วันอังคารที่ 21 สิงหาคม พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

เศรษฐกิจไทยเลวร้ายจริงหรือ?

ท่านผู้อ่านอาจคิดว่าผมบ้าไปแล้วที่ถามอย่างนี้ แต่ในความเป็นจริง เศรษฐกิจไทยหลายส่วนก็ไม่ได้เลวร้ายมากมายอย่างที่คิด ในบทบรรณาธิการวารสาร “การเงินธนาคาร” เดือนกรกฎาคมได้วิเคราะห์ ไว้อย่างน่าสนใจว่าเป็น “เศรษฐกิจไทย 2 นครา” คือแบ่งออกเป็น 2 ภาคอย่างชัดเจน ภาคเศรษฐกิจของมนุษย์เงินเดือนที่ยังดีอยู่ แต่ เศรษฐกิจรากหญ้ากำลังเดือดร้อนสาหัส

การเงินธนาคาร ได้ยกตัวอย่าง กําไรสุทธิ ของบริษัทจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ 400 บริษัทไตรมาสแรก มีกำไรสุทธิรวมกันถึง 225,000 ล้านบาท และคาดว่า ไตรมาส 2 จะมีกำไรสุทธิรวมกันกว่า 221,000 ล้านบาท ต่ำกว่าไตรมาสแรกนิดหน่อย

สรุป 6 เดือนแรกปีนี้ บริษัทจดทะเบียน 400 กว่าบริษัทในตลาด หลักทรัพย์ มีกำไรสุทธิรวมกันไม่ต่ำกว่า 446,000 ล้านบาทแน่นอน ถ้าคิดรวมทั้งปี ผมคิดว่ากำไรสุทธิของบริษัทจดทะเบียนในปีนี้น่าจะไม่หนี 800,000–900,000 ล้านบาท ทั้งที่เผชิญกับวิกฤติเศรษฐกิจในประเทศ วิกฤติเศรษฐกิจโลก และ การส่งออกที่ติดลบ

จึงเป็นที่มาของคำถามผมว่า เศรษฐกิจไทยเลวร้ายจริงหรือจากตัวเลขกำไรสุทธิที่เห็นจากบริษัทจดทะเบียน 400-500 บริษัท ยังไม่นับรวมกำไรของบริษัทนอกตลาดอีกมากมาย แสดงว่าเศรษฐกิจส่วนบนยังไปได้ดี กำลังซื้อก็มี เพียงแต่ ผลงานของรัฐบาลบิ๊กตู่ไม่เป็นที่ประทับใจ แก้ปัญหาในประเทศไม่เป็น โดยเฉพาะปัญหาของเกษตรกรรากหญ้า จึงทำให้คนระดับกลางขึ้นไป ไม่ไว้วางใจการทำงานของรัฐบาลจึงระมัดระวังในการใช้จ่าย ทำให้เศรษฐกิจหมุนไม่คล่องอย่างที่เคย แต่แวดวงตลาดรถยนต์ก็ยังประเมินกันว่ารถใหม่ปีนี้ยังขายได้ 7-8 แสนคัน ถือว่าไม่น้อยเลยทีเดียว

ปัญหาใหญ่ของ รัฐบาลบิ๊กตู่ ที่ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา จะต้องแก้ไขเร่งด่วนตั้งแต่วินาทีนี้ เพื่อเรียก “ความเชื่อมั่น” ให้กลับคืนมาก็คือ การลงไปแก้ปัญหาความยากจนของคนรากหญ้าและเกษตรกรที่หมดเนื้อหมดตัวจากภัยแล้ง ที่รัฐบาลยังไม่ได้แก้ไข มัวแต่รำเงื้อง่า แต่ไม่ลงมือทำสักที แม้แต่ น้ำดื่มที่ขาดแคลน ขนาด “ในหลวง” ทรงแจกนำร่องให้เห็น รัฐบาลบิ๊กตู่ก็ตีความไม่ออก นอกจากไม่ขยายผลต่อ นำน้ำไปแจกจ่ายให้ประชาชนที่เดือดร้อนอย่างทั่วถึง ยังมาหาว่าผมเขียนด่านายกฯไปเสียฉิบ

ถามว่า รัฐบาลไม่มีเงินไปช่วยเหลือชาวนาและเกษตรกรที่เดือดร้อนจริงหรือไม่

ผมตอบเปรี้ยงตรงนี้ได้เลยว่า ไม่จริง รัฐบาลมีเงินมากมายที่จะใช้ช่วยเหลือชาวนาและเกษตรกรได้ เพียงแต่ รัฐบาลบิ๊กตู่บริหารจัดการไม่เป็น จึงทำให้ประชาชนรากหญ้าเดือดร้อนกันทุกหย่อมหญ้า เงินที่ควรนำไปใช้ประโยชน์ ก็ไม่นำไปใช้ประโยชน์ กลับเก็บไว้เฉยๆ ปล่อยให้เกษตรกรเงยหน้ารอฝนร้องขอความช่วยเหลือจากรัฐบาลอย่างน่าเวทนา

เงินที่ผมพูดถึงนี้ ไม่ใช่เงินในงบประมาณของรัฐบาล แต่เป็น “เงินกองทุนหมู่บ้าน” ที่มีอยู่ 79,255 กองทุน ครอบคลุมทุกหมู่บ้านทั่วประเทศ เงินในกองทุนทั้งหมดล่าสุดยังมีอยู่ กว่า 200,000 ล้านบาท ไม่กี่เดือนก่อน คุณสมหมาย ภาษี รัฐมนตรีคลัง ก็ยังเสนอ ครม.ให้ ธนาคารออมสิน และ ธ.ก.ส. สนับสนุนสินเชื่อให้กับกองทุนหมู่บ้าน เกรดซีดีอีก 40,000 ล้านบาท และให้เป็นพี่เลี้ยงกองทุนหมู่บ้านด้วย

แต่วันนี้รัฐบาลก็ยังไม่ได้ทำ เงินก็ยังไปไม่ถึงประชาชนในทุกหมู่บ้านที่รอกันเหงือกแห้ง

ถ้า พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี กล้าตัดสินใจช่วยเหลือเกษตรกรที่ยากไร้จากภัยแล้งอย่างซีเรียสจริงจัง ก็แค่สั่งการให้หน่วยงานที่รับผิดชอบ จัดสรรเงินกองทุนหมู่บ้านกว่า 200,000 ล้านบาท ปล่อยกู้ให้ประชาชน 79,255 หมู่บ้าน ที่เดือดร้อนจากภัยแล้ง เพาะปลูกไม่ได้ ให้มีเงินยังชีพ มีเงินทุนไปทำมาหากินอย่างอื่นในหมู่บ้าน จนกว่าจะผ่านวิกฤตินี้ไป บ้านเมืองก็จะไม่เดือดร้อนสาหัสกันอย่างนี้

เศรษฐกิจรากหญ้าจะได้ขับเคลื่อนได้ เป็นฟันเฟืองไปขับเคลื่อนเศรษฐกิจตัวใหญ่ได้

ทำแค่นี้แหละ “ความเชื่อมั่น” ก็จะกลับมาทันที เมื่อรู้ว่ารัฐบาลนี้แก้ปัญหาเป็น เศรษฐกิจรากหญ้าก็แฮปปี้ เศรษฐกิจยอดหญ้าก็แฮปปี้ เรื่องง่ายๆแบบนี้ ทำไมจึงแก้ปัญหากันไม่เป็น เอาแต่จัดธงฟ้าธงเขียวอย่างเดียว ผมเขียนวันนี้เพราะทนเห็นการแก้ปัญหาแบบผิดๆต่อไปไม่ไหวแล้ว.

“ลม เปลี่ยนทิศ”

23 ก.ค. 2558 09:43 23 ก.ค. 2558 09:43 ไทยรัฐ


advertisement