วันศุกร์ที่ 17 สิงหาคม พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

บิ๊กตู่ลั่นเดี๋ยวรู้ ใครเกียร์ว่าง-ไม่เวิร์ก ปรับออก ครม.

คุณชายอุ๋ยปัด เปล่าว่านายกฯ

“บิ๊กตู่” ไม่ติดใจ-ไม่เคลียร์ “หม่อมอุ๋ย” เม้าท์กลางวงนายแบงก์ไม่รู้ ศก.แต่พูดทุกเรื่อง ลั่นปรับใครเดี๋ยวรู้เอง ขู่ใครเกียร์ว่าง-อืด-มือไม่โปรโดนระนาวแน่ “คุณชายอุ๋ย” โวยลั่นมีแก๊งเลื่อยขาเก้าอี้คอยกุข่าวคอยหลอกหลอน โอดจะหาเรื่องทำไม แค่นี้ก็จะตายอยู่แล้ว เลขาฯ นายกฯ เผย “บิ๊กตู่” อยากฟังคลิปฉบับเต็มก่อนประเมินฟิลลิ่ง “อุ๋ย” กมธ.ยกร่างฯ หั่น รธน.เหลือ 285 มาตรา รอลุ้นผลโหวต สปช. กลุ่มต้านโรงไฟฟ้ากระบี่ไม่กลัว ม.44 ขอปักหลักรอคำชี้แจง นายกฯขู่ถ้าไม่เอาอีกหน่อยก็ต้องใช้ตะเกียง 13 ส.ค.ดีเดย์ ก.ม.คุมม็อบมีผลบังคับใช้

จากกรณีที่มีกระแสข่าว ม.ร.ว.ปรีดิยาธร เทวกุล รองนายกรัฐมนตรี ฝ่ายเศรษฐกิจ ระบุในที่ประชุมสมาคมธนาคารไทยว่านายกฯไม่รู้ไม่เข้าใจเรื่องเศรษฐกิจ แต่ตอบคำถามนักข่าวทุกเรื่องนั้น

“บิ๊กตู่” ฉุนสื่อป่วนปม “หม่อมอุ๋ย”

เมื่อเวลา 11.15 น. วันที่ 22 ก.ค. ที่ทำเนียบรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และหัวหน้า คสช.ให้สัมภาษณ์ผู้สื่อข่าวถึงกรณีที่มีกระแสข่าว ม.ร.ว.ปรีดิยาธร เทวกุล รองนายกรัฐมนตรี ฝ่ายเศรษฐกิจ ระบุว่านายกฯไม่รู้ไม่เข้าใจเรื่องเศรษฐกิจ แต่ตอบคำถามนักข่าวทุกเรื่อง ว่า “ทำไม วันนี้ท่านก็มาประชุมแล้วทำไม อะไร ผมไม่คุยหรอก” เมื่อถามว่า ม.ร.ว.ปรีดิยาธรได้มาเคลียร์ความเข้าใจแล้วหรือยัง พล.อ.ประยุทธ์ตอบว่า “เคลียร์ทำไม ผมไม่ต้องเคลียร์ใจกับใคร ข่าวที่ออกมาก็ใครเขียนเล่า หนังสือพิมพ์เกือบทุกฉบับนั่นแหละ นักข่าวอย่ามาอ๋อ...เหมือนพึ่งรู้ พวกคุณไม่เคยอ่าน คนที่เขียนเศรษฐกิจหรืออย่างไร ไม่เคยอ่านคอลัมนิสต์เลยหรือ มัวแต่เขียนถึงกลุ่มบูรพาพยัคฆ์ให้มันปั่นป่วนไปหมดทุกเรื่อง ไม่ต้องมาพูดด่าแล้วไม่ต้องมาถามผม”

ลั่นใน รบ.ไม่มีใครมีอำนาจเหนือผม

เมื่อถามว่า นายกรัฐมนตรีไม่ติดใจอะไรใช่หรือไม่ พล.อ.ประยุทธ์ตอบว่า “ผมจะไปติดใจใครล่ะ วันนี้ใจผมก็อยู่ในใจผม ไม่ต้องมาคิดแทน ใจผมก็เป็นใจผม ไม่ใช่ใจคุณ คุณไม่ต้องมาถามผม วันนี้ผมเป็นคนรับผิดชอบ ดังนั้นการตัดสินใจจึงเป็นเรื่อง ของผมไม่จำเป็นต้องพูดกับใคร เพราะผมเป็นคนเอาใครเข้ามาทำงานผมเป็นคนเลือก ผมมีอำนาจเด็ดขาดทั้งหมด ไม่มีใครมีอำนาจเหนือผมสักคน เพราะฉะนั้นสื่อเขียนให้มันถูกด้วย กลุ่มนี้ กลุ่มโน้น กลุ่มนั้น ให้มันรู้บ้างว่าใครเป็นผู้บังคับบัญชา บทบาทผู้บังคับ บัญชา บทบาทการทำงานมันคนละเรื่องกัน เป็นเพื่อน เป็นพี่ เป็นน้องก็เป็นอีกเรื่องอะไรมันก็ลบล้างไม่ได้ มันคนละเรื่อง เรื่องงานก็คือเรื่องงานแยกกันให้ออกเสียบ้าง”

ชี้เก้าอี้ รมว.กห.ไม่ใช่ใครก็เป็นได้

ผู้สื่อข่าวถามถึงสาเหตุที่ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรีและ รมว.กลาโหม ไม่มาร่วมประชุม ครม.เมื่อวันที่ 21 ก.ค.เกี่ยวกับกระแสข่าวการปรับ ครม.ในตำแหน่ง รมว.กลาโหมหรือไม่ พล.อ.ประยุทธ์ตอบว่า พล.อ.ประวิตรป่วย ไม่ค่อยสบาย แล้วทำไมเป็นห่วงหรืออย่างไร ไม่มีคนให้ซัก ไม่มีคนให้โมโห

พล.อ.ประยุทธ์กล่าวว่า “กลาโหมไม่ใช่ใครก็เป็นได้ผมจะบอกให้ และไม่ใช่เรื่องของบารมีอย่างเดียว และก็ไม่ใช่เพราะความเป็นพี่ ไม่เกี่ยวหรอก ผมมีพี่หลายร้อยหลายพันคน ทุกอย่างมันขึ้นอยู่กับสถานการณ์ ความเหมาะสม ความสามารถ ไม่ใช่เพราะเป็นบูรพาพยัคฆ์ ผมไม่ได้เป็นอะไรสักอย่าง ชอบเขียน มีกลุ่มทหารเสือ กลุ่มบูรพาพยัคฆ์ กลุ่มเก่า กลุ่มวงศ์เทวัญ เขามี พ.ร.บ.แต่งตั้งอยู่แล้ว ไม่ใช่จะแต่งตั้งใครก็ได้ คนที่เขาพอใจในสิ่งที่มีพวกสื่อก็ชอบไปเขียนน้องคนนี้คนนั้นจนรวนไปหมด แบ่งคนเป็นก๊กเป็นเหล่าไปหมด วันนี้ทุกคนต้องการความสงบสุขให้ประเทศชาติเดินหน้าหรือต้องการให้มีความขัดแย้งอยู่เช่นเดิมก็ต้องไปคิดกันเอง”

อุบไว้ในใจ–ปรับใครเดี๋ยวก็รู้เอง

ผู้สื่อข่าวถามว่า แสดงว่าการจัดทำโผโยกย้ายข้าราชการทั้งหมดต้องทำให้เร็วขึ้นหรือไม่เผื่อให้เป็นไปในคราวเดียวกันกับการปรับ ครม. พล.อ.ประยุทธ์ ตอบว่า ไม่เกี่ยวเพราะตนยังอยู่ ตามกำหนดเวลาเขามีอยู่แล้ว ส่วนข่าวที่ว่าตนจะปรับ ครม.ไปคราวเดียวกันกับการแต่งตั้งโยกย้ายข้าราชการนั้นไม่เกี่ยว ไม่จริง วันนี้ตนไม่คิดจะปรับใคร ตนคิดของผมในใจ ตนก็ต้องคิดล่วงหน้าคิดทั้งหมด ไม่ได้คิดสั้นๆแบบที่คิดกัน คิดมาตั้งแต่วันที่ 22 พ.ค.57 จนถึงวันนี้ ตนคิดทั้งหมด รวมทั้งคิดไปถึงข้างหน้าด้วย

เมื่อถามว่า ถึงเวลานี้ยังไม่จำเป็นต้องปรับ ครม. ใช่หรือไม่ พล.อ.ประยุทธ์ตอบว่า จำเป็นหรือไม่จำเป็นไม่รู้ เดี๋ยวเปลี่ยนก็รู้เอง วันนี้ไม่รู้ไม่ทราบ

สั่งคือสั่ง–สั่งไปแล้วไม่ใช่ไม่ทำ

ผู้สื่อข่าวถามว่า มีข่าวว่าที่ไม่กล้าปรับ ครม.เพราะเกรงใจ ไปเชิญเข้ามาเลยไม่กล้าปรับออก พล.อ.ประยุทธ์ตอบว่า “วันหลังถ้ามีโอกาสเข้าได้เข้าไปนั่งในที่ประชุม ครม.ดูว่าผมเกรงใจเขาหรือเปล่า ผมฟังเขาทุกอันและสั่งทุกอัน ทำไมถ้าเกรงใจแล้วต้องทำอย่างไร บอกเขาหรือว่าท่านครับเรื่องนี้อย่าทำเลยนะครับผมขอร้องพี่หรือ ไม่ใช่ ผมสั่งคือ 1.สั่งให้ไปทำงานอะไรก็ไปทำ ทำได้ก็ทำแต่ถ้าทำไม่ได้ก็มาบอกผม ไม่ใช่ไม่ทำ 2.อยากคิดอะไรเพิ่มก็ให้มาบอกผมแล้วผมจะสั่งให้”

เกียร์ว่าง–ชักช้า–มือไม่ถึงโดนแน่

เมื่อถามว่า การจะปรับ หรือไม่ปรับ ครม.จะยึดหลักอะไร พล.อ.ประยุทธ์ตอบว่า ขึ้นอยู่กับการพิจารณาของตน โดยยึดหลักประสิทธิภาพในการปฏิบัติงานให้สอดคล้องกับสถานการณ์ปัจจุบัน “ทำไมพวกสื่อถึงสนใจเรื่องจะปรับหรือไม่ปรับ ครม.เอาง่ายๆมั้ย ปรับนายกรัฐมนตรีคนเดียวแล้วจบ จะได้เลิกวุ่นวายกันเสียที อยากให้ใครมาเป็นไปหามา ทำไมมันยุ่งกันเหลือเกินเรื่องปรับ มันอยู่ที่วิธีการทำงาน เขาไม่ทำผมปรับ สั่งแล้วไม่ทันผมปรับ หรือทำงานแล้วไม่มีประสิทธิภาพตามที่ต้องการก็ปรับ พอผมใช้อำนาจก็หาว่าผมใช้อำนาจมากเกินไปไม่ฟังคนนั้นคนนี้ พอผมไม่ใช้อำนาจก็หาว่าชักช้าเสียเวลา จะให้ทำอย่างไร”

“อุ๋ย” ปัดเม้าท์ “บิ๊กตู่” ไม่รู้ ศก.

ม.ร.ว.ปรีดิยาธร เทวกุล รองนายกรัฐมนตรี ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีกระแสข่าวไปวิพากษ์วิจารณ์ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และหัวหน้า คสช.ในระหว่างการประชุมสภาธนาคารแห่งประเทศไทย เมื่อวันที่ 17 ก.ค.ที่ผ่านมา ว่านายกฯไม่รู้ ไม่เข้าใจเรื่องเศรษฐกิจว่า ไม่มี ไม่ได้พูด “บ้าเหรอ ผมจะไปพูดอย่างนั้นได้อย่างไร ผมไม่เคยพูดว่านายกฯ ไม่รู้เรื่องเศรษฐกิจเลย แหม ท่านนายกฯรู้เรื่องเศรษฐกิจจะตาย ผมจะไปพูดอย่างนั้นได้อย่างไร”

โวยมีแก๊งเลื่อยขากุข่าวหลอน

ม.ร.ว.ปรีดิยาธรกล่าวอีกว่า “เรื่องที่ตนพูดคุยกับสมาคมธนาคารไทยเป็นการไปเล่าให้เขาฟังในสิ่งที่รัฐบาลกำลังทำและไปขอความร่วมมือในการปล่อยสินเชื่อเอสเอ็มอี มั่นใจว่าข่าวนี้มันเป็นกระบวนการปล่อยข่าวที่คอยเล่นงาน คอยเลื่อยขาตนอยู่เรื่อย ปัดโธ่ จะหาเรื่องทำไม แค่นี้ก็จะตายอยู่แล้ว”

“ลุงหมาย” ไม่หนักใจโดนเขี่ยทิ้ง

นายสมหมาย ภาษี รมว.คลัง กล่าวว่า ไม่รู้สึกหนักใจ หรือกังวลใจในเรื่องที่นายกรัฐมนตรีต้องปรับทีมเศรษฐกิจ เนื่องจากการเข้ามารับตำแหน่ง รมว.คลังเป็นไปตามคำเชิญของนายกรัฐมนตรี ซึ่งแน่นอนว่า ย่อมมีคนเป็นห่วง แต่ตนไม่ได้ห่วงตัวเองในตำแหน่ง รมว.คลัง เพราะตั้งแต่เข้ามารับตำแหน่งก็ได้ทำงานอย่างเต็มที่ ทั้งในเรื่องของการออกมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจ การเร่งรัดเบิกจ่ายงบประมาณเพื่อลดผลกระทบจากภาวะการส่งออกที่ชะลอตัว แต่ก็ต้องยอมรับว่า ภาวะเศรษฐกิจโลกในปีนี้ ถดถอยเหมือนกันหมด เช่น จีนและอินเดีย ในฐานะที่เป็นผู้ผลิตของโลก ก็มียอดส่งออกติดลบเกือบ 10% สำหรับประเทศไทยที่มียอดส่งออกติดลบ 1-2% ผมถือว่า ดีกว่าประเทศอื่นๆ

สั่งตามล่าหาคลิปฉบับเต็ม

พล.อ.วิลาศ อรุณศรี เลขาธิการนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า เรื่องคลิปเสียง ม.ร.ว.ปรีดิยาธร ทวกุล รองนายกฯฝ่ายเศรษฐกิจ เห็นแค่จากสื่อมวลชนเท่านั้น ตนยังไม่เคยเห็นหรือได้ยินคลิปเสียงดังกล่าวเลย ส่วนนายกฯจะได้ฟังคลิปเสียงหรือยัง ตนไม่รู้จริงๆ และคลิปจะมีจริงหรือไม่จริง ตนก็ไม่รู้เหมือนกัน

ผู้สื่อข่าวรายงานจากทำเนียบรัฐบาลว่า หลังจากปรากฏเป็นข่าวตรงกันของสื่อหลายฉบับถึงคำพูดของ ม.ร.ว.ปรีดิยาธร ช่วงเย็นวันที่ 22 ก.ค. พล.อ. วิลาศได้สอบถามทีมงานนายกฯว่ามีคลิปเสียงฉบับเต็มหรือไม่ และเป็นคลิปวีดิโอหรือคลิปเสียง ตอนนี้นายกฯยังไม่ได้ฟัง เห็นแค่จากสื่อเท่านั้น ที่เสนอข่าวเนื้อหาเพียงบางส่วนของการพูด ให้ไปหาคลิปเสียงฉบับเต็มมาให้ได้ พล.อ.ประยุทธ์ต้องการที่จะฟังเนื้อหาทั้งหมด เพื่อดูอารมณ์ในการพูดของ ม.ร.ว.ปรีดิยาธร ว่าเป็นในลักษณะใด และดูเจตนาการพูด.

หึ่งโยก “ฉัตรชัย”–“สมคิด” ควบ 2

ผู้สื่อข่าวรายงานจากทำเนียบรัฐบาลว่า ความเคลื่อนไหวเกี่ยวกับการปรับ ครม. ล่าสุดมีกระแสข่าวนายวรพล โสติคณานุรักษ์ อดีตเลขาธิการสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) ได้เข้าหาผู้ใหญ่ในรัฐบาลเพื่อเข้ามาเป็นรัฐมนตรี แต่ยังไม่มีสัญญาณตอบรับ ขณะที่ พล.อ.ฉัตรชัย สาริกัลยะ รมว.พาณิชย์ ค่อนข้างชัดเจนแล้วว่าจะต้องลุกออกจากตำแหน่ง รมว.พาณิชย์แน่นอน เนื่องจาก พล.อ.ประยุทธ์ไม่ปลื้มผลงาน จึงเป็นไปได้สูงว่าจะถูกโยกไปเป็น รมว.พลังงานแทนนาย
ณรงค์ชัย อัครเศรณี หนึ่งในทีมงานของ ม.ร.ว.ปรีดิยาธร เทวกุล รองนายกฯ ที่จะถูกปรับออกแบบยกเซต สลับให้ทีมของนายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ สมาชิก คสช. เข้ามาทำงานแทน คาดว่าจะมาเป็นรองนายกฯควบ รมว.คลัง ขณะที่ฝ่าย ม.ร.ว.ปรีดิยาธรยังคงมีความเคลื่อนไหวต่อต้านไม่ยอมออกจาก ครม. จะขออยู่ทำงานต่อไป ทำให้ พล.อ.ประยุทธ์เคร่งเครียดมากในช่วงนี้ เพราะยังมีความเกรงใจกันอยู่

“ปีติพงศ์” ปิ๋ว–“ดร.กบ” เสียบแทน

ผู้สื่อข่าวรายงานด้วยว่า นายปีติพงศ์ พึ่งบุญ ณ อยุธยา รมว.เกษตรและสหกรณ์ หนึ่งในทีมงาน ม.ร.ว.ปรีดิยาธร จะถูกปรับออก โดยคนที่จะมาแทนค่อนข้างเซอร์ไพรส์คือนายอำพน กิตติอำพน อดีตเลขาธิการ ครม. นายอภิศักดิ์ ตันติวรวงศ์ อดีตกรรมการผู้จัดการ ธนาคารกรุงไทย ที่เคยมีชื่อจะมาดำรงตำแหน่ง รมว.คลังตั้งแต่ช่วงที่ พล.อ.ประยุทธ์ฟอร์มรัฐบาลใหม่ จะมาเป็น รมว.พาณิชย์ ขณะที่นางกอบกาญจน์ วัฒนวรางกูร รมว.การท่องเที่ยวและกีฬาจะถูกโยกไปเป็น รมว.อุตสาหกรรม ที่มีความถนัดมากกว่า เพราะเคยทำงานคลุกคลีอยู่กับภาคอุตสาหกรรม

“บิ๊กป้อม” ป่วยลาประชุมสภา กห.

เมื่อเวลา 10.00 น. ที่กระทรวงกลาโหม พล.อ.อุดมเดช สีตบุตร รมช.กลาโหมและ ผบ.ทบ. เป็นประธานการประชุมสภากลาโหม ภายหลังจาก พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรีฝ่ายความมั่นคงและ รมว.กลาโหม ป่วยไม่สามารถมาร่วมประชุมได้ โดยมี พล.อ.ศิริชัย ดิษฐกุล ปลัดกระทรวงกลาโหม พล.อ.วรพงษ์ สง่าเนตร ผบ.ทหารสูงสุดและ ผบ.เหล่าทัพเข้าร่วมประชุม

พล.อ.อุดมเดช สีตบุตร รมช.กลาโหม และ ผบ.ทบ. กล่าวถึงความคืบหน้าในการพิจารณารายชื่อโยกย้ายนายทหารประจำปีว่า ขณะนี้ยังพอมีเวลา ในส่วนของ ผบ.เหล่าทัพ ก็ได้มีการพูดคุยในเบื้องต้นแล้ว ซึ่งทาง พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี และ รมว.กลาโหม ก็ยังไม่ได้เร่งรัดอะไรเพราะยังมีเวลาอยู่

เตรียมถก ก.ม.ลูกว่าด้วยการปฏิรูป

อีกเรื่องหนึ่ง เมื่อเวลา 09.00 น. ที่รัฐสภา มีการประชุมคณะกรรมาธิการ (กมธ.) ยกร่าง รัฐธรรมนูญ โดย นพ.กระแส ชนะวงศ์ รองประธาน กมธ.ยกร่างฯคนที่ 1 ทำหน้าที่ประธานการประชุมเพื่อพิจารณาบันทึกเจตนารมณ์ร่างรัฐธรรมนูญ ก่อนเข้าสู่วาระการประชุม นพ.ชูชัย ศุภวงศ์ รองประธาน กมธ.ยกร่างฯ คนที่ 6 ในฐานะประธานอนุ กมธ.ศึกษาเตรียมการจัดทำร่าง พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการปฏิรูป ชี้แจงว่า การประชุม กมธ.ยกร่างฯ วันที่ 23 ก.ค.นี้ อนุ กมธ.ฯ จะนำเสนอร่าง พ.ร.บ.นี้ ต่อที่ประชุม กมธ.ยกร่างฯ หลังจากได้หารือกับ กมธ.ปฏิรูปของ สปช.ทั้ง 18 คณะมาแล้ว เพื่อให้ กมธ.ยกร่างฯ พิจารณาในหมวดการปฏิรูปด้านต่างๆ ที่ยังค้างการพิจารณา ก่อนนำผลการประชุมไปหารือกับ กมธ.ปฏิรูป 18 คณะอีกครั้งหนึ่งในวันที่ 24 ก.ค.นี้

คาดหั่น รธน.เหลือ 285 มาตรา

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า กมธ.ยกร่างฯจะเชิญ สปช. 8 กลุ่ม และ ครม.ที่เคยยื่นคำขอแก้ไขเพิ่มเติมร่างรัฐธรรมนูญ เข้ารับฟังเหตุผลที่ กมธ.ยกร่างฯได้ปรับแก้ไขร่างรัฐธรรมนูญในวันที่ 17-19 ส.ค.นี้ การเชิญทั้ง 9 กลุ่มนี้ จะไม่สามารถยื่นขอแก้ไขเพิ่มเติมร่างรัฐธรรมนูญได้อีก ล่าสุด กมธ.ยกร่างฯได้ปรับแก้ไขร่างรัฐธรรมนูญ เบื้องต้นคาดว่าจะมีทั้งหมด 285 มาตรา พร้อมวางกรอบการทำงานช่วงสุดท้ายก่อนครบกำหนดส่งร่างรัฐธรรมนูญให้ สปช.ในวันที่ 22 ส.ค.นี้ โดย กมธ.ยกร่างฯจะประชุมเพื่อลงมติเห็นชอบร่างรัฐธรรมนูญเป็นรายมาตราทั้งฉบับก่อน เสนอร่างฯต่อ สปช.

ชุดปรองดองเเจงหลักนิรโทษกรรม

นายบัณฑูรย์ เศรษฐศิโรตม์ สมาชิกสภาปฏิรูปแห่งชาติ (สปช.) ในฐานะกรรมการศึกษาแนวทางการสร้างความปรองดอง สปช.ที่มีนายอเนก เหล่าธรรมทัศน์ เป็นประธาน ให้สัมภาษณ์ภายหลังจากที่ที่ประชุม สปช.ให้ความเห็นชอบรายงานการศึกษาและข้อเสนอแนะการสร้างความปรองดองเมื่อวันที่ 21 ก.ค.ที่ผ่านมาว่า กรณีที่มีข้อเสนอให้นิรโทษกรรมกับตัวบุคคล อาทิ ผู้ที่หลบหนีไปต่างประเทศ คงไม่นำมาพิจารณาแก้ไขปรับปรุง เพราะหลักของการสร้างความปรองดอง หากจะเป็นการนิรโทษกรรมบุคคล ต้องเป็นประเด็นที่เกี่ยวข้องกับคดีเท่านั้น โดยหากผู้ที่หลบหนีไปต่างประเทศ ไม่อยู่ในฐานความผิดคดีทุจริตคอร์รัปชัน คดีหมิ่นสถาบัน ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 112 และการละเมิดสิทธิมนุษยชนอย่างร้ายแรง ก็สามารถพิจารณาเรื่องการนิรโทษกรรมได้ สาระสำคัญของรายงานไม่ได้เน้นที่ตัวบุคคล แต่เป็นเรื่องทางคดี หาก พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกฯ ที่หลบหนีคดีอยู่ต่างประเทศ ไม่ได้มีคดีที่เข้าข่ายฐานความผิดที่ได้ระบุไปแล้ว สามารถจะพิจารณานิรโทษกรรมได้ ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับดุลพินิจของรัฐบาลที่จะพิจารณา

“วิษณุ” เบรกเฟ้น “คปก.”ชุดใหม่

นายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงกรณีได้เรียกสำนักงานคณะกรรมการปฏิรูปกฎหมาย (คปก.)เข้าพบเพื่อหารือการดำเนินงานระหว่างที่ยังไม่สามารถสรรหาคณะกรรมการชุดใหม่ว่าได้ มอบหมายงานให้ว่าอะไรที่ทำเสร็จแล้ว แต่ยังไม่ได้ดำเนินการต่อให้ส่งมาได้เลย อะไรที่กำลังคิดจะทำ ที่คณะกรรมการชุดเก่าได้คิดไว้ ขอให้หยุดไว้ก่อน เมื่อถามว่าจะให้ คปก.ทำแบบนี้ไปนานเท่าไร นายวิษณุกล่าวว่า สักระยะหนึ่ง เจตนาของคำสั่ง คสช.ฉบับที่ 20/2558 ก็บอกแล้วว่า ให้รอไว้เพื่อรัฐธรรมนูญใหม่เห็นภาพชัดเจน เขาก็ต้องทำหน้าที่ตรงนี้ไปอีกซักระยะหนึ่ง จะยังไม่ยุบเพราะกฎหมายก็ยังมี สำนัก งานก็ยังอยู่ งบประมาณก็ยังจัดให้ งานจะให้ทำก็มี เยอะกว่าเดิมด้วย แต่ว่าถ้ากฎหมายใหม่ออกมาแล้วต้องเปลี่ยนรูปร่างหน้าตาใหม่ คุณก็ต้องไปเป็นองค์กรใหม่

สนช.จัดเวทีสัมมนา ลต.ไม่โกง

เมื่อเวลา 09.00 น.ที่รัฐสภา อาคารวุฒิสภา คณะกรรมาธิการ (กมธ.) การเมือง สภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) ที่มีนายกล้านรงค์ จันทิก เป็นประธานได้จัดการสัมมนาในหัวข้อ “การเลือกตั้งที่บริสุทธิ์และเที่ยงธรรม” โดยมีวิทยากร อาทิ นายศุภชัย
สมเจริญ ประธานกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) นายไชยันต์ ไชยพร อาจารย์คณะรัฐศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย และนายภัทร คำพิทักษ์ ประธานสภาการหนังสือพิมพ์แห่งชาติ และนายทวีศักดิ์ สูทกวาทิน ประธานคณะอนุ กมธ.ด้านระบบการเลือกตั้งและพรรคการเมือง ดำเนินรายการ

ปธ.กกต.พร้อมจัด ลต.ให้ดีที่สุด

นายศุภชัย สมเจริญ ประธาน กกต. กล่าวว่า กกต.พยายามปรับเปลี่ยนกระบวนการเลือกตั้งเพื่อให้เกิดความสุจริตและเที่ยงธรรม โดยเฉพาะเวลาร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ ที่จะต้องกระทบต่ออำนาจหน้าที่โดยตรงของ กกต.เป็นลำดับแรก โดยยกกรณีโยกอำนาจการจัดการเลือกตั้งของ กกต.เดิม จะไปให้คณะกรรมการจัดการเลือกตั้ง (กจต.) จากฝ่ายข้าราชการประจำในกระทรวงต่างๆทำแทน แต่ในที่สุดก็ต้องตัดออกไป ด้วยเหตุที่คำขอแก้ไขทั้งจากสภาปฏิรูปแห่งชาติ (สปช.) และ สนช. ที่เสนอให้ตัดออก เพราะอาจซ้ำซ้อนหรืออาจถูกแทรกแซง หรือกรณีที่ กมธ.ยกร่าง ระบุว่า การใบแดงก่อนประกาศผลการเลือกตั้งของ กกต.สุ่มเสี่ยงว่าไม่สุจริต ตนยืนยันว่า การให้ใบแดงก่อนเลือกตั้ง กกต.จังหวัดไม่มีส่วนเกี่ยวข้องเป็นเรื่องของฝ่ายสืบสวนสอบสวน และกรรมการตรวจสอบที่มีประธานกฤษฎีกา 12 คณะ ยืนยันว่า กกต.พร้อมจะจัดการเลือกตั้งให้ดีที่สุด

“สดศรี” แนะ กกต.ทบทวนตัวเอง

นางสดศรี สัตยธรรม อดีต กกต.ด้านกิจการพรรคการเมือง กล่าวถึงการเพิกถอนสิทธิเลือกตั้ง (ใบแดง) ให้อยู่ในอำนาจของศาลว่า การพิจารณาบทลงโทษเพิกถอนสิทธินักการเมืองที่ทุจริตการเลือกตั้ง ควรเป็นหน้าที่ของผู้ที่มีความเชี่ยวชาญในสำนวนคดี ก็คือศาล ควรพิจารณาอย่างน้อยสองศาล ให้มีสิทธิอุทธรณ์ได้ เนื่องจากในร่างรัฐธรรมนูญใหม่จะมีบทกำหนดโทษที่รุนแรงคือตัดสิทธิทางการเมืองตลอดชีวิต เป็นมาตรการที่เข้มงวดมากกว่าเดิม และคดีเลือกตั้งคงต้องมีการปรับให้มีความรวดเร็วเพิ่มขึ้น ส่วน กกต.ต้องกลับมามองตัวเองว่าการทำงานที่ผ่านมามีความเรียบร้อยดีหรือไม่ ทำไมเขาจึงมีแนวคิดให้จัดตั้งคณะกรรมการดำเนินการจัดการเลือกตั้ง (กจต.) หรือมอบอำนาจการให้ใบแดงไปที่ศาลถ้าทำงานดีจริงร้อยเปอร์เซ็นต์จะมีแนวคิดดังกล่าวออกมาหรือไม่ ควรนำประเด็นเหล่านี้มาปรับปรุงแก้ปัญหาในองค์กรให้มีสมรรถภาพยิ่งขึ้น

กลุ่มต้านโรงไฟฟ้าไม่กลัว ม.44

เมื่อเวลา 09.00 น. กลุ่มเครือข่ายปกป้องอันดามันจากถ่านหิน และกลุ่มผู้ชุมนุมคัดค้านจังหวัดกระบี่ เคลื่อนขบวนจากจุดพักแรมที่วัดโสมนัสราชวรวิหารข้างทำเนียบรัฐบาล เดินจุดเทียนเชิงสัญลักษณ์รอบทำเนียบรัฐบาล 3 รอบ เพื่อสื่อสารไปยัง พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้า คสช. ให้เห็นคุณค่าของพลังงานสะอาดที่ไม่ใช่พลังงานสกปรก โดยนายประสิทธิ์ชัย หนูนวล แกนนำกลุ่มฯ กล่าวว่า ไม่กังวลที่รัฐบาลจะบังคับใช้ พ.ร.บ.การชุมนุมในที่สาธารณะในช่วงสิ้นเดือนนี้รวมถึงมาตรา 44 ด้วย เนื่องจากการสร้างโรงไฟฟ้าถ่านหินที่จังหวัดกระบี่ มีผลกระทบที่น่ากลัวกว่าการบังคับใช้กฎหมาย ยืนยันว่าจะปักหลักเพื่อเรียกร้องความเป็นธรรม จนกว่า พล.อ.ประยุทธ์จะออกมาตอบข้อเรียกร้อง

อ้างทหารบุกบ้านคุกคามแม่แกนนำ

ต่อมาเวลา 13.30 น. นายประสิทธิ์ชัยแถลงว่า ในช่วงเช้าวันเดียวกัน มีทหารประมาณ 7 นาย บุกไปยังบ้านที่ จ.พัทลุง ข่มขู่คุกคามและเตือนมารดาของตนซึ่งมีอายุ 65 ปี บอกให้ตนเลิกประท้วง จึงฝากไปยังนายกฯว่าการใช้วิธีการข่มขู่ผู้ที่เห็นต่างคือการทำลายตัวรัฐบาลเอง ใช้อำนาจที่ผิดไม่มีทางที่จะนำไปสู่ข้อยุติของปัญหา ยิ่งข่มขู่ก็จะยิ่งเพิ่มพลังการต่อสู้มากขึ้น ขณะเดียวกัน นายปานเทพ พัวพงษ์พันธ์ และนายวีระ สมความคิด ตัวแทนเครือข่ายประชาชนปฏิรูปพลังงานไทย (คปพ.) เดินทางมาให้กำลังใจกลุ่มเครือข่ายฯ โดยนายปานเทพกล่าวว่า รัฐบาลควรฟังความอย่างรอบด้าน ไม่ใช่ข่มขู่คุกคามประชาชน ถือเป็นการยั่วยุ ผลสุดท้ายรัฐบาลจะจบลงเหมือนรัฐบาลทรราชในอดีต

นายกฯขู่ไม่เอาอีกหน่อยก็ใช้ตะเกียง

พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และหัวหน้า คสช. ให้สัมภาษณ์ว่า หากไม่เอาแล้วจะเอาอะไร กระทรวงพลังงานได้พูดคุยกับกลุ่มคัดค้านมาโดยตลอด แต่คุยกันไม่รู้เรื่อง สื่อก็ไปช่วยคุยแล้วกัน แนวโน้มของรัฐบาลคือทำได้ก็ทำ ทำไม่ได้ก็ไม่ทำ ถ้าไฟฟ้าไม่มีใช้ก็ไปรับผิดชอบกันในวันหน้าจบ ส่วนการผลิตไฟฟ้าโดยใช้ปาล์มนั้น ขณะนี้สั่งให้ไปทำอยู่

ผู้สื่อข่าวถามว่า ถ้าชาวบ้านยังยืนยันที่จะปักหลัก ประท้วงจะทำอย่างไร พล.อ.ประยุทธ์ตอบว่า มาก็มา ไม่กลับก็ไม่กลับ หากอยู่วันหลังจะเดือดร้อนเพราะมีกฎหมายการชุมนุมแต่ตนไม่อยากใช้ อยากให้มาพูดคุยกันดีๆ กระทรวงพลังงานมีหน้าที่ชี้แจงผู้คัดค้านมีอะไรมาพูดให้เจอกัน ถ้าพูดกันไม่รู้เรื่องตนจะหาคนกลางไปพูด ข้าราชการจำเป็นต้องทำตามกฎหมายจัดหาพลังงาน ทำได้ก็ทำ ทำไม่ได้ก็ไม่ทำ ไปหาทางอื่นทำ ถ้าทำไม่ได้เลยวันหน้าก็ใช้ตะเกียงเอาจบ

13 ส.ค. ก.ม.ชุมนุมฯบังคับใช้

ที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ พล.ต.ท.ประวุฒิ ถาวรศิริ กล่าวว่า ได้มีประกาศในราชกิจจานุเบกษา เมื่อวันที่ 14 ก.ค.ในเรื่อง พ.ร.บ.ชุมนุมฯ ประกาศที่สำคัญในเบื้องต้นคือ เรื่องการแจ้งการชุมนุมการอุปกรณ์ในการควบคุมมวลชน แผนการเข้าบริหารจัดการมวลชน ซึ่งต่อไป สตช.จะเป็นผู้ทำแผนและเสนอรัฐมนตรีเห็นชอบเป็นมติ ครม.สุดท้ายการจำกัดเขตอำนาจของการฟ้องศาล ซึ่งจะเป็นศาลแพ่งหรือศาลประจำจังหวัดที่มีการชุมนุม ส่วนอัตราโทษจะมีตั้งแต่ 6 เดือน-10 ปี โดย พ.ร.บ.จะมี 35 มาตรา 5 หมวด ภาพกว้างๆผู้ชุมนุมต้องแจ้งการชุมนุมล่วงหน้า 24 ชั่วโมง หากตำรวจพื้นที่คัดค้าน ผู้ชุมนุมสามารถอุทธรณ์ได้ 1 ครั้ง กับผู้ที่มีระดับเหนือผู้กำกับเจ้าของพื้นที่ขึ้นไป แต่หากยังถูกคัดค้านอีก และผู้ชุมนุมยังฝ่าฝืนที่จะชุมนุม ตำรวจเจ้าของพื้นที่สามารถสั่งให้ยกเลิกการชุมนุมได้ ซึ่งจะมีขั้นตอนในการสั่งให้ยกเลิกการชุมนุมเป็นระดับจากเบาไปหาหนัก แต่ทั้งนี้ผู้ชุมนุมสามารถยื่นอุทธรณ์ต่อศาลได้อีก 1 ครั้ง โทษของผู้ที่จะถูกจับกุมมี 3 ระดับ คือ ผู้จัดการชุมนุม ผู้ชุมนุม และผู้ที่อยู่ในพื้นที่การชุมนุม โดยจะมีบทลงโทษแตกต่างกันอย่างชัดเจน อัตราโทษก็จะต่างกัน กฎหมายจะมีผลหลังจากประกาศในราชกิจจานุเบกษา 30 วัน คือวันที่ 13 ส.ค.

“บิ๊กตู่” ทำดีที่สุดแล้วปราบค้ามนุษย์

เมื่อเวลา 11.15 น. ที่ทำเนียบรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และหัวหน้าคสช.กล่าวกรณีสหรัฐอเมริกาเตรียมเปิดรายงานค้ามนุษย์ ปี 2558 ของไทย ในวันที่ 27 ก.ค.ว่าก็เปิดไป ได้ทำและแก้ไขปัญหาอย่างเต็มที่ มีเจตนารมณ์ที่ชัดเจน มีการทำงานที่เป็นระบบและมีผลสัมฤทธิ์ สื่อต้องเขียนบ้างว่าคณะกรรมการป้องกันและปราบ ปรามการค้ามนุษย์ และอนุกรรมการได้ทำอะไรไปบ้าง มีคนถูกจับและดำเนินคดีไปแล้วเท่าไหร่ คนที่อยู่ในระบบเข้าสู่กระบวนการสอบสวน กระบวนการยุติธรรม ขึ้นศาล และทำอะไรผิดบ้างต้องไปถามรัฐบาลที่ผ่านมา ตนมาแก้ไม่ได้ทำให้แย่กว่าเดิม มันจะได้ หรือไม่ได้สุดแล้วแต่สิ่งที่ทำไว้มันหนักหนาสาหัสหรือเปล่า ทำกรรมเยอะหรือเปล่า ตนไม่รู้

มท.1 ไม่พูด สตช.ชงซื้อปืนบิ๊กลอต

พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา รมว.มหาดไทย กล่าวถึงกรณีสำนักงานตำรวจแห่งชาติ (สตช.) ได้ทำเรื่องมาที่กระทรวงมหาดไทยเพื่อขอจัดซื้ออาวุธปืนจำนวน 1.5 แสนกระบอก เพื่อใช้ในราชการ ว่า ตนยังไม่เห็นเรื่อง เร็วเกินไปที่จะพูด เมื่อถามต่อว่า ครม.ได้มีมติแต่งตั้งนายกฤษฎา บุญราช กรมการปกครองเป็นปลัดกระทรวงมหาดไทยคนใหม่จะมอบนโยบายอย่างไร รมว.มหาดไทย กล่าวว่า รอให้มีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ แต่งตั้งก่อน

“บิ๊กตู่” ไม่ติดใจ-ไม่เคลียร์ “หม่อมอุ๋ย” เม้าท์กลางวงนายแบงก์ไม่รู้ ศก.แต่พูดทุกเรื่อง ลั่นปรับใครเดี๋ยวรู้เอง ขู่ใครเกียร์ว่าง-อืด-มือไม่โปรโดนระนาวแน่ “คุณชายอุ๋ย” โวยลั่นมีแก๊งเลื่อยขาเก้าอี้คอยกุข่าวคอยหลอกหลอน 23 ก.ค. 2558 03:44 23 ก.ค. 2558 03:46 ไทยรัฐ