วันอาทิตย์ที่ 16 ธันวาคม พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐLogin
ตร.ท่าแซะ สกัดจับคนร้ายปล้นรถบรรทุก 22 ล้อ

ตร.ท่าแซะ สกัดจับคนร้ายปล้นรถบรรทุก 22 ล้อ

  • Share:

สภ.ท่าแซะ ชุมพร สกัดจับคนร้ายปล้นรถบรรทุกพ่วง 22 ล้อ สอบสวนทราบว่า คนร้ายร่วมกับพวกอีก 3 ตระเวนหารถบรรทุกที่คนขับจอดนอนพักอยู่ริมถนน แล้วปล้นนำไปขายทั้งในและประเทศเพื่อนบ้าน ตร.เร่งรวมหลักฐาน ขออนุมัติหมายจับคนร้ายที่เหลือ...

เมื่อวันที่ 22 กรกฎาคม 2558 พ.ต.อ.ธานี นาคหกวิค ผกก.สภ.ท่าแซะ จ.ชุมพร ได้รับการประสาน จากตำรวจชุดสืบสวนภูธรภาค 8 ว่าเกิดเหตุคนร้ายใช้อาวุธปืน ปล้นรถบรรทุกพ่วง 22 ล้อ ยีห้อฮีโน่ สีขาวทะเบียน 70-4758 สุราษฎร์ธานี และทะเบียนพ่วง 70-4759 สุราษฎร์ธานี หน้ารถติดสติกเกอร์ข้อความว่า “แก้วประสงค์” จากพื้นที่ สภ.เวียงสระ จ.สุราษฎร์ธานี เมื่อช่วงเวลา 01.00 น. ในวันเดียวกัน โดยรถคันดังกล่าวได้ติด GPS ไว้ด้วย

จากการตรวจสอบพบว่า คนร้ายได้ขับหลบหนีเ ข้าไปยังพื้นที่รับผิดชอบของ สภ.ท่าแซะ จึงได้สั่งการให้ พ.ต.ท.ชนินทร์ ณรงค์น้อย รอง ผกก.สส.สภ.ท่าแซะ ร.ต.ท.พงศ์พันธ์ จันทสุริวงค์ รอง สวป. นำกำลังออกตรวจสกัด จนกระทั่งพบรถบรรทุกพ่วง 22 ล้อคันดังกล่าว ขับมาถึงสี่แยกท่าแซะ ถนนเพชรเกษมปากทางเข้า อ.ปะทิว หมู่ 16 ตำบลท่าแซะ อ.ท่าแซะ จึงเข้าสกัดจับกุมไว้ได้ ทราบคนขับ ชื่อนายโกวิทย์ ศรนิรันต์ อายุ 29 ปี อยู่ ต.บางดี อ.ห้วยยอด จ.ตรัง จึงควบคุมตัวไปสอบสวนที่โรงพัก

ตำรวจ สภ.ท่าแซะ สกัดจับรถบรรทุกตามรายงาน

ต่อมา ตำรวจชุดสืบสวนภูธรภาค 8 ได้เดินทางมาร่วมสอบสวนนายโกวิทย์ เบื้องต้น ให้การวกวนไปมามีพิรุธ อ้างว่าเป็นเพียงผู้รับจ้างขับมาจากนายจ้างไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับการปล้นรถคันดังกล่าว เมื่อเจ้าหน้าที่เค้นสอบหนักเข้าทำให้จนมุมและรับสารภาพว่า ได้ร่วมกับพวกอีก 3 คน มีนายชัย อายุ 42 ปี เป็นหัวหน้าแก๊งเป็นชาว จ.นครศรีธรรมราช กับนายปราชญ์ อายุ 45 ปี และเพื่อนร่วมแก๊งอีกคนไม่ทราบชื่อ-สกุล อายุประมาณ 40 ปี ได้ขับรถยนต์กระบะโตโยต้า ตอนครึ่งสีดำแบบยกสูง ออกตระเวนหาเหยื่อรถบรรทุกที่คนขับจอดนอนพักอยู่ริมถนน จนกระทั่งพบรถบรรทุกพ่วง 22 ล้อคันดังกล่าว ที่มีนายธีระศักดิ์ ทิพย์รักษา อายุ 40 ปี อยู่ตำบลทุ่งหลวง อ.เวียงสระ จ.สุราษฎร์ธานี เป็นคนขับ จอดนอนอยู่บริเวณริมถนนคู่ขนานสายเอเชีย 41 หมู่ 1 ตำบลเวียงสระ อ.เวียงสระ จ.สุราษฎร์ธานี จึงเข้าไปเรียก ทำทีขอความช่วยเหลือ จากนั้นนายชัย หัวหน้าแก๊ง ได้ใช้อาวุธปืน จี้บังคับคนขับรถพ่วง แล้วเอาถุงดำคลุมศีรษะ และให้ลูกน้องอีก 2 คน ใช้เชือกมัดมือไพล่หลัง พาขึ้นรถยนต์กระบะขับพาไปทิ้งไว้ในป่า ส่วนนายโกวิทย์ ซึ่งเป็นคนขับรถพ่วง พาหลบหนีมุ่งหน้าไปขายในพื้นที่ จ.ประจวบคีรีขันธ์ ต่อมาช่วงเช้ามืด นายธีระศักดิ์คนขับรถพ่วงที่ถูกคนร้ายมัดมือไพล่หลังพาไปทิ้งไว้ในป่า สามารถดิ้นรนจนเชือกหลุดออกมา ขอความช่วยเหลือจากชาวบ้านและแจ้งตำรวจ จนสามารถสกัดจับคนร้ายไว้ได้

จากการสอบสวนขยายผลของเจ้าหน้าที่ ทราบว่า แก๊งปล้นรถบรรทุกดังกล่าว มีนายสุรชัยหรือโกชัยเป็นหัวหน้าแก๊ง มีอาชีพบังหน้ารับจำหน่ายสัตว์ทะเลอาหารซีฟู้ดและให้บริการรถดัมพ์รับถมดินอยู่ในพื้นที่ จ.นครศรีธรรมราช แต่เบื้องหลัง มีพฤติกรรมพาสมุนออกแอบอ้างเป็นตำรวจ ขอตรวจสอบ ตรวจค้นบรรดารถบรรทุกสินค้า และรถบรรทุกที่คนขับชอบจอดนอนอยู่ตามไหล่ถนน แล้วลงมือปล้นเอาทรัพย์สิน ข้าวสาร ยางพารา และรถยนต์ไปขายในตลาดทั้งในประเทศและประเทศเพื่อนบ้าน ซึ่งขณะนี้ ตำรวจสามารถขยายผล ตรวจสอบจากกล้องวงจรปิด ตามจุดต่างๆ และการติดต่อสื่อสารกันระหว่างคนร้าย จนรู้ชื่อและนามสกุลจริงหมดทั้งแก๊งแล้ว ตอนนี้อยู่ในระหว่างรวบรวมพยานหลักฐาน และประสานตำรวจท้องที่เกิดเหตุขออนุมัติหมายจับ

ตร.สภ.ท่าแซะ โชว์ผลงานจับแก๊งปล้นรถบรรทุก ก่อนมอบคืนให้เจ้าของ

ต่อมาในเวลา 14.30 น. นายธีระพงษ์ แก้วประสงค์ อายุ 29 ปี กำนัน ต.ยานยาว อ.คีรีรัฐนิคม จ.สุราษฎร์ธานี เจ้าของรถพ่วงที่ถูกปล้น เดินทางมาขอรับรถและมอบรางวัลสินน้ำใจให้กับตำรวจ สภ.ท่าแซะ ชุดจับกุม และกล่าวว่า ตนเองได้รับเลือกตั้งเป็นกำนันได้เพียง 12 วัน หลังจากที่นายกฤษณา แก้วประสงค์ พ่อตนซึ่งเป็นกำนันอยู่ก่อนได้ลาออก เนื่องจากอายุมาก สุขภาพไม่ดี และเป็นเจ้าของบริษัท แก้วประสงค์ จำกัด มีรถบรรทุกจำนวนหลายคัน รถคันที่ถูกปล้นเพิ่งจะซื้อมาได้ 3 เดือน ทั้งตัวรถและตัวพ่วงรวมราคากว่า 4 ล้านบาท ได้บรรทุกแร่ยิปซั่มไปส่งที่ท่าเรือในพื้นที่ จ.กระบี่ เพื่อส่งออกไปต่างประเทศ ขากลับคนขับได้แวะจอดนอนริมถนนและถูกปล้นดังกล่าว จึงขอขอบคุณตำรวจ สภ.ท่าแซะ ที่สามารถสกัดจับกุมไว้ได้

ด้าน พ.ต.อ.ธานี กล่าวว่า กรณีปัญหาการปล้นรถบรรทุกที่เกิดขึ้นถือเป็นอุทาหรณ์ จึงขอเตือนไปยังคนขับรถ เจ้าของรถและผู้ประกอบการด้วยว่ากลางคืนอย่างจอดรถนอน ตามริมถนนหรือในที่เปลี่ยว เพราะจะตกเป็นเหยื่อของแก๊งปล้น ที่ก่อเหตุในลักษณะดังกล่าวมาแล้วในหลายท้องที่ หากจำเป็นหรืออ่อนเพลียง่วงนอนจริงๆ ก็ควรหาที่จอด ตามป้อมตำรวจหรือปั๊มน้ำมัน หรือที่มีเพื่อนจอดนอนหลายๆ คันจะมีความปลอดภัยมากกว่า.

คุณอาจสนใจข่าวนี้

คุณอาจสนใจข่าวนี้