วันศุกร์ที่ 19 ตุลาคม พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐLogin
กก.หมู่บ้านเร่งสอบ 'พระอาจารย์ชา' ส่อจะแปลงวัดอยู่เป็นครอบครัว-ทำพุทธพาณิชย์

กก.หมู่บ้านเร่งสอบ 'พระอาจารย์ชา' ส่อจะแปลงวัดอยู่เป็นครอบครัว-ทำพุทธพาณิชย์

  • Share:

พระอาจารย์ชา ย่้อนเข้าวัดอีกรอบ ฝั่งกก.หมู่บ้านคณะตรวจสอบ พบมีพฤติกรรมใช้วัดเป็นที่อยู่อาศัย อีกทั้งแปลงวัดอาจใช้เป็นสถานประกอบกิจการเป็นพุทธพาณิชย์ โดยกำลังรวมหลักฐาน ด้าน พระอาจารย์ชา ยังเงียบบอกแค่จะแถลงข่าวในอีก 2-3วัน...

เมื่อวันที่ 22 ก.ค.2558 ผู้สื่อข่าวรายงานความคืบหน้า กรณีชาวบ้านชุมนุมปิดล้อมวัดวังหอมพุทธาราม ที่ตั้งอยู่เชิงเขาบรรทัด ท้องที่หมู่ 5 ต.วังอ่าง อ.ชะอวด จ.นครศรีธรรมราช เพื่อขับไล่พระอนานันท์ ญาณธนะโชติ อายุ 39 ปี หรือ พระอาจารย์ชา เจ้าอาวาส ที่ถูกระบุว่ามีพฤติกรรมอวดอุตริ โดยล่าสุดมีการโพสต์ภาพพระรูปนี้เหงื่อกลายเป็นพระธาตุ เลือดจากบาดแผลกลายเป็นเกล็ดแก้ว หรือพระธาตุเช่นเดียวกัน ในโลกออนไลน์

ชาวบ้านจำนวนกว่า 200 คนปักหลักอยู่เฝ้าวัด

ในช่วงบ่ายวันนี้ชาวบ้านจำนวนกว่า 200 คน ได้ปักหลักเรียงรายรอบวัดและกระจายอยู่ตามจุดต่างๆ หลังพบว่าพระอนานันท์ ซึ่งเมื่อคืนวานได้ตกลงที่จะออกจากวัด ได้แอบย้อนหวลกลับมาอีกครั้งหนึ่งในวันนี้ โดยเก็บตัวเงียบอยู่ภายใน สำนักวิปัสสนาที่ชื่อว่า วังกัลป์ยาณมิตตาราม อันเป็นสำนักที่อยู่ติดกับอาณาเขตของวัด

ต่อมาในเวลา 15.00น. ชาวบ้านได้ตั้งผู้นำท้องถิ่นจำนวนหนึ่ง เป็นตัวแทนเข้าตรวจสอบสภาพภายในของวัด เนื่องจากในช่วงเวลา 4 ปี ที่พระอนานันท์ หรือพระอาจารย์ชามาเป็นเจ้าอาวาส ไม่อนุญาตให้คนในพื้นที่หรือในท้องถิ่น เข้าไปในเขตวัดโดยไม่ได้รับอนุญาต ไม่มีชาวบ้านไปร่วมการประกอบพิธีทางศาสนา ฟังเทศน์ ฟังธรรม ตามวิถีชาวพุทธแต่อย่างใด

น้ำดื่มคุณนาย ที่ถูกผลิตในวัด และน้ำพระพุทธมนต์ ที่บรรจุขวดขนาดเล็ก

จากนั้นเมื่อเวลา 17.30น.ของวันนี้ การตรวจสอบของชาวบ้านพบว่า ภายในอาคารโรงธรรมและโรงครัวเดิมของวัด ถูกดัดแปลงเป็นโรงงานผลิตน้ำดื่ม ติดตั้งเครื่องจักรและเครื่องกรองน้ำ มีขวดน้ำที่ยังไม่บรรรจุน้ำและขวดที่บรรจุน้ำแล้วจำนวนมาก น้ำดื่มใช้ตราหรือชื่อยี่ห้อคือ “น้ำดื่มคุณนาย” มีรูปแบบเหมือนน้ำดื่มบรรจุที่วางขายทั่วไปตามท้องตลาด และน้ำบรรจุขวดขนาดเล็กลักษณะกลม ที่ถูกระบุว่าเป็นน้ำพระพุทธมนต์ ขณะที่พระพุทธรูปเก่าแก่ ทรัพย์สินโบราณต่างๆของวัดที่เคยมีมาแต่ก่อน กลับหายไปจนแทบหมดสิ้น 

ส่วนพื้นที่ปฏิบัติธรรมเดิมของวัด เดิมเป็นถ้ำหลายถ้ำหลังวัด มีการดัดแปลงก่อสร้างต่อเติม รวมทั้งเชื่อมต่อสายไฟฟ้า นำอุปกรณ์ไฟฟ้าเข้าไปใช้ภายใน จากการตรวจสอบพบว่าสภาพภายในถูกตกแต่งให้มีสภาพคล้ายรีสอร์ท ผิดแผกแตกต่างไปจากสถานที่ปฏิบัติธรรมสมัยเจ้าอาวาสรูปก่อน ในขณะที่กองอำนวยการความมั่นคงภายในภาค 4 ได้ส่งเจ้าหน้าที่ด้านความมั่นคงเข้ามาร่วมตรวจสอบกับชาวบ้านด้วย ล่าสุดมีตำรวจนอกเครื่องแบบจากกองบังคับการสืบสวน ตำรวจภูธรภาค 8 เดินทางมาที่วัดด้วย

สถานที่ปฏิบัติธรรมของวัด ดูไม่เหมือนวัดทั่วไป

นายเสริม แกล้วทนงค์ อายุ 54 ปี  กรรมการหมู่บ้าน หนึ่งในผู้นำท้องถิ่นที่ชาวบ้านมีมติมอบหมายให้เป็นกรรมการตรวจสอบกล่าวว่า หากพระอนานันท์ หรือ พระอาจารย์ชา ออกไปเสียจากวัดแบบเบ็ดเสร็จเด็ดขาด ชาวบ้านจะร่วมกันบูรณะวัดวังหอมพุทธาราม หรือที่ชาวบ้านเรียกกันว่า วัดวังหอน ให้กลับมาอยู่ในสภาพเดิม เหมือนกับช่วงที่เจ้าอาวาสรูปเก่า คือหลวงพ่อแสง ธรรมสาโร ที่มรณภาพไปแล้ว เคยจำวัดและปฏิบัติศาสนกิจกับชาวบ้าน โดยในช่วง 4 ปี ที่พระอนานันท์มาอยู่ และตั้งตัวเป็นเจ้าอาวาส ชาวบ้านแทบไม่ได้ย่างกรายเข้ามาในวัดแห่งนี้ มีเพียงเด็กๆ ที่เล่นซุกซนหรือแอบเข้ามาเล่น แล้วนำสิ่งที่พบเห็นไปบอกเล่า 

กรรมการหมู่บ้าน กล่าวต่อว่า อย่างไรก็ตามปมใหญ่ที่ชาวบ้านรวมตัวกันขับไล่ปมหนึ่ง คือ พฤติกรรมใช้วัดเป็นที่อยู่อาศัยแบบครอบครัว มารดา ภรรยา ลูกๆ ของพระอนานันท์ ได้พักอาศัยอยู่ในวัดแห่งนี้ และทุกคนโกนศรีษะ นุ่งห่มจีวรแบบพระสงฆ์ เคยมีชาวบ้านไปสอบถาม ก็ได้รับคำตอบว่าแม่และภรรยาบวชเป็นภิกษุณี แต่จริงๆแล้วไม่ใช่ ไม่ได้ผ่านการบวชเป็นภิกษุณีตามที่กล่าวอ้างแต่อย่างใด อยู่อาศัยกันแบบครอบครัว รวมทั้งมีเพื่อนๆของพระอนานันท์ พักอาศัยอยู่ด้วย โดยไม่ทราบว่าบวชมาจากไหน แต่นุ่งห่มจีวรและศรีษะโล้นเหมือนพระสงฆ์อยู่ในวัดด้วย ในเวลากลางคืนหรือยามวิกาล จะมีรถบรรทุก รถกระบะวิ่งเข้าออกวัด ที่ชาวบ้านได้ช่วยกันเก็บรวบรวมพยานหลักฐานเกี่ยวกับเรื่องนี้ไว้ เมื่อถึงเวลาที่เหมาะสมจะนำมาแสดง กับเจ้าหน้าที่ภาครัฐที่มีหน้าที่เกี่ยวข้อง เพื่อให้การดำเนินการของชาวบ้านและพุทธศาสนิกชนที่กำลังดำเนินการอยู่ สามารถพิสูจน์ถึงที่มาของปัญหาได้ ว่าพระอนานันท์แปลงวัดเป็นวัดครอบครัว และแปลงวัดเป็นสถานประกอบการบริษัท เพื่อดำเนินกิจการเป็นพุทธพาณิชย์ โดยพยายามสร้างข่าวสร้างกระแสเรื่องอภินิหาริย์ต่างๆ หลอกขายน้ำดื่มและน้ำพระพุทธมนต์ กับบุคคลที่หลงงมงาย โดยเฉพาะกับสุภาพตรี ที่ได้ดื่มหรือนำน้ำนี้ไปใช้ ชีวิตจะก้าวหน้าเป็นคุณหญิงคุณนาย

พระอาจารย์ชา เก็บตัวอยู่ใน สำนักวิปัสสนาที่ชื่อว่า วังกัลป์ยาณมิตตาราม

นายเสริม กล่าวอีกว่า เมื่อราวๆ 2 ปีที่แล้ว พระอนานันท์ได้ขอซื้อที่ดินที่อยู่ติดกับวัด และสำนักวิปัสสนาชื่อ “วังกัลยาณมิตตาราม” ทำการก่อสร้างสำนักอยู่ติดกับวัดและเข้าออกทะลุกับวัด จึงถือว่าเป็นที่ดินส่วนบุคคลของพระอนานันท์และครอบครัว ชาวบ้านจะไม่ไปยุ่งเกี่ยว ที่ดำเนินการในวันนี้ แม้ชาวบ้านจะไม่พอใจในพฤติกรรม แต่พยายามที่จะช่วย ในการทยอยขนย้ายทรัพย์สินส่วนตัวของพระอนานันท์และครอบครัวออกไป โดยนำไปไว้ที่บ้านของนางบุญเรือน พุทธสวัสดิ์ พี่สาวของพระอนานันท์ ที่พักอาศัยอยู่ข้างเขื่อนห้วยน้ำใส ในต.วังอ่าง อ.ชะอวด หลังทุกอย่างคลี่คลาย จะนิมินต์พระรูปใหม่ที่อยู่ในวินัยสงฆ์และมีจิตเป็นพุทธมาจำพรรษาต่อไป

ภายในสำนักวิปัสสนาชื่อ “วังกัลยาณมิตตาราม” ที่อยู่ติดกับวัดวังหอมพุทธาราม

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อเวลา 21.00น.ที่ผ่านมา พระอนานันท์ที่เก็บตัวอยู่ภายในวังกัลยาณมิตตารามตลอดทั้งวัน ได้ปรากฏตัวอีกครั้ง หน้าอาคารอาศรม พูดคุยกับคนใกล้ชิดที่มาพบ ทำให้ชาวบ้านมีการระดมคนมาเฝ้าระวังกันเพิ่มขึ้น และหารือถึงมาตรการ ที่จะเคลื่อนไหวต่อในวันพรุ่งนี้ เพื่อกดดันให้พระรูปนี้พ้นไปวัดและเขตพื้นที่ใกล้เคียงวัด ทั้งนี้ผู้สื่อข่าวได้ติดต่อผ่านคนใกล้ชิด เพื่อขอสัมภาษณ์พระอนานันท์ ว่าจะดำเนินชีวิตหรือใช้ชีวิตหรือจำวัดที่ใดกันแน่ นับต่อจากนี้ไป แต่ได้รับแจ้งจากผู้ใกล้ชิดว่า พระอนานันท์ไม่พร้อมที่จะให้สัมภาษณ์ในเวลานี้ แต่จะแถลงข่าวอีกครั้งใน 2 – 3 วันนี้.

คุณอาจสนใจข่าวนี้

คุณอาจสนใจข่าวนี้