วันอังคารที่ 21 สิงหาคม พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

วัยใสแนะกลยุทธ์บริหารจัดการน้ำแบบประหยัด ฝ่าวิกฤติ "ภัยแล้ง"

โดย นิสิตา

วิกฤติภัยแล้ง!!!

ปัญหาที่คนไทยกำลังเผชิญ หลังน้ำในเขื่อนแห้งขอด แถมภาวะฝนทิ้งช่วงยาวนาน ซึ่งนอกจากจะส่งผลกระทบต่อเกษตรกรแล้ว ชาวบ้านตาดำๆในหลายพื้นที่ต้องประสบปัญหาขาดแคลนน้ำอุปโภค บริโภค และที่หนักหนาสาหัสถึงขั้น จ.ปทุมธานี ที่อยู่ใกล้กรุงเทพฯแค่เอื้อม เคยประกาศหยุดจ่ายน้ำประปามาแล้ว

และคนเมืองกรุงเองก็ใช่ว่าจะรอดพ้นจากสถานการณ์ภัยแล้ง เพราะน้ำประปาในหลายพื้นที่ไหลน้อยถึงขั้นหยุดไหล จนการประปานครหลวงต้องขอความร่วมมือจากคนกรุงเทพฯและปริมณฑลให้ใช้น้ำอย่างประหยัด เพื่อให้มีน้ำเหลือไว้ใช้ในกิจกรรมอื่น
แม้ตอนนี้ดูท่าว่าสถานการณ์จะดีขึ้น แต่ก็เป็นเรื่องที่ยังวางใจไม่ได้เพราะน้ำต้นทุนในเขื่อนยังน้อย “นิสิตา” ว่าเป็นหน้าที่ของพวกเราทุกคนที่จะช่วยกันคนละไม้ คนละมือ ในการใช้น้ำอย่างประหยัดเพื่อช่วยกันฝ่าวิกฤติภัยแล้งนี้ไปให้ได้ เลยขอเปิดพื้นที่ให้ตัวแทนวัยใสมาบอกเล่าประสบการณ์บริหารจัดการน้ำของแต่ละคนให้ฟัง

เริ่มจาก ซูม...วัฒกร เสาร์ศรีอ่อน นักศึกษาปี 4 คณะนิเทศศาสตร์ นายกสโมสรนักศึกษามหาวิทยาลัยกรุงเทพ ปี 2558 อาสาเปิดประเด็นว่า “ทันทีที่ได้รับรู้ข่าวภัยแล้ง ในฐานะนายกสโมสรนักศึกษาก็ได้ปรึกษากับอาจารย์และน้องๆในชมรมเพื่อหาวิธีช่วยแก้ปัญหา โดยมีชมรมโรตาแรคท์ ชมรมค่ายอาสา ม.กรุงเทพ วางแผนลงพื้นที่ชุมชนที่ประสบภัยเพื่อให้ความช่วยเหลือ นอกจากนี้ พวกเราต้องเริ่มต้นที่ตัวเอง ด้วยการช่วยกันประหยัดน้ำดื่มน้ำใช้ และช่วยกันรณรงค์ภายในหอพักนักศึกษาถึงวิธีการประหยัดน้ำด้วยวิธีง่ายๆ อย่างรองน้ำไว้ล้างจาน ซักผ้าเสร็จแล้วอย่าทิ้งให้รดน้ำต้นไม้ต่อ เรื่องง่ายๆ แค่นี้ที่คุณเอง ก็ทำได้”

จ๊าก...

ภัทร ศุภกิจวัฒนกุล นิสิตปี 4 คณะเศรษฐศาสตร์ มหาวิทยาลัย เกษตรศาสตร์ รับช่วงสานต่อว่า “ภัยแล้งเป็นเรื่องที่น่าเป็นห่วง เพราะเราเป็นเมืองเกษตรกรรม ปัญหานอกจากภัยธรรมชาติแล้วยังเกิดขึ้นเพราะคนใช้น้ำอย่างฟุ่มเฟือย ใช้ทรัพยากรป่าไม้โดยไม่รู้จักปลูกทดแทน เมื่อขาดน้ำก็เกิดความตื่นกลัวและแก้ปัญหาที่ปลายเหตุ ผมว่าเราควรหันมาตระหนักถึงคุณค่าของน้ำ รู้จักอุปโภค บริโภค อย่างพอเพียง ยกตัวอย่างง่ายๆ เริ่มจากการลองปรับพฤติกรรมในชีวิตประจำวัน เวลาแปรงฟันอย่าเปิดน้ำทิ้งไว้ แต่สละเวลาเพียง 1-2 วินาที บิดก๊อกปิดน้ำ แล้วค่อยเปิดใหม่ตอนแปรงฟันเสร็จแล้ว แค่นี้ถ้าทำได้ทุกวัน ผมเชื่อว่าจะช่วยประหยัดน้ำได้มากทีเดียว”

ขณะที่ สันติ ปานสอาด หรือ “บอย” นิสิตปี 2 คณะเทคโนโลยีและนวัตกรรมผลิตภัณฑ์การเกษตร มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ บอกว่า “บ้านอยู่กาญจนบุรี พ่อแม่ทำนาและสวนชมพู่ ที่ผ่านมาที่บ้านทำนาปีละ 2 ครั้งมาปีนี้ต้องทำนาครั้งเดียวเพราะชุมชนไม่ปล่อยน้ำชาวบ้านเดือดร้อนมาก แต่เราก็แก้ปัญหาด้วยการประหยัด ปลูกพืชที่ใช้น้ำน้อย อย่างมะเขือและพริกอ่อน

วิธีรดน้ำก็ต้องขนน้ำเป็นถังแล้วไปรดที่ต้นไม้ โดยไม่ใช้สายยางเพราะเปลืองน้ำ นอกจากนี้ตอนอาบน้ำเวลาฟอกสบู่ก็จะปิดน้ำก่อน เมื่อซักเสื้อผ้าน้ำที่ใช้ซักก็จะเก็บไว้ซักถุงเท้า ผมว่าหากเราไม่ตระหนักและช่วยกันประหยัดการใช้น้ำตั้งแต่วันนี้ เราจะเจอภาวะภัยแล้งที่รุนแรงมากขึ้น”

เวียร์...ศุภลักษณ์ โสภณ นักศึกษาปี 4 คณะมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์ มหาวิทยาลัยสวนดุสิต บอกว่า “เรื่องของภัยแล้งไม่ใช่แค่ปัญหาในประเทศอาจทั่วโลกก็ว่าได้ ไม่ว่ากี่ยุคกี่สมัยเราประสบกับปัญหาภัยแล้งซ้ำซาก เพราะแก้ปัญหาที่ปลายเหตุ เวียร์ว่าต้องแก้ทั้งระบบด้วยการน้อมนำพระราชดำริของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวและสมเด็จพระนางเจ้าฯ ที่ทรงสอนให้คนไทยอนุรักษ์ทรัพยากรป่าไม้ตามโครงการป่ารักน้ำเป็นแนวทางปฏิบัติ เพราะป่าไม้คู่กับน้ำ รัฐบาลควรปลูกฝังจิตสำนึกให้เยาวชนและเร่งแก้ไขการบุกรุกป่า แม้เรื่องนี้อาจยังไม่ส่งผลให้เห็นเป็นรูปธรรมในทันที แต่เชื่อว่าหากทุกคนร่วมมือกันจะช่วยแก้ปัญหาภัยแล้งได้ในระยะยาว”

จิต...กิตติพร ดวงแก้ว นักศึกษา ปวส. 2 สาขาพืชศาสตร์และพืชสวน วิทยาลัยเกษตรและเทคโนโลยีศูนย์ศิลปาชีพบางไทร ตอกย้ำว่า “ภัยแล้งเป็นปัญหารุนแรงทั้งต่อการดำรงชีพเพราะทุกคนต้องอุปโภคบริโภคน้ำ และเป็นปัญหาหนักต่อเกษตรกร เพราะน้ำคือชีวิตจิตคิดว่าถ้าวันหนึ่งเราไม่มีน้ำที่เพียงพอต่อการเกษตรจะทำอย่างไร แล้วก็เจอคำตอบว่ายังมีวิธีที่ลดปัญหาเรื่องน้ำในการทำเกษตรได้ โดยการทำไฮโดรโพนิกส์ จากประสบการณ์ที่ได้ทำแปลงไฮโดรโพนิกส์และแปลงดินไปพร้อมๆกัน ทำให้รู้ว่าการทำไฮโดร– โพนิกส์นั้นประหยัดน้ำได้มาก นอกจากนี้ เราควรช่วยกันประหยัดน้ำดื่มน้ำใช้ ดื่มน้ำให้หมดแก้ว จะล้างรถ ล้างจานก็ควรรองน้ำอย่าเปิดทิ้ง”

ปิดท้ายด้วยสาวดอย เปิ้ล...จิตตรา ยุงประโคน นักศึกษาปี 3 สาขาโลจิสติกส์ซับพลายเชน มหาวิทยาลัยแม่ฟ้าหลวง ที่ตัดสินใจพาตัวเองเข้าเป็นสมาชิกชมรมอนุรักษ์พันธุ์สัตว์ป่าและป่าไม้ บอกว่า “เปิ้ลเชื่อว่าป่าจะทำให้มีน้ำ และน้ำทำให้มีป่า จึงได้ร่วมกับชมรมฯเข้าไปช่วยชุมชนสร้างฝายชะลอน้ำ เพื่อสร้างความชุ่มชื้นให้กับป่าและยังทำให้ชุมชนมีน้ำเพียงพอสำหรับทำเกษตร การที่ต้องลงแรงสร้างฝายทำให้เห็นคุณค่าของน้ำ และยิ่งเกิดปัญหาภัยแล้งยิ่งทำให้ตระหนักถึงความสำคัญของน้ำมากยิ่งขึ้น จึงต้องพยายามเผยแพร่ความคิดในการอนุรักษ์ป่าและน้ำให้ชาวบ้าน นอกจากนี้ตัวเปิ้ลเองก็ใช้น้ำแบบเกิดประโยชน์สูงสุดด้วยวิธีง่ายๆ แต่ทำอย่างเคร่งครัด ด้วยการปิดก๊อกน้ำทุกครั้งที่ไม่ใช้ เวลาซักผ้าหรือล้างจานจะใช้ภาชนะรองน้ำ ไม่เปิดน้ำปล่อยไหล แล้วนำไปรดน้ำต้นไม้”

ฟังวิธีการบริหารจัดการน้ำของน้องๆแล้ว “นิสิตา” บอกได้คำเดียวว่าคุ้มค่าทุกหยด และเชื่อว่าหากคนไทยทุกคนร่วมแรงร่วมใจช่วยกันประหยัดน้ำคนละเล็กละน้อย เราจะสามารถฝ่าวิกฤติภัยแล้งไปได้อย่างแน่นอน

การใช้น้ำอย่างรู้คุณค่า นอกจากจะช่วยประหยัดน้ำแล้วยังประหยัดสตางค์ในกระเป๋าอีกด้วย!!!

นิสิตา/รายงาน

25 ก.ค. 2558 12:00 25 ก.ค. 2558 12:00 ไทยรัฐ