วันอาทิตย์ที่ 19 สิงหาคม พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

ปรับใหญ่เลยทีเดียว

ได้ยินกันหลายหู หนังสือพิมพ์ก็เล่นข่าวหลายฉบับ

กับข้อความร้อนๆ “นายกรัฐมนตรีไม่เข้าใจเรื่องเศรษฐกิจแล้วยังเอาไปพูดตอบนักข่าวทุกเรื่อง”

ตามข่าวที่ระบุว่า “หม่อมอุ๋ย” ม.ร.ว.ปรีดิยาธร เทวกุล รองนายกฯ หัวหน้าทีมเศรษฐกิจ พูดกลางวงที่ประชุมสมาคมธนาคาร ต่อหน้าบรรดานายแบงก์

ล่าสุดเจ้าตัวปฏิเสธไม่ได้พูดอย่างนั้น โบ้ยเป็นขบวนการปล่อยข่าว

แต่ก็มีรายงานเบื้องหลังว่า คำพูดดังกล่าวมีการบันทึกเสียงไว้ และเทปบันทึกการประชุมดังกล่าวได้ส่งถึง พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี หัวหน้า คสช.เรียบร้อยแล้ว

ขณะที่ พล.อ.ประยุทธ์ พูดออกอากาศดังๆ ไม่ต้องการเคลียร์ใจกับใคร ข่าวมาจากสื่อที่เขียนเกือบทุกฉบับให้ปั่นป่วน ยืนยันไม่ได้ติดใจอะไรใครทั้งนั้น

จับอารมณ์ พยายามกลบอาการค้างคาใจกันเต็มที่

แต่เรื่องของเรื่องมาถึงตอนนี้แล้ว น่าจะหมดเวลาเกรงอกเกรงใจ

โดยไม่ได้เกี่ยวกับปมที่ “หม่อมอุ๋ย” ไปพูดบนเวทีด่าใคร แนวโน้ม พล.อ.ประยุทธ์ก็ต้องตัดสินใจยกเครื่องใหญ่ ภายหลังหมดเงื่อนไขที่ คสช.เน้นความมั่นคง มาเป็นการปรับฟอร์มบริหารปั่นเนื้องาน

ต่อโปรโมชั่นอำนาจพิเศษที่ยังไม่รู้จะต้องลากไปถึงไหน

และที่ผ่านมาก็พิสูจน์แล้วว่า ข้าราชการประจำ ปลัดกระทรวง หรือขุนทัพนายกองทหารที่ถนัดแต่รับนโยบายมาปฏิบัติ พอถึงเวลาต้องเป็นฝ่ายบริหาร นั่งแท่นรัฐมนตรีเองเลยคิดไม่เป็น เดินงานไม่ออก

ถึงคิวต้องเกณฑ์มือบริหารอาชีพทางการเมืองมาปรับฟอร์ม

และตามเงื่อนสถานการณ์ยังต้องโยงกันระหว่างการปรับ ครม.กับการจัดแถว คสช.

ตามฤดูเกษียณอายุราชการภายใต้เงื่อนสถานการณ์ที่ตัวจักรสำคัญ ทั้ง “บิ๊กโด่ง” พล.อ.อุดมเดช สีตบุตร รมช.กลาโหม และ ผบ.ทบ.ถึงคิวเกษียณจากเก้าอี้จ่าฝูงกองทัพบก เหลือแค่เก้าอี้ รมช.กลาโหม เช่นเดียวกับ พล.อ.ฉัตรชัย สาริกัลยะ รมว.พาณิชย์

ในฐานะรอง ผบ.ทบ. และ พล.อ.ไพบูลย์ คุ้มฉายา รมว.ยุติธรรม ในฐานะรอง ผบ.ทหารสูงสุดที่ต้องขาลอยจากกองทัพ

คสช.ต้องกระชับความมั่นคงไปพร้อมๆกับบริหารทางการเมือง

เบื้องต้นเลยคือจ่าฝูงกองทัพบกคนใหม่ แคนดิเดตอย่าง พล.อ.ธีรชัย นาควานิช กับ พล.อ.ปรีชา จันทร์โอชา ผู้ช่วย ผบ.ทบ. วัดดวงวัดใจ “น้องในทีม” กับ “น้องในไส้”

แต่สุดท้ายก็คงจบแบบไร้ปัญหา เพราะทหารมีกฎกติกาในหมู่พี่ๆน้องๆ

เหนืออื่นใดด้วยศักดิ์ศรีของพี่ใหญ่อย่าง “บิ๊กป้อม” พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกฯ และ รมว.กลาโหม ที่วางหมากขุมอำนาจ “บูรพาพยัคฆ์” ครองเบอร์หนึ่งกองทัพบกมาต่อเนื่อง ตั้งแต่ พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา มาถึง พล.อ.อุดมเดช สีตบุตร นักรบตะวันออกยังไม่หลุดไลน์

ถ้าตามแนวทางนี้ พล.อ.ธีรชัย นาควานิช น่าจะมีภาษีดีกว่า

แต่ที่พลิกไปพลิกมาได้ตลอดก็คือเก้าอี้ ผบ.ตร.คนใหม่ ตามธรรมชาติของขุมอำนาจสีกากีที่ไม่มีพี่มีน้อง ไม่ต้องพูดถึงประเพณีปฏิบัติ ขึ้นอยู่กับคุณสมบัติว่าใครจะวิ่งเข้าเส้น “ลายพราง” ได้

จากแต่แรกที่ชัวร์อยู่กับชื่อ “บิ๊กแป๊ะ” พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา รอง ผบ.ตร.

แต่พอมีปรากฏการณ์เพี้ยนๆ ในที่ประชุมคณะกรรมการ ข้าราชการตำรวจ (ก.ตร.) ที่กลับมติไปมากรณีการอุทธรณ์เยียวยาสิทธิทวีคูณอายุราชการของ พล.ต.ท.ศรีวราห์ รังสิพราหมณกุล ผบช.น.

เปิดทางให้เจ้าตัวได้ก้าวกระโดดขึ้นจ่อไลน์จ่าฝูงสีกากี

นั่นก็ทำให้ชื่อของ พล.ต.อ.เอก อังสนานนท์ รอง ผบ.ตร.กลับมาเบียดสูสี เพราะเหลืออายุราชการอีก 1 ปี เป็นห้วงเวลาพอดีที่จะรอให้ พล.ต.ท.ศรีวราห์ได้แต่งตัวในตำแหน่งรอง ผบ.ตร.จ่อเสียบคิวต่อไป

ภายใต้ธงที่ฝ่ายคุมเกมอำนาจจะไล่บี้ไล่ต้อน “ทักษิณ” เต็มที่

ประกอบกับเงื่อนไขของ ผบ.ตร.คนใหม่ จะมีผลไปถึงคดีม็อบพันธมิตรฯ ยึดสนามบินเข้าข่ายก่อการร้าย ที่ล่าสุดศาลอาญามีคำสั่งให้เลื่อนการพิจารณาอีกครั้ง ไปเป็นเดือนกุมภาพันธ์ต้นปีหน้า

ในขณะที่หัวหน้าทีมเจ้าของสำนวนคดีอย่าง “บิ๊กอ๊อด” พล.ต.อ.สมยศ พุ่มพันธุ์ม่วง ผบ.ตร.พ้นเก้าอี้ไป อะไรก็เกิดขึ้นได้ในการเพิ่มหรือลดน้ำหนักทางคดี

เดิมพันจ่าฝูงสีกากีคนใหม่จึงเกี่ยวพันกับเกมอำนาจการเมืองเต็มๆ.

ทีมข่าวการเมือง

23 ก.ค. 2558 00:34 23 ก.ค. 2558 02:09 ไทยรัฐ