วันอังคารที่ 21 สิงหาคม พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

'ปุยฝ้าย' มวยหญิงดาวมหาลัย'ศึกนี้เพื่อแม่'ลงนวมซ้อมก็ฮือฮาแล้ว!!

สุดฮือฮา นักมวยสาว ปุยฝ้าย ช.เหล็กสยาม หรือ น.ส.ฐิติรัตน์ บุตรพรหม วัย 19 ปีนักศึกษาสาวดาวมหาวิทยาลัยราชภัฏเชียงใหม่ ที่จะขึ้นชกมวยในรายการศึกทุ่งยั้งทัพ "ศึกนี้เพื่อแม่" กับนักมวยนักเรียนสาว "เพชรงามตา เพชรน้ำผึ้ง" หรือ น.ส.นิภาพร ปัญญาดี วัย 18 ปี มวยคู่นี้จัดขึ้นในเวลา 18.00 น.วันที่ 9 ส.ค.นี้

เมื่อเวลา 16.00 น.วันที่ 22 กค 58 ผู้สื่อข่าวรายงานว่าที่ ค่าย ป.กิจพรรณา หมู่ 6 ต.ป่าไผ่ อ.สันทราย จ.เชียงใหม่ น.ส.ฐิติรัตน์ บุตรพรหม หรือน้องปุยฝ้าย อายุ 19 ปี สัดส่วน 36-25-35 ส่วนสูง 168 ซม. ปัจจุบันศึกษาอยู่ชั้นปีที่ 2 คณะการจัดการ สาขาวิชานิเทศศาสตร์ แผนกการประชาสัมพันธ์ มหาวิทยาลัยราชภัฏเชียงใหม่ ได้มาฝึกซ้อมที่ค่ายแห่งนี้ โดยมีพี่เลี้ยงนักมวย คือ น.ส.ธัญยาภรณ์ อุดม หรือน้องปีใหม่ อายุ 22 ปี คอยให้น้ำและดูแลการฝึกซ้อม พร้อมทั้งให้กำลังใจ โดย น้องปุยฝ้าย ได้ทำการซ้อมโชว์ ด้วยการเตะกระสอบทราย และก็ซ้อมกับนักมวยชาย ที่มาเป็นกระสอบเคลื่อนที่ให้ โดยมี นายชาตรี เชื้อมโนชาญ รองนายกเทศบาลนครเชียงใหม่ และ พ.ท.ปิยะชาติ พรมนาทม ฝ่ายเสนาธิการ กองพลทหารราบที่ 7 ซึ่งร่วมกันจัดมวยรายการนี้ ได้มามอบกระเช้าเครื่องดื่มเพื่อสุขภาพให้กับ น้องปุยฝ้าย

ทางด้านพี่เลี้ยงนักมวย น้องปีใหม่ หรือผู้จัดการส่วนตัว ได้เปิดเผยว่า ตอนนี้น้องปุยฝ้ายนั้นมาเป็นพริตตี้ ให้กับทางบริษัทเหล็กสยามในงานเชียงใหม่ซุปเปอร์ไฟรท์ คนรักมวยไทย เมื่อวันที่ 9 ก.ค. 58 ทางบริษัทได้ให้ตนไปสอดส่องหาบุคคลที่มีบุคลิกดีเป็นผู้หญิงเพื่อมาทำการปั้นนักมวยไทย เพื่อสนับสนุนให้เยาวชนไทยใช้เวลาให้เป็นประโยชน์ และช่วยอนุรักษ์วัฒนธรรมมวยไทย

ตนจึงได้ชักชวนน้องปุยฝ้ายให้มาฝึกมวยไทย โดยทางบริษัทให้การสนับสนุน น้องปุยฝ้ายก็ได้ตอบรับ และด้วยส่วนตัวของน้องเองก็มีความชอบมวยไทยอยู่เป็นทุนเดิม ตั้งแต่นั้นตนก็ได้นำตัวน้องมาเข้าค่ายฝึกมวยและมีเทรนเนอร์ เป็นนักมวย ของค่าย ป.กิจพรรณา คอยให้การสอนท่ามวย และการต่อสู้ จนน้องได้พัฒนาฝีมือขึ้นมาเรื่อยๆ และได้เคยส่งไปต่อยตามงานวัดต่างๆ เพื่อประสบการณ์ ชนะบ้าง แพ้บ้าง ทำให้น้องแกร่งขึ้น กระทั่งต่อมามีการจัดรายการมวย "ศึกทุ่งยั้งทัพ ศึกนี้เพื่อแม่" ซึ่งทางบริษัทเป็นสปอนเซอร์ด้วย จึงได้ส่งน้องปุยฝ้ายขึ้นชกในรายการนี้ด้วย และนึกไม่ถึงว่าจะเป็นข่าวฮือฮาจนโด่งดังทั้งที่ยังไม่ได้ขึ้นชก

น้องปุยฝ้าย เผยว่า ปกติเป็นคนชอบมวยไทยอยู่แล้ว เป็นลูกคนเดียว พ่อชอบดูมวย และชอบพาตนไปดูมวยตอนตนยังเป็นเด็ก ทำให้ตนชอบ และเคยไปกับเพื่อนไปฝึกมวยบ้างเป็นบ้างครั้ง กระทั่งต่อมาได้มาทำงานเป็นพริตตี้ ตั้งแต่เข้ามาเป็นนักศึกษา ก็เริ่มหาเงินเลี้ยงตัวเองและส่งตัวเองเรียนให้พ่อแม่บ้าง พ่อของตนทำงานเป็นขายสุนัข ส่วนแม่ เป็นแม่บ้าน พื้นเพเดิม พ่อของตนเป็นคนจังหวัดร้อยเอ็ด แม่จังหวัดนครสวรรค์ และทั้งหมดเราได้พากันมาอยู่ที่จังหวัดเชียงใหม่เป็นเวลา 7 ปี แล้ว ตนมีความภูมิใจที่ได้หาเงินช่วยเหลือพ่อแม่ ไม่ให้เป็นภาระ เข้ามหาวิทยาลัย ก็ไม่เคยขอเงินพ่อแม่ ตอนเด็กๆ ชอบดูมวย แต่ไม่ลึกมาก และจะจดจำ ลีลา การต่อย ชอบมวยลีลา เพราะทำให้ไม่เหนื่อย ชอบดูมวยตู้ นักมวยที่ชื่นชอบก็คือ บัวขาว

"การขึ้นชกครั้งนี้ ไม่หวั่นผลแพ้หรือชนะ ขอเก็บเกี่ยวเป็นประสบการณ์ ขอให้พ่อได้เห็นความใฝ่ฝันของตน พ่อก็เป็นห่วง กลัวตนเจ็บ ก็บอกพ่อว่า ผู้หญิงคงไม่หนักเท่าผู้ชาย พ่อเป็นห่วงว่าจะช้ำใน สำหรับคู่ต่อสู้ของตนเคยได้ยินมาว่าเขาเป็นนักมวยอยู่แล้ว แต่เป็นรุ่นน้อง ม.6 เขาเป็นมวยหมัด แต่ตนยังใหม่อยู่ ในวงการมวยแต่ก็เคยต่อยมาแล้ว 3 ครั้ง ครั้งนั้นยังอยู่ ม.4 ไปกับพ่อต่อยแบบไม่เจ็บหนักเป็นงานวัด เสมอเป็นส่วนมาก ตอนนั้นยังเด็กๆ อยู่ เมื่อมาอยู่มหาวิทยาลัย ก็มาหาเงินด้วยการมาเป็นพริตตี้ ได้เงินมา กระทั่งทางบริษัทที่ทำงานอยู่แล้ว เขามาทาบทามประกอบกับตนชอบศิลปะมวย จึงได้ตอบรับไป และก็ต้องมาเจอกับงานใหญ่เลย ก็โอเค ถือว่าเป็นการหาประสบการณ์ในชีวิต ฟลุคไม่คิดว่าจะได้ขึ้นเวทีใหญ่และเป็นข่าวโด่งดังขนาดนี้" น้องปุ้ยฝ้ายกล่าว

น้องปุยฝ้าย กล่าวด้วยว่า ตอนนี้แม่กับพ่อ เห็นข่าวทางหนังสือพิมพ์ ก็ดีใจ และบอกกับตนว่าภูมิใจในตัวลูก ตนจะขอต่อสู้เพื่อแม่ พ่อ ให้ดีที่สุด สำหรับมีคนถามมามากมายว่ามีแฟนหรือยัง ขอตอบได้เลยว่า ไม่มี ตอนนี้ไม่อยากคิดเรื่องแฟน อยากเรียนให้จบ อยู่กับพ่อแม่ก็มีความสุขดี แรกๆ พ่อกับแม่ก็ตกใจ ที่ตนต้องมาขึ้นชกเวทีมวยระดับจังหวัด นึกไม่ถึง มาทำงานพริตตี้ จู่ๆ ลูกสาวก็ได้ขึ้นเวทีชก พ่อแม่เป็นห่วง ตอนนี้ก็จะเรียนวิชามวยไทยไปเรื่อยๆ พัฒนาฝีมือไปเรื่อยๆ ชอบมาก ชอบจนเข้าไปในสายเลือด พ่อจะเปิดให้ดูทุกวันที่มวยตู้ออก ตนก็จะนั่งดูกับพ่อและลุ้นไปด้วยกัน และศึกษาวิธีการ การชก ของมวยตู้ไปด้วย และเมื่อมาได้เข้าคอร์สก็ถือว่าทำให้เราได้เรียนรู้ง่ายขึ้น สำหรับคติประจำใจตน "ถ้าอยากสูงต้องเขย่ง ถ้าอยากเก่งต้องขยัน" ตนขอสู้เพื่อพ่อแม่ และถวายพระพรในวันมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษาซึ่งในรายการนี้ชื่อศึกนี้เพื่อแม่

ต่อมาเมื่อเวลา 17.00 น. วันเดียวกัน น้องพร หรือ นิภาพร ปัญญาดี อายุ 18 ปี อยู่บ้านเลข 100/18 หมู่ 5 ต.แม่แรม อ.แม่ริม จ.เชียงใหม่ ศึกษาอยู่ที่ โรงเรียนแม่ริมวิทยาคม ชั้น ม.6 ได้เดินทางมาที่ค่าย ป.กิจพรรณา เพื่อมาดูคู่ชก ปรากฏว่าทางสื่อมวลชนได้ให้ทั้งสองยืนประกบกันบนเวที ซึ่งทาง น.ส.ปุยฝ้ายจะสูงกว่าเล็กน้อย

น้องพร ได้เปิดเผยว่า ได้ใช้ชื่อในการขึ้นชกมวยว่า เพชรงามตา เพชรต้นผึ้ง ซ้อมมวยอยู่ค่ายเพชรต้นผึ้ง อ.แม่ริม เชียงใหม่ ตนได้เข้ามาฝึกมวยตอนอยู่ ม. 5 โดยตนชอบการออกกำลังกาย ซ้อมบ้างไม่ซ้อมบ้าง ต่อมาหัวหน้าค่ายมวย ได้ชักชวนให้ตนมาซ้อมที่ค่ายและได้สอนเชิงมวยให้ พอได้มาฝึกมวยก็เริ่มชอบ ตนต่อยมวยถนัด การใช้เข่าต่อมาทางหัวหน้าค่ายได้มาบอกกับตนว่า จะให้ไปชกในรายการใหญ่ เวทีระดับจังหวัด ตื่นเต้นมาก คิดว่า ได้มาต่อยกับพี่นักศึกษา สวย ก็ดีใจ ภูมิใจ แพ้ชนะไม่สนใจเอาประสบการณ์ นักมวยที่ชอบที่สุดคือ บัวขาว จบการศึกษา ม.6 ตนใฝ่ฝันอยากเป็นพยาบาล ตนนั้นเรียนหนังสือปานกลาง เกรดเฉลี่ย 2.6 ชอบ นายกรัฐมนตรี พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา มาก เพราะท่านมีหลักการมีเหตุผล การบริหาร ทำให้ประเทศชาติอยู่ในระเบียบ คนไทยสามัคคี.

สุดฮือฮา นักมวยสาว ปุยฝ้าย ช.เหล็กสยาม หรือ น.ส.ฐิติรัตน์ บุตรพรหม วัย 19 ปี นักศึกษาสาวดาวมหาวิทยาลัยราชภัฏเชียงใหม่ ที่จะขึ้นชกมวยในรายการศึกทุ่งยั้งทัพ "ศึกนี้เพื่อแม่" กับนักมวยนักเรียนสาว "เพชรงามตา เพชรน้ำผึ้ง 22 ก.ค. 2558 18:29 22 ก.ค. 2558 19:39 ไทยรัฐ