วันอังคารที่ 14 สิงหาคม พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

เราไปถึงดาวพลูโตกันได้อย่างไร? ไขทุกมิติ 15 ปี ก่อนพิชิตดาวขุมนรก (ชมคลิป)

ดาวพลูโต ซึ่งถูกตั้งชื่อ ตามชื่อของเทพแห่งขุมนรก เนื่องจากถือเป็นดาวที่อยู่ไกลที่สุดของระบบสุริยะของเรา กลับมาอยู่ในความสนใจของมหาชนอีกครั้ง หลังองค์การนาซา (NASA) ประสบความสำเร็จในการส่งยานสำรวจ NEW HORIZONS มูลค่า 700 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ เข้าไปอยู่ในจุดที่ใกล้ที่สุดในประวัติศาสตร์มวลมนุษยชาติ เพื่อทำการสำรวจอย่างจริงจังได้เป็นผลสำเร็จ แม้จะต้องกินระยะเวลาเฉพาะการเดินทางร่วม 10 ปี ก็ตาม

วันนี้ ทีมข่าวเฉพาะกิจไทยรัฐออนไลน์ จะพาแฟนๆ ไทยรัฐออนไลน์ไปค้นทุกซอกทุกมุม ของที่สุดการสำรวจจักรวาลในครั้งนี้ ผ่านเลนส์ในมุมมองของนักวิทยาศาสตร์ชื่อก้องของประเทศไทย รศ.ดร.ชัยวัฒน์ คุประตกุล นักวิทยาศาสตร์ขาประจำของทีมข่าวเฉพาะกิจไทยรัฐออนไลน์…

คำถามแรกที่ใครๆ ก็อยากรู้ ทำไมนาซา ต้องไปสำรวจดาวพลูโต?

อาจารย์ชัยวัฒน์ ขอเริ่มต้นเล่ามหากาพย์แห่งดวงดาวในครั้งนี้ ว่า เรื่องนี้ ต้องเท้าความกันสักนิด เพื่อทำความเข้าใจ ในอดีตนั้นดาวพลูโต ถือเป็นหนึ่งในดาวเคราะห์ของระบบสุริยะของเรา ที่มีอยู่ทั้งหมด 9 ดวง แต่ต่อมาเมื่อปี ค.ศ.2006 สหพันธ์ดาราศาสตร์สากล (International Astronomical Union) หรือ IAU ซึ่งเป็น องค์กรของนักดาราศาสตร์อาชีพทั่วโลก ได้มีการประชุมเพื่อจัดระเบียบดาวในระบบสุริยะของเราใหม่ และที่สุดที่ประชุมจึงมีมติให้ลดสถานะของดาวพลูโต จากดาวเคราะห์ ไปเป็นดาวเคราะห์แคระ โดยอ้างเหตุผลหลัก 2 ข้อ ที่นำไปสู่การลดสถานะของดาวที่อยู่ไกลที่สุดของระบบสุริยะของเรา ว่า 1. ในปี ค.ศ.2005 มีการค้นพบวัตถุขนาดใหญ่คล้ายดาวดวงหนึ่ง ซึ่งในเวลาต่อมาถูกตั้งชื่อว่า ERIS บริเวณที่เรียกว่าแถบคอยเปอร์ หรือ ไคเปอร์ (KUIPER) ซึ่งมีขนาดที่เชื่อกันในขณะนั้นว่า มีขนาดใหญ่กว่าดาวพลูโต และ 2. ดาวพลูโต มีวิถีโคจรรอบดวงอาทิตย์ที่แตกต่างไปจากดาวดวงอื่นๆ อีก 8 ดวง ในระบบสุริยะของเรา ซึ่งด้วยเหตุผลหลักๆ ทั้ง 2 ข้อดังกล่าว IAU จึงอ้างว่า หากไม่มีการลดสถานะของดาวพลูโต ลงเป็นดาวเคราะห์แคระ ก็อาจจะต้องมีการเรียกวัตถุขนาดใหญ่คล้ายดวงดาว อีกหลายดวงว่า ดาวเคราะห์ เช่นกัน!

แต่อย่างไรก็ดี มติดังกล่าวของ IAU ก็ใช่ว่าจะได้รับการขานรับจากบรรดานักดาราศาสตร์ทั่วโลก โดยเฉพาะอย่างยิ่งกับบรรดานักวิทยาศาสตร์ขององค์การบริหารการบินและอวกาศแห่งชาติสหรัฐอเมริกา หรือ NASA ที่ไม่เห็นด้วยกับมติดังกล่าวเอาเสียเลย จึงไม่แปลก ที่ในวันแถลงข่าว หัวหน้าทีมโครงการสำรวจดาวพลูโต หรือ NEW HORIZONS จะใช้คำเรียกดาวพลูโต ว่า ดาวเคราะห์ (PLANET) ตลอดเวลา

และที่สำคัญหลักฐานล่าสุด ที่ได้จากโครงการ NEW HORIZONS ก็พบว่า ดาวพลูโต มีขนาดเส้นผ่านศูนย์กลางใหญ่กว่า ดาว ERIS ประมาณ 44 กิโลเมตร! ซึ่งประเด็นนี้เอง ที่ทำให้กำลังมีการพูดถึงกันในหมู่นักวิทยาศาสตร์ว่า IAU ผู้ซึ่งเป็นผู้ประกาศลดสถานะของดาวพลูโต จะยอมกลืนเลือด พิจารณาคืนความสุขให้กับดาวพลูโต เพื่อให้กลับมามีสถานะเป็นดาวเคราะห์อย่างเต็มภาคภูมิอีกครั้งหรือไม่? แต่จนถึงขณะนี้ ท่ามกลางข้อมูลต่างๆ ของดาวพลูโต ที่พรั่งพรูมาจาก NEW HORIZONS ฝ่าย IAU ยังคงทำตัวเป็นเหมือนโทรศัพท์ ที่ไม่สามารถติดต่อได้ จนถึงขณะนี้........

เอาล่ะ ทีนี้เรามาทำความรู้จักดาวพลูโตกันใหม่! จากข้อมูลล่าสุดของยาน NEW HORIZONS ณ วันที่ 14 ก.ค. ค.ศ.2015 กัน

นักวิทยาศาสตร์ชื่อก้องของเมืองไทย ขอเล่าต่อว่า ดาวพลูโต มีขนาดเส้นผ่านศูนย์กลาง 2,370 กิโลเมตร นึกภาพง่ายๆ น่าจะประมาณเท่ากับ เดินทางไป-กลับ กรุงเทพฯ - จ.เชียงใหม่ หนึ่งรอบครึ่งกับอีกประมาณ 260 กิโลเมตร (กรุงเทพฯ-เชียงใหม่ ระยะทาง 670 กิโลเมตร)

รู้กันยัง! แท้จริงแล้ว ดาวพลูโต มีดวงจันทร์ เป็นบริวารถึง 5 ดวง!

โดยทางนาซา คาดว่าน่าจะมีมากกว่า 5 ดวงเสียด้วยซ้ำไป! ที่รอการค้นพบต่อไปอีก ที่ว่าดาวพลูโตมีดวงจันทร์บริวาร ถึง 5 ดวงนี้เอง ทำให้ทฤษฎีที่ว่า ดาวพลูโต อาจจะเคยเป็นส่วนหนึ่ง หรืออาจเป็นดวงจันทร์ ของดาวเนปจูน (NEPTUNE) มาก่อน อาจจะมีโอกาสน้อยลง

แต่อย่างไรก็ดี แม้ ดาวพลูโต มีดวงจันทร์บริวาร ถึง 5 ดวง หรือ อาจจะมากกว่า แต่ดาวพลูโต ก็ยังมีขนาดเล็กกว่า ดวงจันทร์ของโลกเรา เพราะดวงจันทร์ของโลกเรานั้น มีขนาดเส้นผ่านศูนย์กลางประมาณ 3,450 กิโลเมตร ในขณะที่ ดาวพลูโต มีเส้นผ่านศูนย์กลางเพียง 2,370 กิโลเมตร

รู้กันไว้สักนิด เรื่องวัน-เวลาบนดาวพลูโต

ดาวพลูโตโคจรรอบดวงอาทิตย์ 1 รอบ ( 1 ปี หรือ 365 วันของโลก) ใช้เวลา 248 ปี หมุนรอบตัวเอง 1 รอบ (1 วัน หรือ 24 ชั่วโมงของโลก) ใช้เวลา 6 วัน 9 ชั่วโมง

แล้วบรรยากาศของดาวพลูโตล่ะ! เป็นอย่างไร

อาจารย์ชัยวัฒน์ นิ่งไปสักครู่ก่อนเล่าต่อว่า ข้อมูลล่าสุดจากยาน NEW HORIZONS พบว่า บรรยากาศของดาวพลูโต เกือบจะเรียกได้ว่าเป็น PURE NITROGEN ขณะที่อุณหภูมิเฉลี่ยของดาวที่อยู่ไกลที่สุดของระบบสุริยะของเรานี้ อยู่ที่ -229 องศาเซลเซียส! พูดง่ายๆ คือ หนาวยะเยือกสุดขั้วหัวใจจนกลายเป็นน้ำแข็งกันเลยล่ะ

ทีนี้ไปที่ พื้นผิวของดาวพลูโตเป็นอย่างไร? เป็นไปได้อย่างไร ไร้ร่องรอยถูกชนโดยอุกกาบาต

ในเรื่องนี้เป็นเรื่องที่สร้างความประหลาดใจให้กับนักวิทยาศาสตร์กันมากที่สุด ก็จะไม่ให้นักวิทยาศาสตร์งุนงงกันได้อย่างไรล่ะ...เพราะก่อนที่ ยาน NEW HORIZONS จะไปถึงนั้น นักวิทยาศาสตร์คาดว่า จะพบเจอหลุมอุกกาบาต บนดาวที่ถูกเปรียบเป็นโลกแห่งความตายนี้ จำนวนมาก แต่เอาเข้าจริงๆ เมื่อรายงานล่าสุด จาก ยาน NEW HORIZONS กลับรายงานเข้ามาว่า พื้นผิวของดาวพลูโตนั้น มีภูเขา แต่กลับไม่มีร่องรอยของการถูกชนโดยอุกกาบาตเลย ซึ่งถือเป็นเรื่องที่เป็นไปไม่ได้ในทางวิทยาศาสตร์ ที่ดวงดาวขนาดใหญ่แบบพลูโต จะไม่ถูกอุกกาบาตพุ่งเข้าชนเลยสักครั้ง…ซึ่งเรื่องนี้สำหรับนักวิทยาศาสตร์ถือเป็นเรื่องที่ใหญ่มาก เพราะมันแปลว่าสภาพพื้นผิวของดาวพลูโต ที่เห็นโดยยาน NEW HORIZONS ณ ปัจจุบัน จะมีอายุเพียงประมาณ 100 ล้านปีเท่านั้น!…ในขณะที่อายุจริงของดาวพลูโต ตามที่นักวิทยาศาสตร์คาดการณ์นั้น น่าจะอยู่ที่ประมาณ 4,500 - 4,600 ล้านปี หรือเกิดมาพร้อมๆ กับโลกสีน้ำเงิน ที่เต็มไปด้วยร่องรอยการถูกชนโดยอุกกาบาตของเราเนี่ยแหละ...

ซึ่งเรื่องประหลาด ที่ถูกค้นพบในครั้งนี้ นักวิทยาศาสตร์ จะต้องไปหาคำตอบกันให้ได้ว่า พื้นผิวของดาวพลูโต ซึ่งก็น่าจะเคยถูกอุกกาบาตพุ่งชน ไม่ต่างจากดาวอื่นๆ ในระบบสุริยะของเรานั้น เกิดความเปลี่ยนแปลงจนกลบร่องรอยของอุกกาบาตไปได้ด้วยวิธีการใด?

เรามาถึงกันแล้ว! ปริศนาลึกลับ ที่ใครๆ ก็อยากรู้คำตอบ

ดาวพลูโต มีภูเขาน้ำแข็ง มีน้ำแข็งก็เท่ากับมีน้ำ มีน้ำก็เท่ากับมีออกซิเจน จริงหรือไม่?

มาถึงตอนนี้ อ.ชัยวัฒน์ เล่าแบบออกรสออกชาติว่า เรื่องนี้ก็เป็นอีกเรื่องที่น่าตื่นตะลึง สำหรับวงการวิทยาศาสตร์ไม่น้อย เพราะจากข้อมูลล่าสุดของยาน NEW HORIZONS รายงานว่า พบภูเขาน้ำแข็งบนที่ราบสว่างมองแล้วคล้ายรูปหัวใจ โดยที่ภูเขาน้ำแข็ง ที่มีขนาดความสูงถึง 3,353 เมตร ซึ่งกำลังเป็นที่ฮือฮาอยู่ในเวลานี้ เป็นน้ำจริงๆ แม้จะไม่มากเท่าไร แต่เป็นภูเขาน้ำแข็งที่งอกขึ้นมาจากที่ราบสว่างรูปหัวใจ ที่เป็นไนโตรเจนและมีเทนแข็ง ซึ่งเบื้องต้นคาดด้วยว่า เจ้าภูเขาน้ำแข็งนี้ อาจจะมีความแข็งเสียยิ่งกว่าเหล็กเสียอีก ซึ่งเรื่องนี้ก็เป็นอีก 1 ข้อมูลใหม่ ที่สร้างความพิศวงให้กับนักวิทยาศาสตร์มากเช่นกัน เพราะยังไม่เคยมีการสำรวจพบการเกิดภูเขาน้ำแข็งในลักษณะแบบนี้บนดาวดวงอื่นเลย! สำหรับที่ราบสว่างเป็นรูปหัวใจบนดาวพลูโต ได้รับการตั้งชื่อเรียกอย่างไม่เป็นทางการโดยทีมงาน NEW HORIZONS เป็น TOMBAUGH REGIO (แถบทอมโบ) ตามชื่อ ไคลด์ ทอมโบ (CLYDE TOMBAUGH) ผู้ค้นพบดาวพลูโต เมื่อปี ค.ศ.1930 หรือ 85 ปีที่ผ่านมา

มีน้ำ ก็เท่ากับมีออกซิเจน มีออกซิเจน ก็เท่ากับอาจเคยมีสิ่งมีชีวิต ใช่หรือไม่?

อ.ชัยวัฒน์ รีบตอบทีมข่าวเฉพาะกิจไทยรัฐออนไลน์แบบทันทีทันควันว่า ไม่จำเป็น...เพราะสิ่งมีชีวิตนั้น ต้องอาศัยองค์ประกอบหลายอย่างมาก ยกตัวอย่างเช่น หากเป็นโลกของเรา ก็ต้องมีคาร์บอน เป็นหลัก แล้วก็มีธาตุอื่นประกอบ คือ ไฮโดรเจน ออกซิเจน ไนโตรเจน ซึ่ง 4 ธาตุนี้ถือเป็นองค์ประกอบหลัก สำหรับสิ่งมีชีวิตบนโลกเรา เพราะฉะนั้น ในทางวิทยาศาสตร์ จึงเรียกว่าเป็นสิ่งมีชีวิตแบบคาร์บอน

แต่กับกรณีของดาวพลูโตนั้น ขณะนี้เราพบ ไนโตรเจน และน้ำแข็ง ซึ่งมีไฮโดรเจนและออกซิเจนรวมอยู่ แต่ยังไม่เจอคาร์บอน ทำให้โอกาสที่เราจะเจอสิ่งมีชีวิตในแบบที่เรียกว่า "อาจจะพอเข้าใจ" จนถึงขณะนี้ยังไม่มี สิ่งสนับสนุนที่จะทำให้เกิดขึ้นได้ เว้นแต่...จะเป็นสิ่งมีชีวิตที่ประหลาดมาก ในแบบที่มนุษย์เรานึกไม่ถึงจริงๆ ซึ่งเรื่องนี้ ในทางวิทยาศาสตร์เปิดกว้างเสมอ เพราะสิ่งมีชีวิต อาจไม่จำเป็นต้องใช้องค์ประกอบแบบเดียวกันกับโลก ในการถือกำเนิดก็เป็นไปได้ แต่… สำหรับกรณีดาวพลูโตนั้น ส่วนตัวเชื่อว่า หากจะมีสิ่งมีชีวิตบนดาวดวงนี้จริงๆ ก็คงประหลาดมาก และคงไม่น่ามีสิ่งมีชีวิตขนาดใหญ่ในระดับที่เราเรียกว่า พืช หรือ สัตว์ ที่เห็นได้ เพราะหากเป็นสิ่งมีชีวิตขนาดใหญ่ ก็จะมีกิจกรรมเกิดขึ้น ซึ่งกิจกรรมที่ว่านี้จะมีร่องรอยหลักฐานให้ ยาน NEW HORIZONS สามารถพบเห็นแล้ว ส่งมาให้เราได้ฮือฮาอย่างแน่นอน

เจอน้ำ แต่ไม่พบสิ่งมีชีวิต ถ้าอย่างนั้น โอกาสที่ดาวพลูโต เคยมีแหล่งน้ำ เป็นไปได้หรือไม่ ?

สำหรับเรื่องนี้ หลังจากมีการพบเจอน้ำบางส่วนบนดาวพลูโต ทำให้นักวิทยาศาสตร์คิดทฤษฎีขึ้นมาเช่นกันว่า เป็นไปได้หรือไม่ที่บริเวณใต้ดินของดาวพลูโต อาจจะมีแหล่งน้ำอยู่ เช่นเดียวกับดวงจันทร์ยูโรปา ของ ดาวพฤหัสบดี ซึ่งเชื่อกันว่ามีน้ำจำนวนมากอยู่ใต้พื้นดิน และ NASA กำลังมีแผนส่งยานอวกาศกึ่งเรือดำน้ำ เพื่อลงไปสำรวจในเร็วๆ นี้

นอกจากนี้ บริเวณขั้วของดาวพลูโต ที่พบว่าลักษณะคล้ายๆ เป็นแถบน้ำแข็งขนาดใหญ่นั้น ที่สุดกลับพบว่าไม่ใช่น้ำ แต่เป็นมีเทนและไนโตรเจน

ยาน NEW HORIZONS มีภารกิจสำรวจดาวพลูโตกี่ปี ?

เบื้องต้น จะมีการเก็บข้อมูลดาวพลูโต ไปอีกประมาณ 16 เดือน รวมถึงดวงจันทร์ชารอน และดวงจันทร์อีก 4 ดวง แต่หากจะว่ากันตรงๆ ก็ต้องบอกว่า เงินทุนสำหรับโครงการนี้ มีเพียงพอสำรวจดาวพลูโต และแถบไคเปอร์ ได้เพียงถึงปี ค.ศ.2016 เท่านั้น แม้ว่าเจ้าตัวยาน NEW HORIZONS เอง จะมีพลังงาน ที่สามารถทำงานต่อไปได้ด้วยตัวของมันเอง คือ อาศัยแบตเตอรี่นิวเคลียร์แบบพลูโตเนียม อย่างน้อยถึงปี ค.ศ.2022 ก็ตาม

อย่างไรก็ดี หลังจากบรรลุความสำเร็จในภารกิจพิชิตดาวพลูโตได้แล้ว นาซา จึงมีแผนของบประมาณเพิ่มสำหรับการส่งยาน NEW HORIZONS ไปสำรวจวัตถุขนาดใหญ่ในแถบไคเปอร์ต่อไปอีก อย่างน้อย 1 หรือ 2 ดวง

เสียเงิน 700 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ สำรวจดาวไร้สิ่งมีชีวิต คุ้มค่าไหม?

เงินทุน 700 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ และเวลาประมาณ 15 ปี จากการเริ่มต้นจริงๆ ของโครงการ NEW HORIZONS เมื่อปี ค.ศ. 2001 สำหรับโครงการสำรวจครั้งประวัติศาสตร์เพื่อวงการวิทยาศาสตร์ ในครั้งนี้ ส่วนตัวคิดว่าคุ้มมากๆ และต้องถือว่า เป็นหนึ่งในโครงการของนาซา ที่ประสบความสำเร็จและใช้งบประมาณน้อยที่สุดโครงการหนึ่ง เพราะในครั้งแรกที่มีการเสนอโครงการนี้ ทุนรอนสำหรับค่าใช้จ่ายต่างๆ สูงกว่านี้มาก แต่เมื่อเสนอไปแล้วไม่ผ่าน จึงได้มีการตัดทอนเงินทุนลง แม้ว่าจะต้องแลกมาด้วยการเดินทางที่ใช้เชื้อเพลิงให้น้อยที่สุด และต้องหันไปพึ่งหลักการทางฟิสิกส์ เรื่องแรงเหวี่ยงและแรงดึงของดวงดาวต่างๆ ที่อยู่ตามรายทาง เพื่อความประหยัด จนต้องใช้เวลาในการเดินทางร่วม 10 ปีก็ตาม

รู้จักดาวพลูโตมากขึ้นแล้ว จะนำไปสู่การไขปริศนา กำเนิดระบบสุริยะของเรา ได้หรือไม่

อ.ชัยวัฒน์ กล่าวด้วยน้ำเสียงหนักแน่นในประเด็นนี้ว่า การสำรวจดาวพลูโต ถึงเป็นอีกเพียงหนึ่งจิ๊กซอว์ตัวใหม่ ที่จะช่วยให้เกิดความเข้าใจที่แท้จริงขึ้นมาในวงการวิทยาศาสตร์เท่านั้น

รู้กันยัง...ยาน NEW HORIZONS บรรทุกอะไรไปบ้างในภารกิจพิชิตดาวพลูโต

อ.ชัยวัฒน์ หัวเราะอย่างอารมณ์ดีก่อนตอบคำถามนี้ว่า ยาน NEW HORIZONS เอาเครื่องมือทางวิทยาศาสตร์ไปไม่มาก เพราะนาซา ใช้งบประมาณน้อย โดยมีเครื่องมือทางวิทยาศาสตร์เพียง 6 ชุด เท่านั้น โดยใน 6 ชุดนี้ มีชุดหนึ่งที่น่าสนใจมาก คือ ของนักศึกษามหาวิทยาลัยโคโลราโด โบลเดอร์ (University of Colorado Boulder California) ที่มีชื่อย่อว่า SDC (The student dust counter) หรือเครื่องมือจับฝุ่นในอวกาศ โดยเหตุที่ทำให้อุปกรณ์ชุดนี้มีความน่าสนใจก็เพราะที่ผ่านมานักวิทยาศาสตร์ได้ข้อมูลเกี่ยวกับฝุ่นผงในระบบสุริยะของเรา เพียงแค่ถึงดาวยูเรนัส (URANUS) เท่านั้น เพราะฉะนั้น เครื่องมือดังกล่าวจะทำให้วงการวิทยาศาสตร์ได้รับข้อมูลเกี่ยวกับอวกาศที่อยู่ไกลออกไปจากโลกได้มากขึ้น

ฝุ่นผงในอวกาศมีความสำคัญต่อการค้นหาดาวเคราะห์นอกระบบสุริยะคล้ายโลก ชื่อเต็มของเครื่องมือจับฝุ่นนี้คือ VBSDC โดยที่ VB คือ เวเนเทีย เบอร์นีย์ (VENETIA BURNEY) ผู้ตั้งชื่อดาวพลูโต เมื่อดาวพลูโตถูกค้นพบ 85 ปีก่อน ในขณะเธอมีอายุ 11 ปี

นอกเหนือไปจากเครื่องมือวิทยาศาสตร์แล้ว บนยาน NEW HORIZONS ยังนำสิ่งของอื่นๆ ในเชิงสัญลักษณ์เกี่ยวกับดาวพลูโตและโลกไปด้วยหลายอย่าง เช่น นำเถ้ากระดูกของผู้ค้นพบดาวพลูโต ไปด้วย หนัก 30 กรัม มีเหรียญ 25 เซนต์ ของรัฐฟลอริดา และแมริแลนด์ ที่มีบทบาทเกี่ยวกับโครงการ NEW HORIZONS มีแสตมป์สหรัฐฯ ปี 1991 ที่มีข้อความว่า PLUTO : NOT YET EXPLORED มีชิ้นส่วนยานอวกาศ SPACESHIPONE ที่เป็นยานอวกาศเอกชน แผ่นซีดีรอม มีภาพคณะผู้ทำงานโครงการ NEW HORIZONS และชื่อของคนบนโลกอีกกว่า 434,000 ชื่อ ไปกับยาน NEW HORIZONS เป็นเชิงสัญลักษณ์ว่า มนุษย์มาเยือนดาวพลูโตด้วยตนเองยังไม่ได้ แต่ก็ขอส่งชื่อมาเยือนกับยาน NEW HORIZONS ก่อน

ชมคลิป

ขอบคุณคลิปจาก องค์การบริหารการบินและอวกาศแห่งชาติ หรือ นาซา

วันนี้จะพาแฟนๆ ไทยรัฐออนไลน์ไปค้นทุกซอกทุกมุม ของที่สุดการสำรวจจักรวาลในครั้งนี้ ผ่านเลนส์ในมุมมองของนักวิทยาศาสตร์ชื่อก้องของประเทศไทย รศ.ดร.ชัยวัฒน์ คุประตกุล 25 ก.ค. 2558 10:09 26 ก.ค. 2558 10:35 ไทยรัฐ