วันอังคารที่ 21 สิงหาคม พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

สปช.ถกรายงานรับมือวิกฤติ กทม.จม ผวาเมืองกรุงจมอีก 15 ปีข้างหน้า

สปช.ถกรายงานรับมือวิกฤติเมืองกรุงจมน้ำชี้มีปัจจัยจากการใช้น้ำบาดาล-ตึกสูง-น้ำทะเลหนุน ชงตั้งคณะกรรมการยุทธศาสตร์ชาติแก้ปัญหาเร่งด่วนเตือนหากไม่เร่งดำเนินการ กทม.จมน้ำอีก 15 ปีข้างหน้า...

เมื่อวันที่ 22 ก.ค. 58 ที่รัฐสภามีการประชุมสภาปฏิรูปแห่งชาติ (สปช.) มีนายเทียนฉาย กีระนันทน์ ประธาน สปช. เป็นประธานการประชุม เพื่อพิจารณารายงานของคณะกรรมการเตรียมการเพื่อรับมือวิกฤตการณ์ (กรุงเทพฯ จม) สปช. เพื่อรับมือวิกฤตการณ์น้ำทะเลขึ้นสูงและแผ่นดินทรุดพื้นที่ กทม.และปริมณฑล โดยนายวิทยา กุลสมบูรณ์ ประธานคณะกรรมการเตรียมการเพื่อรับมือวิกฤติกรุงเทพฯ จมชี้แจงว่า ปัจจัยที่จะทำให้ กทม.จมมาจากการทรุดตัวของพื้นดิน ซึ่ง กทม.และปริมณฑลมีความสูงจากน้ำทะเลประมาณ 0.5-2 เมตร ซึ่งนอกจากการทรุดตัวตามธรรมชาติแล้วยังมีปัญหาการขุดใช้น้ำบาดาลในพื้นที่ระบบน้ำประปาเข้าไม่ถึงมาเป็นเวลานานทำให้พื้นดินใน กทม.และปริมณฑลเกิดทรุดตัว รวมทั้งภาวะน้ำหนักกดทับจากสิ่งปลูกสร้างที่เพิ่มขึ้น โดยปัจจุบัน กทม.มีอาคารความสูง 20 ชั้นขึ้นไป 700 แห่ง และความสูง 8-20 ชั้น จำนวน 4,000 แห่ง ตลอดจนรถไฟฟ้าที่เกิดขึ้นหลายสายเป็นเหตุให้พื้นดิน กทม.ทรุดตัว ตลอดจนการเปลี่ยนแปลงภูมิอากาศที่ส่งผลให้น้ำทะเลสูงขึ้น อาจทำให้บางส่วนของ กทม.และปริมณฑลมีโอกาสจะจมน้ำทะเลได้ในอนาคต

นายวิทยา กล่าวว่า รัฐบาลควรให้ความสำคัญแก้ปัญหา โดยการตั้งคณะกรรมการยุทธศาสตร์ในเรื่องดังกล่าวเพื่อรับมือวิกฤตการณ์น้ำทะเลหนุนสูงและแผ่นดินทรุด มีนายกรัฐมนตรีเป็นประธาน จัดทำเป็นแผนหลักระยะยาวมีการเพิ่มเติมกฎหมาย กฎระเบียบที่เกี่ยวข้องการปฏิรูปองค์กรให้มีคณะกรรมการเฉพาะมาขับเคลื่อนแผนงานดูแลภารกิจรับมือปัญหาเรื่องนี้ ตลอดจนให้ภาคประชาชนมีส่วนร่วมรับรู้ ตระหนักถึงปัญหาและผลกระทบที่เกิดขึ้น ทั้งนี้ได้มีการประเมินความเสี่ยงในระดับสูงว่า ถ้ายังไม่มีการวางมาตรการรองรับในระยะสั้น กทม.จะเกิดความเสียหายสูงมากจากพื้นที่น้ำทะเลท่วมในวงกว้างและลึก อาจจะต้องมีการทบทวนประเด็นการย้ายเมืองหลวงด้วย อย่างไรก็ตาม จากการประเมินขณะนี้ กทม.ยังมีความเสี่ยงอยู่ในระดับกลาง หากดำเนินมาตรการเพื่อรองรับในระยะเวลาที่เหมาะสมจะรับมือวิกฤตการณ์ได้ทัน และควบคุมความเสียหายได้ในระดับหนึ่ง

จากนั้นสมาชิก สปช.ได้อภิปรายแสดงความเห็นกันอย่างกว้างขวางโดยเห็นว่า กทม.ควรขุดลอกคูคลองเพื่อให้การระบายน้ำสะดวกรวดเร็วขึ้นในช่วงน้ำท่วม ตลอดจนการสร้างทางน้ำออกสู่ทะเล การเสนอให้หยุดการเติบโตของเมือง โดยย้ายแหล่งอุตสาหกรรมแหล่งธุรกิจ ออกนอกพื้นที่ กทม. จากนั้นที่ประชุมมีมติรับทราบรายงานดังกล่าวด้วยคะแนน 166 ต่อ 5 งดออกเสียง 4 เพื่อส่งให้คณะกรรมการนำไปพิจารณาปรับปรุง ก่อนส่งให้ ครม.พิจารณาต่อไปภายใน 7 วัน

ต่อมานายสุจริต คูณธนกุลวงศ์ คณะกรรมการเตรียมการเพื่อรับมือวิกฤติกรุงเทพฯ จม แถลงว่า มาตรการป้องกันไม่ให้ กทม.จม ต้องทำหลายเรื่อง ได้แก่ 1. การควบคุมการใช้น้ำบาดาล เพื่อควบคุมการทรุดตัวของแผ่นดิน 2. การควบคุมผังเมือง เพื่อควบคุมอาคารสูงไม่ให้กดทับพื้นดิน 3. การควบคุมการยกระดับของน้ำทะเล 4. การบูรณาการดำเนินป้องกันแบบองค์รวม หากไม่ดำเนินการอะไรเลยในเรื่องเหล่านี้ประเมินว่า กรณีเลวร้ายที่สุด กทม.จะจมใน 15 ปีข้างหน้า ดังนั้นในช่วงนี้ต้องเร่งทำเรื่อง กทม.จม ให้เป็นยุทธศาสตร์ชาติเพื่อหามาตรการรับมือ ซึ่งปัจจัยที่น่าห่วงที่สุดเรื่อง กทม.จมคือการหนุนของน้ำทะเล เพราะเป็นปัจจัยที่ไม่สามารถควบคุมได้ เพราะขณะนี้อ่าวไทยมีระดับน้ำทะเลเพิ่มสูงขึ้นทุกปี การรับมืออาจจะต้องทำเขื่อนกั้นน้ำทะเลตั้งแต่ อ.ศรีราชา จ.ชลบุรี ถึง อ.หัวหิน จ.ประจวบคีรีขันธ์ เพื่อป้องกันน้ำทะเลหนุนสูง ไม่ให้ กทม.จม และป้องกันการกัดเซาะชายฝั่งพื้นที่โดยรอบประเมินแล้วต้องใช้งบประมาณลงทุนสูงถึง 5 แสนล้านบาท.

สปช.ถกรายงานรับมือวิกฤติเมืองกรุงจมน้ำชี้มีปัจจัยจากการใช้น้ำบาดาล-ตึกสูง-น้ำทะเลหนุน ชงตั้งคณะกรรมการยุทธศาสตร์ชาติแก้ปัญหาเร่งด่วนเตือนหากไม่เร่งดำเนินการ กทม.จมน้ำอีก 15 ปีข้างหน้า... 22 ก.ค. 2558 15:10 22 ก.ค. 2558 18:10 ไทยรัฐ