วันศุกร์ที่ 17 สิงหาคม พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

นายกฯ กั๊กปรับ ครม. บอกทุกอย่างอยู่ในใจ ปรับเมื่อไหร่เดี๋ยวรู้เอง

"บิ๊กตู่" กั๊กปรับ ครม.บอกทุกอย่างอยู่ในใจ ปรับเมื่อไหร่เดี๋ยวรู้เอง ยึดหลักสั่งงานแล้วต้องทำ – ทำอย่างมีประสิทธิภาพ ลั่น เก้าอี้กลาโหม ไม่ใช่ใครจะมาเป็นก็ได้ พูดลอยๆ เวลาทำงานไม่มีคำว่าเกรงใจ คำว่าพี่น้อง

เมื่อเวลา 11.00 น. วันที่ 22 ก.ค. ที่ทำเนียบรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ให้สัมภาษณ์โดยตอบคำถามผู้สื่อข่าวว่า หลังจากที่มีข่าวว่า ม.ร.ว.ปรีดิยาธร เทวกุล รองนายกรัฐมนตรี ฝ่ายเศรษฐกิจ กล่าวระหว่างการประชุมสมาคมธนาคารไทย เมื่อวันศุกร์ ที่ 17 ก.ค. ที่ผ่านมา ว่า นายกรัฐมนตรีไม่รู้ ไม่เข้าใจเรื่องเศรษฐกิจ แต่ตอบคำถามนักข่าวทุกเรื่อง ได้มีการพูดคุยกันหรือยัง

โดยนายกรัฐมนตรี กล่าวอย่างมีอารมณ์ฉุนเฉียว ว่า "ทำไม วันนี้ท่านก็มาประชุมแล้วทำไม อะไร ผมไม่คุยหรอก" เมื่อถามว่า ม.ร.ว.ปรีดิยาธร ได้มาเคลียร์ความเข้าใจแล้วหรือยัง พล.อ.ประยุทธ์​ กล่าวว่า " เคลียร์ทำไม ผมไม่ต้องเคลียร์ใจกับใคร ข่าวที่ออกมาก็ใครเขียนเล่า หนังสือพิมพ์เกือบทุกฉบับนั่นแหละ นักข่าวอย่ามาอ๋อเหมือนเพิ่งรู้ พวกคุณไม่เคยอ่านคนที่เขียนเศรษฐกิจ หรืออย่างไร ไม่เคยอ่านคอลัมนิสต์เลย หรือมัวแต่เขียนถึงกลุ่มบูรพาพยัคฆ์ให้มันปั่นป่วนไปหมดทุกเรื่อง ไม่ต้องมาพูดด่าแล้ว ไม่ต้องมาถามผม"

เมื่อถามว่า นายกรัฐมนตรีไม่ติดใจอะไรใช่หรือไม่ พล.อ.ประยุทธ์​ กล่าวว่า "ผมจะไปติดใจใครล่ะ วันนี้ใจผมก็อยู่ในใจผม ไม่ต้องมาคิดแทน ใจผมก็เป็นใจผม ไม่ใช่ใจคุณ คุณไม่ต้องมาถามผม วันนี้ผมเป็นคนรับผิดชอบ ดังนั้นการตัดสินใจจึงเป็นเรื่องของผมไม่จำเป็นต้องพูดกับใคร เพราะผมเป็นคนเอาใครเข้ามาทำงานผมเป็นคนเลือก ผมมีอำนาจเด็ดขาดทั้งหมด ไม่มีใครมีอำนาจเหมือนผมสักคน เพราะฉะนั้น สื่อฯ เขียนให้มันถูกด้วย กลุ่มนี้ กลุ่มโน้น กลุ่มนั้น ให้มันรู้บ้างว่าใครเป็นผู้บังคับบัญชา บทบาทผู้บังคับบัญชา บทบาทการทำงานมันคนละเรื่องกัน เป็นเพื่อน เป็นพี่ เป็นน้อง ก็เป็นอีกเรื่อง อะไรมันก็ลบล้างไม่ได้ มันคนละเรื่อง เรื่องงานก็คือเรื่องงาน แยกกันให้ออกเสียบ้าง"

ผู้สื่อข่าวถามถึงสาเหตุที่ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี และรมว.กลาโหม ไม่มาร่วมประชุม ครม.เมื่อวันที่ 21 ก.ค. และไม่เข้าประชุมคณะกรรมการทรัพยากรน้ำแห่งชาติ ในวันเดียวกันนี้เป็นเพราะอะไร เกี่ยวกับกระแสข่าวการปรับ ครม.ในตำแหน่ง รมว.กลาโหม ด้วยหรือไม่ พล.อ.ประยุทธ์​ กล่าวว่า พล.อ.ประวิตร ท่านป่วย ไม่ค่อยสบาย แล้วทำไมเป็นห่วงหรืออย่างไร ไม่มีคนให้ซัก ไม่มีคนให้โมโห เมื่อถามย้ำถึงกระแสข่าวปรับ ครม.ในเก้าอี้ รมว.กลาโหม พล.อ.ประยุทธ์​ กล่าวว่า "กลาโหมไม่ใช่ใครก็เป็นได้ผมจะบอกให้ และไม่ใช่เรื่องของบารมีอย่างเดียว และก็ไม่ใช่เพราะความเป็นพี่ ไม่เกี่ยวหรอก ผมมีพี่หลายร้อย หลายพันคน ทุกอย่างมันขึ้นอยู่กับสถานการณ์ ความเหมาะสม ความสามารถ ไม่ใช่เพราะเป็นบูรพาพยัคฆ์ ผมไม่ได้เป็นอะไรสักอย่าง ถ้าอย่างนั้นผมเป็นทหารเสือมั้ง ก็ชอบเขียนผมให้เป็นอย่างนั้นอยู่แล้วนี่ มีกลุ่มทหารเสือ กลุ่มบูรพาพยัคฆ์ กลุ่มเก่า กลุ่มวงศ์เทวัญ คราวหลังคุณก็มาเป็นรัฐมนตรีกลาโหม ก็แล้วกัน ตั้งอยู่นั่น อยากจะตั้งใครก็ตั้งไป เขามี พ.ร.บ.แต่งตั้งอยู่แล้ว ไม่ใช่จะแต่งตั้งใครก็ได้ คนที่เขาพอใจในสิ่งที่มี พวกสื่อฯ ก็ชอบไปเขียนน้องคนนี้คนนั้น จนรวนไปหมด แบ่งคนเป็นก๊กเป็นเหล่าไปหมด วันนี้ทุกคนต้องการความสงบสุขให้ประเทศชาติเดินหน้า หรือต้องการให้มีความขัดแย้งอยู่เช่นเดิมก็ต้องไปคิดกันเอง"

ผู้สื่อข่าวถามว่า แสดงว่าการจัดทำโผโยกย้ายข้าราชการทั้งหมด ต้องทำให้เร็วขึ้นหรือไม่ ให้เป็นไปในคราวเดียวกันกับการปรับ ครม. พล.อ.ประยุทธ์​ กล่าวว่า ไม่เกี่ยวเพราะตนยังอยู่ ตามกำหนดเวลาเขามีอยู่แล้ว ส่วนข่าวที่ว่า ตนจะปรับ ครม.ไปคราวเดียวกันกับการแต่งตั้งโยกย้ายข้าราชการนั้นไม่เกี่ยว ไม่จริง

"วันนี้ผมไม่คิดจะปรับใคร ผมคิดของผมในใจ ผมก็ต้องคิดล่วงหน้าคิดทั้งหมด ผมไม่ได้คิดสั้นๆ แบบที่คิดกัน ผมคิดมาตั้งแต่วันที่ 22 พ.ค.57 จนถึงวันนี้ผมคิดทั้งหมด รวมทั้งคิดไปถึงข้างหน้าด้วย"

เมื่อถามว่าถึงเวลานี้ยังไม่จำเป็นต้องปรับ ครม.ใช่หรือไม่ นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า จำเป็น หรือไม่จำเป็นไม่รู้ เดี๋ยวเปลี่ยนก็รู้เอง วันนี้ไม่รู้ไม่ทราบ เมื่อถามว่าเหตุผลของการปรับ ครม.คืออะไร พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวย้อนถามว่า "แล้วเหตุผลของสื่อฯ คืออะไร ที่เขียนมาทั้งหมดเหตุผล คืออะไร ถ้าบอกว่า ปัญหาเศรษฐกิจ ถ้าเป็นสื่อฯ แล้วจะแก้อย่างไรในทางปฏิบัติ ถ้าบอกว่า ครม.ควรต้องมีเอกภาพ ก็ต้องบอกว่า เอกภาพทั้งหมดอยู่ที่ผม ผมสั่งทั้งหมดอยู่แล้ว ทำไมจะไม่มีเอกภาพ ไม่ทำผมก็เล่นงานเอา ระบบการทำงานจริงต้องเป็นเช่นนี้ ไม่ใช่ระบบของทหาร การทำงานมันต้องมีหัวมีหาง"

ผู้สื่อข่าวถามว่า มีข่าวว่าที่ไม่กล้าปรับ ครม.เพราะเกรงใจ ครม.เพราะเป็นคนไปเชิญเข้ามาเลยไม่กล้าปรับออก พล.อ.ประยุทธ์​ กล่าวว่า " วันหลังถ้ามีโอกาสเข้าได้เข้าไปนั่งในที่ประชุม ครม. ดูซิว่า ผมเกรงใจเขาหรือเปล่า ผมฟังเขาทุกอันและสั่งทุกอัน ทำไมถ้าเกรงใจแล้วต้องทำอย่างไร บอกเขาหรือว่า ท่านครับเรื่องนี้อย่าทำเลยนะครับ ผมขอร้องพี่หรือ ไม่ใช่ ผมสั่งคือ 1. สั่งให้ไปทำงานอะไรก็ไปทำ ทำได้ก็ทำ แต่ถ้าทำไม่ได้ก็มาบอกผม ไม่ใช่ไม่ทำ 2. อยากคิดอะไรเพิ่มก็ให้มาบอกผมแล้วผมจะสั่งให้"

เมื่อถามว่า การจะปรับ หรือไม่ปรับ ครม.จะยึดหลักอะไร พล.อ.ประยุทธ์​ กล่าวว่า ขึ้นอยู่กับการพิจารณาของตน โดยยึดหลักประสิทธิภาพในการปฏิบัติงานให้สอดคล้องกับสถานการณ์ปัจจุบัน "ทำไมพวกสื่อถึงสนใจเรื่องจะปรับ หรือไม่ปรับ ครม.เอาง่ายๆ มั้ย ปรับนายกรัฐมนตรีคนเดียวแล้วจบ จะได้เลิกวุ่นวายกันเสียที อยากให้ใครมาเป็นล่ะไปหามา ทำไมมันยุ่งกันเหลือเกินเรื่องปรับ มันอยู่ที่วิธีการทำงาน ถ้าวิธีการทำงานทั้งหมดแล้วเขาไม่ทำผมปรับ สั่งแล้วไม่ทันผมปรับ หรือทำงานแล้วไม่มีประสิทธิภาพตามที่ต้องการก็ปรับ"

เมื่อถามว่า ยังมีกระทรวงไหนที่ยังทำงานได้ไม่มีประสิทธิภาพตามที่ต้องการบ้าง นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า ก็ไปประเมินมาก็แล้วกัน สำหรับการตรวจการบ้านในการทำงานนั้นก็ตรวจกันทุกสัปดาห์อยู่แล้ว โดยตนสั่งให้รัฐมนตรีทุกคนทำแผนการปฏิบัติงานมาตลอด 3-6-9 เดือน ทำมาโดยตลอดวัน จะทำอะไรในวันนี้วันหน้าแล้วเสร็จเมื่อไหร่ ทำกันมาทุกเดือน ตนก็มาดูว่างานไหนไม่เสร็จบ้างก็ต้องเร่งไป งบประมาณเบิกจ่ายไม่ทันก็ไปเร่งมา ไม่ใช่นอนแล้วก็ฝันเอา ทุกกระทรวงรายงานมาทุกสัปดาห์ถึงความก้าวหน้าต่างๆ เพราะผมต้องการให้เขาวางแผนงานล่วงหน้าอะไรที่ต้องการให้เกิดในปี 59 อย่างน้อยก็ต้องเริ่มต้นไว้แต่จะให้ไปล็อกรัฐบาลในอนาคตมากก็ไม่ได้ เป็นเรื่องที่ยาก แต่ก็ต้องเริ่มต้นไว้ส่วนจะเป็นอย่างไร ก็ขึ้นอยู่กับทุกคน

"พอผมใช้อำนาจก็หาว่า ผมใช้อำนาจมากเกินไปไม่ฟังคนนั้นคนนี้ พอผมไม่ใช้อำนาจก็หาว่า ชักช้าเสียเวลา จะเอาไงวะ จะให้ทำอย่างไร อยากให้มีหรือไม่ ทั้งรถไฟฟ้า รถไฟ ก็ต้องไปช่วยกันสร้าง การรับรู้ว่า เขาทำกันอย่างไร ไม่ใช่เขียนส่งเดชไปเรื่อยๆ หาว่ามีผลประโยชน์ตรงนั้นตรงนี้ ทั้งหมดเขาดูรายละเอียดอย่างรอบคอบทั้งหมด ทำโปร่งใสที่สุดแล้ว แต่ปัญหา คือ คนไทยเห็นไม่ตรงกัน แล้วชอบมาพูดข้างนอกขยายความไปเรื่อย โดยไม่มีข้อเท็จจริง อะไรก็ได้ที่เป็นความขัดแย้งก็ขยายให้หมด วันนี้ทุกคนใน ครม.พยายามสร้างการรับรู้ แต่สื่อไม่ค่อยฟัง เวลาที่คนอื่นพูดสื่อก็ไม่ค่อยใจ ชอบให้ผมพูดแรงๆ ดุๆ แล้วนำไปพาดหัวว่า บิ๊กตู่พูดอย่างนี้อย่างนั้น ขายหนังสือได้เยอะ ลองไปพาดหัวคนอื่นซิ ขายหนังสือไม่ออก สื่อต้องลดตรงนี้ลงอย่าให้ความสำคัญกับผมมากนัก ผมพูดในหลักการ เมื่อสื่อฯ ไม่ฟังคนอื่น ผมก็ต้องพูดแทนทุกเรื่อง ที่สั่งการลงไปรวมทั้งที่ได้ติดตามงานมา ถ้าไม่มีส่วนร่วมตั้งแต่ต้นก็คงไม่รู้เรื่อง หรือจะเอาแบบพูดน้อยๆ ไม่ต้องตอบ นายกฯ ต้องนิ่งๆ นายกฯ วันนี้เวลานี้ ไม่ใช่นายกฯ แบบนั้น สถานการณ์คนละเรื่อง ทุกคนก็ผ่านกาลเวลา และสภาพแวดล้อมที่มีอยู่ ทุกคนมีส่วนร่วมในการพัฒนาประเทศมา มีคุณสมบัติทั้งสิ้นไม่เช่นนั้นก็เป็นไม่ได้หรอก ไอ้ผมมันมาอำนาจพิเศษ วิจารณ์ผมมากก็ไม่ได้ ผมก็ไม่ชอบ เพราะท่านไม่ได้เลือกผมมา ทั้งนี้ เราต้องช่วยกันสร้างความเข้าใจไปเรื่อยๆ จนตายจากกันถึงจะเข้าใจ" พล.อ.ประยุทธ์ กล่าว

"บิ๊กตู่" กั๊กปรับ ครม.บอกทุกอย่างอยู่ในใจ ปรับเมื่อไหร่เดี๋ยวรู้เอง ยึดหลักสั่งงานแล้วต้องทำ – ทำอย่างมีประสิทธิภาพ ลั่น เก้าอี้กลาโหม ไม่ใช่ใครจะมาเป็นก็ได้ พูดลอยๆ เวลาทำงานไม่มีคำว่าเกรงใจ คำว่าพี่น้อง 22 ก.ค. 2558 14:58 22 ก.ค. 2558 17:50 ไทยรัฐ