วันพฤหัสบดีที่ 16 สิงหาคม พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

'บิ๊กตู่'เล็ง โละ3กระทรวง ปรับใหญ่

ล้างกต.-สธ.-ศธ. โพลหนุนให้ตั้ง รัฐบาลแห่งชาติ

“มาร์ค” บี้ “บิ๊กตู่” รีบ ปรับ ครม.อย่าซื้อเวลาจนเป็นอุปสรรคต่อการทำงาน “วันชัย” มองปรับดีกว่าไม่ปรับ ขืนช้า-อึมครึมมีแต่เสียกับเสีย “วรงค์” เชียร์ลั่นสูตร “ครม.ปรองดอง” ดึงดรีมทีม “ดร.ซุป-สุรเกียรติ์-สุรินทร์” ร่วม กรุงเทพโพลหนุนตั้งรัฐบาลแห่งชาติ โฆษก กห.เผย “บิ๊กป้อม” หกล้มเข้าเฝือกอ่อนทั้งแขนทั้งขาต้องพักอย่างน้อย 2 สัปดาห์ “บิ๊กตู่” จ่อปรับใหญ่ “ครม.ประยุทธ์ 1” รื้อ ครม.ศก.พ่วง ต่างประเทศ-ศธ.-สธ. “หมอสรณ” ม้ามืดจ่อเสียบเก้าอี้ “หมอรัชตะ” สร้างสามัคคี สธ.

กระแสข่าวการปรับ ครม.ยังไหลไม่หยุด สารพัดชื่อโผล่ออกมาเป็นระลอก ขณะที่ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ยังไม่ตัดสินใจจะปรับ ครม.โดยใช้สูตรไหน

“มาร์ค” บี้ “บิ๊กตู่” รีบปรับ ครม.

เมื่อเวลา 09.20 น. วันที่ 25 ก.ค. ที่ท่าอากาศยานดอนเมือง นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ให้สัมภาษณ์ถึงกระแสข่าวการปรับคณะรัฐมนตรี (ครม.) ว่า ถือเป็นดุลพินิจของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี แต่เห็นว่าควรมีความชัดเจนโดยเร็วเพราะหากปล่อยให้ยืดเยื้อจะเป็นอุปสรรคกับการทำงานของรัฐบาล นายกฯคงต้องตัดสินใจว่าจะให้มีการเปลี่ยนแปลงหรือไม่ และควรมุ่งไปที่ประสิทธิภาพของงาน

นายอภิสิทธิ์กล่าวต่อว่า นโยบายด้านเศรษฐกิจ รัฐบาลควรมีความกระตือรือร้นในการสร้างกำลังซื้อของประชาชนมากขึ้น โดยเฉพาะเกษตรกรที่ได้รับผลกระทบจากภัยแล้ง จากราคาพืชผลทางการเกษตร ซึ่งปัญหาตอนนี้อยู่ที่กำลังซื้อของประชาชนในชนบท ถ้าหากแก้จุดนี้ได้จะช่วยประคับประคองเศรษฐกิจได้ เราเข้าใจดีว่าปัจจัยภายนอกไม่เอื้อในการขยายหรือการเติบโตของเศรษฐกิจ แต่ก็มีความสำคัญที่พอจะทำให้เศรษฐกิจภายในหมุนเวียนกันได้

“วรงค์” เชียร์ลั่น “ครม.ปรองดอง”

นพ.วรงค์ เดชกิจวิกรม อดีต ส.ส.พิษณุโลก พรรคประชาธิปัตย์ กล่าวถึงกรณีนายอดุลย์ เขียวบริบูรณ์ กรรมการศึกษาแนวทางการสร้างความปรองดอง สภาปฏิรูปแห่งชาติ (สปช.) ระบุถึงการดึงภาคเอกชน พรรคการเมืองใหญ่ เข้ามาร่วม ครม.ปรองดองว่า สถานการณ์ปัญหาประเทศในขณะนี้ คงหนีไม่พ้นที่จะต้องมีการปรับ ครม. ที่สำคัญคือต้องได้คนที่มีความรู้ ความสามารถ มีประสบการณ์และได้รับการยอมรับจากสังคม ดังนั้น การที่จะทาบทามคนของพรรคการเมืองมาช่วยแก้ปัญหาของประเทศ ถ้าได้คนตามเงื่อนไขดังกล่าวก็ไม่น่าจะมีปัญหา โดยเฉพาะนายศุภชัย พานิชภักดิ์ อดีตเลขาฯ อังค์ถัด นายสุรเกียรติ์ เสถียรไทย และนายสุรินทร์ พิศสุวรรณ อดีต รมว.ต่างประเทศ ที่มีรายชื่อมาร่วมทีม เพราะถือว่าแต่ละท่านล้วนมีความรู้ ความสามารถ ประสบการณ์และได้รับการยอมรับจากสังคมอยู่แล้ว แต่ทั้งนี้ขึ้นอยู่ที่พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้า คสช. และผู้มีรายชื่อทั้ง 3 ท่านว่า จะมีเวลามาช่วยงานหรือไม่

“ดิเรก” ให้เดินตามโรดแม็ปก็พอแล้ว

นายดิเรก ถึงฝั่ง สมาชิก สปช.กล่าวว่า เรื่องปรับ ครม.ควรปล่อยให้เป็นหน้าที่ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯ และหัวหน้า คสช.จะพิจารณาเอง เพราะเป็นหัวหน้ารัฐบาล และรู้ดีว่ามีปัญหาตรงไหน จุดใดควรปรับหรือไม่ควร ส่วนเรื่อง ครม.ปรองดอง คงไม่เหมาะ เพราะขณะนี้รัฐบาลไม่ได้ทะเลาะกันจึงไม่ต้องทำรัฐบาลปรองดอง ย้ำว่า สิ่งที่เราอยากเห็นคือให้รัฐบาลบริหารตามโรดเเม็ปให้สำเร็จ เพื่อนำไปสู่การเลือกตั้งโดยเร็วจะดีที่สุด

“วันชัย” มองเกมต้องปรับ-แก้เซ็ง

นายวันชัย สอนศิริ สมาชิกสภาปฏิรูปแห่งชาติ (สปช.) กล่าวถึงกระแสข่าวการปรับ ครม.ว่า ต้องยอมรับว่าประชาชนบ่นเรื่องปัญหาเศรษฐกิจกันมาก ซึ่งปัญหาเศรษฐกิจเป็นตัวทำลายความเชื่อมั่นต่อรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ขืนปล่อยให้เป็นเช่นนี้ นานวันเข้าจะทำให้ความเชื่อถือของรัฐบาลลดลง อาจทำให้ประชาชนหมดศรัทธาจะเป็นอันตรายต่อรัฐบาลอย่างยิ่ง แม้ว่าจะไม่มีรัฐมนตรีคนใดทำงานผิดพลาดบกพร่อง แต่ถ้าไม่มีการขยับปรับเปลี่ยน ปล่อยไว้เหมือนเดิม คนจะเซ็งๆเบื่อๆ ความรู้สึกที่ดีที่มีต่อรัฐบาลจะพลอยเซ็งๆเบื่อๆกับรัฐบาลไปด้วย ดังนั้น ต้องรีบปรับ รีบเปลี่ยนให้คนมีความรู้สึกดีอยู่กับรัฐบาลต่อไป พล.อ.ประยุทธ์ต้องบริหารจัดการความรู้สึกของประชาชนที่มีต่อรัฐบาล อย่าปล่อยให้เขาหมดหวังสิ้นหวัง การปรับ ครม.ไม่ได้หมายความว่า จะทำให้รัฐมนตรีคนนั้นเสียหน้า ถ้าทำแล้วประเทศ และประชาชนได้ประโยชน์ ควรจะทำดีกว่าไม่ทำ และควรรีบทำในภาวะเช่นนี้เพราะสถานการณ์และเสียงสะท้อนและการเรียกร้องมีมากขึ้นๆในหลายภาคส่วน

ขืนช้า-อึมครึมจะมีแต่เสียกับเสีย

นายวันชัยกล่าวว่า การปรับ ครม.ถือเป็นเรื่องปกติ รัฐมนตรีทุกคนไม่ควรยึดติดเก้าอี้ และไม่ใช่เรื่องเสียชื่อเสียงเกียรติยศ ควรบอกนายกฯไปเลยว่า พร้อมให้ความร่วมมือเต็มที่ จะออกก็ไม่ว่าอะไรกัน ถือเป็นการช่วยนายกฯ ให้นายกฯทำได้เต็มที่ การปรับ ครม.ในสถานการณ์เช่นนี้ นายกฯมีแต่ได้ ไม่มีอะไรเสีย แต่ถ้าไม่ปรับจะมีแต่เสียกับเสีย จึงควรรีบปรับ รีบดำเนินการ อย่าปล่อยให้อึมครึม ไม่เช่นนั้นจะกระทบต่อความรู้สึก ทั้งการทำงาน การรอคอยว่าจะเปลี่ยนหรือไม่เปลี่ยน ขณะนี้ควรรีบทำเสียเลย จะทำให้บรรยากาศทุกอย่างเดินไปได้ดี ทั้งตัวรัฐบาลจะได้รัฐมนตรีใหม่ การทำงานใหม่ ความรู้สึกใหม่ที่ดี ขอให้รีบทำ

กปปส.ให้ปรับรับศึก ศก.แย่มาก

นายถาวร เสนเนียม ในฐานะแกนนำ กปปส.กล่าวว่า ควรถึงเวลาที่ต้องรับความจริงและเร่งปรับ ครม.แล้ว เพราะหากฟังเสียงสังคมต่างพูดเป็นเสียงเดียวว่าเศรษฐกิจแย่มาก ทั้งระดับบนการลงทุนของรัฐที่กระจุกตัว ไม่มีการเบิกจ่ายเท่าที่ควร ระดับกลางผู้ประกอบการเอสเอ็มอี หรือเอกชนรายย่อยไม่มีแหล่งเงินที่จะหนุนการลงทุน สำคัญที่สุดระดับล่างทั้งชาวไร่ ชาวนา ผู้ใช้แรงงาน ในตำบล หมู่บ้านไม่มีกำลังจ่าย เงินฝืด จึงจำเป็นต้องดูความจริงและเร่งกระตุ้นเศรษฐกิจระดับล่างให้มีการกำลังซื้อ โดยเฉพาะวิกฤติภัยแล้งจะสร้างปัญหาตามมาอีก ขอให้รัฐบาลรับมือเร่งชดเชย และสร้างงานในระดับล่างให้เกิดการกระตุ้นใช้จ่ายเพื่อขับเคลื่อนเศรษฐกิจระดับชุมชนโดยเร็วก่อน

อดีต ส.ว.ชี้คนใหม่ก็ไม่ได้เก่งกว่า

นายสิงห์ชัย ทุ่งทอง อดีต ส.ว.อุทัยธานี กล่าวว่า หาก พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯ และหัวหน้า คสช.จะปรับ ครม.ในช่วงนี้ จะสามารถลดกระแสความกดดันได้ โดยเฉพาะด้านเศรษฐกิจที่ตอนนี้มีปัญหา แต่จะมีประโยชน์ในด้านจิตวิทยามากกว่าด้านการปฏิบัติ เพราะแต่ละคนที่มีรายชื่อเป็นแคนดิเดตรัฐมนตรีกับคนเก่า ดูแล้วความรู้ความสามารถไม่แตกต่างกันมาก การเปลี่ยนคนใหม่จะทำให้คนมองว่ารัฐบาลไม่ได้นิ่งนอนใจกับปัญหา ลดความหงุดหงิดของประชาชนที่ประสบปัญหาปากท้อง อาจมองว่ามีความเปลี่ยนแปลงในทางที่ดีขึ้น แต่ทั้งนี้รัฐบาลที่มาจากการรัฐประหาร อำนาจจะอยู่ที่นายกฯ ครม.เป็นเพียงแค่ส่วนประกอบ ขณะนี้ ครม.เองก็ไม่มีพลังเลย หากนายกฯมีความชัดเจนในนโยบายปล่อยงบประมาณ อัดฉีดเงินเข้าระบบ ใช้อำนาจในระบบราชการแก้ไข ก็จะสามารถแก้ปัญหาในระยะสั้นได้

รอง ปธ.สนช.บอกโละกันเร็วไป

นายพีระศักดิ์ พอจิต รองประธานสภานิติบัญญัติแห่งชาติ(สนช.)คนที่สอง กล่าวว่า ยังเร็วเกินไปที่จะปรับ ครม. ควรให้โอกาสรัฐมนตรีทำงานต่อไป เพราะ ครม.ชุดนี้เริ่มทำงานประมาณเดือน ก.ย. ขณะนี้ทำงานมาได้ประมาณ 10 เดือน ยังไม่ครบ 1 ปี นโยบายหลายอย่างที่ออกไปอาจจะยังไม่เห็นผลสัมฤทธิ์ หรือบางเรื่องกำลังจะเริ่มเห็นผลงาน จึงเร็วเกินไปหากจะปรับ ครม.หากจะปรับควรทำหลังจากที่ ครม.ทำงานมาครบ 1 ปีแล้ว อย่างไรก็ตาม สิ่งที่เป็นจุดอ่อนของรัฐบาลขณะนี้คือ ปัญหาเศรษฐกิจที่รัฐบาลควรเร่งแก้ไข เพราะจากการที่ สนช.ลงพื้นที่พบประชาชนในหลายพื้นที่ต่างพูดตรงกันว่า เศรษฐกิจไม่ดี อยากให้รัฐบาลรีบแก้ปัญหา แต่ไม่มีใครพูดถึงเรื่องการปรับ ครม.

เผย“บิ๊กป้อม”หกล้มเข้าเฝือกแขน–ขา

พล.ต.คงชีพ ตันตระวาณิชย์ โฆษกกระทรวงกลาโหม กล่าวถึงอาการบาดเจ็บหกล้มของ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี และ รมว.กลาโหม หลังจากเกิดอุบัติเหตุสะดุดล้มจากการก้าวเดินภายในมูลนิธิอนุรักษ์ป่ารอยต่อ 5 จังหวัด ภายในกรมทหารราบที่ 1 มหาดเล็กรักษาพระองค์ (ร.1 รอ.) จนเป็นเหตุให้ลำตัว แขนและขากระแทกพื้นได้รับบาดเจ็บ ซึ่งแพทย์ให้การรักษาด้วยการใส่เฝือกอ่อนทั้งแขนและขา พร้อมพักฟื้นอย่างน้อย 2 สัปดาห์ ซึ่งขณะนี้ยังคงทำงานเอกสารตามปกติ โดยคาดว่าจะสามารถกลับมาปฏิบัติงานได้ตามปกติในไม่ช้า

“หมอสรณ” ม้ามืดเสียบ รมต.สธ.

สำหรับความเคลื่อนไหวในการปรับ ครม.ล่าสุด ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นอกจากกระทรวงด้านเศรษฐกิจที่จะมีการปรับใหญ่ยกแผงแล้ว ยังน่าจะมีการปรับในกระทรวงอื่นๆด้วยไปในคราวเดียวกัน เพราะ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ต้องการเห็นความเปลี่ยนแปลงสร้างความเชื่อมั่นให้ประชาชนในทุกมิติ โดยอาจจะมีการปรับ ครม. ในส่วนของกระทรวงการต่างประเทศ กระทรวงศึกษาธิการ ล่าสุดกระทรวงสาธารณสุขที่มีปัญหาภายในมาอย่างต่อเนื่องหลายเรื่อง พล.อ.ประยุทธ์ต้องลงไปแก้ปัญหาด้วยตัวเอง มีแนวโน้มสูงที่จะปรับเปลี่ยนตัวรัฐมนตรีโดยคนที่จะมาใหม่ คือ นพ.สรณ บุญใบชัยพฤกษ์ สมาชิก สนช. หมอโรคหัวใจชื่อดัง รพ.รามาธิบดี ที่มีความสนิทสนมกับบิ๊ก คสช. ทั้ง พล.อ.ประยุทธ์ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกฯและ รมว.กลาโหม รวมทั้ง พล.อ.อุดมเดช สีตบุตร รมช.กลาโหมและ ผบ.ทบ. อย่างไรก็ตาม ยังไม่ชัดเจนว่าจะมาเป็นรัฐมนตรีว่าการ หรือรัฐมนตรีช่วยว่าการ ขณะที่เจ้าตัวยังมีความลำบากใจอยู่บ้างหากจะต้องไปแทนที่ นพ.รัชตะ รัชตะนาวิน รมว.สาธารณสุข เพราะรู้จักกันดีและเป็นหมอจากรามาธิบดีเช่นเดียวกัน

ทุกภาคเห็นด้วยตั้ง “รบ.แห่งชาติ”

กรุงเทพโพล โดยศูนย์วิจัยมหาวิทยาลัยกรุงเทพ ได้สำรวจความคิดเห็นประชาชน เรื่อง “แนวคิดการจัดตั้งรัฐบาลแห่งชาติ” โดยเก็บข้อมูลกับประชาชนจากทั่วประเทศ พบว่า ประชาชนร้อยละ 56.3 เห็นด้วยกับแนวคิดการจัดตั้งรัฐบาลแห่งชาติ มาสานต่อรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ เพื่อการปฏิรูปและสร้างความปรองดอง เพราะทุกอย่างยังไม่พร้อม ความขัดแย้งอาจจะเกิดขึ้นอีก หากจัดให้มีการเลือกตั้งในทันที ขณะที่ร้อยละ 35.5 ไม่เห็นด้วย เพราะเห็นว่าเลือกตั้งเท่านั้นที่จะแก้ปัญหาความขัดแย้งได้ ที่เหลือร้อยละ 8.2 ไม่แน่ใจ โดยเมื่อแยกพิจารณาเป็นรายภูมิภาคพบว่า ภาคใต้เป็นภาคที่ประชาชนเห็นด้วยกับการจัดตั้งรัฐบาลแห่งชาติมากที่สุด ร้อยละ 62.1 ขณะที่ร้อยละ 31.1 ไม่เห็นด้วย ภาคกลางมีประชาชนเห็นด้วยกับการจัดตั้งรัฐบาลแห่งชาติ ร้อยละ 60.6 ขณะที่ร้อยละ 26.5 ไม่เห็นด้วย ภาคตะวันออกมีประชาชนเห็นด้วยกับการจัดตั้งรัฐบาลแห่งชาติ ร้อยละ 59.8 ขณะที่ร้อยละ 35.5 ไม่เห็นด้วย กรุงเทพฯ มีประชาชนเห็นด้วยกับการจัดตั้งรัฐบาลแห่งชาติ ร้อยละ 55.7 ขณะที่ร้อยละ 36.5 ไม่เห็นด้วย ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ มีประชาชนเห็นด้วยกับการจัดตั้งรัฐบาลแห่งชาติ ร้อยละ 53.9 ขณะที่ร้อยละ 35.7 ไม่เห็นด้วย ภาคเหนือมีประชาชนเห็นด้วยกับการจัดตั้งรัฐบาลแห่งชาติร้อยละ 53.6 ขณะที่ร้อยละ 40.5 ไม่เห็นด้วย ปริมณฑลมีประชาชนเห็นด้วยกับการจัดตั้งรัฐบาลแห่งชาติน้อยที่สุด คิดเป็นร้อยละ 50.0 ขณะที่ร้อยละ 46.2 ไม่เห็นด้วย

กมธ.ยกร่างฯแน่นอก “ที่มา ส.ว.”

ด้านความคืบหน้าในการร่างรัฐธรรมนูญ นายคำนูณ สิทธิสมาน โฆษกคณะกรรมาธิการ (กมธ.) ยกร่างรัฐธรรมนูญ กล่าวว่า ขณะนี้ กมธ.ยกร่างฯสามารถพิจารณาร่างรัฐธรรมนูญใกล้เสร็จสมบูรณ์แล้ว เหลือเฉพาะบางประเด็นที่ยังมีการแขวนไว้อยู่เท่านั้นเอง ยอมรับว่ารู้สึกหนักใจในประเด็นที่มาของสมาชิกวุฒิสภา (ส.ว.) เป็นอย่างมาก เพราะไม่ว่า กมธ.ยกร่างฯจะเขียนหรือบัญญัติเนื้อหาแบบใดก็ได้รับคำวิพากษ์วิจารณ์อยู่เสมอ แต่ก็ขอยืนยันว่าการทำงานของเราได้พิจารณาด้วยความรอบคอบที่สุดแล้ว ส่วนประเด็นของคณะกรรมการซึ่งจะเป็นกลไกในการกำหนดยุทธศาสตร์การปฏิรูปและการดำเนินการปฏิรูปด้านต่างๆนั้น ขณะนี้ยังไม่ได้ข้อยุติ คาดว่าคงจะมีการนำมาพิจารณาในช่วงท้ายๆของการยกร่างฯ เนื่องจากประเด็นดังกล่าวเป็นเรื่องที่สำคัญมาก จึงมีความจำเป็นต้องพิจารณาด้วยความรอบคอบ

13 ส.ค.ตั้งวงคิดคำถามประชามติ

นายอลงกรณ์ พลบุตร เลขานุการคณะกรรมา ธิการวิสามัญกิจการสภาปฏิรูปแห่งชาติ (วิป สปช.) กล่าวถึงการทำงานของ สปช.หลังจากที่คณะกรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญมีมติขยายเวลาการทำงานออกไป 30 วัน ว่า ในวันที่ 10 ส.ค.พิมพ์เขียวปฏิรูปประเทศและรายงานวาระปฏิรูปของ สปช.จะแล้วเสร็จ ส่วนภารกิจให้ความเห็นชอบ ไม่เห็นชอบร่างรัฐธรรมนูญนั้น ยังไม่กำหนดว่าจะลงมติวันใด คาดว่าอาจจะเป็นวันที่ 5 หรือวันที่ 6 หรือวันที่ 7 ก.ย. ทั้งนี้ หลังจากวันที่ 13 ส.ค. สปช.จะประชุมเพื่อพิจารณาประเด็นคำถาม ประกอบการจัดทำประชามติ และภายหลังจากที่ สปช.ได้รับร่างรัฐธรรมนูญฉบับสมบูรณ์จากกมธ.ยกร่างฯในวันที่ 22 ส.ค.แล้ว จะไม่มีการประชุมสปช. เนื่องจากต้องการให้สมาชิก สปช.ได้เตรียมศึกษาร่างรัฐธรรมนูญอย่างเต็มที่ก่อนลงมติในต้นเดือนก.ย. ยืนยันว่าทุกอย่างจะเสร็จสิ้นตามภารกิจอย่างแน่นอน

“พระสุเทพ” สึกกลับมานำม็อบ

นายถาวร เสนเนียม แกนนำ กปปส. กล่าวถึงข่าวการกำหนดลาสิกขาของพระสุเทพ ปภากโร ว่า จะมีขึ้นหลังวันที่ 27 ก.ค. ซึ่งในวันที่ 27 ก.ค.จะมีการบวชพระภิกษุใหม่รุ่นพิเศษที่จะอยู่ประจำพรรษาที่วัดธารน้ำไหล (สวนโมกขพลาราม) อ.ไชยา จ.สุราษฎร์ฯ ส่วนรายละเอียดของงานลาสิกขาตนไม่ทราบ คงเป็นเรื่องของภายในครอบครัวของพระสุเทพ ส่วนตนจะเดินทางไปร่วมด้วยตามปกติ ส่วนการขับเคลื่อนงานการปฏิรูป ยืนยันว่า เมื่อพระสุเทพลาสิกขาออกมาแล้วก็จะมาเป็นประธานมูลนิธิมวลมหาประชาชน เพื่อดำเนินงานด้านการ ปฏิรูปและเคลื่อนไหวในภาคประชาชนตามที่เคยระบุคือ เป็นปากเสียง แทนพี่น้องประชาชนที่ออกมา ร่วมชุมนุมเรียกร้องให้มีการปฏิรูปประเทศด้านต่างๆ ก่อนการเลือกตั้ง โดยเฉพาะการผลักดันให้มีการปฏิรูปประเทศ 6 ข้อ ที่กลุ่ม กปปส.เคยเรียกร้องให้มีการดำเนินการ เราจะสานงานนี้ต่อไป

นายกฯไปงานแต่งลูกชาย “สมคิด”

ต่อมาเวลา 19.20 น. ที่โรงแรมแมนดารินโอเรียนเต็ล กรุงเทพ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่ง ชาติ (คสช.) ร่วมพิธีฉลองมงคลสมรส ระหว่างนายณภัทร จาตุศรีพิทักษ์ ลูกชาย นายสมคิด-นางอนุรัชนี จาตุศรีพิทักษ์ กับ น.ส.วณิศรา บุญยะลีพรรณ ลูกสาว นพ.เฉลิมชัย-พญ.สิรินันท์ บุญยะลีพรรณ โดยมี พล.อ.สุรยุทธ์ จุลานนท์ องคมนตรี เป็นประธาน และในงานมีบรรดาแขกเหรื่อทั้งนักธุรกิจ ทหาร และที่ปรึกษา คสช. มาร่วมงานเป็นจำนวนมาก อาทิ นายมีชัย ฤชุพันธุ์ นายวิษณุ เครืองาม รองนายกฯ นายยงยุทธ ยุทธวงศ์ รองนายกฯ พล.อ.ดาว์พงษ์ รัตนสุวรรณ รมว.ทรัพยากรฯ พล.อ.ฉัตรชัย สาริกัลยะ รมว.พาณิชย์ นายณรงค์ชัย อัครเศรณี รมว.พลังงาน พล.อ.อ.อิทธพร ศุภวงศ์ นายปีติพงศ์ พึ่งบุญ ณ อยุธยา รมว.เกษตรฯ

นักการเมือง 2 ขั้วแห่ร่วมยินดี

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นอกจากนี้ ยังมีบรรดานักการเมือง อาทิ นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายพินิจ จารุสมบัติ นายสนธยา คุณปลื้ม นายสรอรรถ กลิ่นประทุม นายสมศักดิ์ เทพสุทิน นายปรีชา เลาหพงศ์ชนะ นายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ นายเสนาะ เทียนทอง นายสุวิทย์ คุณกิตติ นายอนุชา นาคาศัย นายสุรเกียรติ์ เสถียรไทย นายพงศ์เทพ เทพกาญจนา นาย ประมนต์ สุธีวงศ์ นายชวรัตน์ ชาญวีรกูล รวมถึงนายอภิศักดิ์ ตันติวรวงศ์ อดีตกรรมการ ผจก.ธนาคารกรุงไทย ที่มีกระแสข่าวจะเข้ามาเป็น รมว.พาณิชย์ในการปรับ ครม.ที่จะมีขึ้น

ทั้งนี้ นายสมคิดดำรงตำแหน่งคณะที่ปรึกษาคสช. และที่ปรึกษานายกรัฐมนตรีด้านเศรษฐกิจ ซึ่งในช่วงนี้มีกระแสข่าวเรื่องการปรับ ครม. โดยข่าวระบุว่าหาก พล.อ.ประยุทธ์ตัดสินใจปรับ ครม.ก็อาจมีชื่อนายสมคิดเข้ามาเป็นหัวหน้าทีมเศรษฐกิจของรัฐบาล

วอนลืมความขัดแย้งแล้วจับมือกัน

พล.อ.ประยุทธ์ ขึ้นกล่าวอวยพรคู่บ่าวสาวว่า ขอให้มีความสุข ซึ่งวันนี้ตนถือเป็นตัวแทนรัฐบาลในการกล่าวอวยพร โดยขอชื่นชมคนรุ่นใหม่ที่ทำประโยชน์ต่อบ้านเมือง ซึ่งก็อยากให้ทุกฝ่ายที่ขัดแย้งกันเปิดโอกาสให้คนรุ่นใหม่เข้ามามีบทบาท เลิกขัดแย้ง และเดินหน้าประเทศไทย อย่าทะเลาะกัน เพื่อร่วมกันพัฒนาประเทศ รวมถึงต้องจับมือกัน ลืมความบาดหมางเพื่อทำให้สถานการณ์ดีขึ้น และขอฝากนักการเมืองที่มาร่วมงานคืนนี้ซึ่งมีจำนวนมากว่า เวลาจะทำอะไรขอให้คิดถึงคนรุ่นหลัง เพราะเราจะย่ำอยู่กับที่ไม่ได้แล้ว และต้องมีกติกาเพื่อเดินหน้าประเทศไทย

“มาร์ค” บี้ “บิ๊กตู่” รีบ ปรับ ครม.อย่าซื้อเวลาจนเป็นอุปสรรคต่อการทำงาน “วันชัย”มองปรับดีกว่าไม่ปรับ ขืนช้า-อึมครึมมีแต่เสียกับเสีย “วรงค์” เชียร์ลั่นสูตร “ครม.ปรองดอง” ดึงดรีมทีม “ดร.ซุป-สุรเกียรติ์-สุรินทร์” ร่วม กรุงเทพโพล 26 ก.ค. 2558 03:40 26 ก.ค. 2558 03:42 ไทยรัฐ