วันพฤหัสบดีที่ 16 สิงหาคม พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

ยังเหลือบาน

วิกฤติน้ำหมดเขื่อนคราวนี้ ทำให้คนไทยดวงตาเห็น ธรรมมองเห็นคุณค่าของ “น้ำ” ขึ้นอีกบานตะไท

ทำให้สังคมไทยเริ่มสำนึกว่าเมืองไทยไม่มีน้ำเหลือ เฟือให้ล้างผลาญอย่างไม่บันยะบันยัง

ข้อสำคัญทำให้ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ต้องกระโดดลงมาเป็นประธานคณะกรรมการบริหารจัดการน้ำแห่งชาติด้วยตัวเอง

ลงมาจัดการแก้ปัญหาน้ำทุ่งน้ำท่าน้ำป่าน้ำเขื่อนสุดลิ่มทิ่มประตู

“แม่ลูกจันทร์” มั่นใจว่าเมื่อ พล.อ.ประยุทธ์ ลงมากำกับดูแลแก้ปัญหาเองจะทำให้แผนยุทธศาสตร์บริหารจัดการครบวงจรที่ติดค้างลำกล้องเกือบ 1 ปี ขับเคลื่อนได้เร็วกว่าเดิม

สรุปแผนยุทธศาสตร์น้ำของรัฐบาลแบ่งเป็น 3 ช่วงดังนี้คือ

ระยะเร่งด่วน 3 ปี จะใช้เงินลงทุน 80,000 ล้านบาท เพื่อให้ทุกตำบลมีน้ำกินน้ำใช้ไม่ขาดแคลน

แผนระยะกลาง 5 ปี จัดสร้างแหล่งกักเก็บน้ำเพิ่มอีก 7,000 ล้าน ลบ. เมตร ให้เพียงพอความต้องการ

แผนระยะยาว 10 ปี ลงทุนสร้างอุโมงค์ดึงน้ำสาละวินไปใส่เขื่อนภูมิพล และดึงน้ำโขงเติมใส่เขื่อนสิริกิติ์ เพื่อสร้างความมั่นใจว่าประเทศไทยจะมีน้ำสำรองพอใช้ตลอดปี

“แม่ลูกจันทร์” ชี้ว่าถ้าประเทศ ไทยพัฒนาระบบชลประทาน และประสิทธิภาพการจัดเก็บน้ำฝนขึ้นอีกแค่ 25 เปอร์เซ็นต์

จะแก้ปัญหาน้ำขาดแคลนได้อย่างแน่นอน!!

ไม่ต้องทุ่มเงินหลายแสนล้านบาททำอุโมงค์ยักษ์ยาวกว่า 200 กม. ดึงน้ำจากแม่น้ำโขง และแม่น้ำสาละวิน ซึ่งต้องใช้เวลาก่อสร้างนานเกือบ 10 ปี

“แม่ลูกจันทร์” ไม่ได้พูดส่งเดช แต่มีสถิติน้ำของกรมชลประทานเป็นใบเสร็จยืนยัน

สรุปง่ายๆอ่านแล้วจะได้ไม่งง ปริมาณน้ำฝนตกเฉลี่ยขั้นต่ำของประเทศไทย อยู่ที่ 2.8 แสนล้าน ลบ.เมตรต่อปี

ในขณะที่ความต้องการใช้นํ้าของประเทศไทยเฉลี่ยสูงสุดอยู่ที่ 1.5 แสนล้าน ลบ.เมตรต่อปี

แสดงว่าเทวดาเยี่ยวเป็นนํ้าฝนลงมาเกินความต้องการใช้นํ้าเกือบเท่าตัว

ปัญหาอยู่ที่เขื่อนทุกเขื่อนทั่วประเทศไทยสามารถกักเก็บนํ้าฝนได้สูงสุดเพียง 7 หมื่นล้าน ลบ.เมตร เท่านั้นเอง

เท่ากับเราสต๊อกนํ้าฝนได้เพียง 1 ใน 4 ของปริมาณนํ้าฝนขั้นตํ่าของทุกปี

เฮ้อ...มันน่าเสียดายมั้ยล่ะคุณ??

“แม่ลูกจันทร์” ยํ้าว่าสำหรับนํ้าฝนที่ไม่ตกลงเขื่อน แต่ตกกระจายทั่วทุกพื้นที่ของประเทศไทย

เรานำนํ้าส่วนนี้ไปใช้ประโยชน์ได้ในการเพาะปลูก และอุปโภคบริโภคได้อีกเพียง 2 ใน 4 เท่านั้นเอง

ยังมีนํ้าส่วนเกินที่ปล่อยไหลทิ้งลงอ่าวไทยไปฟรีๆอีกกว่า 70,000 ล้าน ลบ.เมตร

หรือเท่ากับนํ้าเต็มความจุเขื่อนทุกเขื่อนของประเทศไทย

เอวังก็มีด้วยประการฉะนี้แลแฮ

“แม่ลูกจันทร์” สรุปว่า นํ้าทุกหยดมีคุณค่าอย่าปล่อยให้ไหลทิ้งไปฟรีๆ

เชื่อหรือไม่...ว่าปริมาณนํ้าต้นทุนที่มีอยู่ในปัจจุบันเราใช้เพื่ออุปโภคบริโภคเพียง 4 เปอร์เซ็นต์

ใช้เพื่อการอุตสาหกรรมอีกเพียง 3 เปอร์เซ็นต์

และใช้เพื่อรักษาระบบนิเวศอีก 18 เปอร์เซ็นต์

นํ้าที่เหลืออีก 75 เปอร์เซ็นต์ เราใช้เพื่อเกษตรกรรม

แบ่งเป็นเกษตรกรรมในเขตชลประทาน 43 เปอร์เซ็นต์

เกษตรกรรมนอกเขตชลประทานอีก 32 เปอร์เซ็นต์

ข้าวกินนํ้าจุกว่าคน 25 เท่าตัว.

"แม่ลูกจันทร์"

23 ก.ค. 2558 08:49 23 ก.ค. 2558 08:50 ไทยรัฐ