วันอาทิตย์ที่ 19 สิงหาคม พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

จับพิรุธคดีเสี่ยชูวงษ์ ปริศนาโอน 300 ล้าน! อุบัติเหตุหรือฆาตกรรม

ความตายของนายชูวงษ์ แซ่ตั๊ง วัย 50 ปี เสี่ยใหญ่นักธุรกิจรับเหมาก่อสร้างระดับมหาเศรษฐีพันล้าน กลายเป็นประเด็นสังคมที่ถูกวิพากษ์วิจารณ์สนั่นโลกโซเชียลเน็ตเวิร์กและวงสังคมว่า เป็นอุบัติเหตุหรือฆาตกรรมปริศนา โดยมีเม็ดเงินก้อนโตในตลาดหุ้นที่ถูกโอนออกไปให้บุคคลอื่นเกือบ 300 ล้านบาทเป็นเดิมพัน

ใครก็ต้องกังขาเมื่อเห็นสภาพรถหรูอเนกประสงค์ยี่ห้อเล็กซัสสีดำ ทะเบียน ภฉ 1889 กรุงเทพมหานคร ของ พ.ต.ท.บรรยิน ตั้งภากรณ์ อดีต ส.ส.นครสวรรค์ และอดีต รมช.พาณิชย์ หลุดโค้งกระแทกฟุตปาทแล้วพุ่งชนต้นไม้ห่างจากถนนหลายสิบเมตร


รถเกิดเหตุสงบนิ่งมีรอยชนด้านหน้าด้านคนขับกับต้นไม้ กันชนหน้ายุบ ไฟหน้าขวาแตก ฝากระโปรงหน้ายุบ กระจกหน้าไม่แตก แอร์แบ็กไม่ทำงาน สภาพความเสียหายถือว่าไม่รุนแรง แต่เหตุไฉนนายชูวงษ์หรือเสี่ยจืดที่นั่งโดยสารมาข้างคนขับถึงกับเสียชีวิตเกือบจะทันที

คำให้การของ พ.ต.ท.บรรยินระบุว่ารู้จักกับนายชูวงษ์ได้ประมาณ 2 ปีตั้งแต่เรียนวิทยาลัยป้องกันราชอาณาจักร หรือ วปอ.ต่อด้วยเรียนสถาบันวิทยาการตลาดทุน หรือ วตท. ทำให้มีความสนิทสนมกัน ในวันเกิดเหตุคือวันที่ 26 มิ.ย.2558 ได้ไปพบนายชูวงษ์ที่บริษัทย่านซอยลาดพร้าว 71 เพื่อคุยธุระที่จะว่าจ้างบริษัทนายชูวงษ์ให้มาสร้างบ้าน จากนั้นจึงชวนกันไปเล่นกอล์ฟที่สนามกอล์ฟเลควูด ถนนบางนาตราด

หลังตีกอล์ฟเสร็จได้นั่งกินข้าวกับกลุ่มเพื่อนๆจนถึงประมาณ 3 ทุ่ม จึงชวนกันกลับโดยอาสาขับรถไปส่งนายชูวงษ์ที่บ้านย่านประเวศ จนมาถึงที่เกิดเหตุถนนเฉลิมพระเกียรติระหว่างซอยเฉลิมพระเกียรติ 48-50 ได้มีรถขับตัดหน้า จึงหักรถหลบจนเสียหลักปีนขึ้น


ฟุตปาทกระแทกค่อนข้างแรงแล้วพุ่งเข้าไปชนต้นไม้ โชคดีที่คาดเข็มขัดนิรภัยแต่ก็บาดเจ็บที่หน้าอกและขา สลบไป มารู้สึกตัวเมื่อมีเจ้าหน้าที่มูลนิธิมาช่วยเหลือ

เบื้องต้นพนักงานสอบสวน สน.อุดมสุขท้องที่เกิดเหตุรับคดีเป็นอุบัติเหตุทั่วไปที่มีคนเสียชีวิต ส่งศพให้นิติเวชผ่าพิสูจน์ตามขั้นตอนแล้วมอบให้ญาติไปบำเพ็ญกุศลจนเสร็จสิ้น

แต่แล้วคดีที่ดูธรรมดาเงียบเชียบก็กลับตาลปัตรกระหึ่มขึ้นทันที โดยเมื่อวันที่ 14 ก.ค.2558 นายกันต์ แซ่ตั๊ง อายุ 22 ปี บุตรชายของนายชูวงษ์ พร้อมทนายความและเครือญาติ ได้เข้าพบ พล.ต.อ.สมยศ พุ่มพันธุ์ม่วง ผบ.ตร. ขอรื้อคดีความตายของบิดาที่มีเงื่อนงำชวนสงสัยให้กระจ่าง

อุบัติเหตุธรรมดาหรือเจตนาฆ่า!!!

หนังสือร้องทุกข์ย้ำชัดตัวรถบุบสลายไม่มาก แม้ผู้ตายไม่คาดเข็มขัด แรงกระแทกก็ไม่น่าจะเป็นเหตุให้เสียชีวิต ขณะที่คนขับไม่ได้รับบาดเจ็บแต่อย่างใด

ที่น่าสนใจและเป็นประเด็นใหญ่


ของครอบครัวระบุว่า หลังพระราชทานเพลิงศพนายชูวงษ์เสร็จ ทางญาติตรวจสอบเอกสารที่มีมาถึงผู้ตายทราบว่า ก่อนหน้าเกิดเหตุประมาณ 10 วัน บริษัทหลักทรัพย์แจ้งว่านายชูวงษ์โอนหุ้นไปไว้ในบัญชีหุ้นของผู้หญิง 2 คน

ข้อสงสัยของครอบครัวที่อยากทำให้กระจ่างคือผู้หญิงทั้งสองคนมีความเกี่ยวพันกับ พ.ต.ท.บรรยินหรือไม่

หลังรับหนังสือร้องทุกข์ ผบ.ตร.ได้ให้สองหน่วยงานสำคัญดำเนินการสอบสวนทันที กองบัญชาการตำรวจนครบาล ดูแลเรื่องคดีอุบัติเหตุปริศนา และให้ญาติร้อง กองปราบปราม ดูแลที่มาที่ไปของการโอนหุ้นก่อนเสียชีวิตไม่นาน


ไฮไลต์ทั้งสองหน่วยดำเนินการไปอย่างรวดเร็วโดยเฉพาะประเด็นการโอนหุ้นให้คนนอกที่กองปราบฯโดย พ.ต.อ.อัคราเดช พิมลศรี รักษาการ ผบก.ป.รับผิดชอบ พบว่าเงินหุ้นก้อนใหญ่ไหลออกจากบริษัทหลักทรัพย์เออีซีเกือบ 300 ล้านบาทไปเข้าบริษัทหลักทรัพย์อาร์เอชบี โอเอสเค (ประเทศไทย) มี น.ส.อุรชา วชิรกุณฑล โบรกเกอร์สาวเป็นผู้ดูแล

แบ่งขายหุ้น 3 ตัวคือ บีบีซี จำนวน 50,000 หุ้น หุ้นละ 195 บาท ซีพีเอ็นจำนวน 400,000 หุ้น หุ้นละ 46 บาท และพีทีทีอีพี จำนวน 60,000 หุ้น หุ้นละ 115 บาท โดยมีการโอนหุ้นให้ นางศรีธรา พรหมมา มูลค่าประมาณ 40 ล้านบาท

แต่นางศรีธราก็คือมารดาของ น.ส. อุรชา!!!!

ส่วนหุ้นก้อนใหญ่มูลค่าประมาณ 228 ล้านบาทเป็นหุ้นกลุ่มพลังงานได้มีการโอนให้ น.ส.กัญฐณา ศิวาธนพล หญิงสาวที่ระบุว่าเป็นพริตตี้ตามงานเลี้ยง โอนเมื่อวันที่ 22 มิ.ย.2558 ก่อนตายเพียง 4 วัน

ข้อสงสัยของเครือญาติคือการพิสูจน์ทราบลายเซ็นของนายชูวงษ์ที่ตำรวจส่งให้กองพิสูจน์หลักฐานตรวจสอบแล้ว ที่สำคัญการเขียนชื่อแซ่ของนายชูวงษ์ผิดไปจากเดิม คือแซ่ตั๊งเป็นแซ่ตั๋ง ซึ่งไม่น่าจะเป็นไปได้สำหรับตัวนายชูวงษ์


สรุปแล้วเงินก้อนโตของผู้ตายถูกโอนในรูปของหุ้นไปให้หญิงสาว 2 คน 40 ล้านบาทสำหรับนางอุรชาที่ใช้มารดาเป็นผู้รับหุ้น อีกก้อนให้ น.ส.กัญฐณา พริตตี้สาวคำให้การของ น.ส.กัญฐณาพร้อมทนายความที่กองปราบปราม ระบุเป็นการให้ด้วยความเสน่หา ไม่รู้เรื่องการโอนหุ้นทำอย่างไร แต่รู้ว่านายชูวงษ์ขอบัตรประชาชนไปแล้วโอนหุ้นมาให้เท่านั้น ยอมรับกำลังตั้งครรภ์ 7 เดือน แต่ไม่ขอเอาเด็กมาเป็นเครื่องต่อรอง

คดีเริ่มไคลแมกซ์ต่างฝ่ายต่างมีทนายความต่อสู้ที่มาที่ไปของเงินด้วยข้อกฎหมาย โดยทนายความของครอบครัวเสี่ยชูวงษ์ติงว่า

ขณะโอนหุ้นนายชูวงษ์มีครอบครัวมีภรรยาจดทะเบียนสมรสน่าจะเป็นสินสมรสไม่สามารถรับโอนได้

ส่วนที่ สน.อุดมสุขก็เช่นกัน การคลี่คลายเป็นไปอย่างละเอียดรอบคอบ ผลชันสูตรศพเบื้องต้นพบมีบาดแผลช้ำบวมที่ศีรษะด้านหลังซ้ายและขวา สมองบวม กระดูกสันหลังส่วนคอซี่ที่ 6-7 หัก กระดูกซี่โครงด้านขวาด้านหน้าหัก 6-7 ท่อน กระดูกซี่โครงซ้ายด้านหน้าซี่ที่ 2-6 หัก ปอดขวากลีบบนกลางช้ำ ปอดซ้ายกลีบบนช้ำ หัวใจคั่งเลือด ยังไม่มีการยืนยันว่าตายเพราะอุบัติเหตุหรืออย่างไร

ตำรวจสืบ 4 รับหน้าที่พิสูจน์ทราบตามเส้นทางคำให้การของ พ.ต.ท.บรรยินตั้งแต่ออกจากสนามกอล์ฟไปจนถึงจุดเกิดเหตุ ไล่ดูกล้องวงจรปิดตลอดเส้นทางพร้อมเปรียบเทียบเวลา วงจรปิดจับภาพทั้งสองได้ที่สนามกอล์ฟ ถนนบางนา-ตราด กม.18 ใช้เส้นทางบางนา-ตราดเข้าถนนกาญจนาภิเษก เลี้ยวซ้ายอ่อนนุชและถนนเฉลิมพระเกียรติ กล้องตัวสุดท้ายจับภาพได้เวลา 21.57 น. ใกล้จุดเกิดเหตุ

มีจุดไหนที่จะใช้ก่อเหตุได้หรือไม่เพื่อคลายความสงสัย

ส่วนสถานที่เกิดเหตุ กองพิสูจน์หลักฐานตรวจละเอียดยิบตั้งแต่รอยชนกระแทกฟุตปาทแล้วรถพุ่งเข้าลานหญ้ารกก่อนไปชนต้นไม้ ไม่พบร่องรอยการเบรกแต่อย่างใด ผู้ชำนาญการต้องวิเคราะห์จุดเกิดเหตุ ความเร็วรถและความเป็นไปได้จนทำให้เสียชีวิต

ขณะนี้ทุกประการจะได้รับความกระจ่างจากการตรวจพิสูจน์เชิงวิทยาศาสตร์ แต่ประเด็นกลับพุ่งใส่ พ.ต.ท.บรรยิน ตั้งภากรณ์ อดีตนายตำรวจไม่ธรรมดา

ยุทธการสะแกกรังของตำรวจกองปราบปรามบุกตรวจค้นบ้านผู้ยิ่งใหญ่ในจังหวัดอุทัยธานีเมื่อเช้าตรู่วันที่ 23 ก.ค.ที่ผ่านมา มีนัยสำคัญถึงคดีของนายชูวงษ์

ปฏิเสธไม่ได้เลยว่าถ้าไม่มีคดีนายชูวงษ์เกิดขึ้น กองปราบปรามจะบุกค้นหรือไม่

คดีนี้ทั้งสองส่วนกองปราบปรามและนครบาลเดินหน้าอย่างรัดกุม

ใครจะต้องเป็นผู้ต้องหาหรือไม่ อีกไม่กี่วันผลตรวจพิสูจน์จะออกมาเป็นทางการ

เดิมพันสูงสำหรับสำนักงานตำรวจแห่งชาติที่จะทำความกระจ่างให้ปรากฏ.

ทีมข่าวอาชญากรรม

25 ก.ค. 2558 11:31 27 ก.ค. 2558 13:26 ไทยรัฐ