วันพฤหัสบดีที่ 13 ธันวาคม พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐLogin
แคทเธอรีนมหาราชินี สตรีเรืองอำนาจที่สุดของรัสเซีย

แคทเธอรีนมหาราชินี สตรีเรืองอำนาจที่สุดของรัสเซีย

  • Share:

หาก “สมเด็จพระราชินีนาถวิกตอเรีย” ทรงได้รับการจดจำในฐานะพระมหากษัตริย์อังกฤษที่ครองราชย์ยาวนานที่สุดในประวัติศาสตร์ “สมเด็จพระจักรพรรดินีนาถแคทเธอรีนที่สองแห่งรัสเซีย” ก็ทรงเป็นตำนานลือลั่นของการสร้างจักรวรรดิรัสเซียในยุคที่เป็นอภิมหาอำนาจยิ่งใหญ่ที่สุดในโลก

ความยิ่งใหญ่ของ “รัสเซีย” ในอดีตยังส่งผลมาถึงปัจจุบัน ทั้งสถาบันกษัตริย์ การเมือง พลเมือง และศิลปวัฒนธรรม ต่างเป็นต้นรากหล่อหลอมมวลพลังยิ่งใหญ่ของอาณาจักรแห่งนี้ให้เกรียงไกร เพื่อส่งเสริมความรู้ด้านประวัติศาสตร์และเปิดโลกกว้างให้ได้สัมผัสประสบการณ์สุดเอ็กซ์คลูซีฟ “เดอะวิสดอม กสิกรไทย” จัดกิจกรรมพิเศษ “THE WISDOM Exclusive Experience : The Royal Journey to Russia” พาย้อนกลับไปดื่มด่ำกับความยิ่งใหญ่ของราชวงศ์โรมานอฟ ตลอดระยะเวลากว่า 300 ปี ที่แผ่ขยายอำนาจระบือไกล

ในประวัติศาสตร์จักรวรรดิรัสเซีย มหาราชในราชวงศ์โรมานอฟ มีเพียง 2 พระองค์เท่านั้นคือ “พระเจ้าปีเตอร์มหาราช” ผู้สร้างประวัติศาสตร์อันยิ่งใหญ่ให้รัสเซีย ส่วนอีกพระองค์เป็นมหาราชสตรีองค์แรกและองค์เดียวของรัสเซียคือ “แคทเธอรีนมหาราชินี” ทรงเป็นจักรพรรดินีนาถที่มิได้ถือกำเนิดในรัสเซีย แต่กลับโด่งดังเป็นที่รู้จักมากที่สุดและครองราชย์ยาวนานที่สุดในประวัติศาสตร์รัสเซีย เป็นเวลาถึง 34 ปี ทรงขึ้นครองราชย์ตั้งแต่วันที่ 9 ก.ค.1762 หลังการรัฐประหารและลอบปลงพระชนม์ “สมเด็จพระเจ้าซาร์ปีเตอร์ที่สาม” พระราชสวามีของพระองค์เอง ในยุคของพระองค์เป็นยุคที่มีการฟื้นฟูจักรวรรดิรัสเซียให้แข็งแกร่ง และมีอาณาเขตกว้างใหญ่ไพศาลกว่าเดิมอย่างไม่เคยเป็นมาก่อน ซึ่งถือเป็นการวางรากฐานสำคัญที่ปูทางสู่การเป็นชาติมหาอำนาจในยุคปัจจุบันของรัสเซีย

ก่อนจะได้รับการสถาปนาขึ้นเป็นองค์พระประมุขของรัสเซีย “สมเด็จพระจักรพรรดินีนาถแคทเธอรีนที่สอง” ทรงมีพระนามเดิมว่า “โซฟี ฟรีเดริค ออกุสเทอ ฟอน อัน-ฮัลท์-แซร์บส์ต” เป็นเจ้าหญิงเยอรมัน ซึ่งสืบทอดเชื้อสายมาจากราชวงศ์อัน-ฮัลท์-แซร์บส์ต “เจ้าหญิงโซฟี” ทรงถูกส่งตัวไปรัสเซียเพื่ออภิเษกสมรสกับ “เจ้าชายปีเตอร์แห่งฮอลชไตน์-ก็อททร็อร์พ” ซึ่งต่อมาขึ้นเสวยราชย์เป็นพระเจ้าซาร์ โดยสมเด็จพระจักรพรรดินีนาถเอลิซาเบธแห่งรัสเซีย ซึ่งทรงเป็นพระปิตุจฉา (ป้า) ของเจ้าชายปีเตอร์ ทรงเอ็นดู “เจ้าหญิงโซฟี” มาก เพราะทรงประทับใจที่เจ้าหญิงทรงวางพระองค์ดี การอภิเษกสมรสได้จัดขึ้นอย่างยิ่งใหญ่ ตามพระบัญชาของสมเด็จพระจักรพรรดินีนาถเอลิซาเบธ ณ เซนต์ปีเตอร์สเบิร์ก ขณะที่เจ้าหญิงทรงมีพระชันษาครบ 16 ชันษา ท่ามกลางความไม่พอใจของพระบิดา “เจ้าชายคริสเตียน ออกุสเทอ” ซึ่งทรงศรัทธาในนิกายลูเทอแรนของเยอรมัน และต่อต้านการเปลี่ยนศาสนาเข้านิกายอีสเทิร์นออร์ทอดอกซ์ของพระธิดา จึงมิได้เสด็จมารัสเซียเพื่อร่วมพิธีอภิเษกสมรส

ตลอดเวลาของการอภิเษก สมรส ความสัมพันธ์ระหว่างเจ้าหญิงโซฟีกับพระสวามี “เจ้าชายปีเตอร์ ดยุคแห่งฮอลชไตน์-ก็อททร็อร์พ” ไม่สู้จะราบรื่นนักและเต็มไปด้วยความเหินห่าง จนเมื่อสมเด็จพระจักรพรรดินีนาถเอลิซาเบธเสด็จ สวรรคต และเจ้าชาย ปีเตอร์ขึ้นเสวยราชบัลลังก์แทนเป็น “สมเด็จพระ เจ้าซาร์ปีเตอร์ที่สาม” เพียงแค่ 6 เดือนเท่านั้นที่ทรงได้ครองราชย์ ก็ถูกทหารก่อการกบฏยึดอำนาจซะแล้ว และอีก 8 วัน หลังการรัฐประหาร ก็โดนลอบปลงพระชนม์ ณ พระราชวังร็อบชา ด้วยน้ำมือของ “อเล็กเซ ออร์ลอฟ” นายทหารคนสนิทของสมเด็จพระจักรพรรดินีนาถ และผู้ร่วมก่อการรัฐประหาร อย่างไรก็ดี ยังเป็นที่ถกเถียงกันว่าพระนางแคทเธอรีนทรงมีส่วนรู้เห็น!! ผลจากการเสด็จสวรรคตของ “สมเด็จพระเจ้าซาร์ ปีเตอร์ที่สาม” เปิดทางให้พระนางแคทเธอรีนได้ขึ้นเถลิงราชสมบัติเป็น “สมเด็จพระจักรพรรดินีนาถแห่งรัสเซีย” แม้จะมิได้สืบเชื้อสายโดยตรงจากพระเจ้าซาร์แห่งรัสเซีย

ตลอดระยะเวลาในการครองราชย์ยาวนานถึง 34 ปี ระหว่างปี 1762-1796 ถือเป็นยุคทองของจักรวรรดิรัสเซียและระบบศักดินาในรัสเซียอย่างแท้จริง โดย “แคทเธอรีน มหาราชินี” ทรงปลุกปั้นรัสเซียจนกลายเป็นชาติอภิมหา อำนาจที่แข็งแกร่งที่สุดในยุโรป นอก จากการสร้างความเกรียงไกรให้จักรวรรดิรัสเซีย พระองค์ยังทรงทำนุบำรุงจักรวรรดิ ปฏิรูปประเทศ ตลอดจนบูรณะวังหลายแห่งในนครเซนต์ปีเตอร์สเบิร์ก นอกจากนี้ยังทรงเป็นองค์อุปถัมภ์วงการศิลปะ, วรรณกรรม และการศึกษา อีกทั้งได้พระราชนิพนธ์บันเทิงคดี, นวนิยาย และบันทึกความทรงจำไว้มากมาย จนได้รับการยกย่องให้เป็นยุคเรืองปัญญาของรัสเซีย

เรื่องราวความรักของพระองค์ก็มากสีสัน ร่ำลือว่าทรงมีชู้รักถึง 12 คน แต่ละคนล้วนเป็นใหญ่เป็นโต และมักจะทรงยืมอำนาจจากเหล่าขุนนางสนิท เพื่อสร้างความยิ่งใหญ่และค้ำราชบัลลังก์ สำหรับชู้รักที่จงรักภักดีต่อพระองค์มากคือ “กริ-กอรี ออร์โลฟ” ส่วนชายหนุ่มที่ทรงรักใคร่ที่สุดเป็นเจ้าชายรัสเซียนามว่า “กริกอรี โปเตมคิน” เมื่อพระองค์เสด็จสวรรคต รัสเซียก็ไม่มีกษัตริย์เป็นสตรีอีกเลย เนื่องจากพระราชโอรสเจ้าปัญหาคือ “แกรนด์ดยุคพอล” ซึ่งเสด็จขึ้นครองราชย์เป็นซาร์องค์ใหม่ ทรงเกลียดพระราชมารดามาก จึงเปลี่ยนกฎมณเฑียรบาลห้ามสตรีครองราชย์

หนึ่งในสถานที่ประวัติศาสตร์ที่ผูกพันลึกซึ้งกับ “แคทเธอรีนมหาราชินี” คือ พิพิธภัณฑ์เฮอร์มิเทจ และพระราชวังฤดูหนาว พระราชวังแห่งนี้ในอดีตสร้างเป็นพระราชวังที่ประทับของสมเด็จพระจักรพรรดินีนาถเอลิซาเบธแต่พระนางเสด็จสวรรคตก่อนที่จะได้ประทับ จึงกลายเป็นที่ประทับของพระนางแคทเธอรีน ตัวอาคารมีขนาดใหญ่ 3 ชั้น ทาด้วยสีฟ้าตัดขอบประตูหน้าต่างด้วยสีขาวโดดเด่น สีฟ้าเป็นสีโปรดของพระนางแคทเธอรีน ทรงตั้งชื่อพระราชวังนี้ว่า Hermitage หมายถึงที่ปลดปล่อยอารมณ์เดียวดาย

ปัจจุบันพระราชวังแห่งนี้เป็นพิพิธภัณฑ์สำคัญแห่งหนึ่งของรัสเซีย เพราะจัดเก็บรวบรวมผลงานศิลปะไว้มากกว่า 2.7 ล้านชิ้น อีกทั้งยังเก็บของสะสมและสมบัติล้ำค่าของ “แคทเธอรีนมหาราชินี” ซึ่งมีน้อยคนนักที่จะได้เห็นคลังมหาสมบัตินี้ ดังที่พระองค์ทรงเคยมีรับสั่งว่า “มีแค่หนูกับฉันเท่านั้นที่สามารถชื่นชมผลงานเหล่านี้” เมื่อพระองค์เสด็จสวรรคต จึงทิ้งสมบัติไว้เป็นมรดกชาติมากมาย โดยเฉพาะภาพเขียนที่ทรงโปรดปราน, เหรียญโบราณ และเครื่องประดับอัญมณีล้ำค่า กระทั่งในสมัยพระเจ้าซาร์นิโคลัสที่หนึ่ง ได้มีการจัดหมวดหมู่ของสะสมทั้งหมดในกรุสมบัติ และเปิดให้บุคคลทั่วไปเข้าชมได้ในปี 1852 นับเป็นสตรีผู้ยิ่งใหญ่ในประวัติศาสตร์ที่น่าจดจารึกไว้เป็นตำนานโลก.

ทีมข่าวหน้าสตรี

คุณอาจสนใจข่าวนี้

คุณอาจสนใจข่าวนี้