วันพฤหัสบดีที่ 15 พฤศจิกายน พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐLogin
วิกฤติน้ำ 58! 'ฝน'เติมเขื่อน แต่ระดับน้ำยังน้อย แนะใช้ประหยัด

วิกฤติน้ำ 58! 'ฝน'เติมเขื่อน แต่ระดับน้ำยังน้อย แนะใช้ประหยัด

  • Share:

แม้ว่าหลายพื้นที่มีฝนตกติดต่อกันแต่ระดับน้ำในเขื่อนยังไม่มากเท่าที่ควรต้องช่วยกันประหยัดน้ำให้มากที่สุดโดยเมื่อวันที่ 25 ก.ค. นายธานินทร์ สุภาแสน ผวจ.ลำปาง เปิดเผยว่า ขณะนี้ปริมาณน้ำในเขื่อนกิ่วลมที่มีความจุ 106 ล้าน ลบ.ม. แต่มีน้ำเหลืออยู่เพียง 35 ล้าน ลบ.ม. หรือร้อยละ 33 ของความจุทั้งหมด ส่วนเขื่อนกิ่วคอหมาความจุเก็บน้ำได้ 170 ล้าน ลบ.ม. ปัจจุบันมีน้ำเหลือเพียง 23 ล้าน ลบ.ม. หรือร้อยละ 14 ของความจุทั้งหมด ดังนั้น ขอให้ประชาชนใช้น้ำอย่างประหยัด

ที่ จ.นครสวรรค์ ช่วงเช้าวันเดียวกัน เจ้าหน้าที่ศูนย์ฝนหลวงพิเศษนครสวรรค์ เร่งตรวจสอบสภาพอากาศในพื้นที่ภาคกลางพบว่าไม่สามารถขึ้นบินทำฝนหลวงได้ เนื่องจากท้องฟ้าปิด เมฆชั้นกลางและเมฆ ชั้นสูงปกคลุมหนาแน่น ตลอดทั้งวันกับมีฝนละอองตก เป็นระยะๆ ส่งผลให้ไม่มีเมฆชั้นต่ำก่อตัวแต่ยังคงเตรียม พร้อมทั้งในเรื่องของเครื่องบินฝนหลวง เจ้าหน้าที่ฝนหลวง เพื่อเตรียมขึ้นบินทำฝนหลวงทันทีหากท้องฟ้าเปิด

ส่วนนายวณิช แสงสุวรรณ ผอ.โรงไฟฟ้าพลังน้ำภาคตะวันออกเฉียงเหนือ (เขื่อนอุบลรัตน์) จ.ขอนแก่น กล่าวว่า จากสภาพฝนที่ตกลงมาอย่างต่อเนื่องโดยเฉพาะพื้นที่เหนือเขื่อนมีน้ำเติมลงในความจุอ่างหรือไหลเข้าเขื่อนมากถึงวันละประมาณ 3-4 ล้าน ลบ.ม.ซึ่งถือเป็นสัดส่วนที่น่าพอใจ จากการตรวจสอบปริมาณน้ำเก็บกักของความจุอ่างของเขื่อนอุบลรัตน์พบว่ามีระดับน้ำในความจุอ่างอยู่ที่ 643 ล้าน ลบ.ม. หรือคิดเป็นร้อยละ 26 ของความจุอ่าง จากการตรวจ สอบพบว่าปริมาณน้ำฝนที่ไหลลงความจุอ่างอยู่ที่เฉลี่ยวันละ 3-4 ล้าน ลบ.ม. ถือเป็นสัญญาณที่ดีที่จะเพิ่มปริมาณน้ำในความจุอ่างได้เพิ่มมากยิ่งขึ้น

นายกิตติพงศ์ โรจน์วิรัตน์ หัวหน้าฝ่ายจัดสรรน้ำและปรับปรุงระบบชลประทาน โครงการชลประทาน จ.มหาสารคาม กล่าวว่า จากร่องมรสุมที่พาดผ่านภาคเหนือ และภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ส่งผลให้เกิดฝนตกในหลายพื้นที่โดยในพื้นที่จังหวัดมหาสารคามช่วงที่ผ่านมา มีฝนตกลงมาอย่างต่อเนื่องประมาณร้อยละ 60-70 ของพื้นที่ ส่งผลให้สภาพน้ำในอ่างเก็บน้ำขนาดกลางทั้ง 17 แห่ง มีปริมาณน้ำ 27.64 ล้าน ลบ.ม. หรือคิดเป็นร้อยละ 33.95 โดยมีแนวโน้มเพิ่มขึ้น ซึ่งจะส่งผลดีต่อเกษตรกรที่ได้มีการหว่านหรือปักดำนาไปแล้ว แต่เกษตรกรและประชาชนทั่วไปควรจะได้ร่วมกันใช้น้ำอย่างประหยัดและคุ้มค่า หากเกษตรกรยังไม่ได้หว่านข้าวหรือปักดำ ยังสามารถดำเนินการได้ตามแนวทางของกรมส่งเสริมการเกษตร คือปลูกวันแม่เกี่ยววันพ่อ ซึ่งได้คาดการณ์แล้วว่าช่วงดังกล่าวจะมีปริมาณน้ำฝนอย่างเพียงพอต่อการปลูกพืชหรือทำนาและส่งผลดีต่อผลผลิตของเกษตรกรด้วย

ส่วนนายเสถียร์ เขียนสาร์ เกษตรและสหกรณ์จังหวัดสิงห์บุรี เปิดเผยถึงสถานการณ์ภัยแล้งของ จ.สิงห์บุรีว่า จ.สิงห์บุรี มีเกษตรกรที่ปลูกข้าวไปแล้วคิดเป็นร้อยละ 72.70 ของพื้นที่เพาะปลูก และพื้นที่ที่คาดว่าจะเสียหายในภาพรวมถึงร้อยละ 99 คิดเป็นพื้นที่ 2 แสน 2 หมื่นกว่าไร่ พื้นที่นาข้าวที่เสียหายทั้งหมด ได้แก่ อ.ท่าช้าง 6 พันไร่ และยังไม่มีการประกาศเขต การให้ความช่วยเหลือภัยแล้ง ขณะเดียว กันทางกรมส่งเสริมการเกษตรได้ให้จำแนกข้อมูลที่คาดการณ์ว่าจะเสียหายตามอายุข้าวเป็น 3 ระดับ ทางจังหวัดได้ทำหนังสือถึงอธิบดีกรมชลประทานขอผันน้ำช่วยเหลือ เกษตรกรเร่งด่วนโดยเฉพาะข้าวที่กำลังตั้งท้องถึงออกรวง หากไม่ได้รับน้ำอาจเสียหายไม่สามารถเก็บเกี่ยวผลผลิตได้ โดยขอสูบน้ำเป็นระยะเวลา 10-20 วัน

ขณะที่กรมอุตุนิยมวิทยาคาดการณ์สภาพอากาศในช่วงวันที่ 26-30 ก.ค.ว่า มรสุมตะวันตก เฉียงใต้ที่พัดปกคลุมทะเลอันดามันประเทศไทยและอ่าวไทยจะมีกำลังแรงขึ้น ประกอบกับร่องมรสุมพาดผ่านภาคเหนือตอนบน ประเทศลาว เข้าสู่หย่อมความกดอากาศต่ำบริเวณประเทศเวียดนามตอนบน ลักษณะเช่นนี้ทำให้บริเวณประเทศไทยตอนบนมีฝนเพิ่มขึ้น และมีฝนตกหนักบางแห่ง บริเวณภาคเหนือ และภาคตะวัน-ออกเฉียงเหนือตอนบน สำหรับบริเวณทะเลอันดามัน และอ่าวไทยตอนบนจะมีคลื่นสูงประมาณ 2 เมตร ทั้งนี้ ในช่วงวันที่ 26-30 ก.ค. ขอให้ประชาชนบริเวณ ภาคเหนือและภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนบน ระวังอันตรายจากฝนตกหนักและน้ำป่าไหลหลากไว้ด้วยและขอให้ชาวเรือบริเวณทะเลอันดามัน และอ่าวไทยตอนบน เดินเรือด้วยความระมัดระวัง

คุณอาจสนใจข่าวนี้

คุณอาจสนใจข่าวนี้