วันพุธที่ 14 พฤศจิกายน พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐLogin
จำคุก 1ปี ไม่รอลงอาญา'พร้อมพงศ์-เกียรติอุดม'หมิ่นอดีต ปธ.ศาล รธน.

จำคุก 1ปี ไม่รอลงอาญา'พร้อมพงศ์-เกียรติอุดม'หมิ่นอดีต ปธ.ศาล รธน.

  • Share:

ศาลฎีกา พิพากษายืนจำคุก 1ปี ไม่รอลงอาญา"พร้อมพงศ์ นพฤทธิ์-เกียรติอุดม เมนะสวัสดิ์"อดีต ส.ส.บัญชีรายชื่อและอดีต ส.ส.อุดรธานี พรรคเพื่อไทย กรณีหมิ่นอดีต ปธ.ศาล  รธน.คดียุบพรรค ปชป.ปี2553

วันที่ 24 ก.ค. ที่ห้องพิจารณา 805 ศาลอาญา ถ.รัชดาภิเษก วันที่ 24 ก.ค. ศาลอ่านคำพิพากษาฎีกา คดีหมายเลขดำที่ อ.1886/2553 ที่นายวสันต์ สร้อยพิสุทธิ์ อดีตประธานศาลรัฐธรรมนูญ เป็นโจทก์ยื่นฟ้องนายพร้อมพงศ์ นพฤทธิ์ อดีต ส.ส.บัญชีรายชื่อ และโฆษกพรรคเพื่อไทย และนายเกียรติอุดม เมนะสวัสดิ์ อดีต ส.ส.อุดรธานี พรรคเพื่อไทย เป็นจำเลยที่ 1-2 ในความผิดฐานหมิ่นประมาทผู้อื่นด้วยการโฆษณา ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 326 และ 328


โจทก์ยื่นฟ้อง เมื่อวันที่ 15 มิ.ย. 2553 ระบุความผิดสรุปว่า เมื่อวันที่ 8 มิ.ย. 2553 เวลากลางวัน จำเลยทั้งสองร่วมกันให้ข่าวต่อสื่อมวลชนต่างๆ ว่า โจทก์ให้ตัวแทนพรรคประชาธิปัตย์เข้าพบเป็นการส่วนตัว ระหว่างที่มีการพิจารณาคดียุบพรรคประชาธิปัตย์ และกล่าวหาว่าโจทก์ประพฤติตนไม่เหมาะสม ไม่น่าเชื่อถือ ขัดต่อจริยธรรมของตุลาการ ขาดความยุติธรรม และขาดความเป็นกลาง อันเป็นเหตุทำให้โจทก์เสียชื่อเสียง ถูกดูหมิ่นเกลียดชังฯ เหตุเกิดที่แขวงทุ่งสองห้อง เขตหลักสี่ กทม.

ศาลชั้นต้น มีคำพิพากษา เมื่อวันที่ 31 ก.ค. 2555 ว่า การกระทำของจำเลยทั้งสอง เป็นการกล่าวหาโดยที่ไม่มีมูลความจริง ไม่ตรวจสอบข้อเท็จจริงก่อนการแถลงข่าว จึงไม่ใช่การแสดงความคิดเห็นโดยสุจริต ดังนั้น ให้จำคุกจำเลยคนละ 1 ปี และปรับคนละ 50,000 บาท แต่จำเลยทั้งสองไม่เคยได้รับโทษทางอาญามาก่อน จึงให้รอการลงโทษไว้มีกำหนด 2 ปี โดยให้จำเลยทั้งสอง ร่วมกันเผยแพร่คำพิพากษาย่อใน นสพ.ไทยรัฐ มติชน และ กรุงเทพธุรกิจ เป็นเวลา 7 วัน ติดต่อกันด้วย

ต่อมา จำเลยยื่นอุทธรณ์ต่อสู้คดี ศาลอุทธรณ์ได้มีคำพิพากษาวันที่ 12 ธ.ค. 2556 เห็นว่า การกระทำของจำเลยทั้งสองเป็นการหมิ่นประมาทฯ ขณะที่จำเลยที่ 1 จบการศึกษาระดับดุษฎีบัณฑิตและเป็นอาจารย์หลายสถาบัน ส่วนจำเลยที่ 2 จบปริญญาตรี เป็น ส.ส.พรรคเพื่อไทย จ.อุดรธานี และยังเป็นกรรมาธิการและรองกรรมาธิการหลายคณะ จำเลยจึงเป็นคนมีเกียรติ มีความน่าเชื่อถือของบุคคลทั่วไป ควรทำตัวให้เป็นตัวอย่างที่ดีให้สังคม ดังนั้น เพื่อไม่ให้เป็นเยี่ยงอย่าง ศาลอุทธรณ์จึงแก้โทษเป็นว่า ให้จำคุก 1 ปีจำเลยทั้งสอง โดยไม่รอการลงโทษ ส่วนโทษปรับก็ให้ยกไป

จำเลยทั้งสองได้ยื่นฎีกาต่อสู้ว่า การแถลงข่าวและแจกเอกสารข่าวเป็นการแสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับการพิจารณาคดี โดยขอให้ศาลพิจารณาลงโทษสถานเบาและขอให้รอการลงโทษไว้ก่อน

ศาลฎีกาตรวจสำนวนประชุมปรึกษาหารือกันแล้วเห็นว่า คดีนี้ตัวโจทก์เบิกความเองซึ่งสอดคล้องกับเลขานุการหน้าห้อง และพยานอื่นที่ยืนยันได้ว่าวันเกิดเหตุโจทก์ไม่ได้พบเจอกับนายทศพล เพ็งส้ม ตัวแทนพรรคประชาธิปัตย์แต่อย่างใด การแถลงข่าวของจำเลยจึงเป็นการให้ข้อความอันเป็นเท็จต่อสื่อมวลชนที่ จำเลยเล็งเห็นอยู่แล้วสื่อจะนำไปเผยแพร่ ใช้สื่อมวลชนเป็นเครื่องมือในการหมิ่นประมาทโจทก์ ทำให้บุคคลอื่นเข้าใจผิดได้ว่าโจทก์ไม่มีความเป็นกลางที่จำเลยอ้างว่า การแถลงข่าวเป็นการแสดงความคิดนั้น จึงฟังไม่ขึ้น ที่โทษศาลอุทธรณ์พิพากษามานั้นเหมาะสมแล้ว ศาลฎีกาเห็นพ้องด้วย จึงพิพากษายืนจำคุก 1 ปี โดยไม่รอลงการลงโทษ

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ภายหลังศาลมีคำพิพากษาแล้ว นายพิชิฏ ชื่นบาน อดีตที่ปรึกษากฎหมายของ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ได้กอดให้กำลังใจ นายพร้อมพงศ์ ส่วนนายเกียรติอุดม วันนี้ก็มีญาติเดินทางมาให้กำลังใจด้วย ขณะที่นายพร้อมพงศ์ กล่าวว่า “ไม่เป็นไร ยังไหวอยู่”

ทั้งนี้ เมื่อศาลฎีกามีคำพิพากษายืน ให้จำคุก 1 ปี โดยไม่รอลงอาญาแล้ว เจ้าหน้าที่ราชทัณฑ์ได้ควบคุม นายพร้อมพงศ์ และนายเกียรติอุดม ไปขังที่เรือนจำ ต่อไป ทั้งนี้ นายพร้อมพงศ์ได้เปลี่ยนชุดสูทที่ใส่มา เพื่อให้เจ้าหน้าที่นำตัวเข้าสู่เรือนจำต่อไป.

คุณอาจสนใจข่าวนี้

คุณอาจสนใจข่าวนี้