วันอังคารที่ 21 สิงหาคม พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

แมน โต้กลับ แพท ยันไม่เคยทิ้งคลินิก! ขอโทษที่สร้างปัญหา!

แมน การิน ยันไม่เคยทิ้งคลินิกแล้วไปทำธุรกิจของตัวเอง บอกที่ผ่านมาได้พยายามช่วยคลินิกในทุกเรื่องที่จะช่วยได้ ปัญหาอยู่ที่รอฝ่ายบัญชีเคลียร์เอกสารเท่านั้นทุกอย่างจะได้จบ ไม่ได้มีปัญหาเรื่องเงิน เพราะเงินนั้นตนเองไม่เคยแตะเลย จะเป็นที่ฝ่ายบัญชีเป็นคนจัดการ ขอโทษแพท ถ้าเกิดเรื่องที่เกิดขึ้นมันทำให้มีปัญหากัน ถ้าเกิดตนเองทำผิดก็ขอยอมรับว่าผิด ตอนนี้ได้ถอนตัวจากคลินิกแล้ว และแพทไปทำต่อ ส่วนเรื่องเงินเคลียร์เรียบร้อย ไม่ได้มีปัญหา เหลือแค่เอกสารเท่านั้น...

เกือบจะเป็นเพื่อนรักหักเหลี่ยมโหดไปอีกคู่ สำหรับหนุ่ม แมน การิน ศตายุ กับสาวแพท ณปภา ตันตระกูล หลังจากมีปัญหากันในเรื่องของธุรกิจคลินิกเสริมความงามที่ขาดทุนถึงขั้นต้องปิดบริษัท และดูเหมือนเรื่องราวจะจบไปด้วยดี แต่ก็มีข่าวออกมา ซึ่งทั้งคู่ต่างก็พูดเป็นเสียงเดียวกันว่า เรื่องปิดคลินิกนั้นไม่เคยแพร่งพรายที่ไหนมาก่อน พอมาเป็นข่าวก็งงว่าเรื่องมันแดงออกมาได้อย่างไร ซึ่งก่อนหน้านั้นสาวแพทก็ออกอาการปรี๊ดแตกไปแล้วว่า เรื่องนี้มาเป็นข่าวได้ยังไง พร้อมทั้งเคลียร์แล้วว่าทุกอย่างคุยกันลงตัวแล้ว ไม่ขอพูดอะไรอีกแล้ว อีกทั้งถึงขั้นประกาศตัดความเป็นเพื่อนกับแมนไปเลย มาวันนี้หนุ่มแมนจึงได้นัดสื่อจำนวนหนึ่งเพื่อขอชี้แจงถึงเรื่องที่เกิดขึ้นในมุมของตัวเอง เพราะไม่อยากให้ใครเข้าใจผิดไปกันใหญ่ ซึ่งแมนก็มาพร้อมกับแฟนสาว เกล เวธกา ศิริวัฒนา หุ้นส่วนอีกคนของคลินิก โดยแมนและเกลได้เปิดใจเคลียร์เรื่องทั้งหมดที่เกิดขึ้นว่า

วันนี้ที่อยากพูดมีอะไรบ้าง?
แมน "อย่างแรก ต้องขอโทษเขาด้วยที่ทำให้เรื่องมันบานปลาย หรืออาจจะเป็นปัญหาเกิดขึ้นมากมาย ตัวผมเองจริงๆ แล้ว เคยออกมาพูดครั้งเดียว ครั้งหนึ่งแล้วเมื่อไม่นานนี้เกี่ยวกับเรื่องว่า ไม่ได้ต้องการเรื่องของเงิน ตัวแพทเองพูดถูกครับว่าเราได้เงินแล้ว อันนี้เรื่องจริงครับ ไม่ได้ผิดเลย อย่างที่สอง แพทเซ็นปิดแล้ว อันนี้ก็จริงครับ แต่เรื่องทั้งหมดนี้มันอยู่ที่บัญชีครับ คือทางบัญชียังไม่มีการส่งเรื่องนี่ไปที่กระทรวงพาณิชย์ เพื่อทำการปิด ที่หนังสือพิมพ์ อันนี้คือการปิดที่แท้จริง ตอนนี้เป็นเรื่องที่รอทางบัญชีเท่านั้น แล้วทางบัญชีก็เป็นของแพทเอง ซึ่งเขาดูแลเรื่องบัญชีส่วนตัวอยู่แล้ว ต้วผมเองจริงๆ ไม่มีอะไรผิดใจกันเลย แท้จริงแล้วปัญหาทั้งหมด มันอยู่ที่เราไม่คุยกันมากกว่า คืออาจจะไม่ได้มีโอกาสคุยกัน ด้วยทางแพทอาจจะงานเยอะ ตัวผมเองก็คิดว่าสิ่งที่ผมพูดออกไปค่อนข้างจะไม่ได้เป็นเรื่องของการทำร้ายกัน คิดว่าอยากให้มันจบจริงๆ แล้วก็เรื่องของข่าวเอง ก็ต้องบอกเลยว่า ไม่ได้เป็นคนที่ออกมาพูดก่อน ในหลายๆ ครั้ง จริงๆ ประเด็นข่าวนี้ เกิดขึ้นมาช่วงประมาณ เมษาครับ ถ้าเกิดย้อนกลับไปดูในกูเกิล ก็จะเห็นว่าเราไม่ได้เป็นคนออกมาพูด และก็ให้พูดประมาณ 2 ครั้ง จนมันมีเรื่องของเงิน ที่ออกมาว่าเราต้องการเงิน นั้นแหละครับผมถึงออกมาพูดเพื่อปกป้องในส่วนนี้ว่า เงินส่วนนี้เป็นเงินที่เราทุกคนที่ถือหุ้นกัน รวมทั้งแพทเองด้วย จะต้องแบ่งตามผลประโยชน์ผู้ถือหุ้น เรื่องมันอยู่แค่นี้ แล้วก็ได้มีการไปเซ็นปิดเรียบร้อยแล้ว ในวันที่ 12 พฤษภาคม"

เท่าที่ดำเนินธุรกิจด้วยกันมามีแววว่าจะมีปัญหาไม่ลงรอยกันไหม เพราะที่เขาพูดดูโมโห?
เกล "เรื่องนี้ไม่มีเลย เพราะวันที่เซ็นปิดบริษัท ยังโอเคอยู่เลย ยังไม่มีอะไรเลย"

แมน "ไม่มีปัญหาอะไรนะครับ ประเด็นผมมองว่าน่าจะเป็น ตรงกลางคือทางฝ่ายบญชีของบริษัทที่ล่าช้า ไม่ส่งเรื่องและอาจจะไม่ได้มีอธิบายทางแพทเองว่าเรื่องไปถึงไหน จริงๆ ปัญหาไม่ได้มีเลยนะครับ เราก็ไม่ได้ทะเลาะกันด้วย ไม่ได้มีปัญหาจริงๆ อันนี้พูดเลยตรงนี้"

หลังจากนั้นได้มีการพูดคุยกันบ้างหรือยัง ว่าเรื่องมันถึงตรงนี้แล้วนะ?
เกล "คือเรื่องนี้หนูเป็นคนรับผิดชอบนะ เพราะหนูเป็นคนดูเรื่องของการเงินทั้งหมด ก็ได้มีการโทรไปหาแล้ว พี่แพททำงาน เห็นว่าทำงานดึกก็เลยไม่มีได้คุยกัน"

ตรงนี้เลยเป็นรอยรั่วที่ทำให้ไม่เข้าใจกัน?
เกล "แต่หนูก็ได้โทรบอกบัญชีว่าให้อธิบายให้พี่แพทหน่อยถ้ามีเวลาว่าง คือตอนนี้ที่หนูกับพี่แมนรอคือใบปิดบริษัทเท่านั้นเอง เขารับปากว่า มิถุนาจบแน่นอน พอถึงเวลาก็โทรไปถามบัญชีเขาว่าเป็นยังไง เอกสารได้หรือยัง ทางนี้ตอบว่า ยังค่ะ รอเอกสารฝั่งนู้นรอเปิดบริษัทใหม่ เราก็อ้าวหรอ แล้วเมื่อไหร่เสร็จ ให้เดดไลน์ไปว่าไม่เกินวันที่ 20 เดือนนี้ พอถึงวันก็โทรไปอีก ก็บอกว่ายังไม่เสร็จ เอกสารเพิ่งจะได้ครบเมื่อไม่นานนี้เอง เพิ่งลงประกาศปิดบริษัทเมื่อไม่นานนี่เอง หนูก็ถามไหนบัญชีบอกว่าปิดไปแล้ว ทำไมไม่บอกแต่แรกว่าไม่เรียบร้อย คือเขาเหมือนยืดเวลาไปเรื่อยๆ อย่างล่าสุดก็บอกช่วยทำให้จบจริงเสียทีเถอะ คือเราไม่อยากมีปัญหาอีกแล้ว ทางนั้นก็บอกว่าวันที่ 7 สิงหานี้ หนูจะได้ใบปิดบริษัท"

แมน "เดี๋ยวดูกันครับว่าจะได้ใบปิดวันที่เท่าไหร่ ซึ่งทางแพทเองเขาพูดความจริงว่า ได้จ่ายเงินแล้ว เซ็นปิดแล้วแต่เรื่องยังไม่ได้ดำเนินการปิดครับ ตอนนี้ยังมีชื่อผมอยู่ ยังมีชื่อเกล และผู้ถือหุ้นอีกคนหนึ่งอยู่ สิ่งที่ผมต้องการคือไม่ได้ต้องการอะไรเลย แค่อยากปิดให้เรียบร้อย เราจะได้ไปดำเนินชีวิตของเราต่อทางอื่น แค่นั้นเองครับ ไม่ได้ต้องการอะไร เงินยังไม่ได้ต้องการเลยครับ พูดจริงๆ ผมรู้เพราะอะไร ผมเองทำธุรกิจกับแพทมา ผมรักคลินิกเหมือนกัน และก็เงินที่ได้ มันไม่เยอะครับ เรารู้สภาวะคลินิกขาดทุนมาตั้งแต่น้ำท่วม เราได้ใช้เงินที่มีอยู่น้อยนิดประทังคลินิกไปเรื่อยๆ เราสู้กันมาในจุดหนึ่งครับ ไม่ได้ว่าอยากจะได้ตรงนั้นเลยครับ แต่มันเป็นผลประโยชน์ที่สมควรจะได้รับเมื่อปิดบริษัทจริงๆ และจะบอกว่าแพทเป็นผู้ถือหุ้นที่เยอะที่สุด แพทก็ได้เยอะที่สุดด้วย พวกเราได้ไม่เยอะเลย อันนี้บอกตรงๆ"

จริงๆ มันมีปัญหาเรื่องเงินเข้ามาเกี่ยวไหม?
แมน "ไม่เกี่ยวเลยครับ ผมมองว่าเรื่องเงินไม่ได้มีปัญหาเลย เรื่องเงินเรา 2 คนยอมง่ายมาก ยกตัวอย่างเช่นในคลินิกมีบิลมีอยู่ 20 ตัว แล้วทางการเงินของคลินิกส่งบิลมาแค่ 3 ตัว เราอยากให้เรื่องมันจบก็โอเคแค่ 3 บิลก็ได้ ที่เหลือช่างมัน เพราะเราอยากปิดคลินิกแล้ว ถ้าอยากได้เงินจริงๆ ผมเอาเครื่องมือไปขายข้างนอกไม่ดีกว่าเหรอ เพราะเครื่องมือตัวเป็นล้าน ถ้าขายต่อเป็นมือสองมันได้ราคาดีกว่าที่เราจะขายต่อให้คลินิกเขาด้วยซ้ำ"

ติดใจไหมที่เขาเอาชื่อเดิมไปเปิดคลินิกใหม่?
แมน "เอาไปใช้ได้เลย ผมยินดีมากๆ การสร้างแบรนด์มันก็ต้องใช้เวลา แพทเขาเป็นคนนึงที่ร่วมสร้างมาด้วยกัน แล้วพอผมกับเกลไม่ได้ตรงนี้แล้ว แพทเขายังทำอยู่ก็ให้เขาต่อไป เรายอมรับได้ว่าธุรกิจนี้ไม่เหมาะกับเรา ถ้าไม่ตายเราก็สามารถหาเงินจากทางอื่นได้"

คลินิกเปิดใหม่เขาชวนเราร่วมหุ้นไหม?
แมน "ไม่ชวนครับ ถ้าชวนจริงๆ ผมก็ไม่พร้อมที่จะทำ เพราะผมไม่ถนัดเรื่องนี้อยู่แล้ว"

ที่ผ่านมาเขาบอกเราไม่ได้ช่วยโปรโมต?
แมน "ช่วยกันตลอดครับ มีช่วงหลังๆ ที่ผมเฟดออกมาแล้วแพทดูแลเป็นหลัก ผมยังถามแพทว่ามีอะไรให้ช่วยไหม แต่ถ้าให้ลงเงินเราไม่ไหวนะ เรารู้สึกว่ามันหนักสำหรับเราแล้ว ผมยังช่วยบริษัทในศาสตร์ตัวเลขว่าเราขอทำเป็นโปรโมชั่นได้ไหม ผมยินดีตรวจเบอร์โทรให้ได้ ช่วงนั้นแพทก็รับรู้แล้วว่าเราเริ่มเฟสตัวออกมาแล้ว แพทเองก็กำลังหาหุ้นส่วนคนใหม่เหมือนกัน"

จุดแตกหักของเรื่องราวครั้งนี้คืออะไร
แมน "ผมไม่ได้มองว่าเป็นจุดแตกหัก แต่ปัญหาคือเราไม่ได้คุยกันมากกว่า เราให้คนกลางคือบัญชีเป็นคนคุย เลยทำให้ไม่ได้เคลียร์กัน แต่ทางน้องเกลก็พยายามโทรไปคุยแล้ว ไม่ว่าจะเป็นการคุยกับฝ่ายการเงินและฝ่ายบัญชีของบริษัทเดิม ก็เกิดความล่าช้ามาตลอด"

จากการที่แพทให้สัมภาษณ์ดูเป็นการตัดเพื่อนไปเลย?
แมน "อุ๊ย ผมไม่ได้รู้สึกแบบนั้นครับ ผมบอกเลยว่าถ้าเจอกัน ร่วมงานกันผมทำได้เหมือนเดิม ตัวผมเองผมไม่ได้ติดใจอะไร อย่างน้อยผมว่าเขามีมุมน่ารักหลายอย่าง แต่หลายๆ อย่างถ้าเกิดสมมติว่าเป็นตัวที่ผมเองทำให้เขาไม่พอใจอะไร ผมต้องขอโทษตรงนี้ แต่ทั้งหมดทั้งมวลแล้วเนี่ย เรื่องมันไม่มีอะไรจริงๆ แล้วก็ไม่ได้ต้องการเงิน แต่ว่ามันมีหัวข่าวอยู่อันนึงที่ผมอ่านแล้วผมจี๊ดขึ้นมานิดนึง ตรงเรื่องที่ว่าผมไปเซ็นปิดบัญชีและไปถอนเงินออกจากบริษัท แค่นั้น ผมบอกเลยว่าทุกวันนี้ผมไม่เคยแตะ ตั้งแต่ทำคลินิกมา ผมไม่เคยแตะเงินคลินิกเลย ผมมีหน้าที่อย่างเดียวคือเซ็นเช็ค และเซ็นเช็คเนี่ยไม่ระบุเลขด้วยนะครับ เซ็นให้การเงินเอาไปใส่กี่บาทก็ได้เขียนตัวเลขเอาเอง บัตรเอทีเอ็ม สมุดบัญชีก็ไม่ได้อยู่ที่ตัวผมเลย ผมไม่เคยได้แตะเงินเลย อันนี้ผมกล้าพูดได้เต็มปากมากๆ นะครับ ผมแค่อยากจะออกมาพูดในจุดนี้ว่าผมไม่ได้เป็นคนเอาเงินออกมา และผมไม่เคยแตะเงินตรงนั้นแค่นั้นเองครับ"

เรื่องนี้แพทเค้ารู้ไหมว่า เราไม่ได้มีส่วนเรื่องของบัญชีเลย?
แมน "เขารู้อยู่แล้วครับ การเงินนี้เป็นเพื่อนของเกล ตัวผมเองไม่ได้แตะเรื่องการเงิน แต่ผมจะแตะในเรื่องของการพีอาร์ การประชาสัมพันธ์ในส่วนของการโปรโมตคลินิกร่วมกันของเรา ผมไม่ได้แตะเงินอยู่แล้ว" 

เกล "แต่พอมาช่วงหลังที่พี่แพทได้ไปทำคนเดียว ก็พี่แมนได้ไปเซ็นเปลี่ยนแล้วว่าพี่แพทมีอำนาจในการเซ็นในเรื่องของการเงิน หลังจากนั้นก็จะเป็นพี่แพทเป็นคนเซ็น"

เสียดายความเป็นเพื่อนไหม ดูเหมือนจะต่อไม่ติดแล้ว?
แมน "ถ้าตัวผมเองผมไม่ได้มีปัญหานะครับ ถ้าเจอกันก็คุยกันได้ คือสำหรับตัวผมเองเนี่ยผมก็อยากจะให้ทุกคนเป็นมิตรนะครับ ผมก็อยากจะเป็นเพื่อนกับทุกคน ผมว่าบางอย่างที่เกิดขึ้นอาจจะเกิดจากการไม่คุยกัน แต่ผมว่าแพทเป็นคนน่ารัก ถ้าเกิดได้มีโอกาสคุยกันหรือพูดกัน ผมเชื่อว่าเรื่องแค่นี้มันเป็นเรื่องเล็กครับ ปัญหามันไม่มีอะไรเลย สิ่งที่ผมผิดผมก็ขอโทษ ผมพูดได้เต็มปากว่าผมขอโทษถ้าเกิดทำให้เค้ารู้สึกไม่สบายใจ"

คิดจะหาเวลาสมานกันเหมือนเดิมไหม?
แมน "ถ้ามีโอกาสเจอผมอยากคุยนะ แพทเราขอโทษนะถ้าเกิดว่าเราทำให้แพทไม่สบายใจ แล้วก็จริงๆ ตัวผมเองไม่ได้ต้องการเงินหรือไม่ได้ต้องการอะไรเลย ผมแค่อยากต้องการให้มาปิดเป็นกิจจะลักษณะให้ถูกต้อง เพื่อที่จะได้ไปทำอย่างอื่น พี่อีกคนจะได้ไปทำธุรกิจของเขา เกลจะได้ไปทำของเค้าเต็มที่ ผมจะได้ไปทำของผมเต็มที่ แค่นั้นเอง แต่ตอนนี้แพทอาจจะเข้าใจว่า เงินก็จ่ายแล้ว เซ็นก็เซ็นแล้วทำไมยังไม่จบอีก ไม่มีอะไรเลยครับ ประเด็นมันอยู่ที่ฝ่ายบัญชีแค่นั้น ถ้ามีปัญหาอะไรไปคุยกับบัญชีครับ"

จริงๆ แมนกับเกลโมโหไหมที่เค้าให้สัมภาษณ์?
เกล "ถ้าถามว่ามีโมโหมั้ยมันก็ต้องมีอยู่แล้วค่ะ นิดหน่อย แต่คือรู้สึกว่าทุกครั้งที่มีข่าวเกิดขึ้นก็ได้มีการโทรไปเพื่อที่จะเคลียร์ว่ามีอะไรที่มันไม่เข้าใจกันรึเปล่า แต่ด้วยจังหวะเวลาการทำงานของพี่แพท ทำงานเยอะ ไม่ค่อยมีเวลาอันนี้หนูก็เข้าใจได้ค่ะ หนูก็เลยเลือกวิธีที่ฝ่ายบัญชี ซึ่งเป็นคนกลางอยู่แล้วได้อธิบายให้เค้าฟังว่าตอนนี้สิ่งที่หนูรอคืออะไร และเกิดอะไรขึ้น ช่วยไปเคลียร์ด้วยว่าจริงๆ แล้วหนูไม่ได้รออะไรนะ หนูรอแค่เอกสารในการปิดบัญชีเท่านั้นเอง"

แสดงว่าที่ผ่านมายังไม่ได้มีการพูดคุยกันต่อหน้ากันเลย?
แมน "ยังเลยครับ ทางอื่นก็ไม่ได้ติดต่อกันครับ คือติดต่อผ่านแค่ทางฝ่ายบัญชีเท่านั้นครับ"

ไม่ได้คุยกันนานรึยัง?
แมน "นานมากแล้วครับ"

เกล "หนูยังได้คุยค่ะ ได้คุยนิดเดียว"

แมน "พอมีเรื่องของการเงินเข้ามาเกี่ยวข้อง จะเป็นหน้าที่ของเกลแล้ว เกลจะเป็นผู้ที่ดูแลเรื่องเงิน ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของคลินิกหรือแม้แต่ชีวิตของตัวเอง ผมจะให้แฟนผมดูแลอยู่แล้ว"

เกล "เพราะหนูเป็นคนคุยกับทั้งการเงินและบัญชีของบริษัทให้เขา"

แต่เราก็ไม่ได้คิดว่าเขาหลบหน้าเราใช่ไหม?
เกล "ไม่หรอกค่ะ ไม่มีหลบ"

แมน "ไม่น่าจะหลบกันนะครับ เพราะอย่างน้อยเกลกับแพทเองก็อยู่ช่อง 3 ด้วยกัน แต่ตัวเองอาจจะอยู่อีกสายหนึ่ง แต่เราไม่ค่อยได้เจอกันมากกว่า"

เข็ดกับการทำธุรกิจไหม?
แมน "ไม่เลยครับ ผมเชื่อว่ามันเป็นประสบการณ์ที่ดีครับ และก็ได้รู้ว่าเราถนัดอะไรและไม่ถนัดอะไร เราสองคนยอมรับกับความผิดพลาดได้ ไม่มีใครที่จะประสบความสำเร็จทุกอย่าง มันต้องมีจุดเล็กๆ จุดหนึ่งที่มันอาจจะพลาด ผมเองผมเชื่อว่าผมอาจไม่ถนัดตรงนี้ เกลอาจจะไม่ถนัดตรงนี้ แต่ตรงอื่นเราไปลองใหม่ได้ เราเอาประสบการณ์ตรงนี้ไว้แค่เรียนรู้ ไม่เคยเข็ดจากการทำธุรกิจเลยครับ แล้วก็ยังมีความสุขที่ได้ทำในสิ่งที่เราตั้งใจทำด้วยกันอยู่เสมอ รักคลินิกเหมือนกันไม่ได้ไม่รัก บอกเลยรักมาก"

คือแพทพูดเหมือนน้อยใจว่า เราทิ้งคลินิกไปเลย และไปทำเรื่องตัวเลขเหมือนจะรุ่งกว่า?
แมน "อันดับแรกผมบอกก่อนเลยว่า ผมอาจจะเป็นในมุมของการที่ผมยอมรับความผิดพลาด หรือความเจ๊ง หรือความแบบขาดทุนของคลินิกได้ ผมเนี่ยเจอภาวะปัญหามาพร้อมๆ กับทุกคนในช่วงที่น้ำท่วม ช่วงนั้นเป็นช่วงที่เราเริ่มขาดทุนครับ ลูกค้าเริ่มน้อย เราเริ่มเอาเงินจากส่วนที่เคยได้มาก่อนหน้านี้ช่วงที่ธุรกิจมันไปได้ดี เอาออกมาใช้ความ เพื่อประทังคลินิกให้อยู่รอด ถ้าผมไม่รักนะครับ ผมไปตั้งนานแล้วครับ คือเรื่องตัวเลขมันก็เป็นสิ่งที่ผมรักเหมือนกัน แต่ไม่ใช่ว่าผมทิ้งคลินิก แล้วไปทำตัวเลข ไม่นะครับ ผมยังพยายามคุยกับแพทว่ามีส่วนไหนที่ผมจะไปโคโปรโมชั่นกับเค้าได้บ้าง ขอให้ผมไปช่วยได้มั้ย ผมก็ยังบอกอยู่ ในจุดนั้น แล้วเรื่องตัวเลขเนี่ย มันอาจจะเป็นโชค หรือโอกาสของผม ที่ไปทำแล้วมันดันรุ่ง คืออย่างคลินิก ผมก็คาดหวังว่าวันนึงมันจะรุ่งหมือนกัน ผมไม่เคยคิดว่ามันจะต้องเจ๊ง ผมก็ทำทุกอย่าง อย่างเต็มที่ แต่แค่เมื่อมาถึงจุดหนึ่ง ผมก็ยอมรับว่ามันไปต่อไม่ได้ ผมก็แค่หยุดแค่นั้น ผมไม่ได้ทิ้ง ผมแค่ยอมรับว่าผมไปต่อไม่ได้ ผมไม่ได้ถนัดเรื่องคลินิก แล้วผมก็บอกเลยว่า ผมขอลงเงินก้อนสุดท้าย ในวันที่มันถึงจุดที่มีปัญหา ประมาณ 190,000 บอกว่าแพทเราขอดูอีก 3 เดือนแล้วกัน ถ้าเกิดเยอะ เราไม่ไหวนะ เราบอกเลย เราบอกอย่างนี้ตรงๆ แต่ถ้าเกิดว่าให้เราช่วยอย่างอื่น เราทำให้เต็มที่"

เหมือนแพทเขาบอกว่าเรื่องมันจบแล้ว แต่สงสัยว่าเรื่องมันเกิดขึ้นมาอีกได้ยังไง?
แมน "อันนี้ผมไม่ขอพูดแล้วกัน ให้ไปดูกูเกิลย้อนหลัง ว่าประเด็นคลินิกเกิดขึ้นมาวันที่เท่าไหร่ แล้วใครพูดก่อน ในส่วนนี้ผมบอกแค่นี้ไม่อย่างนั้น มันจะต่อกันไม่จบ ให้ไปดูกันเลย แล้วคลินิกปิดไม่ปิดยังไง เดี๋ยวรอดูวันที่หนังสือออก ดูเลยว่าปิดวันที่เท่าไหร่ คืออย่างที่บอก ผมยังไม่อยากพูดอะไรเยอะ ไม่อย่างนั้น มันก็จะทะเลาะไปเรื่อยๆ ผมไม่อยากทะเลาะกับเพื่อน ผมอยากทำอย่างอื่น เกลอยากทำอย่างอื่นแล้ว"

หลังจากนี้ถ้าแพทจะออกมาพูดอีก เราจะออกมาเคลียร์ต่ออีกไหม?
แมน "ผมว่าผมจะไม่พูดแล้วครับ รอวันที่ 7 สิงหาคม รอเอกสารมาปุ๊บ แล้วผมจะบอกเลยว่า เนี่ย จบวันที่เท่าไหร่ จบแล้วนะ คือจบอย่างแท้จริงแล้วนะ"

เรามีอะไรอยากจะฝากบอกแพทไหม?
แมน "อันดับแรกขอโทษแพทนะครับ ถ้าเกิดมันมีเรื่องราวต่างๆ เกิดขึ้น แล้วทำให้เรามีปัญหากัน อาจจะเป็นเรื่องของการพาดหัวข่าวต่างๆนานา ผมมองว่า ในฐานะที่ผมเป็นผู้ชาย แล้วก็เป็นเพื่อนกัน ผมขอโทษแพทได้ อยู่แล้ว สิ่งที่ผมผิด ผมยอมรับว่าผมผิด แล้วผมก็อยากให้แพทโชคดี อันนี้ผมไม่ได้ประชดนะครับ ผมพูดจากใจเลย ผมยังดูความสำเร็จของเพื่อนอยู่ แล้วก็อยากให้แบบว่า วันนึงเจอกัน แล้วก็เป็นเพื่อนกัน ทักกันได้ ไม่ได้มีปัญหา ปรึกษาได้ทุกอย่างนะครับ แล้วก็ขอบคุณแพทมากๆ สำหรับความเป็นเพื่อน ที่มีให้กันตั้งแต่แรกๆ เพราะแพทถือว่าเป็นเพื่อนคนแรกที่เดินมาตบไหล่ผม แล้วบอกว่า เฮ้ย ว่าไงวะ ไอ้แมน พูดกูมึงกับผมคนแรก ในวันที่ผมเข้าไปอยู่ในพาวเวอร์ทรี ผมบอกได้เลยว่าผมซึ้งใจ แล้วก็รักแพทมาก ในความเป็นเพื่อนของเค้า ผมเชื่อว่าธุรกิจ คือธุรกิจ แต่ในความเป็นเพื่อนผมแยกได้ แล้วผมก็ไม่คิดจะมีปัญหากับเพื่อน สิ่งไหนที่ผมขอโทษได้ คุกเข่าขอโทษเพื่อนได้ ผมยอม ผมไม่ได้ต้องการเงิน ผมต้องการความเป็นเพื่อน ผมต้องการมิตรภาพมากกว่า"

ถ้าเราจะแต่งงาน จะแจกการ์ดให้แพทไหม?
แมน "ผมกลัวว่าเค้าจะไม่มาน่ะสิ ผมก็อยากให้อยู่แล้ว เพื่อนกันเนอะ เพื่อนช่อง 3 คนแรกด้วย ก็อยากให้มาอยู่แล้ว เอาเป็นว่าถึงวันที่ได้แจกก่อนแล้วกันนะครับ แต่เดี๋ยวเขาจะหาผมประชดรึเปล่า ถ้าเอาไปให้ แต่ผมบอกตรงนี้เลยว่า เราไม่ได้มีปัญหา เราอยากเคลียร์ แต่ตรงนี้ ตรงกลางของเรา คือบัญชี มันเป็นจุดที่ทำให้เราไม่ได้คุยกัน ก็เอาเป็นว่าตรงนี้เราขอโทษในสิ่งที่เราไม่ได้เคลียร์แล้วกัน"

แต่เราก็ยังหวังว่ามันจะจบลงด้วยดี?
แมน "ใช่ครับ หวังแค่นั้น คือเราหวังตั้งแต่ต้นว่ามันจะจบ ไม่ได้หวังว่ามันจะเป็นข่าวอะไรเลย เงินก็ไม่ได้หวัง เพราะรู้อยู่แล้วว่ามันไม่ได้เยอะ เราเข้าใจจริงๆ เข้าใจมากๆ หุ้นทุกคนเข้าใจว่าสภาวะคลินิกมันเป็นยังไง"

ถ้าไม่ได้เคลียร์กัน คิดว่าจะมีโอกาสจบลงด้วยดีได้ไหม?
แมน "ถ้ามีโอกาส ก็ฝากพี่นักข่าวแล้วกัน ว่าอยากให้เรื่องในจบลงด้วยดี เป็นกาวสมานความรู้สึกด้วยส่วนนึงก็ได้ ตัวผมเอง ถ้าผมมีโอกาส ผมก็จะลองโทรไปคุยกับเค้า อยากทำให้ดีที่สุด ไม่อยากให้เดินผ่านกันแล้วเชิดใส่ เราไม่อยากมาถึง ณ จุดนี้ เรามาได้ยังไงจุดนี้ ผมไม่อยากเป็นแบบนั้น"

เกล "จริงๆ แล้วมันไม่มีปัญหากันหรอกค่ะ วันที่ได้คุยกัน ในเรื่องของเงิน เรื่องของการแจกแจงค่าเสื่อมต่างๆ ของพี่แมน พี่แพทก็รับรู้ แล้วตัวพี่แมนเอง เค้าก็รับผิดชอบในส่วนที่เค้าไม่ได้ไปต่อ แล้วมันก็ยังมีค่าใช้จ่ายเกิดขึ้นในระหว่างนั้น ซึ่งพี่แมนก็รับผิดชอบ ซึ่งนั่นก็หมายถึงว่าพี่แมน พี่แพทได้ปิดพร้อมกัน ณ วันตรงนั้น"

แมน "ซึ่งก็ไม่ได้มีปัญหาเลยครับ ผมยอมรับในส่วนที่ผมต้องรับผิดชอบ ที่เค้าบอกว่าผมหยุด ผมทิ้งเค้า พอวันที่คิดตังค์ ผมให้เค้าหักค่าใช้จ่ายเลย เท่าไหร่ของผม แบ่งเลย แพทคิดไปเลย ผมไม่ว่าเลยตรงนั้น เอาแบบที่มันถูกต้องนะ เอาให้สบายใจเลย ณ จุดนั้นแค่นั้นเอง".

แมน การิน ยันไม่เคยทิ้งคลินิกแล้วไปทำธุรกิจของตัวเอง บอกที่ผ่านมาได้พยายามช่วยคลินิกในทุกเรื่องที่จะช่วยได้ ปัญหาอยู่ที่รอฝ่ายบัญชีเคลียร์เอกสารเท่านั้น ทุกอย่างจะได้จบ ไม่ได้มีปัญหาเรื่องเงิน เพราะเงินนั้นตนเองไม่เคยแตะเลย 23 ก.ค. 2558 17:06 23 ก.ค. 2558 18:39 ไทยรัฐ