วันอาทิตย์ที่ 19 สิงหาคม พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

คลายปมหุ้นเสี่ย นัดสอบ'บรรยิน'

ถูกพาดพิง-พยานขัดแย้ง

กองปราบฯเรียก “บรรยิน ตั้งภากรณ์” อดีต รมช.พาณิชย์ สอบปากคำวันที่ 29 ก.ค. เพื่อตอบข้อสงสัยกรณีมีชื่อถูกพาดพิง นอกจากนี้ยังตรวจพบพิรุธในใบโอนหุ้นมูลค่ากว่า 40 ล้านบาท ของเสี่ยชูวงษ์ไปให้แม่ของโบรกเกอร์สาวคนสนิท ประเด็นแรกการสะกดนามสกุลผิด ที่สำคัญปรากฏชื่อ “อุรชา” เป็นเจ้าหน้าที่ผู้โอนหุ้นดังกล่าวให้แม่ตัวเอง โดยมีชื่อหัวหน้าฝ่ายการตลาดเป็นผู้อนุมัติ ทั้งๆที่ให้ปากคำไว้ไม่ได้เป็นคนดูแลหุ้น ด้านนครบาล “ศรีวราห์” รับถึงตอนนี้ยังไม่มีหลักฐานโยงไปถึงเป็นคดีฆาตกรรม ดำเนินคดี พ.ต.ท.บรรยินข้อหาขับรถโดยประมาทเป็นเหตุให้ผู้อื่นเสียชีวิตไปแล้ว แต่ถ้ามีพยานหลักฐานเพิ่มเติมสามารถแจ้งข้อหาใหม่ได้

กรณีการเสียชีวิตของนายชูวงษ์ แซ่ตั๊ง อายุ 51 ปี นักธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ ขณะนั่งรถยนต์เลกซัส สีดำ แอลเอ็กซ์ 470 ทะเบียน ภฉ 1889 กรุงเทพมหานคร ที่มี พ.ต.ท.บรรยิน ตั้งภากรณ์ อดีต รมช.พาณิชย์ เป็นคนขับและเกิดอุบัติเหตุชนต้นไม้ตรงข้ามซอย61 ถนนเฉลิมพระเกียรติ ร.9 แขวงและเขตสวนหลวง ต่อมาญาติผู้ตายตรวจสอบพบว่า นายชูวงษ์โอนหุ้นมูลค่าประมาณ 300 ล้านบาท ให้กับผู้หญิง 2 คนที่ญาติเชื่อว่าเป็นคนใกล้ชิดของ พ.ต.ท.บรรยิน จึงเข้าร้องเรียน พล.ต.อ.สมยศ พุ่มพันธุ์ม่วง ผบ.ตร.ให้สืบสวนคลี่คลายคดี และเรียก น.ส.กัญฐณา ศิวาธนพล อายุ 26 ปี พริตตี้สาวคนสนิทที่รับโอนหุ้นมูลค่าประมาณ 228 ล้านบาท จากนายชูวงษ์ มาสอบสวน ยอมรับว่ามีความสัมพันธ์ลึกซึ้งกับผู้ตายและกำลังตั้งท้อง 7 เดือน ส่วนหุ้นเป็นการโอนให้ด้วยความเสน่หา ต่อมา น.ส.อุรชา วชิรกุลฑล อายุ 26 ปี หรือน้องป้อนข้าว เจ้าหน้าที่ฝ่ายการตลาด บริษัทหลักทรัพย์เออีซี จำกัด ผู้รับโอนหุ้นจากนายชูวงษ์ รายที่ 2 ประมาณ 40 ล้านบาท เข้าให้การว่า มีความสัมพันธ์กับผู้ตายเช่นกันและได้รับโอนหุ้นให้โดยไม่ได้ซื้อขาย

ความคืบหน้าเมื่อเวลา 10.00 น. วันที่ 25 ก.ค. พ.ต.อ.พลศักดิ์ ชูสมานศิริ พงส.ผทค.สน.อุดมสุข เผยว่า จากการประชุมสรุปคดีที่กองบัญชาการตำรวจ นครบาล (บช.น.) เมื่อวันที่ 24 ก.ค. ขณะนี้สำนวนคดีคืบหน้าไปแล้วกว่า 90 เปอร์เซ็นต์ ส่วนอีก 10 เปอร์เซ็นต์ที่เหลือยังคงเป็นประเด็นที่ พล.ต.ท.ศรีวราห์ รังสิพราหมณกุล ผบช.น. ยังคงเคลือบแคลงสงสัย ทั้งในเรื่องของความเร็วรถที่ยังไม่มีความชัดเจนและการชันสูตรพลิกศพ จึงสั่งการให้พนักงานสอบสวนเรียงลำดับเหตุการณ์ใหม่ทั้งหมด และจะเรียกสอบปากคำพยานเพิ่มเติม แต่ยังไม่สามารถเผยรายละเอียดได้ คาดว่าจะใช้เวลาอีก 1-2 วันจะมีความชัดเจนเพิ่มมากขึ้น

รายงานข่าวระบุว่า ขณะนี้ฝ่ายสืบสวนได้ตรวจสอบพยานและกล้องวงจรปิดในที่เกิดเหตุ ซึ่งเป็นจุดสุดท้ายที่พบรถยนต์เลกซัสอีกครั้ง พบเพียงรถ จยย.ของพยานที่เห็นเหตุการณ์ซึ่งขี่ตามหลังมาเท่านั้น ส่วนรายงานข่าวที่ระบุว่า พยานที่ขี่รถ จยย.ตามหลังมาพบชายลึกลับในที่เกิดเหตุนั้น จากการตรวจสอบแล้ว เจ้าหน้าที่คาดว่าเป็นชาวบ้านที่ขี่ จยย.ผ่านมาเห็นเหตุการณ์ ซึ่งในขณะนั้นมีทั้งเจ้าหน้าที่กู้ภัยและทีมปฐมพยาบาลกำลังช่วยเหลือผู้ได้รับบาดเจ็บอยู่ในที่เกิดเหตุ เป็นไปได้ว่าชายลึกลับตามที่รายงานข่าวระบุเป็นคนที่อยู่ในกลุ่มที่เข้าไปช่วยเหลือเป็นทีมแรก

มีรายงานอีกว่า การจำลองการเกิดอุบัติเหตุของกองพิสูจน์หลักฐาน (พฐ.) และผลชันสูตรพลิกศพจากสถาบันนิติเวชวิทยา รพ.ตร.พบว่า อาจเกิดอุบัติเหตุขณะขับด้วยความเร็ว 80 กม.ต่อชั่วโมง จังหวะที่รถเสียหลักปีนทางเท้าจนมีรอยยางสีดำ พฐ.ได้ตรวจสอบแรงกระดอนของรถตอนปีนทางเท้าพบว่า อาจจะทำให้เกิดแรงเหวี่ยงทำให้ศีรษะนายชูวงษ์ไปฟาดกับเสาบีของตัวรถและหลังคารถ ทำให้พลาสติกที่ปิดช่องเข็มขัดนิรภัยหลุด สอดคล้องกับผลการชันสูตรพลิกศพของแพทย์ที่ระบุว่า เยื่อหุ้มสมองด้านในถูกกระแทกจากของแข็งชนิดแบนและกระดูกต้นคอหัก ก่อนที่รถจะพุ่งเข้าไปปะทะกับต้นไม้ ทำให้ใบหน้านายชูวงษ์ไปชนกับคอนโซลหน้าจนเบ้าตาบวม เกิดจากการกระแทกเพราะแรงส่งของรถที่เกิดจากอุบัติเหตุ ยังไม่มีสิ่งใดบ่งชี้ว่าเกิดจากการฆาตกรรม

ที่กองบัญชาการตำรวจนครบาล (บช.น.) พล.ต.ท.ศรีวราห์ รังสิพราหมณกุล ผบช.น. เผยว่า รวบรวมพยานหลักฐานเกือบชัดเจนทุกส่วน ต้นเดือน ส.ค.จะเรียกดูข้อมูลอีกครั้งเกี่ยวกับเรื่องที่ให้ไปหาเพิ่มเติมตามที่สั่งการไป เป็นเรื่องรายละเอียดของการชันสูตรจะสามารถชี้ชัดได้ว่า เสียชีวิตจากอุบัติเหตุหรือฆาตกรรม แต่ตอนนี้ข้อมูลยังไม่ครบถ้วน การสืบสวนสอบสวนตอนนี้แยกเป็น 2 ส่วนคือ เรื่องการโอนหุ้นและสาเหตุการเสียชีวิต เพราะนายชูวงษ์โอนหุ้นก่อนตาย มันต่างกรรมต่างวาระ ตอนนี้ครอบครัวผู้ตายไปร้องกองบังคับการปราบปราม (บก.ป.) ให้ดำเนินการ ส่วนทาง บช.น. ทำเรื่องสาเหตุการตาย ตอนนี้ยังไม่มีหลักฐานไปถึงขนาดเป็นคดีฆาตกรรม แรงจูงใจก็เป็นหลักฐานอย่างหนึ่งในการบรรยายฟ้อง การให้น้ำหนักการเสียชีวิตยังไม่มีการเปลี่ยนแปลงจากหลักฐานเดิม ตอนนี้ก็ฟ้อง พ.ต.ท.บรรยิน คดีขับรถโดยประมาทฯไปแล้ว ภายหลังถ้าเป็นเรื่องฆาตกรรมจะไม่มีการฟ้องซ้ำ ต้องดำเนินคดีข้อหาใหม่ ทั้งนี้ตนให้เวลาเจ้าหน้าที่ทางเทคนิคถึงต้นเดือน ส.ค.เพื่อจะสรุปสำนวนสาเหตุการเสียชีวิตต่อไป

ที่กองบังคับการปราบปราม เวลา 12.00 น. รายงานข่าวแจ้งว่า หลังจาก น.ส.อุรชา วชิรกุลฑล อายุ 26 ปี เจ้าหน้าที่ฝ่ายการตลาด บริษัทหลักทรัพย์เออีซี จำกัด พร้อมด้วยนางศรีธรา พรหมา มารดาและนายเดชา ขุนทอง ทนายความ เข้าให้ปากคำในประเด็นรับโอนหุ้นจำนวนกว่า 5 แสนหุ้น มูลค่ากว่า 30 ล้านบาท จากนายชูวงษ์ หลังจากนี้ทีมสืบสวนอยู่ระหว่างประสานเชิญตัวบุคคลที่เกี่ยวข้องเข้าให้ปากคำเพิ่มเติม เพื่อความชัดเจนในคดี ประกอบกับหลังจากสอบปากคำ น.ส.อุรชาและแม่ มีเจ้าหน้าที่ฝ่ายการตลาดบริษัทหลักทรัพย์เออีซี จำกัด เดินทางเข้าให้ปากคำในประเด็นบางอย่าง เกี่ยวกับรายละเอียดขั้นตอนการทำธุรกรรมที่ไม่สามารถเปิดเผยได้ ส่วนเรื่องของลายเซ็นนายชูวงษ์ที่ปรากฏในเอกสารการโอนหุ้น ขณะนี้กองพิสูจน์หลักฐาน (พฐ.) อยู่ระหว่างตรวจสอบเทียบเคียงกับลายเซ็นจริงของนายชูวงษ์

เบื้องต้นพบว่า เอกสารลายเซ็นที่ส่งมอบให้กองพิสูจน์หลักฐานนั้น ยังไม่สามารถพิสูจน์เปรียบเทียบได้มาก จึงประสานญาติขอเอกสารที่มีลายเซ็นของนายชูวงษ์หลายๆแบบมาเปรียบเทียบใหม่ เช่นเดียวกับคลิปเสียงของนายชูวงษ์ที่ส่งตรวจพิสูจน์พบว่า คลิปต้นแบบเสียงไม่ชัดเจน จึงต้องหาวิธีการเทียบเคียงเสียงให้ได้มากที่สุด ขณะนี้อยู่ระหว่างดำเนินการ นอกจากนี้ทีมสืบสวนได้ลงพื้นที่ตรวจสอบกล้องวงจรปิดบริเวณรอบที่เกิดเหตุอีกครั้ง ตรวจสอบเวลาเข้าและออกสนามกอล์ฟ กรอบระยะเวลา เพื่อหาความเชื่อมโยงนำมาวิเคราะห์ ขณะนี้พบภาพกล้องวงจรปิดบริเวณสะพานกลับรถถนนบางนา-ตราดขาเข้าช่วงเลยห้างสรรพสินค้าเมกา บางนา จับภาพรถยนต์คันที่เกิดเหตุได้ อยู่ระหว่างการตรวจสอบ รวมทั้งเร่งไล่กล้องวงจรปิดตามจุดต่างๆตามเส้นทางตามคำให้การของ พ.ต.ท.บรรยิน ตั้งภากรณ์และพยานแวดล้อมรายอื่น เพื่อหารถคู่กรณีที่เป็นสาเหตุทำให้เกิดอุบัติเหตุครั้งนี้

รายงานข่าวแจ้งอีกว่า หลังจากที่ น.ส.อุรชายืนยันว่าไม่ได้เป็นผู้ดูแลหุ้นของนายชูวงษ์ เพียงแต่ทำงานเป็นโบรกเกอร์อยู่ในบริษัทหลักทรัพย์เออีซี จำกัด ก่อนรู้จักกับนายชูวงษ์และเริ่มคบหากัน แนวทางสืบสวนได้ตรวจสอบพบข้อมูลว่า เจ้าหน้าที่ฝ่ายการตลาดที่ทำหน้าที่เป็นโบรกเกอร์ดูแลหุ้นของนายชูวงษ์แท้จริงเป็นพนักงานชายอีกคน เบื้องต้นเจ้าหน้าที่พบพิรุธ เนื่องจากคำให้การของ น.ส.อุรชา ยังขัดแย้งกับเอกสารใบถอนและโอนหลักทรัพย์ของบริษัทที่ทำไว้เมื่อวันที่ 8 มิ.ย.58 ระบุชื่อนายชูวงษ์ แซ่ตั๊ง แต่สะกดนามสกุลผิดเป็นแซ่ตั๋ง มีความประสงค์โอนหลักทรัพย์ภายในบัญชีบริษัทให้ น.ส.ศรีธรา พรหมา มารดาของ น.ส.อุรชาจำนวน 3 ตัว แบ่งเป็น BBC 50,000 หุ้น ราคาหุ้นละ 195 บาท CPN 400,000 หุ้น ราคาหุ้นละ 46 บาท และ PTTEP 60,000 หุ้น ราคาหุ้นละ 115 บาท รวมมูลค่ากว่า 40 ล้านบาท การโอนหุ้นทั้ง 3 ตัวมีชื่อ “อุรชา” ลงนามเป็นเจ้าหน้าที่บริษัทดูแลหุ้น รวมทั้งมี น.ส.สุรดา เที่ยงธรรม หัวหน้าฝ่ายการตลาดบริษัทเป็นผู้อนุมัติ อย่างไรก็ตาม ทีมสืบสวนได้ตั้งข้อสังเกตว่า เหตุใด น.ส.อุรชาถึงได้เป็นผู้ทำธุรกรรมการโอนหุ้นของนายชูวงษ์เอง ทั้งที่ไม่ได้เป็นโบรกเกอร์ผู้ดูแลหุ้น และเหตุใด น.ส.สุรดา หัวหน้าฝ่ายการตลาดบริษัทผู้ลงนามอนุมัติธุรกรรมถึงไม่ได้ท้วงติงเรื่องนี้ ทั้งนี้ อาจต้องเชิญตัวทั้งหมดมาสอบปากคำเพิ่มเติมในประเด็นดังกล่าว

นอกจากนี้ พนักงานสอบสวน กก.1 บก.ป.ได้ทำหนังสือเรียกตัว พ.ต.ท.บรรยิน ตั้งภากรณ์ อดีต รมช.พาณิชย์ และอดีต ส.ส.นครสวรรค์เข้าให้ปากคำที่กองปราบปรามในวันที่ 29 ก.ค.เวลา 09.30 น. ในฐานะพยาน เพื่อตอบข้อสงสัยประเด็นที่พาดพิงจนปรากฏชื่อ พ.ต.ท.บรรยิน เพื่อความชัดเจนในคดีต่อไป

กองปราบฯเรียก “บรรยิน ตั้งภากรณ์” อดีต รมช.พาณิชย์ สอบปากคำวันที่ 29 ก.ค. เพื่อตอบข้อสงสัยกรณีมีชื่อถูกพาดพิง นอกจากนี้ยังตรวจพบพิรุธในใบโอนหุ้นมูลค่ากว่า 40 ล้านบาทของเสี่ยชูวงษ์ไปให้แม่ของโบรกเกอร์สาวคนสนิท 26 ก.ค. 2558 03:40 26 ก.ค. 2558 03:42 ไทยรัฐ