วันอังคารที่ 18 ธันวาคม พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐLogin
สงขลาเปิดเวทีรับฟังความคิดเห็นโรงไฟฟ้าถ่านหิน ม็อบออกต้าน

สงขลาเปิดเวทีรับฟังความคิดเห็นโรงไฟฟ้าถ่านหิน ม็อบออกต้าน

  • Share:

"พ่อเมืองสงขลา" เปิดเวทีรับฟังความคิดเห็นโครงการโรงไฟฟ้าถ่านหินเทพา และท่าเทียบเรือเทพา เพื่อให้ประชาชนมีความรู้และช่วยตัดสินใจเพื่ออยู่ร่วมกันระหว่างโรงไฟฟ้ากับชุมชน ก่อนที่จะมีม็อบจากเครือข่ายคนสงขลา-ปัตตานี ออกมาคัดค้าน อ้างปกป้องชุมชนไม่ให้ได้รับความเสียหาย...

เมื่อเวลา 09.00 น. วันที่ 27 ก.ค.58 ที่ อบต.ปากบาง อ.เทพา จ.สงขลา นายธำรงค์ เจริญกุล ผู้ว่าราชการจังหวัดสงขลา เป็นประธานเปิดเวทีรับฟังความคิดเห็นประชาชนและผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย ในโครงการโรงไฟฟ้าถ่านหินเทพา และท่าเทียบเรือเทพา ครั้งที่ 3 โดยมีประชาชนสนใจเข้าร่วมงานจำนวนมาก ท่ามกลางเจ้าหน้าที่ทั้งทหาร ตำรวจ อาสาสมัคร และเจ้าหน้าที่ชุด EOD คอยดูแลรักษาความสงบเรียบร้อยภายในงาน

นายธำรงค์ เปิดเผยว่า การไฟฟ้าฝ่ายผลิต (กฟผ.) ในฐานะหน่วยงานรับผิดชอบพัฒนาโครงการได้ให้ความรู้ พร้อมสร้างความเข้าใจกับประชาชนในพื้นที่มาตลอด รวมทั้งมีการเปิดรับฟังความคิดเห็น ข้อเสนอแนะต่างๆ สู่การตัดสินใจร่วมกันในขั้นตอนการออกแบบโรงไฟฟ้า ซึ่งถือเป็นมิติที่ดีในการปรับตัว เพื่ออยู่ร่วมกันระหว่างโรงไฟฟ้าถ่านหินธรรมชาติและชุมชนในระยะยาว

ปชช.ในพื้นที่รับฟังการอยู่ร่วมกัน

ด้าน นายพล คงเสือ ผู้ช่วยผู้ว่าการผลิตไฟฟ้า 3 เปิดเผยว่า การจัดประชุมรับฟังความคิดเห็นในครั้งนี้ เป็นการทบทวนร่างรายงานการวิเคราะห์ผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อมและสุขภาพ ครั้งที่ 3 ซึ่งจัดขึ้นถูกต้องตามขั้นตอนการจัดทำรายงาน EHIA สำหรับโครงการโรงไฟฟ้าเทพา มีขนาดกำลังการผลิตติดตั้ง 1,100 เมกะวัตต์ จำนวน 2 เครื่อง โดยใช้ถ่านหินคุณภาพดีนำเข้าจากต่างประเทศ ประเภทซับบิทูมินัส หรือ บิทูมินัสเป็นเชื้อเพลิง โดยใช้เทคโนโลยีการเผาไหม้แบบ Pulverlized-coal Combustion Technology (PC) ระดับ Ultra-supercritical Boiler ซึ่งเป็นเทคโนโลยีที่มีประสิทธิภาพสูง และมีมาตรฐานการควบคุมการปล่อยมลสารให้อยู่ในเกณฑ์ที่ดีกว่ามาตรฐาน และส่งผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมน้อยที่สุด

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ขณะเดียวกันได้มีเครือข่ายคนสงขลาและปัตตานี ทั้งชายและหญิงกว่า 30 คน เดินทางมารวมตัวกัน เพื่อปกป้องรักษาทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมของชุมชน โดยขอพบผู้ว่าราชการจังหวัด เพื่อยื่นหนังสือคัดค้านโครงการฯ แต่ผู้ว่าฯ ไม่อยู่ เนื่องจากมีภารกิจได้เดินทางกลับก่อนหน้าแล้ว แต่มีเจ้าหน้าที่รับเรื่องไว้แทนเพื่อส่งต่อผู้ว่าฯ โดยกลุ่มเครือข่ายได้แถลงการณ์อยู่บริเวณด้านนอกของงาน อ้างว่าเป็นผู้ที่จะได้รับผลกระทบจากการก่อสร้างโรงไฟฟ้าถ่านหินเทพา เนื่องจากทางเครือข่ายที่มารวมตัวกันได้ศึกษา และรวบรวมข้อมูลที่เกี่ยวข้องของโครงการโรงไฟฟ้าพลังงานถ่านหิน จากทุกภาคส่วนทั้ง กฟผ.เจ้าของโครงการ กลุ่มนักวิชาการ ชุมชน ผู้ที่เคยมีประสบการณ์ทางตรง และข้อมูลทางวิชาการจากต่างประเทศ จนแน่ใจว่าผลกระทบจากมลพิษของโรงไฟฟ้าถ่านหิน ที่จะมีต่อทรัพยากรและวิถีชุมชน ไม่อาจจะป้องกันได้ จึงได้มารวมตัวกันคัดค้านโครงการดังกล่าว เพื่อปกป้องชุมชนไม่ให้ได้รับความเสียหาย

พลังงานไฟฟ้าถ่านหินกับชุมชนที่จะต้องรับความจริง

โดยผู้คัดค้าน ยังกล่าวอีกว่า นโยบายที่กล่าวอ้างว่าถ้าไม่สร้างโรงไฟฟ้าถ่านหิน จะมีปริมาณไฟฟ้าใช้ไม่เพียงพอและไฟจะดับ และวาทกรรมถ่านหินสะอาด ซึ่งเป็นข้อเท็จจริงที่มีการพิสูจน์แล้วว่า เป็นเพียงคำโฆษณาชวนเชื่อของการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) และรัฐบาลเท่านั้น อีกทั้งในกระบวนการที่เรียกว่า เป็นการรับฟังความคิดเห็นจากประชาชน ทั้งการจัดเวที จัดทำขอบเขต และแนวทางการประเมินผลกระทบทางด้านสิ่งแวดล้อมและสุขภาพ (ส.1) และกระบวนการประเมินผลกระทบทางด้านสิ่งแวดล้อมและสุขภาพ (ค.2) ก็ไม่มีการรับฟังความเห็นจากประชาชนอย่างรอบด้าน โดยในการจัดการรับฟังความเห็นมีการกีดกัน ข่มขู่ฝ่ายที่ไม่เห็นด้วยกับการก่อสร้างโครงการ นอกจากนั้นยังใช้วิธีการเอาผลประโยชน์เข้าล่อ โดยแจกข้าวสาร เพื่อให้ชาวบ้านที่ไม่ทราบข้อเท็จจริงจำนวนมากร่วมลงชื่อสนับสนุนโรงไฟฟ้า วิธีการเช่นนี้ ย่อมทำให้กระบวนการรับฟังความเห็นของประชาชนถูกบิดเบือนไปเป็นเพียงพิธีกรรมสร้างเอกสารสำหรับการอนุมัติเห็นชอบ รายงานผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อมฯ โดยไม่สนใจกระบวนการมีส่วนร่วม และเนื้อหาผลกระทบที่แท้จริง

เครือข่ายคนสงขลา-ปัตตานี คันค้านการสร้างโรงไฟฟ้า

อย่างไรก็ตามโครงการดังกล่าวมีทั้งคนเห็นด้วยและไม่เห็นด้วย ดังนั้นเจ้าของโครงการคือ กฟผ. จะต้องเร่งสร้างความเข้าใจในสิ่งที่ประชาชนคัดค้าน และเป็นห่วงถึงเรื่องผลกระทบที่อาจตามมา และเชื่อว่าสุดท้ายกลุ่มผู้คัดค้าน ถ้ามีความบริสุทธิ์ใจ จะต้องรับฟังเหตุผลของ กฟผ. เพราะโครงการโรงไฟฟ้าถ่านหิน เป็นโครงการของรัฐบาลที่จำเป็นต้องจัดหาพลังงาน เพื่อความมั่นคงของประเทศ.

คุณอาจสนใจข่าวนี้

คุณอาจสนใจข่าวนี้