วันอังคารที่ 14 สิงหาคม พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

วาระแห่งชาติบริหารน้ำ ย้ำให้ดีชาตินี้หรือชาติไหน?

โดย ซูม

ขณะที่ผมเขียนต้นฉบับวันนี้มีข่าวดีทยอยเข้ามาเป็นระยะๆว่าปัญหาเรื่องภัยแล้งเริ่มคลี่คลายลงบ้างแล้ว เพราะมีฝนตกลงมาพอสมควรทั้งภาคเหนือภาคอีสานรวมไปถึงภาคกลางบางส่วนด้วย

ส่งผลให้มีน้ำไหลทยอยเข้าสู่เขื่อนใหญ่ของเราเป็นระยะๆ แม้จะยังไม่มากพอแต่อย่างน้อยก็ทำให้กรมชลประทานใจชื้นสามารถปล่อยน้ำมาช่วยชาวนาเลี้ยงต้นข้าว ที่ใกล้จะแห้งตายได้พอสมควรในหลายๆพื้นที่

แน่นอนละครับผลเสียหายจากภัยแล้งนั้นได้เกิดขึ้นแล้ว รวมไปถึงการที่เกิดภาวะฝนทิ้งช่วงประกอบกับเขื่อนต่างๆไม่สามารถปล่อยน้ำได้ในตอนแรก ย่อมจะทำให้การปลูกพืชทุกชนิดได้ผลไม่เต็มที่โดยเฉพาะการทำนาปลูกข้าว

แต่อย่างน้อยการที่มีฝนตกลงมาบ้าง และทางราชการสามารถปล่อยน้ำได้บ้าง คงจะช่วยให้ผลกระทบจากภัยแล้งลดลง

ส่วนจะลดมากน้อยแค่ไหนก็ขึ้นกับว่าฝนจะตกลงมาอีกหรือไม่ ถ้ายังตกในปริมาณมากพอ ความเสียหายก็จะไม่มากนัก

แต่ถ้าจู่ๆเกิดภาวะฝนทิ้งช่วงคือแล้งขึ้นมาอีกระลอก ความเสียหายก็คงจะไม่ลดลง และเผลอๆจะมากขึ้นอีกด้วยซ้ำ

ดังนั้นจากนี้ไปกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ร่วมกับกระทรวงมหาดไทยในฐานะผู้ดูแลพื้นที่ภัยแล้งทั่วประเทศ จะต้องร่วมกันติดตามปัญหาอย่างใกล้ชิด

พร้อมกับเตรียมแผนการช่วยเหลือล่วงหน้าเอาไว้เพื่อผ่อนหนักเป็นเบาให้มากที่สุด

ส่วนแนวทางแก้ปัญหาระยะยาวนั้นก็มีข่าวว่านายกรัฐมนตรีจะกำหนดให้มีแผนบริหารน้ำเป็นวาระแห่งชาติยาวนานไปจนถึงปี 2569 หรืออีก 11 ปีข้างหน้า

โดยเฉพาะในช่วงแรกถึงปี 2559 จะเร่งดำเนินการใน 12 กิจกรรม อาทิ หาแหล่งนํ้าเพิ่ม จัดทำระบบส่งนํ้า ขุดลอกคูคลอง ทำแก้มลิง ขยายอ่างเก็บนํ้า ฯลฯ

บางส่วนมีงบประมาณที่ตั้งไว้ในงบประมาณประจำปีอยู่แล้ว บางส่วนอาจจะตั้งเป็นงบเงินกู้แต่ก็จะไม่มากนัก

ผมขออนุญาตไม่ลงรายละเอียดมากไปกว่านี้ เอาเป็นสรุปว่า รัฐบาลท่านตัดสินใจให้เรื่องบริหารจัดการนํ้าเป็นวาระแห่งชาติแล้ว

จากนี้ไปก็ขอให้ทุกๆฝ่ายที่มีหน้าที่ที่จะต้องปฏิบัติตามวาระลงมือปฏิบัติด้วยความกระฉับกระเฉง และเอาจริงเอาจังด้วยเถิด

อย่าทำเป็นกระตือรือร้นเฉพาะในช่วงนี้เท่านั้น แต่พอกาลเวลาผ่านไป ภาวะภัยแล้งคลี่คลาย การทำงานทั้งหลายก็เริ่มชะลอลง จนถึงขั้นเงียบหายไปในที่สุด

รอไปจนเกิดแล้งครั้งใหม่ประชาชนเดือดร้อนหนใหม่ ค่อยมาพูดถึง ค่อยมาทำทีว่าเอาจริงเอาจังกันอีกที

ความจริงภัยแล้งครั้งนี้แม้จะหนักหน่วงที่สุดอย่างที่รายงานข่าวบางกระแสรายงานไว้...แต่ก็มิใช่เป็นการเกิดขึ้นครั้งแรกแต่ประการใด

แท้ที่จริงได้เกิดขึ้นครั้งแล้วครั้งเล่าจนคำว่า “แล้งซ้ำซาก” หรือแล้งแล้วแล้งอีกกลายเป็นคำฮิตอยู่ระยะหนึ่ง

แสดงถึงการไม่แก้ไขปัญหากันอย่างจริงจัง ไม่ได้วางแผนระยะยาว ไม่ได้เตรียมการอะไรไว้ ทั้งๆที่รู้อยู่แล้วว่าภูมิอากาศของประเทศไทยก็เป็นอย่างนี้แหละ เดี๋ยวแล้งเดี๋ยวท่วมสลับกันไป

จึงเกิดปัญหา “แล้งซ้ำซาก” ขึ้นเนืองๆ และระยะหลังๆก็เจอปัญหา “ท่วมซ้ำซาก” ควบคู่กันไปด้วย

ผมก็ได้แต่หวังว่าวาระแห่งชาติเรื่องน้ำที่รัฐบาลกำหนดขึ้นครั้งนี้จะเป็นการพลิกประวัติศาสตร์ใหม่ของประเทศไทย คือนำไปสู่การแก้ปัญหาความแห้งแล้งอย่างจริงจังและเป็นรูปธรรม

อย่าหาว่าผมประชดประชันเลยนะครับ แต่ผมเป็นห่วงจริงๆ

สำหรับผลการแก้ปัญหาเรื่องนํ้าในอดีต จึงอยากจะฝากท่านนายกฯ

ได้โปรดกรุณาย้ำทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้องให้ชัดเจนด้วย

ว่า “วาระแห่งชาติ” เรื่องการบริหารน้ำของรัฐบาลที่กำหนดขึ้น หมายถึง “ชาตินี้” นะครับ มิได้หมายถึง “ชาติหน้า” โดยเด็ดขาด

เพราะหากท่านไม่ย้ำว่าหมายถึงชาตินี้ ผมก็ห่วงว่าฝ่ายต่างๆ จะทำบ้างไม่ทำบ้าง...ในที่สุดคำว่า “วาระแห่งชาติ” ก็จะกลายเป็น “ชาติหน้า” คือทำเท่าไรก็ไม่เสร็จสักทีเหมือนในอดีตที่ผ่านมา.

“ซูม”

23 ก.ค. 2558 09:35 23 ก.ค. 2558 09:35 ไทยรัฐ