วันอังคารที่ 21 สิงหาคม พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ


3 สิ่งที่ SME ควรถามตัวเองก่อนลงมือทำ Digital Marketing

โดย Nuttaputch

ช่วงสองสามเดือนที่ผ่านมา ผมได้มีโอกาสไปบรรยายเรื่องการตลาดดิจิทัลให้กับ SME อยู่บ่อยๆ ซึ่งก็ไม่แปลกอะไรเพราะตลาดกลุ่มนี้กำลังตื่นตัวเรื่องสื่อดิจิทัลที่พวกเขาสามารถใช้ประโยชน์ได้ง่ายและสะดวกกว่าสื่อเดิมๆ ที่ต้องใช้งบประมาณค่อนข้างเยอะ แถมเราก็เห็นเคสดีๆ ของธุรกิจ SME ที่ประสบความสำเร็จสร้างรายได้กันเป็นกอบเป็นกำเพราะช่องทางออนไลน์กันมาแล้ว


แต่สิ่งที่ผมมักจะเตือนบ่อยๆ ในทุกการบรรยายคือมันไม่ใช่เรื่องที่ทุกคนจะประสบความสำเร็จกันได้ง่ายๆ นักถ้าหากขาดการวางแผนกลยุทธ์ที่ดี พอเป็นอย่างนี้แล้ว ผมมักจะบอกเจ้าของธุรกิจต่างๆ ว่าก่อนที่จะตื่นเต้นกับการเปิด Facebook Page หรือซื้อโฆษณาบน Google ที่ประโครมๆ กันว่าสามารถทำให้ “รวย” กันได้นั้น สิ่งที่เจ้าของธุรกิจควรจะคิดก่อนคือเราพร้อมแค่ไหนกันบ้าง


1. เรารู้สถานะของธุรกิจของเราหรือยัง?


การตลาดดิจิทัลนั้นมีความหลากหลายและเครื่องมือมากมายที่พร้อมให้เราหยิบใช้กัน แต่คำถามก่อนที่เราจะกระโจนไปหยิบเครื่องมือเหล่านั้นคือการที่เราต้องรู้จักสถานการณ์ปัจจุบันของเรากันเสียก่อน ธุรกิจของเราตอนนี้กำลังเจอปัญหาอะไร เราต้องการจะแก้ปัญหาในเรื่องไหน หรือเราต้องการใช้เครื่องมือดิจิทัลนี้สร้างโอกาสอะไรให้กับเรา


เรื่องนี้แม้ว่าอาจจะได้คำตอบเบสิกๆ เช่น ต้องการเข้าถึงกลุ่มเป้าหมายบนโลกออนไลน์ ต้องการโปรโมตสินค้า ต้องการสร้างฐานคนติดตาม ต้องการสื่อสารและสร้างความเข้าใจเกี่ยวกับผลิตภัณฑ์ ฯลฯ แต่นั่นก็ล้วนเป็นคำตอบที่ต้องสอดคล้องไปกับธุรกิจของเรา ไม่ใช่ไปคนละทาง และสิ่งเหล่านี้จะเป็นแกนสำคัญให้เรารู้ว่ากำลังทำอะไรอยู่ ไม่อย่างนั้นก็อาจจะหลงทางหรือไม่ก็ทำมันไปเสียทุกอย่างจนเขวหลุดโฟกัสเอาได้ง่ายๆ


2. เราพร้อมจะ “ลงทุน” กับการตลาดดิจิทัลแค่ไหน?


แม้ว่าช่องทางดิจิทัลอาจจะดูทำได้ง่าย ไม่ยุ่งยาก ใครๆ ก็เปิด Facebook Page และเล่น Facebook กันอยู่แทบทุกวัน แต่การใช้งานแบบคนทั่วๆ ไปกับการบริหารช่องทางแบบธุรกิจนั้นเป็นคนละเรื่องกัน แน่นอนว่าสิ่งที่ตามมานั้นคือการลงทุนทั้งทุนทรัพย์และเวลาอยู่เหมือนกัน สำหรับคนที่มีช่องทางหน้าร้านปกติอยู่แล้วและต้องหาเวลามาทำช่องทางออนไลน์ คอยตอบลูกค้าผ่านช่องทางต่างๆ คอยหาคอนเทนต์มาอัพเพื่อให้คนเห็นอยู่เรื่อยๆ ก็ถือเป็นงานที่ไม่ใช่น้อยๆ อยู่เหมือนกัน


เรื่องของการ “ลงทุน” นี้เป็นสิ่งที่ผมมักจะย้ำอยู่เสมอเพราะแม้ว่าการลงทุนในโลกออนไลน์อาจจะ “ถูก” แต่ไม่ใช่ว่า “ฟรี” คนเปิด Facebook Page ก็ต้องมีการซื้อโฆษณา ทำเว็บไซต์ก็ต้องมีค่าออกแบบ ค่าดูแล ฯลฯ คำถามคือเราพร้อมจะรับกับค่าใช้จ่ายเหล่านี้ได้แค่ไหน


3. เราสามารถรอผลตอบแทนได้นานแค่ไหน?


ไม่มีอะไรที่จะสามารถสำเร็จได้ในเร็ววัน การทำการตลาดดิจิทัลอาจจะเห็นผลได้ชัดเจนเช่นมีคนเห็นเท่าไร มีคนคลิกเท่าไร แต่นั่นก็ใช่ว่ามันจะสามารถทำให้คุณดังเปรี้ยงปร้างหรือสร้างรายได้แบบเป็นกอบเป็นกำกันตั้งแต่วันสองวันแรก การเปิด Facebook Page กว่าจะดัง กว่าจะมีคนตามก็ต้องใช้เวลาและการวางแผนอยู่ไม่น้อย


สิ่งที่มักจะเป็นปัญหาและทำให้หลายๆ คนท้อคือการที่คิดว่าช่องทางดิจิทัลนั้นจะ “ทันใจ” และเห็นผลเร็วซึ่งกับบางกรณีก็อาจจะจริงแต่ก็ไม่ใช่กับทุกธุรกิจ จากประสบการณ์ส่วนตัวของผมนั้น การทำการตลาดดิจิทัลมันก็คล้ายๆ กับการปลูกต้นไม้ที่ช่วงแรกๆ ก็จะเหนื่อยเสียหน่อย แต่เมื่อต้นไม้โตกลายเป็นต้นใหญ่จากการฟูมฟักอย่างดีแล้วมันก็จะออกดอกออกผลอย่างต่อเนื่อง อย่างไรก็ตาม ถ้าเราใจร้อนและมองว่ายังไม่ได้ “ผล” สักทีก็อาจจะทำให้ท้อและล้มเลิกกันได้ง่ายๆ


แม้ว่าทุกวันนี้การตลาดดิจิทัลจะเข้ามามีบทบาทกับ SME อยู่พอสมควร แต่สิ่งที่ผมอยากให้พึงระลึกไว้เสมอคือมันไม่ใช่ยาวิเศษประเภทถ้าทำแล้วจะรวยเปรี้ยงกันได้ มันมีธุรกิจที่ใช้สื่อออนไลน์แล้วรุ่งเช่นเดียวกับร้านจำนวนมากที่ขายออนไลน์แล้วร่วง สิ่งที่เจ้าของธุรกิจควรศึกษาคือดูกลยุทธ์และตัวอย่างจากคนอื่นแล้วกลับมามองตัวเองว่าเรามีพื้นฐานที่จะประสบความสำเร็จแบบเดียวกับคนที่รุ่งหรือไม่ เช่นเดียวกับเราจะเรียนรู้จากความผิดพลาดของร้านที่เปิดแล้วร่วงกันได้หรือเปล่า


เพราะถ้าเราใช้เวลาอีกสักนิดในการวางแผนอย่างรอบคอบแล้ว โอกาสจะรุ่งมันก็ย่อมมากกว่าร่วงอยู่แล้วล่ะครับ

Nuttaputch

ช่วงสองสามเดือนที่ผ่านมา ผมได้มีโอกาสไปบรรยายเรื่องการตลาดดิจิทัลให้กับ SME อยู่บ่อยๆซึ่งก็ไม่แปลกอะไรเพราะตลาดกลุ่มนี้กำลังตื่นตัวเรื่องสื่อดิจิทัลที่พวกเขาสามารถใช้ประโยชน์ได้ง่ายและสะดวกกว่าสื่อเดิมๆที่ต้องใช้งบประมาณเยอะ 27 ก.ค. 2558 11:11 29 ก.ค. 2558 17:00 ไทยรัฐ