วันอาทิตย์ที่ 19 สิงหาคม พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

นายกฯ รับ คิดปรับครม.เชื่อ คนถูกปรับเป็นสุภาพบุรุษเข้าใจดี

"บิ๊กตู่" ยอมรับคิดปรับ ครม. พูดชัดไม่ปรับ "ประวิตร" ยันไม่เอาทหารเข้ามาเป็นรมต.เพิ่ม ขออย่าโยงโยกย้ายนายทหาร พูดเป็นนัย "หม่อมอุ๋ย-สมหมาย" พร้อมถูกปรับ ทุกคนสุภาพบุรุษพอ ยัน ถ้าปรับ ไม่ใช่ไม่ดี หรือไม่เก่ง แต่เพราะการเมืองกดดัน

เมื่อเวลา 11.00 น. วันที่ 24 ก.ค. ที่ทำเนียบรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์​ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ตอบข้อซักถามผู้สื่อข่าว ถึงความชัดเจนในการปรับคณะรัฐมนตรี (ครม.) โดยล่าสุดผลสำรวจของกรุงเทพโพลล์ระบุ ว่า ควรมีการปรับ ครม. ว่า "ก็มีข่าวปรับทุกวัน" เมื่อถามย้ำว่า จะมีการปรับจริงใช่หรือไม่ พล.อ.ประยุทธ์​ กล่าวว่า "กำลังคิดอยู่ คือ ก็ไม่อยากให้มีผลกระทบ แต่ถ้าปรับก็คือปรับ ไม่ปรับก็คือไม่ปรับ ถ้าพูดทุกวันก็ทำให้ทุกอย่างแย่ไปหมด เศรษฐกิจ ความมั่นคงก็แย่ เกิดความขัดแย้ง

"พอปรับเสร็จ สื่อฯก็บอกว่านี่คือความขัดแย้ง บอกว่าผมไม่สนใจไม่ฟังเสียงประชาชน เอ๊ะ! จะเอาอย่างไรกัน ถามหลายครั้งจะปรับใครล่ะ บอกมาซิ ชื่ออะไรเสนอมา จะให้ปรับใครบ้าง บอกมา" พล.อ.ประยุทธ์ กล่าว

ผู้สื่อข่าวระบุว่า ผลสำรวจส่วนใหญ่ต้องการให้มีการปรับในกระทรวงเศรษฐกิจ พล.อ.ประยุทธ์​ กล่าวว่า "หรา ..เขาทำผิดอะไรผิดบ้างบอกมาซิ สิ่งไหนที่เขาทำวันนี้มันไม่ดีตรงไหน หรือ ดีตรงไหน ทำให้เศรษฐกิจเลวลงหรืออย่างไร เลวลงเพราะเขาทำ เพราะผมทำ หรือมันเพราะเศรษฐกิจโลกเศรษฐกิจข้างล่าง ความผิดความถูกการกระทำ ธุรกิจที่ผ่านมา มองให้ครบทุกมิติด้วย เอาล่ะถ้ามองแง่ของความไว้วางใจความน่าเชื่อถือก็เป็นอีกเรื่องหนึ่ง เพราะฉะนั้นสังคมต้องมองให้ออกว่า ถ้าเผื่อปรับไปแล้วไม่ดีขึ้นกว่าเดิมจะโทษใครอีก โทษผมมั้ง ปรับผมออกใช่หรือเปล่า อย่าเพิ่งไปให้ความสำคัญมากนักเดี๋ยวผมจัดการของผมเอง"

เมื่อถามว่า เพื่อไม่ให้เกิดแรงกระเพื่อมจะทำให้เร็วขึ้นหรือไม่ ในการปรับ ครม. พล.อ.ประยุทธ์​ กล่าวว่า "กระเพื่อมอะไร แล้วในความคิดของสื่อฯมีความคิดเห็นอย่างไร มันแย่ลงมากไหม แล้วจะเอาใครมาเป็น เสนอใส่กระดาษมาให้ผม เขียนส่งมาเดี๋ยวผมจะดูให้ วันนี้หนังสือพิมพ์ก็มี 2 ขาตลอด เชียร์คนนี้เชียร์คนโน้น ก็มาตั้งเสียเองก็แล้วกัน" ผู้สื่อข่าวถาม มองทำไมข่าวปรับ ครม. จึงเกิดในช่วงนี้ พล.อ.ประยุทธ์​ กล่าวว่า มันต้องดูว่า เป็นข้อเท็จจริงหรือเปล่า มันเป็นอย่างนี้เขาไม่เข้าใจหรือไม่ ใจร้อนหรือเปล่าไม่ทันใจ อีกส่วนหนึ่ง คือ ความไว้เนื้อเชื่อใจเป็นรายบุคคล มีการเมืองฝ่ายตรงข้ามไปก่อกวนอะไรข้างล่างหรือเปล่า มันเกิดขึ้นได้หมดทุกเรื่อง ตนอยากจะบอกว่า วันนี้ทุกคนควรต้องคิดใคร่ครวญให้ดีว่ารัฐบาลนี้ไม่ใช่รัฐบาลที่มาจากการเลือกตั้ง ทุกคนก็รู้อยู่เป็นรัฐมนตรี ใครทำหน้าที่อะไรมันมีกติกาของฝ่ายการเมือง ตนไม่ใช่คนตั้งกติกาตรงนี้ ดังนั้น ตนจะดูที่ผลงาน ดูที่ประสิทธิภาพ จึงต้องให้เวลาไปสร้างความไว้เนื้อเชื่อใจกับประชาชน ไม่เช่นนั้นมุมมองในภาคธุรกิจก็ไม่กล้าที่จะทำอะไร สื่อก็ต้องให้ความเป็นธรรมด้วย อะไรที่ไม่ใช่ข้อเท็จจริงแค่เพียงคำบอกเล่า หรือ ไม่มีหลักฐานขุดคุ้ยขึ้นมามันก็ไม่มีประโยชน์

เมื่อถามว่า ข่าวปรับ ครม.ที่ออกมาส่งผลให้ ครม.เสียสมาธิในการทำงานหรือไม่ นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า คนที่เสียสมาธิ คือ ตน รัฐมนตรีเขาต้องมีสมาธิอยู่แล้วเพราะเขาทำงานตามที่ตนสั่ง ถ้าทำได้ก็ไม่มีปัญหา แต่ถ้าทำไม่ได้ตนก็ต้องหาคนทำให้ได้เท่านั้นเอง ผู้สื่อข่าวถามว่า ครั้งนี้เป็นการปรับใหญ่หรือปรับเล็ก พล.อ.ประยุทธ์​ กล่าวว่า "อะไรคือใหญ่ อะไรคือเล็ก" เมื่อถามย้ำว่า ปรับ ครม. หลายตำแหน่ง หรือไม่ พล.อ.ประยุทธ์​ กล่าวเลี่ยงว่า "อ๋อเหรอ ก็เสนอเข้ามาซิ" เมื่อถามว่า วันนี้มีรัฐมนตรีถอดใจยื่นใบลาออกบ้างหรือไม่ พล.อ.ประยุทธ์​ กล่าวปฏิเสธว่า ยังไม่เห็นมีใคร ทุกคนก็ยังเข้มแข็งอยู่ พยายามทำหน้าที่ ประเด็นปัญหาวันนี้คือปัญหามีเยอะมาก ทับซ้อนมาก และตนก็รู้ปัญหาเยอะจึงสั่งการณ์เยอะ อีกทั้งมีความกดดันข้างนอกด้วย ซึ่งสิ่งเหล่านี้จำเป็นต้องจัดลำดับให้ดี ว่า อะไรทำได้อะไรควรทำ อะไรที่ทำแล้วเกิดความเชื่อมั่นไว้วางใจ อะไรที่ก่อให้เกิดการค้าการลงทุนมากขึ้น ในเมื่อเราฝากความหวังเศรษฐกิจทั้งประเทศไว้กับการส่งออก ซึ่งมีถึงร้อยละ 70 ถามว่า มันจะได้หรือไม่ ถ้าทำอย่างนี้ต่อไปวันข้างหน้าก็ต้องเป็นแบบนี้อีก ไม่สามารถทำได้ เพราะโครงสร้างมันไม่ถูก และเราก็ไปทุ่มเทกับองค์กรสิทธิมนุษยชนบ้าง เอ็นจีโอบ้าง ซึ่งไม่ใช่ว่าจะผิด แต่ต้องดูว่าประเทศเราต้องการอะไรเดินให้เป็นคู่ขนาน เราสร้างความเข้มแข็งในภาคอื่นไม่ได้ ก็ต้องพึ่งการส่งออกอย่างเดียว ซึ่งการส่งออกก็ต้องพึ่งภาคการเกษตรอย่างเดียว รายได้ร้อยละ 70 คือ การส่งออก ซึ่งร้อยละ 90 คือ ธุรกิจเอสเอ็มอี ร้อยละ 70 เป็นการเกษตรทั้งสิ้น ดังนั้น เราต้องสร้างการใช้จ่ายในประเทศ ปรับคุณภาพ ปรับนวัตกรรม ความต้องการต่างๆ ปรับต้นทุน สร้างโรงงานแปรรูป หาตลาดเพิ่ม

"ลืมหรือยังว่าผมเข้ามาทำงานกี่เดือนแล้ว เป็น คสช.มาตั้งแต่ 22 พ.ค.57 เป็นรัฐบาลในเดือน ก.ย.57 รวมแล้วปีกว่า แต่ปัญหาที่มีอยู่ทับซ้อนมาเป็นสิบปี แต่ผมก็ทำได้ในเวลาแค่ปีเดียว เป็นธรรมกับผมบ้างว่า อะไรที่ทำแล้ว อะไรที่ยังไม่ทำและอะไรที่กำลังทำอยู่ แค่นี้ยังหาไม่เจอ ผมพูดทุกวัน และการที่ต้องพูดมากในทุกๆ เรื่อง เพราะต้องการให้ทุกคนได้ฟังและรับรู้แต่ก็ยังไม่ฟังกัน ตนจึงต้องมาคาดหวังกับสื่อฯวันข้างหน้าก็อาจใช้วิธีการแจกเอกสารไปบ้าง เพราะสื่อฯเองก็คงจดไม่ทัน เพราะตนเป็นคนพูดเร็ว สื่อฯบางคนจดไปก็ครบบ้าง ไม่ครบบ้าง อีกทั้งพื้นที่ข่าวก็มีไม่มาก สื่อฯก็เลือกแต่ประเด็นแรงๆ ไปนำเสนอ เนื้อหาสาระไม่ได้ใส่ลงไปทำให้เกิดความขัดแย้ง พวกสื่อฯไม่ได้ตั้งใจ ตนรู้ แต่วันนี้ก็ต้องช่วยตนในการสร้างการรับรู้ ส่วนอะไรที่เป็นปัญหาก็ต้องช่วยชี้แจงข้อเท็จจริง

ผู้สื่อข่าวถามว่า ได้ให้กำลังใจ ม.ร.ว.ปรีดิยาธร เทวกุล รองนายกรัฐมนตรี ที่ถูกกระแสข่าวถูกปรับออกจาก ครม.บ้างหรือไม่ พล.อ.ประยุทธ์​ กล่าวว่า "ผมก็ให้กำลังใจทุกคนนั่นแหละ ผมก็ให้มาตลอดทุกวันไม่ว่า จะเกิดอะไรขึ้นผมก็ให้กำลังใจ หรือ จะต้องให้ไปลดกำลังใจคนอย่างนั้นหรือ ทำไม"

เมื่อถามว่า แต่การทำงานอาจจะเกิดความหวั่นไหว เพราะมีกระแสข่าวทุกวัน พล.อ.ประยุทธ์​ กล่าวว่า "ท่านก็บอกแล้วนี่ว่าท่านก็พร้อม ฟังบ้างซิเวลาที่ท่านพูด ทุกคนเขาก็สุภาพบุรุษกันอยู่แล้ว ไม่ต้องกลัวหรอก ทุกคนเขารู้ดีว่า เข้ามาแล้วต้องเจอกับสถานการณ์อะไรบ้าง เขารับได้ทั้งหมด แต่ก็อย่าไปทำให้เขาเสียกำลังใจ คือ ปรับมันก็ต้องปรับ แต่ไม่ใช่ปรับเพราะเขาเลว ไม่ดี เขาไม่เก่ง มันไม่ใช่ แต่ในแง่ของปัญหาที่ทับซ้อนเยอะ แล้วกระบวนการประชาธิปไตย มันก็เร่งรัด นักการเมืองก็อยากให้เข้ามาเลือกตั้งเร็วๆ ต้องมองทั้งปัจจัยภายในและภายนอก ทั้งในและนอกประเทศ ความสัมพันธ์ระหว่างประเทศมันก็ดี

ผู้สื่อข่าวถามว่า การปรับ ครม.ครั้งนี้ จะมาพร้อมกับโผโยกย้ายนายทหารในเดือน ก.ย.นี้ หรือไม่ นายกรัฐมนตรี กล่าวย้อนถามว่า "มันเกี่ยวอะไร พวกคุณไปเขียนอะไรขึ้นมา ผมยังไม่คิดสักคนว่า จะเอาใครจากกองทัพมา แค่นี้มันก็จะแย่อยู่แล้ว วันนี้กองทัพก็คือกองทัพ ทำไมจะต้องเอาคนนั้นคนนี้มา ไปเอาข่าวมาจากไหน"

เมื่อถามว่า แต่ในเดือน ก.ย.นี้จะมีทหารระดับสูงเกษียณอายุราชการหลายคน และมีข่าวว่า อาจมีการปรับรองนายกฯ ฝ่ายความมั่นคง พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า "ทำไม อ๋อเหรอ อือๆ ก็ผมไม่เปลี่ยนอ่ะ ทำไม" เมื่อถามว่า จะมีการปรับในส่วนของ คสช.ด้วยหรือไม่ พล.อ.ประยุทธ์​ กล่าวว่า "ไม่มีๆ ทำไมต้องปรับ คสช.เป็นรัฐบาล หรือ คสช. เป็นอะไรมาจากการเลือกตั้งหรืออย่างไร ผมตั้งไปแล้วก็ คือ ตั้งไปแล้ว มีแต่จะตั้งเพิ่ม ขอร้องว่า อย่าไปเขียนกันอีกกองทัพก็คือกองทัพ วันนี้เขาก็อยู่ของเขาอยู่แล้วทำหน้าที่อย่างสมศักดิ์ศรี ทหารเหล่านี้เขาหมดหน้าที่ก็เหมือนกับผมที่คิดไว้ว่า เมื่อเกษียณอายุแล้วก็จะกลับไปอยู่บ้าน ถ้าไม่มีเรื่องผมก็ไม่มายืนให้เมื่อยอยู่แบบนี้ เขาก็คงไม่มีใครอยากจะมานักหรอก อย่าไปเขียนว่า พอเกษียณแล้วก็อยากจะเข้ามาเป็นรัฐมนตรี ถามว่า ผมต้องรับคนเข้ามาเยอะแยะเลยหรือ ถ้าผมบอกว่า ไม่เอาใครเดี๋ยวก็จะมาเกลียดผม วันนี้เขามีหน้าที่เมื่อเกษียณเขาก็ยังมีหน้าที่อยู่ใน คสช.แล้ว จะเอาอะไรอีก"

เมื่อถามย้ำอีกครั้งว่า มีรัฐมนตรีคนใดถอดใจยื่นใบลาออกบ้างหรือไม่ พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า ตนพูดมา 3 ครั้ง แล้ววันนี้มีใครส่งข่าวไปบอกสื่อบ้างหรือไม่ ยืนยันว่าไม่มี นายสมหมาย ภาษี รมว.คลัง ก็บอกแล้วว่า เขาพร้อมออก แต่ก็พร้อมทำงานไปก่อน เขาไม่ได้ลาออก ผู้สื่อข่าวถามว่า การปรับ ครม.ต้องฟังจากปากนายกฯคนเดียว เพราะมีอำนาจตัดสินใจ พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า ก็ใช่ แล้วทำไมต้องถามกันมากมาย

"มันง่ายหรือเปล่า สั่งวันนี้แล้วพรุ่งนี้ออกหรือ มันไม่ได้ ต้องมาคัดเลือกตัวบุคคล ตรวจสอบคุณสมบัติ เรื่องการแจ้งบัญชีทรัพย์สิน ร่างประวัติและต้องนำรายชื่อขึ้นทูลเกล้าฯ มันไม่ใช่เรื่องง่ายๆ ที่จะทำวันนี้ จดรายชื่อ 15 คน 10 คน หรือ 9คน แล้วใส่ลงไปพร้อมดึงคนใหม่เข้ามา มันไม่ใช่

พล.อ.ประยุทธ์​ กล่าวถึงอาการป่วยของ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรีและ รมว.กลาโหม ที่ลาป่วยหลายวันว่า "อาการของ พล.อ.ประวิตร ก็ดีขึ้น และคุยกับตนทุกวัน เพียงแต่เจ็บแขนก็เลยไม่สะดวก ออกกำลังกายมากไปอะไรไปหรือเปล่าก็ไม่รู้ก็เจ็บขาด้วย ส่วนการปั่นจักรยานนั้น ก่อนหน้านี้ท่านก็ขี่แต่ตอนหลังท่านขี่ไม่ไหว เพราะทั้งน้ำหนักด้วยและอายุด้วยต้องระวัง"

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า การให้สัมภาษณ์วันนี้ของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และหัวหน้า คสช. ใช้เวลากว่า 45 นาที และเป็นที่น่าสังเกตว่า มีอารมณ์ดีเป็นพิเศษ โดยเฉพาะเมื่อถูกถามถึงเรื่องการปรับ ครม. พล.อ.ประยุทธ์​ ตอบคำถามอย่างใจเย็นซึ่งผิดกว่าทุกครั้งที่ผ่านมา ขณะเดียวกัน เมื่อผู้สื่อข่าวหมดคำถาม พล.อ.ประยุทธ์ ยังแกล้งยืนเพื่อขอพูดต่ออีก

"บิ๊กตู่" ยอมรับคิดปรับ ครม. พูดชัดไม่ปรับ"ประวิตร" ยันไม่เอาทหารเข้ามาเป็นรมต.เพิ่ม ขออย่าโยงโยกย้ายนายทหาร พูดเป็นนัย "หม่อมอุ๋ย-สมหมาย" พร้อมถูกปรับ ทุกคนสุภาพบุรุษพอ ยัน ถ้าปรับไม่ใช่ไม่ดี หรือไม่เก่งแต่เพราะการเมืองกดดัน 24 ก.ค. 2558 15:16 24 ก.ค. 2558 16:14 ไทยรัฐ