วันจันทร์ที่ 20 สิงหาคม พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

ปรับ ครม.สัญญาณแรง จ่อโล๊ะยกพวง 7กระทรวงเศรษฐกิจ

หม่อมอุ๋ยคุยโวทำเยอะกว่าเอกชน

“บิ๊กป้อม” เก็บตัวเงียบอ้างป่วย หลังกระแสปรับ ครม.สะพัดหนัก งดออกงานใหญ่ 3 วันติด สัญญาณแรงโละทั้งพวง 7 กระทรวงเศรษฐกิจ เผยอาการขบเหลี่ยมในขั้วอำนาจ “สมหมาย” ลั่นวาจารอคำสั่งนายกฯเท่านั้น ไม่ปรับก็ทำงานไปเรื่อยๆ จี้สอบต้นตอพวกปล่อยข่าวเขี่ย “คุณชายอุ๋ย” เดือดโต้ ปธ.ส.อ.ท.ไม่เห็นจะทำอะไร “จักรมณฑ์” ไม่ยึดติดพร้อมไปท้าคนที่จะมาเสียบกล้าทำโพลก่อนรับงานไหม “บิ๊กตู่” รับนายกฯ เวียดนาม หวังดันเป้าเป็นคู่ค้าใหญ่ งัด ม. 44 เด้ง “พงศกร” พ้น สมช. เผยสัมพันธ์แนบแน่น “ภราดร” ปชป.หนุนปรับเพื่อสร้างความหวังใหม่ๆ ดักคอ “สมคิด” วางแผนทำอะไรบ้าง “วัฒนา” ทำซ่าร้องศาลปกครองถูก คสช.สั่งห้ามไปนอก อ้างเป็นสิทธิที่ยูเอ็นรับรอง

ท่ามกลางกระแสข่าวการปรับ ครม. ที่เริ่มชัดเจนขึ้นทุกที โดยเฉพาะทีมเศรษฐกิจและเก้าอี้ รมว.กลาโหม ทำให้ทุกฝ่ายจับตามองการเคลื่อนไหวของ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรีและ รมว.กลาโหม ที่ยังคงเก็บตัวเงียบผิดปกติ

“บิ๊กตู่” ต้อนรับนายกฯเวียดนาม

เมื่อเวลา 09.00 น. วันที่ 23 ก.ค. ที่ทำเนียบรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) พร้อมนางนราพร จันทร์โอชา ภริยา ให้การต้อนรับนายเหวียน เติ๊น สุง นายกรัฐมนตรีสาธารณรัฐสังคมนิยมเวียดนามและภริยา ในโอกาสเดินทางเยือนประเทศไทยอย่างเป็นทางการในฐานะแขกรัฐบาล โดย พล.อ.ประยุทธ์นำนายกฯเวียดนามเดินตรวจแถวกองทหารเกียรติยศผสม ที่บริเวณสนามหญ้าหน้าตึกไทยคู่ฟ้า จากนั้นได้หารือข้อราชการทวิภาคี ก่อนประชุม ครม.ไทย-เวียดนาม และร่วมเป็นสักขีพยานการลงนามเอกสาร 5 ฉบับ ได้แก่ แถลงการณ์ร่วมประชุม ครม.ไทย-เวียดนามอย่างไม่เป็นทางการครั้งที่ 3 บันทึกความเข้าใจว่าด้วยความร่วมมือด้านแรงงาน บันทึกข้อตกลงด้านการจ้างแรงงาน บันทึกความเข้าใจเพื่อสถาปนาความสัมพันธ์เมืองคู่มิตรระหว่าง จ.อุบลราชธานี-จ.คอนตูม และบันทึกความเข้าใจเพื่อสถาปนาความสัมพันธ์เมืองคู่มิตรระหว่าง จ.ตราด-จ.ลองอาน

ดันเป้าคู่ค้าแตะ 2 หมื่นล้านดอลล์

ต่อมาเวลา 12.00 น. พล.อ.ประยุทธ์แถลงว่า เวียดนามเป็นประเทศเดียวในอาเซียนที่ไทยมีความสัมพันธ์แบบหุ้นส่วนทางยุทธศาสตร์ และมีการจัดประชุม ครม.ร่วมกัน เวียดนามเป็นคู่ค้าอันดับ 4 ของไทยในอาเซียน ขณะที่ไทยเป็นคู่ค้ารายใหญ่ที่สุดของเวียดนามในอาเซียน และไทยกำลังผลักดันโครงการลงทุนขนาดใหญ่หลายโครงการในเวียดนาม ตั้งใจว่าอีก 5 ปีข้างหน้า เราจะผลักดันให้ตัวเลขนักท่องเที่ยวระหว่างกันเป็น 1 ล้านคนต่อปี ได้หารือเห็นพ้องกันที่จะสนับสนุนและอำนวยความสะดวกให้นักลงทุนไทยในสาขาต่างๆ เช่น การผลิตเสื้อผ้าและสิ่งทอ พลังงาน สินค้าอุปโภคบริโภค การเกษตรและอุตสาหกรรมแปรรูป การท่องเที่ยว ส่งออกผลไม้ไทย และเชิญเวียดนามเข้าเป็นสมาชิกสภาความร่วมมือด้านยางพาราระหว่างประเทศร่วมกับไทย อินโดนีเซียและมาเลเซีย รวมถึงเพิ่มเป้าหมายมูลค่าการค้าระหว่างกันจาก 15,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ เป็น 20,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯภายในปี 2563

ย้ำห้ามเป็นฐานให้กลุ่มต่อต้าน

ด้านนายเหวียน เติ๊น สุง กล่าวว่า ทั้ง 2 ฝ่ายยืนยันคำมั่นที่จะปฏิบัติตามพันธกรณีที่จะไม่อนุญาตให้บุคคลหรือองค์กรใดใช้ดินแดนของตนเป็นฐานในการบ่อนทำลายหรือต่อต้านฝ่ายใดฝ่ายหนึ่ง และไทย-เวียดนามยืนยันในจุดยืนเกี่ยวกับสถานการณ์ในทะเลจีนใต้ ตามที่ระบุในถ้อยแถลงในการประชุมสุดยอดผู้นำอาเซียนครั้งที่ 26 โดยเน้นย้ำให้ทุกฝ่ายปฏิบัติตามปฏิญญาว่าด้วยแนวปฏิบัติของภาคีในทะเลจีนใต้ และขอให้ยุติข้อขัดแย้งด้วยสันติวิธีตามกฎหมายระหว่างประเทศ และเรียกร้องให้มีการหารือเพิ่มมากขึ้นเพื่อหาข้อยุติให้ได้

สั่งเลี่ยงม็อบประชิดทำเนียบฯ

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า หลัง พล.อ.ประยุทธ์เสร็จภารกิจต้อนรับคณะนายกฯเวียดนาม ได้เดินทางออกจากทำเนียบรัฐบาล โดยสั่งให้ขบวนรถเลี่ยงใช้เส้นทางปกติที่เคยออกทางประตู 2 ด้านสะพานชมัยมรุเชษฐ เปลี่ยนไปออกทางประตู 5 ตรงข้ามกระทรวงศึกษาธิการ เพื่อเลี่ยงกลุ่มผู้ชุมนุมคัดค้านสร้างโรงไฟฟ้าถ่านหิน จ.กระบี่ ประมาณ 200 คน ที่พากันเดินแถวตอนเรียงหนึ่งมานั่งประชิดรั้วข้างทำเนียบรัฐบาล ฝั่งตรงข้ามสำนักงานคณะกรรมการข้าราชการพลเรือน (ก.พ.) ทั้งนี้ ปกติก่อนจะเดินทางออกจากทำเนียบรัฐบาล ขบวนรถ พล.อ.ประยุทธ์ต้องมาจอดรอที่หน้าทางเข้าตึกไทยคู่ฟ้า พล.อ.ประยุทธ์ถึงจะลงมาขึ้นรถ แต่วันนี้ได้มายืนรอแล้วขึ้นรถออกไป

“สมหมาย” ยืนกรานรอคำสั่งนายกฯ

นายสมหมาย ภาษี รมว.คลัง กล่าวถึงกระแสข่าวการปรับคณะรัฐมนตรี (ครม.) โดยเฉพาะทีมเศรษฐกิจว่า ไม่เคยมีความคิดที่จะลาออกจาก รมว.คลัง ที่สำคัญนายกฯไม่เคยสั่งให้ตนออกจากตำแหน่ง ดังนั้น กระแสข่าวการลาออกจากตำแหน่งของตนจึงเป็นการปล่อยข่าว ตั้งแต่เข้ามารับตำแหน่ง รมว.คลัง ย่อมมีทั้งคนที่ชอบและไม่ชอบ คนที่รักและคนที่เป็นศัตรู เมื่อมาทำงานแล้วแน่นอนว่าคนที่เป็นศัตรูย่อมมีมากกว่าคนที่รัก ยืนยันว่าจะยังทำงานในตำแหน่ง รมว.คลังต่อไป นอกจากนายกฯจะมีคำสั่งปรับ ครม.

จี้สอบต้นตอปล่อยข่าวเขี่ยทีม ศก.

นายสมหมายกล่าวว่า กระแสข่าวช่วงนี้ย่อมส่งผลกระทบต่อการลงทุนในตลาดหุ้น ทำให้นักลงทุนส่วนใหญ่เกิดความวิตกกังวลมากขึ้น จึงเทขายหุ้นออกมาต่อเนื่อง อยากให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าไปตรวจสอบเรื่องนี้ด้วยว่ามีต้นตอการปล่อยข่าวมาจากแหล่งใด ครม.ชุดนี้มาจากรัฐประหาร ซึ่งความเชื่อมั่นไม่ค่อยมีอยู่แล้ว ยิ่งมีเรื่องการปรับ ครม.อีก ยิ่งทำให้ความเชื่อมั่นแย่ลงไปอีก หน่วยงานที่เกี่ยวข้องจึงต้องรีบจัดการกับต้นตอที่ปล่อยข่าว ตอนนี้ยังทำงานไปตามปกติ เพราะยังมีงานค้างอยู่จำนวนมาก โดยเฉพาะงานที่ต้องผลักดันเพื่อเพิ่มการเติบโตทางเศรษฐกิจ ทั้งเรื่องงบกระตุ้นเศรษฐกิจในการพัฒนาและซ่อมแซมถนน 40,000 ล้านบาท การลงทุนก่อสร้างถนนและมอเตอร์เวย์อีก 3 สาย เพื่อให้งบลงทุนเข้าไปกระตุ้นเศรษฐกิจโดยเร็วที่สุด

“คุณชายอุ๋ย” โต้ ส.อ.ท.อย่ามาจุ้น

ม.ร.ว.ปรีดิยาธร เทวกุล รองนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงกรณีภาคเอกชนเริ่มออกมาวิพากษ์การทำงานด้านนโยบายเศรษฐกิจของรัฐบาล ที่ไม่ตอบสนองต่อภาคเอกชน ว่า ตนทำเยอะกว่านายสุพันธุ์ มงคลสุธี ประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) อีก ไม่เห็นนายสุพันธุ์จะทำอะไรเลย เมื่อถามถึงกระแสการปรับ ครม.ด้านเศรษฐกิจ ม.ร.ว.ปรีดิยาธรตอบว่า ไม่มีการปรับ ครม.ทั้งนั้น มีแต่สื่อชอบเขียนข่าวออกมาเป็นซีรีส์ตลอด

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ม.ร.ว.ปรีดิยาธรได้กล่าวปาฐกถาในงานเสวนาเศรษฐกิจดิจิตอล “จากความดีสู่ความยอดเยี่ยม” เมื่อวันที่ 23 ก.ค. ที่ตึกไซเบอร์ เวิลด์ ถนนรัชดาภิเษก ซึ่งจัดโดยซีอาเซียนร่วมกับกูเกิล โดย ม.ร.ว.ปรีดิยาธรกล่าวระหว่างบรรยายมาตรการขับเคลื่อนนโยบายเศรษฐกิจดิจิตอล ให้กับนักลงทุนและนักธุรกิจฟัง ก่อนจะปิดท้ายด้วยการกล่าวติดตลกว่า “นี่คือสิ่งที่รัฐบาลกำลังทำและจะขับเคลื่อนต่อไปหากเขายังให้ผมเป็นรองนายกฯต่อ” เรียกเสียงฮือฮาจากผู้เข้าร่วมงานจำนวนมาก

รมว.อุตฯไม่ยึดติดบอกพร้อมไป

นายจักรมณฑ์ ผาสุกวนิช รมว.อุตสาหกรรม กล่าวว่า ส่วนตัวเชื่อว่าได้ทำงานเกือบหมดแล้ว ได้วางกฎเกณฑ์อนาคตทั้งหมด ถ้าจะมีการเปลี่ยนแปลง ใครจะมาเป็นรัฐมนตรีก็ได้ ไม่ได้ติดใจอะไร ที่ผ่านมาก่อนเข้าเป็นรัฐมนตรีก็วางแผนการทำงานของตนไว้ประมาณ 1 ปีอยู่แล้ว เพราะคาดว่าจะมีการเลือกตั้งปลายปี อย่างไรก็ตาม ข่าวที่ออกมามองได้ 2 กรณี คือมีคนปล่อยข่าวเพื่อต้องการตำแหน่ง หรือสื่อมวลชนเห็นว่าควรปรับเปลี่ยนเพราะเศรษฐกิจไม่ดี แต่สำหรับทีมเศรษฐกิจเองมั่นใจว่าทำผลงานและเอกชนส่วนใหญ่ยอมรับ แต่ด้วยปัจจัยต่างๆที่เกิดขึ้น มีผลต่อสภาพเศรษฐกิจไทยทั้งทางตรงและทางอ้อม อาทิ การส่งออกที่ได้รับผลกระทบจากเศรษฐกิจโลกชะลอตัว ภาวะภัยแล้งที่ไม่สามารถควบคุมได้

ท้าคนที่จะเสียบกล้าทำโพลไหม

นายจักรมณฑ์กล่าวว่า หากเปลี่ยนทีมเศรษฐกิจอยากถามว่าคนใหม่ที่เข้ามา จะน่าเชื่อถือกว่าคนเก่าหรือไม่ ลองไปทำโพลให้ประชาชนเลือกเลยว่าใครควรเข้าทำงาน เมื่อได้ชื่อก็ควรถามเจ้าตัวว่ากล้ารับตำแหน่งหรือไม่ จะแก้ปัญหายังไง เพราะถ้าเข้ามาแก้ไม่ได้ นายกฯจะยิ่งเสียหน้า โดนด่าหนักกว่าเดิม กรณีที่ภาคเอกชนมองว่าการทำงานของรัฐมนตรีบางกระทรวงตอบสนองช้านั้น ไม่ใช่ใครเข้ามาขออะไรกับรัฐบาลแล้วจะได้ทุกอย่าง ต้องดูความเหมาะสมก่อนหลัง จึงเป็นไปไม่ได้ที่รัฐบาลจะตอบสนองได้ทุกเรื่อง คิดแบบนี้คนทำงานก็แย่

เลขานายกฯฉุนสื่อกุข่าวไขก๊อก

พล.อ.วิลาศ อรุณศรี เลขาธิการนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงกระแสข่าวยื่นหนังสือลาออกจากตำแหน่งว่า ไม่เป็นความจริง ต้องไปถามหนังสือพิมพ์ที่นำเสนอข่าวนี้เอาเอง ไปยื่นใบลาออกให้ตนเสร็จสรรพ มารู้แทนเราได้อย่างไร ส่วนเรื่องลาพักเพื่อไปเยี่ยมลูกที่ต่างประเทศนั้น ไม่เกี่ยวกันเลย นี่คือสิ่งที่หนังสือพิมพ์บางฉบับไม่มีจรรยาบรรณ เป็นเฉพาะบางคนตนเลยไม่ค่อยชอบสื่อ ความจริงอยู่กันแค่นี้ถ้าสงสัยอะไรวิ่งมาถามกันได้ เมื่อถามว่าตกลงเรื่องการลาพักไปเยี่ยมลูกที่ต่างประเทศข้อเท็จจริงเป็นอย่างไร พล.อ.วิลาศตอบว่า ยังไม่มี ส่วนการปรับ ครม.ต้องไปถาม พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯและหัวหน้า คสช.เอง แต่ตนอยู่ตรงนี้ยังไม่เห็นมี

“บิ๊กป้อม” ยังเก็บตัวเงียบอ้างป่วย

ผู้สื่อข่าวรายงานถึงความเคลื่อนไหวของ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี และ รมว.กลาโหม หลังมีกระแสข่าวการปรับ ครม. เป็นที่น่าสังเกตว่า พล.อ.ประวิตรได้แจ้งลาป่วยตั้งแต่การประชุม ครม. วันที่ 21 ก.ค. และการประชุมสภากลาโหมเมื่อวันที่ 22 ก.ค. ก็แจ้งลาป่วย โดยมอบหมายให้ พล.อ.อุดมเดช สีตบุตร รมช.กลาโหมและ ผบ.ทบ. เป็นประธานการประชุมแทน ล่าสุดก็ไม่ได้ร่วมต้อนรับคณะนายกฯเวียดนาม ท่ามกลางกระแสข่าวว่าจะมีการปรับให้ พล.อ.ประวิตรเหลือเพียงรองนายกฯตำแหน่งเดียว และหลังมีข่าวการปรับ ครม. ทำให้เกิดการวิ่งเต้นเก้าอี้รัฐมนตรีกันฝุ่นตลบ ซึ่งส่วนใหญ่จะเข้าหา พล.อ.ประวิตรแทบทั้งสิ้น ทำให้ พล.อ.ประวิตรค่อนข้างอึดอัดและเกรงใจนายกฯ จึงโลว์โปรไฟล์ไปในช่วงนี้ เพื่อลดการวิ่งเต้นลดบทบาทให้อำนาจสิทธิ์ขาดอยู่ที่นายกฯ โดยคนใกล้ชิดระบุว่า พล.อ.ประวิตรก็มีอาการป่วยจริงหลังต้องรับบทหนักเป็นประธานแก้ปัญหาสำคัญๆของรัฐบาลหลายเรื่อง อย่างไรก็ตาม สำหรับตำแหน่งรองนายกฯควบ รมว.กลาโหมของ พล.อ.ประวิตรจะยังคงเหมือนเดิมแน่นอน

ไปทั้งพวง 7 กระทรวงเศรษฐกิจ

ผู้สื่อข่าวรายงานด้วยว่า สำหรับการปรับ ครม.ครั้งนี้ พล.อ.ประยุทธ์ต้องการเร่งให้เร็วที่สุด พยายามให้เสร็จสิ้นก่อนงานสำคัญในเดือน ส.ค. ล่าสุดค่อนข้างชัดเจนแล้วว่าจะมีการปรับไม่น้อยกว่า 7 กระทรวง เน้นหนักไปที่กระทรวงด้านเศรษฐกิจ เช่น กระทรวงการคลัง กระทรวงพาณิชย์ กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กระทรวงพลังงาน กระทรวงอุตสาหกรรม กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา กระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร (ไอซีที) โดยส่วนใหญ่เป็นการปรับยกกระทรวง ทั้งรัฐมนตรีว่าการและรัฐมนตรีช่วย จึงน่าจะปรับเกินกว่า 10 ตำแหน่ง แต่จนถึงขณะนี้ก็ยังไม่ลงตัว เพราะมีการวิ่งเต้นตั้งเงื่อนไขต่อรอง อีกทั้งยังมีความเกรงใจกันอยู่ จึงไม่สามารถทำให้เร็วได้

เผยอาการขบเหลี่ยมในขั้วอำนาจ

ผู้สื่อข่าวรายงานอีกว่า การปรับ ครม.ครั้งนี้ยังสร้างความลำบากใจให้ พล.อ.ประยุทธ์ เพราะอีกด้านหนึ่งก็มีการวิ่งเข้าหาผู้หลักผู้ใหญ่ในบ้านเมืองที่ทุกฝ่ายเกรงใจ เพื่อมาเสียบแทนเก้าอี้ที่ถูกมองว่าใกล้ชิดสาย พล.อ.ประวิตร จึงทำให้เกิดการยื้อและตั้งป้อม ใส่กัน นอกจากนี้ การปรับ ครม.ยังต้องเกี่ยวพันกับการแต่งตั้งในกองทัพด้วย จึงต้องเกลี่ยตำแหน่งให้ลงตัวสอดคล้องกัน ขณะที่รัฐมนตรีในสายกองทัพยังขยับค่อนข้างลำบาก เนื่องจากความเกรงใจ จึงเป็นงานหนักของ พล.อ.ประยุทธ์ที่จะพิจารณาปรับ ครม.ในครั้งนี้

“บิ๊กตู่” งัด ม.44 เด้ง “พงศกร” พ้น สมช.

วันเดียวกัน เว็บไซต์ราชกิจจานุเบกษา เผยแพร่ประกาศคำสั่งหัวหน้า คสช.ที่ 21/2558 เรื่องการกําหนดตําแหน่งเพิ่มและการแต่งตั้งข้าราชการให้ดํารงตําแหน่ง โดยระบุว่าเพื่อให้การปฏิรูปการบริหารราชการแผ่นดินด้านความมั่นคง และการบริหาร ราชการในสํานักงานสภาความมั่นคงแห่งชาติ (สมช.) มีประสิทธิภาพและมีความเหมาะสมมากขึ้น อาศัยอํานาจตามรัฐธรรมนูญฉบับชั่วคราวมาตรา 44 มี คําสั่งให้ พล.ท.พงศกร รอดชมภู พ้นจากตําแหน่งรองเลขาธิการ สมช. ให้ไปดํารงตําแหน่งที่ปรึกษานายกรัฐมนตรีฝ่ายข้าราชการประจํา โดยให้นายปกรณ์ ศรีจันทร์งาม ผู้ช่วยเลขาธิการ สมช. ดํารงตําแหน่งรองเลขาธิการ สมช.แทน

เผยสัมพันธ์แนบแน่น “ภราดร”

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สำหรับ พล.ท.พงศกร เป็นนักเรียนเตรียมทหารรุ่น 14 (ตท.14) รุ่นเดียวกับ พล.อ.อุดมเดช สีตบุตร รมช.กลาโหมและ ผบ.ทบ. แต่มีความสนิทสนมกับ พล.ท.ภราดร พัฒนถาบุตร อดีตเลขาธิการ สมช. และได้รับการแต่งตั้งเป็นรองเลขาธิการ สมช. สมัย พล.ท.ภราดร แต่ช่วงที่นายถวิล เปลี่ยนศรี ได้กลับเข้ามารับตำแหน่งเลขาธิการสมช. ตามคำพิพากษาศาลปกครองสูงสุด เคยระบุว่างานแรกที่จะทำคือ การตรวจสอบ พล.ท.พงศกร เพราะทราบว่าเป็นตัวตั้งตัวตีที่จะจัดซื้ออาวุธเพื่อนำไปใช้งานในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ ซึ่งมีมูลค่าโครงการนับหมื่นล้านบาท ถือเป็นการกระทำที่ผิดหลักการของ สมช. ซึ่งเป็นหน่วยงานเชิงนโยบาย

ปชป.หนุนสร้างความหวังใหม่ๆ

นายนิพิฏฐ์ อินทรสมบัติ รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวถึงกระแสการปรับ ครม. ว่าไม่ขอพูดถึงบุคคลที่มีรายชื่อออกมา แต่ยืนยันว่าการปรับ ครม.ต้องดูที่นโยบายหลักของผู้นำรัฐบาล ว่าจะให้ใครมาคุมงานด้านเศรษฐกิจแทน แต่จะอยู่อย่างเดิมไปวันๆไม่ได้ เมื่อ ครม.ไม่สามารถแก้ปัญหาเศรษฐกิจตามเป้าหมายที่วางไว้ โดยเฉพาะปากท้องภาคครัวเรือนระดับล่าง หากนายกฯยอมรับความจริงข้อนี้ ก็ต้องปรับเพื่อสร้างความหวังให้ภาคธุรกิจและประชาชน หากยังอยู่ในสภาพเดิมมันไร้ความหวัง ส่วนเมื่อปรับ ครม.แล้ว จะแก้ไขปัญหาสำเร็จหรือไม่ เป็นอีกเรื่อง แต่เราจะอยู่แบบไม่มีความหวังไม่ได้ อย่างน้อยทุกฝ่ายก็ยังมีความหวังใหม่ๆ

จี้ถาม “สมคิด” วางแผนทำอะไรบ้าง

นายอรรถวิชช์ สุวรรณภักดี ทีมเศรษฐกิจพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่า เห็นหน้าตาโผ ครม.ที่มีการนำเสนอผ่านสื่อแล้ว จัดเป็นชื่อที่น่าสนใจ แม้จะเป็นเหล้าเก่าในขวดใหม่ ที่ผ่านมา ม.ร.ว.ปรีดิยาธร เทวกุล มีจุดอ่อนที่ไม่สามารถควบคุมกลุ่มกระทรวงเศรษฐกิจทั้งหมด ให้ขับเคลื่อนไปด้วยกันได้ทั้งองคาพยพ หัวใจสำคัญของการแก้ไขปัญหาเศรษฐกิจ คือหัวหน้าทีม ซึ่งวันนี้สื่อระบุว่าเป็นนายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ ประธานที่ปรึกษานายกรัฐมนตรีด้านเศรษฐกิจ อยากฝากถามว่า ท่านฝันอยากจะเห็นการเปลี่ยนแปลงอะไร มีแนวคิด หรือวิสัยทัศน์อย่างไรในการแก้ปัญหาเศรษฐกิจ ให้สังคมรับรู้ให้มีความหวัง แต่ถ้าไม่กล้าเสนอความมุ่งหวังของตัวเอง ฝันยังไม่กล้าฝัน ตอนลงมือทำก็คงไม่กล้าลงมือเพราะอุปสรรคมีมาก เพราะคนที่จะอาสามารับงานนี้ต้องมีความกล้าหาญ

ร้องศาลปกครองถูกห้ามไปนอก

เวลา 09.30 น. ที่สำนักงานศาลปกครอง นายวัฒนา เมืองสุข อดีต ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย พร้อมนายนรินท์พงศ์ จินาภักดิ์ นายกสมาคมทนาย ความแห่งประเทศไทย ในฐานะทนายความผู้รับมอบอำนาจ ได้ยื่นฟ้อง พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ต่อศาลปกครองกลาง ฐานกระทำไม่ชอบด้วยรัฐธรรมนูญฉบับชั่วคราว กรณีมีคำสั่งห้ามนายวัฒนา เดินทางออกนอกประเทศในวันที่ 17 ก.ค. เพื่อไปส่งบุตรเรียนต่อที่ประเทศสิงคโปร์ ถือว่าขัดต่อหลักการประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข ขอให้ศาลสั่งเพิกถอนประกาศ คสช. ฉบับที่ 21/2557 ที่ห้ามบุคคลจำนวน 155 คนออกนอกราชอาณาจักร เนื่องจากไม่ชอบด้วยกฎหมาย เลือกปฏิบัติ เป็นไปเพื่อประโยชน์และเป็นเครื่องมือต่อรองทางการเมือง รวมทั้งขอให้ศาลมีคำสั่งคุ้มครองให้นายวัฒนาเดินทางออกนอกราชอาณาจักรโดยไม่ต้องขออนุญาต คสช. เช่นประชาชนทั่วไป

อ้างเป็นสิทธิส่วนตัวที่ยูเอ็นรับรอง

นายวัฒนากล่าวว่า สำหรับประเทศที่มีรัฐธรรมนูญชั่วคราว การออกกฎเกณฑ์ต่างๆจะขัดรัฐธรรมนูญไม่ได้ และต้องไม่ขัดต่อกฎหมายระหว่างประเทศ ไม่ขัดสิทธิพื้นฐานความเป็นมนุษย์ จึงมาใช้สิทธิทางศาลดีกว่าใช้ปืนและรถถังยึดอำนาจซึ่งไม่ถูกต้อง เป็นสิทธิขั้นพื้นฐานของทุกคนในการเดินทาง ถือเป็นสิทธิส่วนตัวที่สหประชาชาติรับรองไว้ การที่จะจำกัดสิทธิได้ต้องเป็นกรณีภัยต่อความมั่นคง แต่คำสั่ง คสช.นั้นหวังผลทางการเมือง และตนถูกนำมาใช้ต่อรองทางการเมือง คือสั่งห้ามเพราะตนไปวิจารณ์นายกฯ ยืนยันว่าไม่ได้ไปงานวันเกิด พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกฯ ในวันที่ 26 ก.ค.แต่ไปติดต่อที่เรียนให้บุตรที่สิงคโปร์ ไม่ได้ไปร่วมคิดทำอะไรไม่ดีกับรัฐบาลตามที่ พล.อ.อุดมเดช สีตบุตร รมช.กลาโหมและ ผบ.ทบ. ระบุ

“พุทธอิสระ” ยื่นสอบ ผอ.สำนักพุทธฯ

ที่สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบ ปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) หลวงปู่พุทธอิสระ ยื่นหนังสือต่อคณะกรรมการ ป.ป.ช. ขอให้ตรวจสอบกรณีผู้อำนวยการสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ มหาเถรสมาคม เพิกเฉยไม่ดำเนินการตามพระวินิจฉัยของสมเด็จพระสังฆราช ให้พระธัมมชโย เจ้าอาวาสวัดพระธรรมกาย อาบัติปาราชิก รวมทั้งให้ตรวจสอบนายพชร ยุติธรรมดำรง อดีตอัยการสูงสุด ที่มีคำสั่งถอนฟ้องคดีอาญาพระธัมมชโยในความผิดเกี่ยวกับการลงชื่อเป็นเจ้าของการซื้อขายที่ดินปี 2549 เป็นการละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมีเจตนาทุจริต ตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 157 ขอให้ ป.ป.ช.เร่งดำเนินการให้เสร็จก่อนงานพระราชพิธีพระราชทานเพลิงพระศพสมเด็จพระสังฆราช และในวันที่ 24 ก.ค.จะไปยื่นหลักฐานต่อกรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) สำนักงานอัยการสูงสุด และกองปราบปราม ให้ดำเนินการบุคคลเกี่ยวข้อง และอยากท้าดีเบตกับพระธัมมชโยเรื่องพระวินัยด้วย

โต้ 4 องค์กรสื่อไม่ได้จ้องครอบงำ

ที่รัฐสภา นายบุญเลิศ คชายุทธเดช สมาชิกสภาปฏิรูปแห่งชาติ (สปช.) กล่าวว่า ไม่เห็นด้วยกับแถลงการณ์ของ 4 องค์กรสื่อ ที่ประกาศจุดยืนคัดค้านร่าง พ.ร.บ.การคุ้มครองสิทธิเสรีภาพ ส่งเสริมจริยธรรมและมาตรฐานวิชาชีพสื่อมวลชน หรือร่าง พ.ร.บ.วิชาชีพสื่อมวลชนแห่งชาติ ที่ผ่านการเห็นชอบจากที่ประชุมสปช. โดยระบุว่าเป็นการควบคุมสื่อทั้งระบบอย่างเบ็ดเสร็จโดยรัฐและทุนนั้น เป็นแถลงการณ์ที่ขาดเหตุผล โดยไม่ให้ข้อเสนอว่าควรปฏิรูปสื่อทั้งระบบอย่างไร ทั้งที่หลักการใหญ่ของร่าง พ.ร.บ.ฉบับนี้เปิดให้มีตัวแทนของสื่อภูมิภาค เข้าร่วมเป็นกรรมการในสภาวิชาชีพสื่อมวลชนแห่งชาติในจำนวนไม่น้อยเกินไป การมีกองทุนพัฒนาวิชาชีพสื่อ ไม่ได้ทำให้สื่อถูกครอบงำจนขาดความเป็นอิสระ

ตั้ง กมธ.สอบประวัติว่าที่ 7 กสม.

ช่วงเช้าที่รัฐสภา มีการประชุมสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) มีนายพรเพชร วิชิตชลชัย ประธานสนช. เป็นประธานการประชุม เพื่อพิจารณาตั้งคณะกรรมาธิการสามัญเพื่อทำหน้าที่ตรวจสอบประวัติ ความประพฤติ และพฤติกรรมทางจริยธรรมของบุคคลผู้ได้รับการเสนอชื่อให้ดำรงตำแหน่งกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ (กสม.) จำนวน 7 คน โดยที่ประชุมสนช.เห็นชอบให้ตั้งคณะกรรมาธิการฯ 17 คน มาทำหน้าที่ตรวจสอบประวัติผู้ได้รับเสนอชื่อเป็น กสม.ทั้ง 7 คน ให้แล้วเสร็จภายใน 20 วัน

ชงกฎหมายแก้ปัญหาท้องวัยเรียน

จากนั้นที่ประชุมได้พิจารณาร่าง พ.ร.บ.การป้องกันและแก้ไขปัญหาการตั้งครรภ์ในวัยรุ่น เสนอโดย นพ.เจตน์ ศิรธรานนท์ สนช. และสมาชิก สนช.รวม 55 คน โดยมีเนื้อสำคัญเพื่อควบคุม ป้องกันช่วยเหลือ และเยียวยา โดยเสนอให้มีคณะกรรมการป้องกันและแก้ไขปัญหาการตั้งครรภ์ในวัยรุ่น มีรองนายกรัฐมนตรีเป็นประธาน กำหนดให้สถานศึกษาจัดการเรียนการสอนเพศศึกษาและสุขภาวะทางเพศที่เหมาะสม สถานศึกษาต้องจัดให้วัยรุ่นที่ตั้งครรภ์ก่อนวัยอันควรได้รับการศึกษาด้วยรูปแบบที่เหมาะสมและต่อเนื่องจนสำเร็จการศึกษา

ที่ปรึกษา ป.ป.ช.ขอพักงานตัวเอง

ที่สำนักงานคณะกรรมการ ป.ป.ช. พล.ต.อ.สถาพร หลาวทอง กรรมการ ป.ป.ช. กล่าวถึงกรณีการแต่งตั้งนายสมบัติ ธรธรรม อดีตกรรมการบริหารองค์การขนส่งมวลชนกรุงเทพ (ขสมก.) เป็นที่ปรึกษา ทั้งที่มีคดีถูก ป.ป.ช.ไต่สวนการจัดประกวดให้เช่าเนื้อที่โฆษณาบนรถเมล์ปรับอากาศ 1,109 คัน ว่า ตอนแรกที่แต่งตั้งในปี 2555 ไม่พบว่ามีชื่อนายสมบัติเข้าไปเกี่ยวข้อง จนปี 2556 มีการขยายผลไต่สวนไปถึงนายสมบัติ แต่ล่าสุดเมื่อวันที่ 23 ก.ค. นายสมบัติได้สมัครใจขอหยุดปฏิบัติหน้าที่เป็นคณะอนุกรรมการไต่สวนร่วมกับตนในทุกคดีแล้ว ส่วนที่ยังไม่ปลดนายสมบัติออกจากตำแหน่งที่ปรึกษาฯ เนื่องจากยังไม่มีความผิด ยังไม่ถูกแจ้งข้อกล่าวหา หากแจ้งข้อกล่าวหาเมื่อไร จะปลดนายสมบัติออกจากตำแหน่งทันที

14 นศ.เอ็นดีเอ็มปฏิเสธให้ปากคำ

อีกเรื่อง ที่ สน.สำราญราษฎร์ ทีมทนายความนักศึกษากลุ่มขบวนการประชาธิปไตยใหม่ (เอ็นดีเอ็ม) นำโดยนายกฤษฎางค์ นุตจรัส เดินทางเข้าพบ พ.ต.อ.พิพัฒน์ บุญเพ็ชร์ ผกก.ฝอ.บก.น.6 รรท.ผกก.สน.สำราญราษฎร์ พ.ต.อ.สุริยา จำนงโชค พงส.ผทค.สน.สำราญราษฎร์ ตามที่พนักงานสอบสวนนัดหมาย 14 นักศึกษากลุ่มเอ็นดีเอ็ม เข้าให้ปากคำเพิ่มเติมในคดีความผิดฐานฝ่าฝืนคำสั่ง คสช.ฉบับที่ 3 และข้อหายุยงปลุกปั่น ตามมาตรา 116 จากการชุมนุมขับไล่คสช.ที่อนุสาวรีย์ประชาธิปไตย เมื่อวันที่ 25 มิ.ย. ทั้งนี้ นายกฤษฎางค์เปิดเผยว่า ลูกความทั้งหมดปฏิเสธที่จะมาตามนัด จะไม่ขอให้ปากคำใดๆในคดีนี้อีก เพราะไม่ยอมรับการนำคดีขึ้นสู่ศาลทหาร เว้นแต่จะมีการพิจารณาในศาลพลเรือน และทั้งหมดยืนยันจะเคลื่อนไหวเรียกร้องต่อไป นอกจากนี้ ลูกความยังคงมีเจ้าหน้าที่ทหารเฝ้าหน้าที่พัก รวมถึงเพื่อนที่มาลงชื่อเยี่ยมขณะถูกขัง ก็ถูกทหารตามเฝ้าเช่นเดียวกัน

ศธ.ไม่กังวลเด็ก ม.6 ต้าน คสช.

ที่ทำเนียบรัฐบาล พล.ร.อ.ณรงค์ พิพัฒนาศัย รมว.ศึกษาธิการ กล่าวถึงกรณีที่ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯและหัวหน้า คสช. สั่งกระทรวงศึกษาธิการเพิ่มหลักสูตรเสริมสร้างความเข้มแข็งของประเทศเน้นหน้าที่พลเมืองว่า การส่งเสริมให้เยาวชนสามารถแยกแยะระหว่างสิทธิและหน้าที่ของพลเมือง ถือเป็นเรื่องสำคัญ ครูต้องมีความเข้าใจ เพราะหากไม่เข้าใจแล้วละเมิดสิทธิ์ผู้อื่น ถือเป็นเรื่องไม่ถูกต้อง เมื่อถามถึงกรณี น.ส.ณัฐนันท์ วรินทรเวช นักเรียนชั้น ม.6 โรงเรียนเตรียมอุดมศึกษา และเลขาธิการกลุ่มการศึกษาเพื่อความเป็นไท ส่งกระดาษเปล่าในข้อสอบวิชาหน้าที่พลเมือง แสดงความไม่เห็นด้วยกับการเข้ามาควบคุมอำนาจของ คสช. พล.ร.อ.ณรงค์ตอบว่า เด็กคนเดียวจากเด็ก 10 กว่าล้านคน อาจมีบ้างที่มีความคิดแบบนั้น ถือว่าไม่แปลก และไม่ได้กังวลจะลุกลาม ซึ่งสื่อมวลชนไม่จำเป็นต้องนำเสนอให้เป็นเรื่องใหญ่

ขอบคุณไม่ใช้ ม.44 คดี “ธัมมชโย”

ที่ศูนย์บริการประชาชน ทำเนียบรัฐบาล นายสัมพันธ์ เสริมชีพ ทนายความพระเทพญานมหามุณี หรือพระธัมมชโย เจ้าอาวาสวัดพระธรรมกาย พร้อมตัวแทนลูกศิษย์วัดจำนวนหนึ่งนำกระเช้าดอกไม้ และจดหมายแสดงความขอบคุณ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้า คสช. จากกรณี พล.อ.ประยุทธ์ระบุจะไม่ใช้มาตรา 44 รื้อฟื้นคดีซื้อที่ดินของพระธัมมชโย และที่นายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี ระบุว่าไม่อยู่ในอำนาจของผู้ตรวจการแผ่นดินในการรื้อฟื้นคดี จึงขอชื่นชมในความเป็นผู้นำประเทศของนายกฯ ทั้งนี้ นายสุขสวัสดิ์ สุวรรณวงศ์ หัวหน้าฝ่ายประสานมวลชน ศูนย์บริการประชาชนเป็นตัวแทนรับหนังสือ

“ไพบูลย์” จี้ มส.สอบปมปาราชิก

ด้านนายไพบูลย์ นิติตะวัน อดีตประธานคณะกรรมการปฏิรูปแนวทางและมาตรการปกป้องพิทักษ์กิจการพระพุทธศาสนา สปช. กล่าวว่า เห็นด้วยกับนายกฯที่ไม่ใช้ ม.44 รื้อฟื้นคดีดังกล่าว ควรใช้วิธีตามปกติมากกว่า โดยนายกฯสามารถตั้งคณะกรรมการที่มีตัวแทนจากมหาเถรสมาคม (มส.) และหน่วยงานอื่นๆที่เกี่ยวข้องร่วมกันตีความให้ชัดเจนเลยว่า การลงชื่อตนเองเป็นเจ้าของในการซื้อขายที่ดิน เมื่อปี 2549 ของพระธัมมชโย ผิดพระธรรมวินัย ต้องปาราชิก ตามที่พระสังฆราชเคยมีพระลิขิตแล้วหรือไม่ หากตีความว่ายังไม่ปาราชิก ก็ขอให้ มส.ลงมติรองรับด้วย หรือทาง มส.ตั้งคณะกรรมการขึ้นมาตีความประเด็นดังกล่าวเอง เพื่อลดความคลางแคลงใจจากสังคมและแก้ข้อครหาว่าธัมมชโยได้รับความช่วยเหลือจากกรรมการ มส.รูปหนึ่งมาโดยตลอด

ท่ามกลางกระแสข่าวการปรับ ครม. ที่เริ่มชัดเจนขึ้นทุกที โดยเฉพาะทีมเศรษฐกิจและเก้าอี้ รมว.กลาโหม ทำให้ทุกฝ่ายจับตามองการเคลื่อนไหวของ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรีและ รมว.กลาโหม ที่ยังคงเก็บตัวเงียบผิดปกติ 24 ก.ค. 2558 04:17 24 ก.ค. 2558 04:17 ไทยรัฐ