วันพุธที่ 15 สิงหาคม พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ


เปิดกรุ “พระเครื่องพันล้าน” เศรษฐีนักสะสมระดับชาติ เพื่อ นิทรรศน์ ศรัทธา แห่งสยาม

โดย สีกาอ่าง

เป็นงานที่ตูมตามสนั่นลั่น วงการพระเครื่อง เมื่อ พล.ต.อ.สมยศ พุ่มพันธุ์ม่วง ผบ.ตร. ได้สร้างประวัติศาสตร์แห่งการ ให้ชีวิต โดยรวมพลังศรัทธาร่วมสร้างกุศล เพื่อ โรงพยาบาล ศูนย์ปฏิบัติการตำรวจจังหวัดชายแดนภาคใต้

จึงเป็นที่มาของงาน นิทรรศน์ ศรัทธา แห่งสยาม ซึ่ง บิ๊กอ๊อด-พล.ต.อ.สมยศ ได้ชวนทีมงานฝ่ายต่างๆ มีอาทิ พล.ต.อ.ชัยยะ ศิริอำพันธ์กุล พล.ต.ต.จิตติ รอดบางยาง พล.อ.ต.ตะวัน นาครทรรพ เสี่ยต้อย เมืองนนท์ (พิศาล เตชะวิภาค) เสี่ยอั๊ง เมืองชล (สมภพ ไทยธีระเสถียร) เสี่ยเซ้ง เมืองชล (ณรงค์ ไทยธีระเสถียร) เสี่ยเช็ง สุพรรณ (ธัญญนิธิ ชวรัตน์นิธิโชค) มาเล่าความเป็นมา ใน สนามพระวิภาวดี

พล.ต.อ.สมยศ “ตั้งแต่เกิดมา ผมไม่เคยจัดงานวันเกิด พออายุ 60 ปี ก็อยากจะมีงานวันเกิดสักครั้งนึง แต่ถ้าเราทำ ใหญ่ๆเพื่อเฮฮาปาร์ตี้ ก็ไม่เกิดประโยชน์ ก็คิดว่าถ้าจะทำโรงพยาบาลเนี่ยเป็น ไปได้มั้ย วันนึง ก็บอก คุณวิชัย ศรีวัฒนประภา ว่า อยากจัดงาน วันเกิด อยากหา เงินไปสร้างโรงพยาบาล แต่ไม่รู้มันจะเกิดขึ้นได้รึเปล่า เพราะต้องใช้เงินหลายร้อยล้าน พอ คุณวิชัย บอกว่า จะให้ 50 ล้าน ผมก็เริ่มต้น คิดปรึกษากับหลายๆคนที่เราสนิทสนม ทุกคนก็ออฟเฟอร์มาเลย คุณเจริญ สิริวัฒนภักดี ให้ 50 ล้าน คนอื่นก็ 20 ล้าน 10 ล้าน 8 ล้าน 5 ล้าน ก็เริ่มมีความหวัง จึงจัดงานวันเกิด ชื่องาน ราตรีช่วยชีวิต เมื่อ 27 ธันวาคม ปีที่แล้ว เพื่อรับบริจาคเงินสร้าง โรงพยาบาลโดยเฉพาะ --คืนนั้นคืนเดียว ได้เกือบๆ 500 ล้าน...

แต่การสร้างโรงพยาบาล ไม่เหมือนอย่างอื่น ที่ทำครั้งเดียวจบ จะมีสิ่งที่ตามมาต่อเนื่อง เช่น ดูแลแพทย์พยาบาลให้มีความสุข อยากไปอยู่ที่นั่น อุปกรณ์การแพทย์ ก็ต้องทันสมัย จึงต้องมีทุนเพื่อให้ไปได้ตลอด ก็คุยว่าจะจัด ประกวดพระ หาเงิน แต่ถ้าประกวดพระอย่างเดียว มันไม่ได้มีคุณูปการกับคนที่นิยมชมชอบพระ ก็เลยคิดว่า ควรจะจัด นิทรรศการ ด้วย...

ก็ไปขอพระจากนักสะสม ทุกคนพอได้ยินว่า เอาเงินที่ได้ไปสร้างโรงพยาบาล ก็แฮปปี้ ยอมหมด นี่คือสิ่งที่เกิดขึ้น ถึงมีงานวันนี้ได้ เปิดโอกาสให้นักสะสมพระสำคัญๆ เอาพระมาแสดงให้คนรุ่นหลังได้ชมในสิ่งที่หลายคนไม่เคยเห็นเลยในชีวิต หรือแม้แต่คนที่อยู่ในวงการพระ ก็ไม่เคยเห็น อย่างเช่น คุณนิพนธ์ พร้อมพันธุ์ ทุกคนอยากดูพระท่านมาก เพราะไม่ค่อยยอมให้ใครดู ยกเว้น สีกาอ่าง คนเดียว มีพระของ เสี่ยหนึง–ปรีดา อภิปุญญา ให้มา 30 กว่าองค์ และของ ท่านมนตรี พงษ์พานิช ซึ่ง คุณหญิงธิดา ก็ให้มา จึงกลายเป็นงานที่ถ้าใครที่ขอพระไป แล้วไม่มา ถือว่าตกรถไฟ เพราะตอนที่จะทำงานนี้ บอก พี่ต้อย เมืองนนท์ บอก เฮียอั๊ง เมืองชล บอกทุกคนเลย ทำแล้วต้องทำให้ใหญ่ ต้องทำให้คนที่มีของดีๆสวยๆ อยากมา อย่างที่ คุณนิพนธ์ บอกว่า อย่าไปเชื่อนะ ว่าคนมีพระ ไม่อยากโชว์ ทุกคนมีพระสวยๆ ดีๆ อยากโชว์ทั้งนั้น แต่จะโชว์งานไหน ถึงจะสมศักดิ์ศรี ถ้าจัดได้อย่างนี้ ยินดีเลย งานนี้เลยได้ คุณนิพนธ์ มาดูเอง จัดไฟ จัดตู้ ดูเองทุกอย่าง...

ด้วยมูลค่าของพระเครื่องเป็นพันล้าน งานนี้จึงมีการรักษาความ ปลอดภัยเข้มงวดมาก โดย พล.ต.ท.จักรทิพย์ ชัยจินดา รอง ผบ.ตร. และ พล.ต.ต.จิตติ รอดบางยาง นายตำรวจรักพระ เป็นผู้รับผิดชอบ

...ตรวจตั้งแต่เดินเข้ามาโซนแรก ตู้ที่วางพระ ก็เป็นตู้นิรภัย ในห้องมีกล้อง ที่ดูได้แบบ 360 องศา เห็นหมดใคร และยังเห็นหน้าคนที่มาดู เพราะติดกล้องในตู้ด้วย หลังปิดงาน ก็เปิดระบบเลเซอร์ เทคโนโลยีใหม่ หนู แมว วิ่งผ่าน ดังหมด และเจ้าของพระ ก็สามารถเปิดดูพระตัวเองได้ตลอดเวลา เพื่อความสบายใจ เมื่อปิดประตูเรียบร้อยแล้ว ห้ามคนเข้าเด็ดขาด และยังใช้หน่วยอรินทราช มาวางกำลังรอบงาน 3 ชั้น ในรัศมี 200 เมตร ก็จะตั้งด่านหมด บล็อกหมด และยังจัดให้เข้าชมเป็นรอบ รอบละ 100 คน ใช้เวลา 45 นาที รวมทุกวัน ก็ประมาณ 4,000 คนที่จะได้ดู

มาถึงอีก ทอล์ก ออฟ เดอะ ทาวน์ ที่บรรดาเศรษฐีนักเลงพระจับจ้องรอ bid กันมือสั่น ก็คือ งานประมูลพระเครื่อง พระบูชา ซึ่งเจ้าของพระทุกคน มอบพระเครื่องพระบูชา ให้กับงานนี้ ด้วยความศรัทธาสร้างมหากุศล

รายการแรกคือ พระกริ่งปวเรศ ซึ่ง บิ๊กอ๊อด เจ้าของพระ เจ้าของงาน เช่ามาสิบกว่าปีแล้ว ห้อยมาตลอด และเชื่อมั่นว่าที่มีโอกาสเป็น ผบ.ตร. ก็เพราะพุทธคุณของพระองค์นี้ ซึ่งเป็นองค์ที่มีตำหนิเหมือนองค์ที่วัดบวรฯ ที่สุด.....

เล่ากันว่า เดิมเป็นพระของผู้ดีเก่า ต่อมาขายให้ เสี่ยต้า บางแค ซึ่งเก็บไว้นาน แล้วจึงขายให้กับ เสี่ยกำพล วิระเทพสุภรณ์ และสิบปีก่อน บิ๊กอ๊อด เช่าต่อมา ในราคา 15 ล้าน--จึงถ้างานประมูลครั้งนี้ ไม่ได้ถึง 20 ล้าน บิ๊กอ๊อด ก็จะประมูลเอง 20 ล้าน เพื่อเอาพระคืน.....

องค์ต่อไปเป็น พระสมเด็จวัดระฆัง พิมพ์ใหญ่ ของ เจ้าสัววิชัย คิงเพาเวอร์ องค์หนึ่ง ที่อยู่ในหนังสือ พระพันตา ที่ยอมรับว่า ใช้การันตี พระแท้ได้ตรงไปตรงมา.....

เสี่ยต้อย เมืองนนท์ เล่าว่า เป็นองค์ที่สมบูรณ์สวยมาก ตอนที่ คุณวิชัย อยากได้ พระสมเด็จวัดระฆัง พิมพ์ใหญ่ ก็มีองค์นี้ด้วยที่ถูกตา จึงให้ไปตามมาให้ จน เสี่ยอุดม กวัสราภรณ์ เจ้าของเดิม ยอมปล่อยมาในราคา 10 กว่าล้าน ซึ่งเป็นราคา 10 ปีก่อน--องค์นี้ ก็ประเมินว่า ราคาประมูลไม่น่าต่ำกว่า 20 ล้าน น่าจะถึง 30 .....

ถัดไป ที่จ้องกันตาวาว คือ พระปิด-ตาหลวงพ่อแก้ว วัด เครือวัลย์ ที่ เสี่ยกำพล วิระเทพสุภรณ์ ส่งมาสร้างกุศล แต่ก็ตามมาประมูลกลับด้วย เพราะยัง อาลัย อาวรณ์ --ตอนแรกจะไม่ให้ แต่ ขอบริจาค 20 ล้านแทน แต่ บิ๊กอ๊อด บอกไม่ได้ เพราะประกาศไปแล้ว ว่ามี หลวงพ่อแก้ว ด้วย.....

เจ้าของเดิมชื่อ หมอวัลลภ เช่ามาจากหมอศิริราช แล้วนัดให้ เสี่ยต้อย เมืองนนท์ ไปดูในงานประกวด พอดูว่าแท้ ก็ไปชวน เสี่ยต้า บางแค เอี่ยว ไม่ต้องแย่งซื้อ จะได้ ถูกหน่อย ปรากฏ เสี่ยต้า ไปเจอ เสี่ยกำพล ก็เลยขอไปทันที ในราคาเกือบ 20 ล้าน.....

3 องค์ที่ว่ามา ไม่ต่ำ กว่าองค์ละ 20 ล้านทั้งนั้น แต่ยังมีองค์อื่นๆที่ราคาประเมินต่ำลงมา เช่น พระกริ่งญาณวิทยาคม หลวงพ่อคูณ 2535 เนื้อทองคำ ที่ บิ๊กแป๊ะ–พล.ต.อ.จักรทิพย์ รอง ผบ.ตร. มอบให้.....

จัดสร้างตอน หลวงพ่อคูณ เป็น พระญาณวิทยาคม สร้างเท่าจำนวนคนจอง ทั้งหมด 168 องค์-- ตอนนี้ เป็นพระกริ่ง หลวงพ่อคูณ ที่มีราคาสูงที่สุด คือ 2–3 ล้าน.....

ส่วน พล.ต.ต.จิตติ ขอมอบ พระสมเด็จบางขุนพรหม พิมพ์อกครุฑ กรุเก่า ซึ่งองค์นี้ เสี่ยอั๊ง เมืองชล เคยตามมาก่อน ให้ราคาถึง 2.6 ล้าน แต่ไม่ได้ จนมางานนี้ เจ้าของเห็นว่าเป็นการทำบุญ ก็เลยยอม.....

อีก องค์เป็น พระพุทธรูปยืน สมัยกำแพงเพชร ที่ เสี่ยต้อย เมืองนนท์ มอบให้ ขึ้นที่วัดพระศรีรัตนมหาธาตุ พิษณุโลก ตอนบูรณะปี 2533 ตกอยู่ในมือนักเล่นเก่า 7-8 มือ คาดว่าการ ประมูล จะได้ราคา ไม่ต่ำกว่า 2 ล้าน .....

งานนี้ กลายเป็นว่า นอกจากช่วยจัดงานแล้ว ทีมงานยังมอบ พระให้ประมูลด้วย เพราะ เสี่ยอั๊ง เมืองชล คนใจใหญ่ ก็ยก พระหูยาน ลพบุรี องค์แชมป์ และยังเป็น พิมพ์บัวสองชั้น ที่พบน้อยที่สุดในกรุให้.....

พิมพ์บัวสองชั้น พบน้อยกว่า พิมพ์บัวชั้นเดียว เพราะในกรุจะพบเพียง สิบกว่าองค์ และองค์นี้ ได้รับยกย่องว่า สวยที่สุดในกรุ ทุกคนรู้จักหมด เพราะเคยนำรูปไปทำเป็น แสตมป์ ของไปรษณีย์ไทยมาแล้ว.....

ครั้งนี้ เจ้าของเดิม ถูก เฮียอั๊ง หักคอมา 1.5 ล้าน จากเดิมจะเอา 2.5 ล้าน เพราะเห็นว่าเป็นงานประมูล เลยให้มาด้วยจิตศรัทธาอีกเหมือนกัน.....

แต่ถ้าประมูลไม่เกิน 2 ล้าน ขอบอกว่า เสร็จอั๊ง ซึ่งจ้องประมูล 2 ล้าน และจะบริจาคด้วย-- เพราะถ้าคนสะสม ยอดขุนพล ละก้อ ให้องค์นี้หลุดไม่ได้.....

องค์ต่อไปคือ พระหลวงพ่อทวด ปี 2497 ของ เสี่ยเต๋า-สุเนตร บุรกสิกร อดีตมือกลองวงช็อกโกแลตและวงคาไลโดสโคป ทำธุรกิจ สายทหาร ขายเครื่องบิน ด้วยความผูกพันกับ เสี่ยวิชัย คิง เพาเวอร์ จึงยกพระที่เช่ามา 4 ล้านกว่า ให้มาประมูล .....

อีกองค์ คือ หลวงพ่อทวด พิมพ์ใหญ่ ไหล่จุด ซึ่ง พล.อ.ต.ตะวัน นาครทรรพ หรือ ผู้การอ๋าย นำมามอบให้ บิ๊กอ๊อด ด้วยความศรัทธากับเจตนาในการจัดงานอย่างท่วมท้น--เพราะอะไรที่เกี่ยวกับทหารตำรวจ ถ้าพบว่าเดือดร้อน ผู้การอ๋าย ซึ่งได้ฉายา ใจถึง พึ่งได้ ทุ่มทันที.....

อย่างองค์นี้ ผู้การอ๋าย ถอดจากคอให้เลย ก็ประเมินว่า ต้อง 1 ล้านขึ้นไป ไม่งั้น ผู้การอ๋าย ซึ่งตั้งงบไว้ 1.5 ล้าน จะประมูลคืนอีกเหมือนกัน--แต่ขอผ่อน 5 งวดเพราะกลัวเมียด่า.....

พิมพ์ใหญ่ ไหล่จุด องค์นี้ เดิมเป็นของเซียนดังสายหลวงพ่อทวด เสี่ยเล็ก ปลามังกร ซึ่งเช่ามาเมื่อปี 2549 ในราคา 1 ล้าน แต่ยกให้ ผู้การอ๋าย เพราะนับถือน้ำใจลูก ผู้ชาย ในราคาเท่าทุน ในปี 2554 .....

หลวงพ่อทวด องค์สุดท้าย คือ พิมพ์หลังเตารีดใหญ่ องค์แชมป์ ของ เฮียตี๋เหล้า-ศุภชัย เรืองสรรงามศิริ ซึ่งบอกว่าเช่ามาถูกๆ และเก็บไว้นาน.....

พอเห็นงานสร้าง โรงพยาบาล เฮียตี๋เหล้า ที่เข้า รพ.บ่อย เลยรักประทับใจหมอ และพยาบาล ก็เกิดจิตกุศลท่วมท้น รีบ มอบให้เลย แล้วทำตลับเพชรให้ด้วย--องค์นี้ ประเมินว่า อย่างน้อย ก็ 5-6 แสน.....

นอกจากนั้นยังมี พระพุทธรูปบูชา ยุคอู่ทอง หน้ากลาง หน้าตัก 9 นิ้ว และ พระนาคปรก ลพบุรี ของ เสี่ยบุญรอด ปิยะรังษี นักธุรกิจ ซึ่งชอบพระ แต่เก็บตัว มีพระพุทธรูปมาก พระเครื่องก็มาก เลยแบ่งมาร่วมกุศลแบบไม่รีรอ.....

สุดท้ายก็ สวยจัด คือ พระกำแพงศอก กรุวัดพระศรีมหาธาตุ สุพรรณบุรี จาก เสี่ยเช็ง สุพรรณ.....

สมัยก่อน พระกำแพงศอก มีราคาแพงกว่า พระผงสุพรรณ และเป็นพระศิลปะสุโขทัย ที่ไปอยู่ในกรุสุพรรณบุรี.....

เสี่ยต้อย เมืองนนท์ เล่าว่า ในสมัย สมเด็จพระรามาธิบดีที่ 1 (พระเจ้าอู่ทอง) ได้แผ่อาณาเขตจนกรุงศรีอยุธยาเข้มแข็ง ส่วนสุโขทัยเป็นยุคขาลง สมเด็จพระมหาธรรมราชา ก็เลยขอเป็นไมตรี และนำ พระศิลปะสุโขทัย มาถวาย พระเจ้าอู่ทอง ซึ่งได้มอบให้กับ ขุนหลวงพระงั่ว ซึ่งปกครองเมืองสุพรรณฯ ทำให้พระศิลปะสุโขทัย มาอยู่ในกรุวัดพระศรีมหาธาตุ สุพรรณบุรี.....

องค์นี้ ได้มาจาก เสี่ยยู่กิม บางลี่ อาร์ต หรือ อมร วานิชสัมพันธ์ นักสะสมดังเมืองสุพรรณฯ คาดว่าราคาประเมินต้องไม่น้อยกว่า 5 แสน .....

ดูที่มาของพระเครื่องพระบูชา เชื่อว่าเศรษฐีรักพระ คงไม่ยอมแพ้กันง่าย เพราะตอนนี้ รองชัยยะ ยังจัดโต๊ะในงานประมูลไม่เสร็จ เพราะมีนักสะสมพระแถวหน้าทั่วประเทศ ขอที่นั่งมามาก เกิน 250 ซึ่งก็เต็มสุดๆแล้ว.....

ส่วนยอดการประมูลพระทั้ง 13 องค์ ในคืนวันที่ 29 ก.ค. ที่โรงแรมพูลแมน คิง เพาเวอร์ รางน้ำ จะเข้มข้นดุเดือดขนาดไหน ก็ยังไม่มีใครประเมินได้ แต่ถ้าสมมติว่า ไม่มีใครแข่ง เจ้าของสถานที่ เจ้าสัววิชัย ซึ่งประเดิมให้ บิ๊กอ๊อด เพื่อนเลิฟไปแล้ว 50 ล้าน ก็ประกาศ พร้อมเหมา 100 ล้านทันที แต่ทุกคนบอก ไม่มีทาง เพราะสู้ตาย--ก็ขอให้โชคดี มีพระกลับไปฝากเมียกันทุกคน เจ้าค่ะ อามิตตพุทธ.

สีกาอ่าง

25 ก.ค. 2558 11:32 25 ก.ค. 2558 11:40 ไทยรัฐ