วันจันทร์ที่ 20 สิงหาคม พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

ปากคำพริตตี้สาวหุ้นเสน่หาเผยชูวงษ์ทำท้อง

โอนให้228ล้านเพื่อชีวิตมั่นคงพบกันครั้งแรกงานเลี้ยงวปอ.ส่วนรูปคดีส่อไปทางอุบัติเหตุ

เปิดตัวแล้วที่กองปราบฯ สาวพริตตี้คนสนิท “เสี่ยจืด” นายชูวงษ์ แซ่ตั๊ง รับมีความสัมพันธ์ลึกซึ้งจนตั้งท้องกับผู้ตายได้ 7 เดือน แต่ไม่ยอมให้ตรวจดีเอ็นเอ ส่วนที่โอนหุ้นให้ 228 ล้าน เพื่อประกันอนาคต เผยเจอกันที่งานเลี้ยงหลักสูตร วปอ. ระหว่างคบหาดูใจจะใช้โทรศัพท์ พ.ต.ท.บรรยินโทร.หานัดเจอที่สนามกอล์ฟ ด้าน ผบช.น.บอกมีแนวโน้มเป็นอุบัติเหตุสูง รอให้ ผบ.ตร.สรุป ขณะที่ทนายบ้านใหญ่ระบุต้องรอพิสูจน์หลักฐานการโอนหุ้นและคลิปเสียง ส่อเค้ายาวเป็นหนังชีวิต

กรณีการเสียชีวิตอย่างมีเงื่อนงำของนายชูวงษ์ แซ่ตั๊ง หรือ “เสี่ยจืด” นักธุรกิจอสังหาริมทรัพย์รายใหญ่ระดับประเทศ ขณะโดยสารรถเลกซัส แอลเอ็กซ์ 470 ทะเบียน ภฉ 1889 กรุงเทพมหานคร ที่มี พ.ต.ท. บรรยิน ตั้งภากรณ์ อดีต รมช.พาณิชย์ เป็นคนขับ ออกจากสนามกอล์ฟเพื่อกลับที่พัก ภายหลังญาติผู้ตายเข้าร้องกับ ผบ.ตร.เพื่อให้รื้อฟื้นคดี เนื่องจากพบหลักฐานการโอนหุ้นไปให้หญิงสาว 2 ราย รวมมูลค่าเกือบ 300 ล้านบาท กระทั่งหญิงสาวที่ได้รับการโอนหุ้นจากผู้ตายต่างทยอยติดต่อกับตำรวจ บก.ป.เพื่อเข้าให้ข้อมูล ขณะที่การทำงานของตำรวจแบ่งความรับผิดชอบคลี่คลายข้อสงสัยเป็น 2 ส่วน คือประเด็นการเสียชีวิตและประเด็นการโอนหุ้นที่ล้วนแล้วแต่มีปมข้อสงสัยว่าจะเชื่อมโยงกันหรือไม่

ความคืบหน้า ที่ บก.ป. เมื่อเวลา 09.00 น. วันที่ 23 ก.ค. น.ส.กัญฐณา ศิวาธนพล อายุ 26 ปี พริตตี้สาว พร้อมนายเสกสรรค์ เสนาชู ทนายความเดินทางเข้าพบ พล.ต.ท.ประวุฒิ ถาวรศิริ ผู้ช่วย ผบ.ตร. ในฐานะโฆษก ตร. พล.ต.ท.ฐิติราช หนองหารพิทักษ์ ผบช.ก. พ.ต.อ.อัคราเดช พิมลศรี รรท.ผบก.ป. พ.ต.ท.ณัฐพงษ์ เกิดเอี่ยม พงส.ผนก. กก.1 บก.1 ป. ตามออกหมายเรียก หลังพบนายชูวงษ์โอนหุ้นให้ น.ส.กัญฐณา เป็นจำนวน 9.5 ล้านหุ้น มูลค่ากว่า 228 ล้านบาท โดย น.ส.กัญฐณาแต่งกายด้วยชุดแซกสีขาวหลวม สวมหมวกแก๊ปสีขาว ใส่หน้ากากอนามัยคาดหน้า จากการสังเกตพบใบหน้าและร่างกายอวบท้วม ส่วนที่บริเวณหน้าท้องมีลักษณะคล้ายคนทั้งครรภ์อย่างเห็นได้ชัด ทั้งหมดเดินทางเข้าห้องประชุม “ชิวปรีชา” เพื่อเข้าให้ข้อมูล ท่ามกลางกองทัพสื่อมวลชนที่มารอทำข่าว มีการ์ด 3 คน คอยคุ้มกันตลอดเส้นทางการเดินเข้าห้องประชุม โดยเจ้าตัวมีอาการเคร่งเครียดกระสับกระส่ายสังเกตเห็นได้ชัดอยู่ตลอดเวลา

เบื้องต้นนายเสกสรรค์ กล่าวว่า น.ส.กัญฐณารู้จักกับนายชูวงษ์ได้ประมาณ 1-2 ปี หุ้นที่ น.ส.กัญฐณา ได้รับจากนายชูวงษ์นั้นได้รับด้วยความสุจริตและให้ด้วยความเสน่หาและความรัก ถ้าเป็นเรามีลูกเราอยากจะให้แบบนี้ ซึ่งเจ้าตัวรับรู้ว่ามีการโอนหุ้นมาให้เท่านั้น ก่อนหน้าผู้ตายขอสำเนาบัตรประชาชนของ น.ส.กัญฐณาไปโดยไม่ได้บอกเหตุผล เพิ่งทราบภายหลังว่านำไปใช้ในการโอนหุ้น ไม่ขอตอบว่าได้รับหุ้นเมื่อใด หลังจากได้รับหุ้นมา 228 ล้านบาท ได้ขายหุ้นไปประมาณ 30 ล้านบาท และนำเงินไปซื้อหุ้นตัวอื่น ทั้งนี้ น.ส.กัญฐณาไม่เคยรู้จัก น.ส.อุรชา วชิรกุลฑล มาก่อน ส่วนสาเหตุที่ไม่ไปร่วมงานศพนายชูวงษ์ เพราะ น.ส.กัญฐณาไม่กล้าที่จะไปเจอกับครอบครัวผู้ตายแต่โทรศัพท์ไปแสดงความเสียใจกับคนสนิทของนายชูวงษ์ ยืนยันว่าตั้งแต่เกิดเรื่องไม่มีเจตนาหลบหนีและพร้อมตอบคำถามที่เป็นข้อสงสัยของสังคมทุกอย่าง โดย น.ส.กัญฐณา ตั้งครรภ์ได้ประมาณ 7 เดือนแล้ว ไม่อยากให้นำเรื่องเด็กในครรภ์มาเป็นข้อต่อรอง โดยเจ้าตัวรู้สึกเสียใจกับสิ่งที่เกิดและได้เปลี่ยนเบอร์โทรศัพท์ เพื่อจะได้ไม่เครียดและกระทบกับเด็กในท้อง



หลังสอบปากคำไม่นาน พล.ต.ท.ประวุฒิ เปิดเผยว่า ที่เชิญ น.ส.กัญฐณามาสอบปากคำในวันนี้ เพื่อต้องการสอบปากคำในประเด็นของการโอนหุ้นว่ามีที่มาอย่างไร มีการโอนหุ้นที่ใดและมีขั้นตอนการดำเนินการอย่างไร สำหรับกรณีของ น.ส.อุรชานั้น ทราบว่าได้ประสานติดต่อพนักงานสอบสวนเพื่อขอเข้าให้ปากคำในวันที่ 24 ก.ค. เบื้องต้นเจ้าตัวรับว่ามีความชอบพอกันกับนายชูวงษ์จริง โดย น.ส.กัญฐณารู้จักกับนายชูวงษ์ และ พ.ต.ท.บรรยิน ในงานเลี้ยงงานหนึ่ง ยืนยันว่านายชูวงษ์โอนหุ้นให้ด้วยความเต็มใจ เพราะต้องการให้ศึกษาวิธีการซื้อขายหุ้น โดยผู้ตายโอนหุ้นให้เมื่อวันที่ 22 มิ.ย. ทั้งนี้ จากการตรวจสอบเบื้องต้นยังไม่พบว่านายชูวงษ์มอบทรัพย์สินอื่นๆให้แต่อย่างใด แต่ น.ส.กัญฐณาจะเกี่ยวข้องกับการปลอมลายเซ็นโอนหุ้นหรือไม่อยู่ระหว่างตรวจสอบ

ต่อมาเมื่อเวลา 11.50 น. พล.ต.ท.ฐิติราช หนองหารพิทักษ์ ผบช.ก. เปิดเผยหลังจากสอบปากคำนานเกือบ 3 ชม. ว่า เป็นเพียงขั้นตอนการซักถามข้อมูล ในประเด็นที่ น.ส.กัญฐณาได้รับการโอนหุ้นจากผู้ตายมูลค่า 228 ล้านบาท โดยเจ้าตัวยืนยันว่าที่นายชูวงษ์โอนหุ้นให้เพราะว่าต้องการให้ศึกษาวิธีการเล่นหุ้นเท่านั้น และ น.ส.กัญฐณามีความรู้เรื่องหุ้นเพียงเล็กน้อย ตรวจสอบเบื้องต้นเอกสารดังกล่าวยังไม่ถึงกับผิดปกติ ส่วนประเด็นการเสียชีวิตเป็นหน้าที่รับผิดชอบของตำรวจนครบาล เชื่อคดีจะมีความกระจ่างไม่เกิน 2 สัปดาห์ น.ส.กัญฐณายังไม่ได้ระบุว่าอยู่ในสถานะใดเป็นเพียงผู้มาให้ถ้อยคำและเกี่ยวข้องในคดีเท่านั้น ยอมรับว่าสิ่งที่เป็นกังวลคือการให้ข้อมูลของบุคคลที่เกี่ยวข้องที่เกรงว่ามีการตกแต่งข้อมูล ถือเป็นหน้าที่ตำรวจต้องนำข้อมูลมาคัดกรองหา ข้อเท็จจริงอีกครั้ง ขณะเดียวกัน ผู้ให้ข้อมูลบางรายอาจเผยข้อมูลไม่หมด ต้องซักถามหลายครั้ง เพื่อให้ได้ข้อเท็จจริง อย่างไรก็ตาม ขณะนี้ถือว่า น.ส.กัญฐณา และ น.ส.อุรชาเป็นบุคคลวงในใกล้ชิดที่มีส่วนเกี่ยวข้องกับผู้ตายมากสุด

กระทั่งเวลา 17.00 น. หลังการสอบปากคำมาราธอน นานประมาณ 8 ชม. น.ส.กัญฐณาพร้อม ทนายและผู้คุ้มกันเดินทางออกจากห้องสอบปากคำโดยใช้บันไดด้านข้างที่ทำการ บก.ป. ก่อนรีบขึ้นรถตู้เดินทางกลับ โดยไม่ให้สัมภาษณ์กับสื่อมวลชน ส่วนนายเสกสรรค์ทนายความเผยเพียงสั้นๆว่าวันนี้ทางลูกความได้ให้ถ้อยคำกับพนักงานสอบสวนไปทั้งหมดแล้ว รายละเอียดไม่สามารถเปิดเผยได้



ขณะที่ พ.ต.อ.อัคราเดช พิมลศรี รรท.ผบก.ป. เปิดเผยว่า พนักงานสอบสวนได้สอบปากคำ น.ส. กัญฐณาในฐานะพยาน เกี่ยวกับเรื่องหุ้นที่ผู้ตายโอนให้ ยังไม่พบพิรุธใดๆ ทั้งนี้ ตัวของ น.ส.กัญฐณามี ภูมิลำเนาเดิมอยู่ที่ จ.กาญจนบุรี รู้จักผู้ตายและ พ.ต.ท.บรรยินจากงานเลี้ยงของสถาบันการศึกษาแห่งหนึ่ง ก่อนคบหาดูใจเป็นเวลากว่า 2 ปี ทราบว่าตัวของ น.ส. กัญฐณามีความสัมพันธ์ลึกซึ้งทำนองสามีภรรยา ตั้งครรภ์กับผู้ตายเป็นเวลา 7 เดือน ทุกครั้งที่นัดเจอกันจะใช้โทรศัพท์ของ พ.ต.ท.บรรยินพูดคุยนัดเจอกันที่สนามกอล์ฟ ระหว่างการคบหาดูใจผู้ตายมีการนำเงินสดมาให้ทุกครั้งที่นัดเจอกัน ไม่เคยโอนเงินผ่านบัญชี กระทั่ง น.ส.กัญฐณาตั้งครรภ์และได้มีการถามหาพูดคุยถึงความมั่นคงของชีวิตในอนาคต ผู้ตายจึงเปรยว่าจะโอนหุ้นให้ จนกระทั่งวันที่ 22 มิ.ย. ผู้ตายโอนหุ้นให้ น.ส.กัญฐณา โดยเจ้าตัวตกใจที่ผู้ตายโอนหุ้นให้มากขนาดนั้น จากนั้นได้นำเงินจากหุ้นออกมา 30 ล้านบาท ก่อนนำไปซื้อบ้านหรูแห่งหนึ่งย่านถนนราชพฤกษ์ ราคา 10 ล้านบาท รวมทั้งนำเงินส่วนหนึ่งไปมอบให้บุพการี ในส่วนของหุ้นที่ถือครองไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับ พ.ต.ท.บรรยิน อยู่ระหว่างการตรวจสอบความเชื่อมโยงของ พ.ต.ท.บรรยินและ น.ส.กัญฐณา

พ.ต.อ.อัคราเดชเผยต่ออีกว่า ทั้งนี้ เมื่อวันที่ 21 ก.ค. พงส.บก.ป. ทำหนังสือไปยังกองพิสูจน์หลักฐานให้ตรวจสอบลายเซ็น การขูดขีดฆ่าในเอกสาร ซึ่งอยู่ระหว่างการตรวจสอบ ยืนยันว่า น.ส.กัญฐณาเข้าให้ปากคำในฐานะพยาน ไม่ได้มีการแจ้งข้อหาใดๆ ทั้งนี้ต้องขอดูผลตรวจเอกสารจากทางกองพิสูจน์หลักฐานว่าเอกสารในการโอนหุ้นมีพิรุธ หรือการปลอมแปลงหรือไม่ อย่างไรก็ตาม ขณะนี้พบตัวละครที่เกี่ยวข้องกับการโอนหุ้น 3 ราย คือ น.ส.กัญฐณา ศิวาธนพล น.ส.อุรชา วชิรกุลฑล และ น.ส.ศรีธรา พรหมา หลังจากนี้ต้องตรวจสอบว่า บุคคลทั้ง 3 มีความสนิทสนมกับนายชูวงษ์มากน้อยเพียงใด นอกจากนี้พบว่าในส่วนของการโอนหุ้นจำนวนดังกล่าวนั้น พบว่ามีโบรกเกอร์ทราบชื่อว่า น.ส.โบว์ดูแลให้ ต้องเชิญมาสอบปากคำต่อไป ผู้สื่อข่าวสอบถามว่า จะมีการตรวจดีเอ็นเอ น.ส.กัญฐณาว่ามีการตั้งครรภ์จริงหรือไม่ รรท.ผบก.ป.กล่าวว่า ในการสอบปากคำเบื้องต้น น.ส.กัญฐณาให้การว่า ไม่อยากให้นำเรื่องเด็กในครรภ์มาเป็นข้อต่อรองทางสังคม แต่ยืนยันว่าเด็กในท้องเป็นลูกของนายชูวงษ์จริง

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สำหรับ น.ส.กัญฐณานั้นไม่ได้เป็นแคดดี้ของสนามกอล์ฟตามที่มีข่าว โดยเจ้าตัวมีอาชีพซื้อ-ขายของผ่านโซเชียลเน็ตเวิร์ก จากนั้นผันตัวเองมาทำงานเป็นพริตตี้ฟรีแลนซ์ คอยออกงานต่างๆ โดยมีข้อมูลว่า น.ส.กัญฐณาเจอกับนายชูวงษ์ครั้งแรกคืองานเลี้ยงหลักสูตร วปอ. เมื่อ 2 ปีที่แล้ว ก่อนคบหากันถึงขั้นมีความสัมพันธ์ลึกซึ้งดังกล่าว

ที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ เมื่อวันที่ 23 ก.ค. พล.ต.อ.สมยศ พุ่มพันธุ์ม่วง ผบ.ตร. เผยว่า ในส่วนของคดีนี้มอบหมายให้ตำรวจนครบาลรับผิดชอบประเด็นสาเหตุการเสียชีวิต ส่วนตำรวจ บก.ป.ตรวจสอบในเรื่องของการโอนหุ้น กำชับให้กองพิสูจน์หลักฐานกลางทำงานอย่างรอบคอบครบถ้วนทุกประเด็น ทั้งในเรื่องเทคนิควิทยาศาสตร์และการตรวจสอบรถยนต์ เพื่อสามารถตอบคำถามสังคมได้ ส่วนกรณี พล.ต.อ.จรัมพร สุระมณี ที่ปรึกษา ผบ.ตร.ด้านนิติวิทยาศาสตร์ ลงพื้นที่ตรวจสอบที่เกิดเหตุนั้นเป็นเพียงการปฏิบัติตามคำสั่งเท่านั้น เชื่อว่าจะไม่กระทบต่อรูปคดี หากพิสูจน์ได้ว่าเป็นอุบัติเหตุก็จะเป็นผลดีกับ พ.ต.ท.บรรยิน ตนเชื่อในความเป็นมืออาชีพของ พล.ต.อ.จรัมพร เพราะทุกอย่างเป็นหลักฐานทางวิทยาศาสตร์ ส่วนประเด็น พ.ต.ท.บรรยินเกรงไม่ได้รับความเป็นธรรม เนื่องจาก พล.ต.อ.จรัมพรมีความสนิทสนมกับพี่สาวของนายชูวงษ์ที่เป็นเพื่อนที่ร่วมอบรมกันเท่านั้นไม่มีความสนิทสนมส่วนตัว ยืนยันว่า พล.ต.อ.จรัมพรไม่ได้เข้าไปเกี่ยวข้องในสำนวน เป็นเพียงผู้ชี้แนะการทำงานเท่านั้น ประกอบกับหลักฐานทางนิติวิทยาศาสตร์ไม่สามารถเบี่ยงเบนหรือสร้างขึ้นมาได้

ด้าน พล.ต.อ.จรัมพร สุระมณี ที่ปรึกษา ผบ.ตร. กล่าวถึงกรณี พ.ต.ท.บรรยินเข้าข่มขู่ขณะให้คำปรึกษาผู้เชี่ยวชาญตรวจที่เกิดเหตุคดีนี้ว่า ทำหน้าที่ที่ปรึกษา ผบ.ตร. ด้านการตรวจพิสูจน์พยานหลักฐาน ซึ่งในวันนั้นได้พูดคุยกับ พ.ต.ท.บรรยินให้เข้าใจการทำงาน ส่วนที่มีข่าวสนิทพี่สาวผู้ตายที่เรียนหลักสูตรวตท.นั้น ตนรู้จักทุกคนในหลักสูตรมีเพื่อนร่วมรุ่นเป็นร้อยคน ไม่ได้สนิทสนมกันมากและคนที่เรียนหลักสูตรเดียวกันไม่จำเป็นเข้าข้างกัน ทุกอย่างขึ้นอยู่กับพยานหลักฐาน ทุกฝ่ายควรปล่อยให้เป็นหน้าที่ของผู้เกี่ยวข้องดำเนินการ

ที่ บช.น. พล.ต.ท.ศรีวราห์ รังสิพราหมณกุล ผบช.น. เผยความคืบหน้าคดีนี้ว่าสั่งการให้พนักงานสอบสวน สน.อุดมสุข นำสำนวนคดีมาตรวจสอบในวันที่ 24 ก.ค. ครั้งแรกตนสั่งตรวจสอบ 10 ประเด็น และมีการสั่งเพิ่มอีก 12 ประเด็น รวมเป็น 22 ประเด็น เป็นเรื่องทางเทคนิค อาทิ อุปกรณ์ถุงลมเสียหรือไม่ รถชนเบาหรือไม่ถุงลมจึงไม่ทำงาน ต้องใช้เวลาในการตรวจสอบให้ชัดเจน ขณะนี้พนักงานสอบสวนยังรับคดีเป็นเรื่องอุบัติเหตุ ทั้งนี้ ชุดสืบสวนสอบสวนต้องตอบคำถามตนให้ได้ทุกข้อ โดยจะดูตามเอกสารที่ผู้ชำนาญการและผู้เชี่ยวชาญออกเป็นลายลักษณ์อักษรอย่างเป็นทางการ ทั้งนี้ การสรุปว่าเป็นอุบัติเหตุ หรือคดีฆาตกรรมคงจะไปสรุปกันที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ตร.) เพราะ พล.ต.อ.สมยศ พุ่มพันธุ์ม่วง ผบ.ตร. กำชับให้ไปรายงาน ส่วนประเด็นโอนหุ้นต้องแยกสำนวน แต่จะไม่ให้ความสำคัญเรื่องหุ้นไม่ได้ ขณะนี้ผลกองพิสูจน์หลักฐานยังไม่ออกมา ดังนั้น พนักงานสอบสวนยังแจ้งข้อหาขับรถโดยประมาทเป็นเหตุให้ผู้อื่นถึงแก่ความตายกับ พ.ต.ท.บรรยินเพียงข้อหาเดียวและยังไม่มีข้อหาอื่น

มีรายงานแนวทางการสืบสวนว่า พล.ต.ท.ศรีวราห์ รังสิพราหมณกุล ผบช.น. เตรียมเรียกประชุมชุดคลี่คลายคดีการเสียชีวิตของนายชูวงษ์ที่ บช.น. เวลา 09.00 น. วันที่ 24 ก.ค. พร้อมตำรวจกองพิสูจน์หลักฐานกลาง แพทย์สถาบันนิติเวชวิทยา รพ.ตร. และผู้เชี่ยวชาญทางด้านรถยนต์ เพื่อสรุปความคืบหน้าการตรวจสอบการเสียชีวิตครั้งนี้ จากการรวบรวมพยานหลักฐานยังไม่พบประเด็นการฆาตกรรมอำพราง คดีมีแนวโน้มสูงว่าเป็นอุบัติเหตุ ผู้เชี่ยวชาญให้ความเห็นว่าที่รถยนต์พุ่งชนต้นไม้บริเวณฝั่ง

ด้านคนขับนั้นไม่น่าเป็นเหตุให้นายชูวงษ์เสียชีวิต เพราะต้นไม้ระยะทางห่างจากฟุตปาท 45 ม. แต่น่าจะเกิดจากล้อรถซ้ายซึ่งเป็นฝั่งเบาะผู้โดยสารพุ่งชนขอบฟุตปาทด้วยความเร็ว 80 กม.ต่อ ชม. ซึ่งผู้ตายไม่ใส่เข็มขัดนิรภัยทำให้เกิดแรงเหวี่ยงศีรษะไปฟาดกับเสาบีของตัวรถทำให้พลาสติกที่ปิดช่องเข็มขัดนิรภัยหลุด ก่อนที่รถพุ่งชนต้นไม้ทำให้ศีรษะผู้ตายไปกระแทกกับคอนโซนด้านหน้าจนกระดูกต้นคอหัก สอดคล้องกับสาเหตุการตายเลือดออกใต้เยื่อหุ้มสมองชั้นในจากการกระทบกระแทก รวมทั้งพยานที่เข้าไปดูและเจ้าหน้าที่มูลนิธิเข้าไปช่วยเหลือ ระบุว่านายชูวงษ์มีชีพจรอ่อนต้องปั๊มหัวใจก่อนนำส่ง รพ.สิรินธร นอกจากนี้ชุดคลี่คลายคดียังได้หลักฐานสำคัญ คือภาพถ่ายศพนายชูวงษ์ที่เจ้าหน้าที่ถ่ายภาพไว้หลังส่งมารักษาที่ รพ.สิรินธร พบร่องรอยบาดแผลเฉพาะบริเวณขอบตาซ้ายที่บวมช้ำมีสีเขียวดำคล้ำและรอยช้ำที่ตาขวา ชุดสืบสวนอยู่ระหว่างรอคำตอบแพทย์นิติเวชฯว่าทั้งหมดเกิดจากการทำร้ายหรือไม่

ด้าน พ.ต.อ.ทวีรัชต์ ศรีธวัชพงศ์ รอง ผบก.น.4 เผยว่า ขณะนี้สำนวนการสอบสวนแล้วเสร็จไปกว่า 80 เปอร์เซ็นต์ ในส่วน “เสธ.อ๊อด” หรือ พล.ท. ศุภกร สงวนชาติศรไกร รองเสนาธิการ ทบ. ที่เป็น สมาชิกในก๊วนกอล์ฟวันเกิดเหตุยังไม่ได้ติดต่อเข้าให้ปากคำเนื่องจากติดภารกิจ จากการตรวจสอบรถคันเกิดเหตุร่วมกับผู้เชี่ยวชาญจาก บ.โตโยต้า พบว่ารถคันดังกล่าวเปลี่ยนเครื่องยนต์มาแล้วอาจมีผลต่อระบบกล่องควบคุมการทำงานระบบเบรกและระบบถุงลมนิรภัย ทำให้ไม่ทำงานแม้ว่าจะถูกกระแทกตามมาตรฐานความปลอดภัย

เย็นวันเดียวกัน นายเอนก คำชุ่ม ทนายความของครอบครัวชูวงษ์ให้สัมภาษณ์ผ่านทางโทรศัพท์ ว่าหลัง น.ส.กัญฐณาให้การกับตำรวจกองปราบฯว่ามีความสัมพันธ์กับผู้ตายจนตั้งครรภ์นั้นถือว่า

เป็นสิ่งที่ทาง น.ส.กัญฐณาสามารถที่จะให้การต่อพนักงานสอบสวนได้ รวมทั้งให้การว่าผู้ตายโอนหุ้น 228 ล้านบาท ให้ด้วยความเสน่หา ซึ่งครอบครัวของนายชูวงษ์ต้องรอให้พนักงานสอบสวนสอบปากคำผู้ที่เกี่ยวข้อง รวมทั้งรอผลตรวจพิสูจน์ลายเซ็นในเอกสารการโอนหุ้น รวมทั้งคลิปเสียงเพื่อความชัดเจน อย่างไรก็ตามในขณะที่ผู้ตายยังมีชีวิตอยู่นั้นได้มีการแต่งงานกับภรรยารวมทั้งจดทะเบียนสมรสกัน กรณีนี้การโอนหุ้นตามกฎหมายถือว่าเป็นสินสมรส ต้องตรวจสอบว่าเป็นการโอนให้โดยชอบธรรมหรือไม่

เปิดตัวแล้วที่กองปราบฯ สาวพริตตี้คนสนิท “เสี่ยจืด” นายชูวงษ์ แซ่ตั๊ง รับมีความสัมพันธ์ลึกซึ้งจนตั้งท้องกับผู้ตายได้ 7 เดือน แต่ไม่ยอมให้ตรวจดีเอ็นเอ ส่วนที่โอนหุ้นให้ 228 ล้าน เพื่อประกันอนาคต เผยเจอกันที่งานเลี้ยงหลักสูตร 24 ก.ค. 2558 07:08 24 ก.ค. 2558 10:06 ไทยรัฐ