วันพุธที่ 12 ธันวาคม พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐLogin
วันที่เปลี่ยนไป

วันที่เปลี่ยนไป

โดย เบี้ยหงาย
28 ก.ค. 2558 05:01 น.
  • Share:

ช่วงนี้บรรยากาศบ้านเมืองดูอึมครึม ไม่ค่อยจะแจ่มใสนัก ภาพ ใหญ่ก็วนๆเวียนๆอยู่กับการคาดการณ์ว่าจะมีการปรับคณะรัฐมนตรี กระทรวงนั้นกระทรวงนี้ ซึ่งก็หนีไม่พ้นในส่วนที่เกี่ยวข้องกับเศรษฐกิจ ปากท้องของประชาชน ทั้งทางตรงและทางอ้อม

ซึ่งส่วนหนึ่งก็สะท้อนให้เห็นถึงปัญหา ที่พี่น้องประชาชนได้ประสบที่แตกต่างกันไปตามสภาพ จึงก่อร่างสร้างบรรยากาศให้ออกมาเช่นนี้!

ขณะที่แวดวงกีฬาเราดูจะมีความ “ต่าง” ไม่มีภาพของความฉุนเฉียว โมโหโกรธา ไม่มีความ มึนตึง หรือเกิดอาการตีบตัน หวาดระแวง ออกจะมีบรรยากาศของ “โลกสวย” มากด้วยความฝันและ ความหวังที่ออกจะสวยหรูกว่ายุคไหนๆเสียด้วยซ้ำ

เราจึงได้ยินแผนงาน แผนปฏิรูป หรือโครงการมากมายที่เกิดขึ้น ทั้งจากภาครัฐในส่วนของรัฐบาลและ กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา ที่แสดงให้เห็นถึงความคาดหวัง และมองภาพกีฬา เป็นส่วนหนึ่งที่สำคัญต่อความสุขของคนไทยในยุคนี้

รวมถึงองค์กรมือไม้อย่าง สนช. หรือ สปช. ต่างก็ให้ความสนใจ และมองกีฬาในภาพที่ดีเยี่ยม ลงมาถึงหน่วยงานที่รับผิดชอบโดยตรงอย่างการกีฬาแห่งประเทศไทย ก็มีแผนงานและแนวคิด ทั้งในตัวองค์กรและตัวบุคคลอย่าง ผู้ว่าการ กกท. สกล วรรณพงษ์ ที่แสดงออกมาอย่างต่อเนื่อง

กีฬาช่วงนี้จึงมากไปด้วยกิจกรรม และแผนงาน ที่เป็นข่าวเผยแพร่ออกมาสู่สาธารณชน อาทิ ความ ต้องการในการจัดกีฬาเอเชียนเกมส์ หรือเกมใหญ่ๆ อื่นๆ โครงการสู่ฟุตบอลโลก หรือแม้แต่แนวทางปฏิรูปที่มุ่งหวังแยกกีฬาออกมาเป็นกระทรวงโดดๆ การก่อสร้างศูนย์ฝึกกีฬา เชื่อมต่อเป็นสปอร์ตฮับ หรือความต้องการที่จะดึงสนามกีฬาจากองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นกลับมาอยู่ในความดูแลของ กกท. รวมถึงเรื่องปลีกย่อยอื่นๆอีกมากมาย ที่คิดกันออกมา

ต้องขอย้ำกันอีกทีว่า มันแตกต่างอย่างยิ่งกับในอดีตที่ผ่านมา ที่แต่เดิม การคิดหรือฝันอะไรก็ตาม มันมากด้วยข้อจำกัด จำกัดทั้งความยอมรับ ความเข้าใจ และจำกัดทั้งงบประมาณ

แม้ว่าปัจจุบันภาพรวมของเศรษฐกิจไทยยังไม่สู้ดี แต่ด้วยการยอมรับว่า “กีฬา” ที่ดูจะเป็นปัจจัยเพียงไม่กี่อย่าง ที่นำมาซึ่งความสุข ความภาคภูมิใจ และดึงเอาความรู้สึกร่วมของความเป็นไทย เกิดขึ้นอย่าง ชัดเจน สิ่งนี้เป็นที่ประจักษ์กับทุกผู้คนอยู่แล้ว

บวกกับเงินก้อนใหญ่ที่จะเข้ามาสู่กีฬา อันเนื่อง จากเงินกองทุนตาม พ.ร.บ.กีฬาใหม่ ที่จะมีเม็ดเงินไหลเข้ามาราวๆ ปีละ 4,000 ล้านบาท ทุกปี อันถือเป็นความแตกต่างอย่างสิ้นเชิงกับยุคไหนๆ

นั่นจึงส่งผลให้เกิดมิติที่ “กล้าคิด” และ “กล้าทำ” มากกว่าเก่า

ก็หวังแต่เพียงว่า เมื่อคิดและลงมือทำแล้ว ต้องก่อให้เกิดประโยชน์อย่างแท้จริง...


“เบี้ยหงาย”

คุณอาจสนใจข่าวนี้

คุณอาจสนใจข่าวนี้