์เป็นแบบเดิม สิ่งต่างๆที่แก้จะเป็นแบบนี้หรือไม่ จะดีขึ้นหรือไม่ ส่วนเกรดจะดีขึ้นหรือไม่ก็ไม่รู้ แต่ได้ทำ ก่อนหน้านี้ไม่ได้ทำเลย นี่คือความแตกต่าง วันนี้ลืมกันไปหมดแล้วว่าเกิดอะไรขึ้นมา เอาแต่อยากได้ อยากให้เร็ว ถามว่าเศรษฐกิจไม่ดีเพราะอะไร เพราะบริหารไม่เป็นหรือขายของไม่ได้ เศรษฐกิจโลกก็เป็นส่วนหนึ่ง อย่าไปโทษเขามาก ต้องโทษตัวเอง ไปโทษคนบริหารเศรษฐกิจของประเทศ ไทยที่ว่าเก่งๆ วันนี้ที่แย่เพราะอะไร ทั้งปัจจัยภายนอก ภายใน โรงงานต่างๆเริ่มล้าสมัย หากินกันมากี่ปี การเมืองเคยมาดู เคยปรับโครงสร้างอะไรให้เข้มแข็งบ้าง หรือดูแลเฉพาะที่อยากจะดู นี่แหละที่ล้มเหลว ขายของกันแบบเดิมๆจะสู้เขาได้ไหม

เหน็บสื่อรับงานเชียร์ “สมคิด”

เมื่อถามว่า ที่นายกฯคิดว่าเศรษฐกิจล้มเหลว มองว่าใครเหมาะสมจะมาทำหน้าที่ตรงนี้ พล.อ.ประยุทธ์ ตอบว่า ไม่ได้อยู่ที่คน ใครก็ได้ เมื่อถามว่า มีชื่อนายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ ที่ปรึกษานายกฯด้านเศรษฐกิจ และสมาชิก คสช. พล.อ.ประยุทธ์ตอบว่า “ก็มี แต่ผมไม่เคยพูดถึง สื่อไปเขียนกันเองทั้งนั้น แล้วนอกจากนี้มีใครคนอื่นอีกหรือไม่ เสนอมาสิ” ผู้สื่อข่าวถามว่า คนที่มีชื่อดังๆตอนนี้คือ นายสมคิด พล.อ.ประยุทธ์ ตอบว่า “อ๋อเหรอ นี่ไปรับทางโน้นเขามาหรือเปล่า ถ้าเปล่าก็เฉยๆ ผมจะตั้งของผมเอง” เมื่อถามย้ำว่า ที่จะให้นายสมคิดเข้ามา เพราะต้องการเรียกความเชื่อมั่นด้านเศรษฐกิจ พล.อ.ประยุทธ์กล่าวเสียงดังอย่างมีอารมณ์ว่า “เชื่อมั่นผมนี่ เพราะผมเป็นคนทำ ทำไมต้องเชื่อมั่นคนโน้นคนนี้ ผมเป็นหัวหน้า เป็นคนรับผิดชอบ เป็นคนสั่งเขาทำ ถ้าไม่เชื่อมั่นใครเลย แสดงว่าไม่เชื่อผมด้วย และถ้าไม่เชื่อผม ผมก็จะทำแบบนี้”

เบรกนักการเมืองอย่าเพิ่งเข้ามา

เมื่อถามอีกว่า การปรับ ครม.ครั้งนี้จะไม่มีข้อจำกัดต้องเป็นคนกลุ่มการเมืองฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งใช่หรือไม่ พล.อ.ประยุทธ์ตอบเสียงดังว่า ไม่เกี่ยว ไม่สนใจเรื่องนี้ คนที่เป็นนักการเมืองอย่าเพิ่งเข้ามาตอนนี้ ชัดเจน อย่าไปเขียนกันให้เลอะเทอะ เวลาตนทักทายคนก็ทักทายทั่วไป ไปเขียนกันเป็นเรื่องเป็นราวว่า จะเอาคนนั้นคนนี้มา จะมารู้ใจตนได้อย่างไร ทุกอย่างทำด้วยหลักการ ต้องฟังทั้งหมด ไม่ได้ฟังจากสมองตนคนเดียว คนแนะนำและที่ปรึกษาเยอะไปหมด รัฐมนตรีต้องทำตามที่สั่ง ช้าเร็วว่ามา ถ้าทำช้าต้องหาคนทำเร็วเข้ามา ก็แค่นั้น จะไม่ยากอะไร ตนไม่ได้ใช้อารมณ์อธิบายเพียงแต่ต้องให้ความเป็นธรรมกับมนุษย์เขาหน่อย ถามว่าถ้าเข้ามาใหม่ไม่ดีจะไปโทษใครอีก โทษตนสิคราวนี้ เคยมีหลักการดูบ้าง ถ้าทุกอย่างทำมาแล้วตนไม่ต้องมาทำแบบนี้ เศรษฐกิจคงไม่เลวร้ายขนาดนี้

“วิษณุ” ปัดยังไม่ตรวจคุณสมบัติ รมต.

ด้านนายวิษณุ เครืองาม รองนายกฯ กล่าวว่า จะปรับ ครม.หรือไม่ปรับ โดยความสัตย์จริงตนไม่รู้เรื่องเลย และยังไม่มีการตรวจสอบคุณสมบัติบุคคลที่จะมาเป็นรัฐมนตรี สื่อไปเขียนกันเอง การตรวจสอบคุณสมบัติต้องไปถามนายอำพน กิตติอำพน เลขาธิการ ครม.และเป็นเรื่องของนายกฯจะปรับก็ต้องปรับ ที่บอกว่าข่าวปรับ ครม.ทำให้รัฐบาลมีแรงกระเพื่อม เพราะสื่อไปเสนอข่าวมีชื่อคนนี้มาคนนี้ไปไกลแล้ว ทำให้การเมืองกระเพื่อม ยุ่งไปหมด คนที่เป็นรัฐมนตรีอยู่และมีชื่อจะถูกปรับออกก็ตกใจ คนที่อยู่ข้างนอกเห็นมีชื่อตัวเองในข่าววิ่งเช็กข่าวเลยวุ่นไปหมด เอาเข้าจริงมีบางคนจริงและบางคนไม่จริง ส่วนที่สื่อบางฉบับระบุว่านายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ ตอบรับเป็นรัฐมนตรี และหัวหน้าทีมเศรษฐกิจแล้ว หลังนายกฯ ไปร่วมงานพิธีมงคลสมรสบุตรชายนายสมคิด เมื่อวันที่ 25 ก.ค.นั้น ในใจนายกฯคิดอย่างไรไม่รู้ ตนอยู่ในงานคิดว่าสิ่งที่นายกฯพูดไม่มีอะไร เป็นการพูดธรรมดาเท่านั้น การปรับ ครม.พูดส่งเดชไม่ได้ นายกฯต้องคุยกับเลขาธิการ ครม.ต้องทำให้เสร็จในคราวเดียว ราบรื่นช่วงใดก็ทำช่วงนั้น จะมีชื่อนายอำพนเป็นรัฐมนตรีด้วยหรือไม่ตนไม่รู้ รัฐธรรมนูญฉบับชั่วคราวปี 2557 เปิดให้อยู่แล้ว แต่รัฐธรรมนูญฉบับใหม่จะห้าม

“หม่อมอุ๋ย” ยันร่วมงานนายกฯราบรื่น

ขณะที่ ม.ร.ว.ปรีดิยาธร เทวกุล รองนายกรัฐมนตรีด้านเศรษฐกิจให้สัมภาษณ์อย่างอารมณ์ดีถึงท่าทีของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯและหัวหน้า คสช. หลังมีข่าวคลิปตำหนินายกฯไม่รู้เรื่องเศรษฐกิจว่า ตนยังงงกับข่าวเลย และตั้งแต่วันนั้นที่มีข่าวออกมา ตนกับนายกฯยังทำงานด้วยกันดี นายกฯไม่ได้ว่าอะไร ไม่ได้พูดอะไรเลย อีกทั้งเมื่อวันที่ 23 ก.ค.ที่มีข่าวออกมา นายกฯก็นั่งทำงานคู่กับตนทั้งวัน ไม่เห็นมีอะไร เชื่อว่าข่าวที่ออกมาจากแหล่งข่าวเดียวกัน ส่วนที่ ม.ล.ณัฏฐกรณ์ เทวกุล บุตรชาย ออกมาตอบโต้แทนตนนั้นจากข่าวดังกล่าว บุตรชายตนกำลังจะออกมาพูดถึงเรื่องการปรับ ครม.อยู่แล้ว อย่าไปคิดอะไรมาก เมื่อข่าวถามว่า สถานการณ์ขณะนี้เป็นอย่างไร ม.ร.ว.ปรีดิยาธรกล่าวว่า “ไม่มีอะไรนะ ก็พยายามเช็กอยู่”

พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา รมว.มหาดไทย กล่าวถึงการปรับ ครม.ว่า มาถามอะไรตน ตนยังไม่รู้เรื่องเลย ต้องไปถามนายกฯ เพราะเป็นทั้งอำนาจและหน้าที่ของนายกฯ เป็นผู้ตัดสินใจ

“ประจิน” ถอดใจโพลโหวตออก

พล.อ.อ.ประจิน จั่นตอง รมว.คมนาคม กล่าวถึงผลโพลที่ทำการสำรวจว่าเป็น 1 ใน 10 รัฐมนตรีที่ควรปรับออกจากตำแหน่งว่า ยอมรับว่ารู้สึกท้อใจแต่เรายังต้องทำงานต่อไป จนกว่าจะมีเสียงปรี๊ดดังหมดเวลา ถ้ากรรมการยังไม่เป่าหมดเวลาตนก็ไม่เคยหยุดทำงาน และยินดีรับฟังความคิดเห็นจากทุกฝ่ายส่วนการประเมินผลงานของกระทรวงคมนาคมนั้นมีหลายมิติที่เกี่ยวข้องกับประชาชน และยังไม่ทราบเรื่องปรับ ครม.เพราะยังไม่มีการหารือกับนายกฯ ส่วนการดึงนายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ ที่ปรึกษา คสช.เข้าร่วมรัฐบาลนั้นก็เห็นจากข่าวแต่ไม่ทราบเรื่องนี้จริงๆ จึงไม่ขอออกความเห็นว่านายสมคิดเข้ามารับตำแหน่งแล้วจะมีผลต่อรัฐบาลอย่างไร

“สมหมาย” ท้าทีมอื่นมาแก้ปัญหา ศก.

นายสมหมาย ภาษี รมว.คลัง กล่าวถึงผลโพลที่อยากให้ปรับ รมว.คลัง ออกมากที่สุดว่า ไม่ได้ใส่ใจ และไม่รู้สึกบั่นทอนการทำงาน มีแต่นายกฯเพียงคนเดียวคนอื่นไม่มีผล โพลที่ออกมาอย่างนี้เกิดจากประชาชนมีอารมณ์ และโทษทีมเศรษฐกิจไม่สามารถเนรมิตเงินไปใส่กระเป๋าให้ได้ ตนอยากให้ทีมอื่นเข้ามาทำงานตรงนี้เผื่อจะดีขึ้นบ้าง ทั้งนี้ไม่มีสัญญาณอะไร ถ้านายกฯจะปรับตนออกก็เพื่อจะทำให้อะไรดีขึ้น แต่ถ้าไม่ปรับตนพร้อมจะทำงานต่อ ไม่ว่าจะกับนายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ หรือ ม.ร.ว.ปรีดิยาธร เทวกุล สามารถทำงานกับใครก็ได้

“บิ๊กเต่า” พ้อไม่สร้างภาพคนมองไม่เห็น

ด้าน พล.อ.สุรศักดิ์ กาญจนรัตน์ รมว.แรงงาน กล่าวถึงกรณีนิด้าโพลระบุเป็นรัฐมนตรีที่ควรปรับออกในลำดับที่ 10 เพราะไม่มีผลงานว่า โพลเอาอะไรมาวัด อยากเห็นผลงานต้องมาดูข้อมูลที่กระทรวงแรงงาน ไม่ใช่ถามประชาชน แต่ถ้าจะปรับออกก็พร้อม ตลอด 10 เดือน ตั้งใจทำงานมาตลอด มีผลงานหลายเรื่องดีขึ้น ตรวจสอบดูได้ แต่คนไม่ค่อยสนใจมองสิ่งที่ทำ และไม่อยากทำงานแบบสร้างภาพรายวัน แค่ให้เป็นข่าว ส่วนกรณีที่มีกระแสข่าวว่า พล.อ.สุรเชษฐ์ ชัยวงศ์ รมช.ศึกษาธิการ อาจมานั่ง รมว.แรงงานแทนนั้นยังไม่ทราบ พล.อ.ประยุทธ์ให้มาทำงานตำแหน่งนี้ ที่ผ่านมาได้ทำงานมามากแล้ว หากจะเปลี่ยนคนใหม่มาทำหน้าที่แทน ถ้าคนใหม่ทำงานได้ ตนก็พร้อมจะออกไปดูคนอื่นทำงานบ้าง และไม่ได้น้อยใจที่ตั้งใจทำงาน แต่คนมองไม่เห็น

“หมอรัชตะ” ไม่กังวลข่าวตกเก้าอี้

นายยงยุทธ ยุทธวงศ์ รองนายกฯ กล่าวถึงผลสำรวจของสวนดุสิตโพล คะแนนเกินครึ่งสนับสนุนให้ปรับ ครม.ว่า เราทุกคนใน ครม.ทำงานด้วยความตั้งใจอย่างเต็มที่ และทราบดีว่าการที่เราได้มาอยู่ในที่นี้ท่านนายกฯเป็นผู้เลือกสรรมา แค่นี้ก็มีความภูมิใจ พอใจและดีใจที่สุดแล้ว เราทำเท่าที่เราทำได้

พล.ต.อ.อดุลย์ แสงสิงแก้ว รมว.การพัฒนาสังคมฯ กล่าวสั้นๆว่า ไม่มีความเห็น คงยังทำงานอย่างเต็มที่ต่อไป

นพ.รัชตะ รัชตะนาวิน รมว.สาธารณสุข กล่าวถึงกระแสข่าวมีชื่อ นพ.สรณ บุญใบชัยพฤกษ์ สมาชิกสนช.จะมาเป็น รมว.สาธารณสุขคนใหม่ว่า ไม่ทราบ ไม่ขอออกความเห็น และยังไม่เคยหารือกับนายกฯเรื่องนี้เลย ส่วนตัวไม่ได้กังวลอะไร

“สมคิด” เชื่อปล่อยข่าวบีบนายกฯ

ผู้สื่อข่าวรายงานจากทำเนียบรัฐบาลว่า กรณีที่มีข่าวว่านายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ ประธานที่ปรึกษานายกรัฐมนตรีด้านเศรษฐกิจ ตอบรับตำแหน่ง รองนายกฯด้านเศรษฐกิจแล้ว ซึ่งเป็นการตอบรับหลังนายกฯและหัวหน้า คสช.ไปกล่าวในงานฉลองสมรสบุตรชายนายสมคิด เมื่อค่ำวันที่ 25 ก.ค.ที่ผ่านมา โดยนายกฯได้พูดถึงนายสมคิดระหว่างอวยพรคู่บ่าวสาวว่านายสมคิดเป็นประธานที่ปรึกษาด้านเศรษฐกิจให้กับตนและ ครม.ทำให้สามารถทำงานได้ ทั้งนี้ปรากฏว่านายสมคิดได้เปรยกับคนใกล้ชิดว่า “ขณะนี้ยังไม่มีอะไรทั้งสิ้น เชื่อว่ามีคนปล่อยข่าวหวังบังคับให้นายกฯพูดเรื่องของผมออกมาแน่ หรือไม่ก็ต้องการให้นายกฯโกรธผม”

ปฏิเสธ “เจ๊หน่อย” ไม่ร่วม ครม.แน่

นายอุดมเดช รัตนเสถียร อดีต ส.ส.พรรคเพื่อไทย กล่าวถึงกรณีที่นายกฯและหัวหน้า คสช.พูดถึงคุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ แกนนำพรรคเพื่อไทย ในงานแต่งงานลูกชายนายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ จนมีกระแสข่าวต้องการผลักดันให้เป็นปาร์ตี้ลิสต์เบอร์ 1 พรรคเพื่อไทยว่า ที่ผ่านมามีข่าวเกี่ยวพันกับคุณหญิงสุดารัตน์มาตลอด ซึ่งเมื่อนายกฯพูดถึงก็ทำให้สอดคล้องกัน แต่ขอย้ำว่ายังไม่มีท่าทีใดๆคุณหญิงสุดารัตน์ก็เป็นคนหนึ่งในพรรคที่มีศักยภาพแต่ยังเร็วเกินไป ส่วนที่มีข่าวว่าคุณหญิงสุดารัตน์ อาจร่วมเป็นรัฐมนตรีในรัฐบาลนี้ ก็ยังไม่มีท่าทีจะไปร่วม ครม.ไม่มีทางเป็นไปได้

พท.ตัดสินเองคนถือธงนำ

นายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ แกนนำ นปช.กล่าวว่า เกมแบบนี้ คสช.หวังค้ากำไร นอกจากเบี่ยงกระแสปรับ ครม.แล้วยังเอาสภาพทางการเมืองที่ร่อแร่มาประกบไว้กับพรรคเพื่อไทย สร้างความเคลือบแคลงสงสัยกับประชาชน ทั้งนี้พรรคเพื่อไทยมีบุคลากรคุณภาพจำนวนมาก คุณหญิงสุดารัตน์ก็เป็นหนึ่งในนั้น หากจะมีใครขึ้นมาถือธงนำต้องเป็นการตัดสินใจภายในพรรค ไม่ใช่ไปตกลงกับฝ่ายอื่นโดยเฉพาะ คสช. เพราะประชาธิปไตยกับเผด็จการเป็นหุ้นส่วนกันไม่ได้ จะไม่สมรู้ร่วมคิดกับเผด็จการไม่ว่ากรณีใดๆ

“ภูมิธรรม” ติงยังไม่ถึงหานายใหม่

นายภูมิธรรม เวชยชัย รักษาการเลขาธิการพรรคเพื่อไทย กล่าวว่า ขณะนี้ยังไม่ใช่เวลาจะมาคิด เรื่องปาร์ตี้ลิสต์ลำดับ 1 และคนที่จะมีส่วนมาร่วมคิดและร่วมตัดสินใจเรื่องนี้คือ คนในพรรคเพื่อไทย สมาชิกพรรคและผู้สนับสนุนพรรคเพื่อไทยทุกคน สิ่งสำคัญที่ควรคิดในขณะนี้คือ ทำอย่างไรให้ประเทศมีรัฐธรรมนูญที่ดี มีความเป็นประชาธิปไตยที่คนไทยและคนทั่วโลกยอมรับ พร้อมทั้งรีบจัดการเลือกตั้งให้ประชาชน รวมทั้งรีบแก้ปัญหาเศรษฐกิจ

ดักคอ “สุดารัตน์” ระวังเสียคน

นายวรชัย เหมะ อดีต ส.ส.สมุทรปราการ พรรคเพื่อไทย กล่าวถึงกรณีที่ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯและหัวหน้า คสช. จะปรับ ครม.ว่าปัญหาอยู่ที่ระบบไม่ใช่ตัวบุคคล ประเทศถูกปกครองด้วยระบอบเผด็จการทหารเป็นรัฐบาลที่ไม่น่าเชื่อถือต่างชาติไม่พอใจ หากยังบริหารด้วยระบอบนี้ต่อให้ปรับ ครม.กี่ครั้งก็ไม่มีประโยชน์ ส่วนกรณีที่ พล.อ.ประยุทธ์พูดว่ามีสายสัมพันธ์กับคุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ แกนนำพรรคเพื่อไทย จนผลักดัน ให้ขึ้นเป็น ส.ส.บัญชีรายชื่อลำดับที่ 1 ของพรรคเพื่อไทยนั้น แม้คุณหญิงจะมีสายสัมพันธ์กับ คสช.ก็เป็นเรื่องส่วนบุคคล แต่หากคุณหญิงจะไปร่วมงานกับรัฐบาล คสช.ขอเตือนว่าระวังจะเสียคน

“มาร์ค” แนะรื้อ ครม.สางงานอืด

ที่วัดธารน้ำไหล จ.สุราษฎร์ธานี นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวถึงข่าวการปรับ ครม. ว่า เป็นดุลพินิจของนายกฯ ตัดสินใจปรับปรุงในเรื่องงานที่ไม่สามารถตอบสนองประชาชนได้และอาจทบทวนแนวคิดการบริหารจัดการ ส่วนเรื่องตัวบุคคลก็อยู่ที่นายกฯจะพิจารณา ส่วนการปรับทีมเศรษฐกิจนั้นเป็นงานที่น่าเห็นใจ เพราะมีปัจจัยเป็นลบเป็นเรื่องที่เปลี่ยนแปลงยาก สำคัญที่สุดคือควรเน้นเรื่องงานเชิงบริหาร เพื่อตอบสนองการแก้ปัญหาเศรษฐกิจ อย่าไปให้น้ำหนักว่าเป็นพรรคการเมืองหรือไม่ใช่พรรคการเมือง เพราะถ้ามีนักการเมืองเข้าไปก็จะไปเพิ่มปัญหามากขึ้น

แจงให้ชัดสภาขับเคลื่อนปฏิรูป

นายอภิสิทธิ์กล่าวถึงบทบาทของนักการเมืองที่จะเข้าไปอยู่ในสภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ หลังยุบ สปช.ว่า ต้องมีความชัดเจนคือ ตกลงสภาขับเคลื่อนฯชุดที่อยู่ในรัฐธรรมนูญชั่วคราวจะเป็นชุดเดียวกันหรือไม่ หรือยังมีอยู่เมื่อมีรัฐธรรมนูญฉบับถาวรหรือไม่ เพราะจะมีผลที่แตกต่างกัน เราจะได้ทราบว่าคนเหล่านี้จะมีบทบาทอำนาจหน้าที่อย่างไร สัมพันธ์กับรัฐบาลที่จะมาหลังการเลือกตั้งอย่างไร แต่ถ้าตรงนี้ยังไม่ชัดเจนก็เป็นเรื่องที่ตอบยากว่า จะสรรหาบุคคลในลักษณะไหน อย่างไร

ครม.ปรองดองควรทำหลัง ลต.

พล.อ.ธวัชชัย สมุทรสาคร สมาชิก สปช. กล่าวถึงข้อเสนอของคณะกรรมการปรองดองของ สปช. ที่เสนอให้นำภาคเอกชนและคนจาก 2 พรรคการเมืองใหญ่เข้าร่วม ครม.ในนาม ครม.ปรองดองว่าคนเก่งคนดีในประเทศมีอีกมาก แต่จะเอานักการเมืองมาตอนนี้ เข้ามาช่องทางไหน ถ้าจะใช้อำนาจที่ พล.อ. ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯและหัวหน้า คสช.มีดึงเข้าร่วมทำงานกับรัฐบาลน่าจะทำได้ แต่นักการเมืองจะมาหรือไม่ ต่างมีพรรคสังกัด จึงเกิดยากเพราะกติกา ห้วงเวลาตอนนี้ยังไม่เอื้อ ต้องรอหลังเลือกตั้งแล้วจึงคิดทำ ครม.ปรองดองได้ แต่ต้องดูด้วยว่า สุดท้ายแล้วรัฐธรรมนูญที่ร่างเสร็จจะกำหนดกติกาให้คนนอกมาเป็นนายกฯหรือตำแหน่งอื่นทางการเมืองได้หรือไม่

“ทักษิณ” เปิดบ้านปาร์ตี้กับอดีต ส.ส.

สำหรับความเคลื่อนไหวของ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี เนื่องในวันคล้ายวันเกิดครบ 66 ปี เมื่อวันที่ 26 ก.ค. ที่ผ่านมา ที่บ้านพักของ พ.ต.ท.ทักษิณ ที่เมืองดูไบ สหรัฐอาหรับเอมิเรสต์ มีการจัดงานเลี้ยงฉลองวันคล้ายวันเกิดครบ 66 ปีอย่างเงียบๆภายในบ้าน โดยมี “โอ๊ค” นายพาน-ทองแท้ ชินวัตร บุตรชายคนโต และ “อุ๊งอิ๊ง” น.ส.แพทองธาร ชินวัตร ลูกสาวคนเล็ก เดินทางมาร่วมงาน พร้อมกับอดีต ส.ส.พรรคเพื่อไทยจำนวนหนึ่ง ทั้งนี้ พ.ต.ท.ทักษิณ ได้ต้อนรับคณะคนสนิทที่เดินทางมาจากประเทศไทย และได้รับของฝากจำนวนมากก่อนจะทยอยเข้าทำพิธีบายศรีเรียกขวัญ ผูกข้อมือให้กับ พ.ต.ท.ทักษิณ ซึ่งผู้ร่วมงานได้รับแจกนาฬิกาเป็นของชำร่วยทุกคน ต่อมาเวลา 18.30 น. ของวันที่ 26 ก.ค. จึงเริ่มงานเลี้ยง ซึ่งพ.ต.ท.ทักษิณ แต่งตัวสบายๆ ในชุดเสื้อเชิ้ตลายแขนยาวสีม่วง กางเกงดำ มาต้อนรับแขกเหรื่ออย่างอบอุ่น ด้วยการจัดอาหารไทยอย่างดีไว้บริการ ก่อนร่วมเป่าเค้กในเวลา 21.30 น. และร่วมร้องเพลง “My Way” อย่างมีความสุข

บ่นห่วงคนจนอาสาเป็นกุนซือ ศก.

ทั้งนี้ พ.ต.ท. ทักษิณ ได้กล่าวกับผู้มาร่วมงานว่า “วันเกิดปีนี้ค่อนข้างมีความสำคัญ เพราะเป็นช่วงหัวเลี้ยวหัวต่อ เข้าใจว่าวันเกิดปีนี้ 66 น่าจะเป็นปีที่ดี เราก็ต้องบอกไว้ก่อน เพื่อให้จิตใจเราสบาย อย่างไรก็แล้วแต่มั่นใจว่าเมื่อครบ 66 ปีแล้วมันเห็นโลกมาเยอะ ถ้าเราคิดว่าเราจะอายุ 100 ปีก็เหลืออีก 34 ปี ก็จะครบ 100 ปี เราเริ่มเคาต์ดาวน์ แต่เคาต์ดาวน์แบบมีอนาคต ไม่ใช่เคาต์ดาวน์แบบไร้อนาคต ข้อสำคัญอย่าหลงประวัติศาสตร์ เพราะประวัติศาสตร์มีไว้ให้จดจำ ปัจจุบันมีไว้เพื่อเอ็นจอย ไม่ใช่เอ็นจอยจนลืมอนาคต เพราะทุกคนต้องคิดถึงอนาคต โดยเฉพาะคนเป็นผู้นำ ถ้าไม่คิดถึงอนาคตแล้วคนที่เป็นผู้ตามก็ลำบาก” พ.ต.ท.ทักษิณ กล่าว

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ขณะนั่งร่วมรับประทานอาหารกับบรรดาอดีต ส.ส.พรรคเพื่อไทย พ.ต.ท.ทักษิณ ได้กล่าวถึงสถานการณ์การเมืองในประเทศไทยพร้อมกับแสดงความเป็นห่วงประเทศไทย สงสารประชาชนที่ยากจนอยู่ในขณะนี้ พร้อมกับอาสาเป็นที่ปรึกษาให้กับรัฐบาล ในการแก้ไขปัญหาเศรษฐกิจ โดยกล่าวสั้นๆว่า “บอกมา ถ้าอยากให้ไปช่วย”

วอน สปช.ดูร่าง รธน.ก่อนโหวต

อีกเรื่อง เมื่อเวลา 09.30 น. ที่รัฐสภามีการประชุมคณะกรรมาธิการ (กมธ.) ยกร่างรัฐธรรมนูญ มีนายบวรศักดิ์ อุวรรณโณ ประธาน กมธ.ยกร่างฯเป็นประธานการประชุม เพื่อพิจารณาบันทึกเจตนารมณ์และบทเฉพาะกาล โดยนายคำนูณ สิทธิสมาน โฆษก กมธ.ยกร่างฯกล่าวถึงท่าทีคณะ กมธ.ปฏิรูปการเมืองและคณะ กมธ.ปฏิรูปกฎหมายและกระบวนการยุติธรรม เตรียมจับมือชำแหละร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญว่า เป็นสิทธิของ สปช. แต่อยากให้ใช้วิจารณญาณอ่านและดูเนื้อหาหลังได้รับร่างฉบับทางการจาก กมธ.ยกร่างฯในวันที่ 22 ส.ค.ก่อน เชื่อมั่นว่า สปช.จะใช้ประสบการณ์ความเป็นผู้ใหญ่พิจารณาเต็มที่ ส่วน กระแสการคว่ำร่างรัฐธรรมนูญที่ออกมา ไม่มองว่าจะต่อรองให้ปรับแก้ร่างประเด็นที่มา ส.ว.อีกครั้ง ที่ประชุมอาจนำมาพิจารณาได้ แต่ประเด็นของ ส.ว. ยังไม่มีผู้ใดเสนอให้พิจารณา

2 กมธ.รอดู 3 ปมตัดสินผ่านหรือคว่ำ

นายดิเรก ถึงฝั่ง สมาชิก สปช.ในฐานะรองประธานคณะ กมธ.ปฏิรูปการเมือง กล่าวว่า ขณะนี้กมธ.ทั้ง 2 คณะกำลังจับตาการแก้ไขร่างรัฐธรรมนูญอยู่ และหลังจากที่ กมธ.ยกร่างฯส่งร่างที่แก้ไขเสร็จสมบูรณ์มาให้ สปช.แล้ว กมธ.ทั้ง 2 คณะจะมาหารือกันอีกครั้งว่าจะยอมรับร่างรัฐธรรมนูญได้หรือไม่ โดยจะพิจารณาจาก 3 ประเด็นหลักคือ 1.ที่มาของนายกฯ 2.ที่มาของ ส.ส.และการเลือกตั้ง ส.ส. 3.ที่มาของ ส.ว. ขณะนี้ทั้ง 3 ประเด็นยังไม่ชัดเจนต้องรอเห็นร่างแก้ไขรอบสุดท้ายก่อน ถ้า 3 เรื่องนี้ไม่มีการแก้ไขตามที่เสนอไป ก็เป็นไปได้ที่จะไม่ให้ร่างรัฐธรรมนูญผ่าน การลงมติของ กมธ.ทั้ง 2 คณะ จะเป็นตัวของตัวเอง จะไม่ให้ใครมาโน้มน้าวใจได้ และ กมธ.ทั้งสองคณะคงไม่ไปล็อบบี้หรือโน้มน้าวใจ สปช.สายอื่นๆให้เห็นตามเรา เพราะเป็นดุลพินิจของแต่ละคน

“วิษณุ” ห่วงเร่งปั่น รธน.แล้วไม่รัดกุม

ที่ทำเนียบรัฐบาล นายวิษณุ เครืองาม รองนายกฯ กล่าวถึงการแก้ไขปรับปรุงร่างรัฐธรรมนูญของ กมธ.ยกร่างฯ ก่อนส่งให้ สปช.ว่า หนีไม่พ้นอยู่แล้ว ต้องส่งให้ สปช.ลงมติวันที่ 4 ก.ย.หากไม่ทัน กมธ.ยกร่างฯต้องพ้นสภาพไป แต่ที่ตนกลัวคือถ้าไปรีบเร่งรัฐธรรมนูญออกมาแล้วจะไม่รัดกุมพอและจะมาต่อเวลาอีกไม่ได้ จะผิดรัฐธรรมนูญชั่วคราวฉบับแก้ไข จากวันนี้ไป กมธ.ยกร่างฯคงจะเริ่มเขียนร่างรัฐธรรมนูญที่รับฟังความคิดเห็นปรับปรุงแก้ไขแล้ว สำหรับการสรรหาคณะกรรมการสิทธิมนุษยชน(กสม.)ซึ่งมี กสม.บางคนที่เคยเคลื่อนไหวทางการเมืองอาจเป็นข้อครหาได้นั้น ตนไม่ทราบ ไม่มีความเห็นเรื่องนี้ แต่ฝ่ายที่ไม่เห็นด้วยสามารถยื่นคัดค้านต่อสภานิติบัญญัติ (สนช.) ให้ตรวจสอบได้และ สนช.สามารถตีตกได้ด้วย

สปช.โหมตีปี๊บผลงานแม่น้ำ 5 สาย

เมื่อเวลา 10.30 น. ที่รัฐสภา คณะอนุกรรมาธิการขับเคลื่อนการสื่อสารภายในและเสริมสร้างภาพลักษณ์ สภาปฏิรูปแห่งชาติ (สปช.) นำโดยนางภัทรียา สุมะโน สปช. ในฐานะประธานคณะอนุกรรมาธิการฯ แถลงว่า หลัง สปช.จัดทำสื่อประชาสัมพันธ์ทั้งเว็บไซต์ หนังสือพิมพ์ และวิทยุ “เสียงปฏิรูปออนไลน์” ล่าสุดรัฐบาลเข้ามาสนับสนุนสื่อประชาสัมพันธ์เต็มที่ โดย พล.อ.วิลาศ อรุณศรี เลขาธิการนายกฯทำหนังสือถึงปลัดสำนักนายกรัฐมนตรีให้แจ้งหน่วยงานในสังกัด อธิบดีกรมประชาสัมพันธ์ ตลอดจนส่วนราชการทั่วประเทศ ให้เป็นสมาชิกรับทราบถึงการนำเสนอข่าวสารของสื่อออนไลน์เพื่อเผยแพร่ข้อมูลการทำงานของแม่น้ำห้าสาย เพื่อเชื่อมข้อมูลข่าวสารเข้าด้วยกันอย่างเป็นเอกภาพ และขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศด้วยพลังการสื่อสารและประชาสัมพันธ์

เด็ก ปชป.ซัด 1 ปีปฏิรูปล้มเหลว

นายประมวล เอมเปีย รองโฆษกพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวถึงการทำงานของสภาปฏิรูปแห่งชาติ (สปช.) ที่ใกล้หมดวาระว่า ผ่านมาหนึ่งปีงานด้านการปฏิรูปที่รัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ตั้งเป้าไว้ดูเหมือนไม่มีอะไรคืบหน้าเป็นรูปธรรมจับต้องได้ น่าเสียดายโอกาสโดยเฉพาะงานปฏิรูปการเมือง ปฏิรูปคอร์รัปชัน ปฏิรูปการศึกษา และงานปฏิรูปตำรวจ แยกอำนาจสอบสวนจาก สตช. ที่ประชาชนคาดหวังว่าจะเกิดการเปลี่ยนแปลง วันนี้ยังเหมือนเดิม ตัวอย่างชัดเจนที่สุดคือ การปฏิรูปการเมือง ที่คณะ กมธ.ยกร่างฯบัญญัติให้ใช้ระบบเลือกตั้งแบบเดิมคือเขตเดียวเบอร์เดียว ที่เจาะซื้อเสียงและคุมกรรมการประจำเขตได้ง่ายเช่นเดิม แทนที่จะเป็นเขตเลือกตั้งใหญ่ ผู้สมัครเป็นทีม เลือกแบบวันแมนวันโหวต หากจะซื้อต้องทุ่มซื้อยกเขตจ่ายมาก หรือ ส.ส.บัญชีรายชื่อก็คล้ายเดิม หนีไม่พ้นกลุ่มทุนใหญ่เอาเงินฟาดหัว ครอบงำพรรคแล้วถอนทุนตอนเป็นรัฐบาล ไม่ต้องพูดถึงงานปฏิรูปด้านอื่น แค่เอาคนดี มีความรับผิดชอบเข้าสู่อำนาจ ยังติดหล่มกรอบแนวคิดเดิมแค่ปาหี่ เกมสลับฉากการเมืองเท่านั้น

“มาร์ค” ไปสวนโมกข์บวชพระใหม่

เมื่อเวลา 07.00 น. ที่วัดธารน้ำไหล จ.สุราษฎร์ธานี พระสุเทพ ปภากโร แกนนำ กปปส.ได้จัดโครงการบรรพชาอุปสมบทหมู่เพื่อปฏิบัติธรรมถวายเป็นพระราชกุศลแด่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รุ่นที่ 9 รุ่นสุดท้ายก่อนเข้าพรรษา โดยมีนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ เป็นประธานฝ่ายฆราวาสในการบรรพชา โดยมีแกนนำพรรคประชาธิปัตย์ และแกนนำ กปปส.ร่วมพิธีจำนวนมาก ซึ่งโครงการนี้เริ่มเมื่อ ต.ค. 2557 มาจนถึงรุ่นที่ 9 มีผู้เข้าร่วมโครงการรวม 688 คนจาก 58 จังหวัดมีพระจำนวน 90 รูปที่ไม่ลาสิกขา และอยู่จำพรรษาที่วัดสวนโมกข์ 82 รูป ทั้งนี้บรรดาแกนนำ กปปส.และญาติๆที่มาร่วมงานจะอยู่ร่วมในพิธีลาสิกขา พระสุเทพ ที่จะมีขึ้นในเช้าตรู่วันที่ 28 ก.ค.

ฟันธง “พระสุเทพ” ไม่ละการเมือง

นายอภิสิทธิ์กล่าวถึงการที่นายสุเทพ เทือกสุบรรณ แกนนำ กปปส. ระบุหลังลาสิกขาออกมาว่า ที่ท่านบอกว่าจะไม่กลับเข้าสู่การเมืองในฐานะนักการเมือง ท่านยังเป็นผู้นำมวลชนที่เรียกร้องการปฏิรูปนำการเมืองภาคประชาชนที่ยังไม่ไปสู่เป้าหมายคงจะขับเคลื่อนการปฏิรูปต่อจะทิ้งภารกิจคงไม่ได้ แต่คงไม่ทำในฐานะนักการเมืองหรือในนามพรรค การเมืองมากกว่า และไม่เชื่อว่าการสึกออกมาจะทำให้การเมืองร้อนขึ้นเพราะท่านแสดงท่าทีว่าไม่ต้องการสร้างปัญหาให้ผู้ที่มีอำนาจในขณะนี้

ชี้ช่อง “พร้อมพงศ์” ยื่นขออภัยโทษ

ที่กระทรวงยุติธรรม พล.อ.ไพบูลย์ คุ้มฉายา รมว.ยุติธรรม กล่าวถึงกรณีที่นายพร้อมพงศ์ นพฤทธิ์ อดีตโฆษกพรรคเพื่อไทย ที่เตรียมขอยื่นอภัยโทษ ถูกจำคุกเป็นเวลา 1 ปี หลังหมิ่นประมาทนายวสันต์ สร้อยพิสุทธิ์ อดีตประธานตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ ขอให้ทางนายพร้อมพงศ์ ทำหนังสือมายื่นมาให้ถูกต้องตามขั้นตอน อย่าไปมองว่าเขาคือนักการเมือง เพราะเขาคือประชาชนคนหนึ่งมีสิทธิ์ร้องขอได้ อย่างที่ผ่านมา มีคนยื่นเรื่องขออภัยโทษมาจำนวนมากแต่ก็ไม่ผ่านเกณฑ์ ตนไม่เคยแบ่งแยกว่าใครเป็นฝ่ายนั้นฝ่ายนี้ ถ้านายพร้อมพงศ์มีหลักฐานและข้อมูลเพียงพอ สามารถยื่นเรื่องมาได้ เพราะจะมีคณะกรรมการกลั่นกรองอีกขั้นหนึ่งตนมีหน้าที่เซ็นเท่านั้น

ทีม ก.ม.เพื่อไทยร่างหนังสือส่ง ยธ.

ผู้สื่อข่าวรายงานจากพรรคเพื่อไทยว่า ในวันที่ 28 ก.ค. เวลา 14.30 น. คณะกรรมการบริหารพรรคเพื่อไทยจะเดินทางไปเยี่ยมนายพร้อมพงศ์ นพฤทธิ์ อดีตโฆษกพรรคเพื่อไทย และนายเกียรติอุดม เมนะสวัสดิ์ อดีต ส.ส.อุดรธานี พรรคเพื่อไทย โดยฝ่ายกฎหมายพรรคเพื่อไทยกำลังร่างหนังสือเสนอขอพระราชทานอภัยโทษให้แก่ทั้ง 2 คน โดยให้ญาติคือลูกชายของทั้ง 2 คน เป็นผู้ยื่นเรื่องไปที่กระทรวงยุติธรรม

คุณอาจสนใจข่าวนี้

คุณอาจสนใจข่าวนี้