วันพฤหัสบดีที่ 13 ธันวาคม พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐLogin
เร่งถกเจตนารมณ์ร่าง รธน.หลังขยาย 30 วัน ก่อนครบกำหนด 22 ส.ค.นี้

เร่งถกเจตนารมณ์ร่าง รธน.หลังขยาย 30 วัน ก่อนครบกำหนด 22 ส.ค.นี้

  • Share:

คณะ กมธ.ยกร่าง รธน.ยังคงประชุม ดูเจตนารมณ์ของร่าง รธน.ที่แก้ไขจนเหลือ 280 กว่ามาตรา ภายหลังมีมติขอขยายเวลาออกไปอีก 30 วัน ก่อนครบกำหนด 22 ส.ค.นี้ คาดลงมติแล้วส่งให้ สปช.พิจารณาต่อ 

วันที่ 22 ก.ค. 58 คณะกรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญ ที่มีนายแพทย์กระแส ชนะวงศ์ รองประธานกรรมาธิการฯ ทำหน้าที่ประธานที่ประชุมได้พิจารณาบันทึกเจตนารมณ์ร่างรัฐธรรมนูญต่อเนื่อง หลังจากเมื่อวานนี้ (21 ก.ค.) ผ่านไปแล้ว กว่า 50 มาตรา โดยที่ประชุมได้วางกรอบจะดูถ้อยคำในเจตนารมณ์แต่ละมาตราตลอดทั้งวัน โดยวันพรุ่งนี้ (23 ก.ค.) ช่วงเช้า จะดูบันทึกเจตนารมณ์ต่อเนื่อง และช่วงบ่าย นายแพทย์ชูชัย ศุภวงศ์ รองประธานคณะกรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญ คนที่ 6 ในฐานะประธานอนุกรรมาธิการศึกษา เตรียมการจัดทำร่างพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการปฏิรูป จะเสนอร่างพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการปฏิรูปต่อที่ประชุมคณะกรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญ หลังจากได้ไปหารือกับคณะกรรมาธิการปฏิรูป 18 คณะ มาแล้ว เพื่อให้คณะกรรมาธิการพิจารณาในหมวดว่าด้วยการปฏิรูปด้านต่างๆ ที่ยังค้างการพิจารณา ขณะที่วันที่ 24 กรกฎาคม คณะกรรมาธิการจะพิจารณาเรื่องที่ค้างการพิจารณา

โดย พลเอกยอดยุทธ บุญญาธิการ กมธ.ยกร่างฯ ได้หารือว่า การจัดทำร่างพระราชบัญญัติว่าด้วยการปฏิรูปที่คณะกรรมาธิการยกร่างฯ จะต้องเสนอให้สภาปฏิรูปแห่งชาติ หรือ สปช. พิจารณาอีกครั้งหรือไม่ และขั้นตอนกฎหมายนี้จะต้องเข้าสภานิติบัญญัติแห่งชาติ หรือ สนช. เพื่อกลั่นกรองก่อนออกมาเป็นพระราชบัญญัติด้วย ทั้งนี้ นายแพทย์ชูชัย ชี้แจงว่า ร่างพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการปฏิรูปจะต้องเข้าที่ประชุมคณะกรรมาธิการยกร่างฯ และต่อไป จะต้องตั้งคณะกรรมาธิการร่วมกันระหว่างคณะกรรมาธิการยกร่างฯ และ สนช.ก่อนเสนอต่อ สนช.

สำหรับบทบัญญัติว่าด้วยการปฏิรูปด้านต่างๆ จะอยู่ในภาค 4 การปฏิรูปและการสร้างความปรองดอง หมวด 2 การปฏิรูปเพื่อลดความเหลื่อมล้ำและสร้างความเป็นธรรม ซึ่งคณะกรรมาธิการได้ตัดเนื้อหาในหมวดปฏิรูปออกไป 15 มาตรา เหลือเพียง 4 มาตราในภาค 4 โดยจะนำเนื้อหาของการปฏิรูปไปบรรจุไว้ในร่างพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการปฏิรูปแทน

ส่วนเรื่องที่คณะกรรมาธิการยกร่างฯ ภายหลังได้มีมติขอขยายเวลาการทำงานออกไปอีก 30 วัน โดยจะครบกำหนดส่งร่างรัฐธรมนูญ ร่างสุดท้ายในวันที่ 22 สิงหาคมนี้ ล่าสุด ที่ประชุม สปช.เมื่อช่วงดึกวานนี้ (21 ก.ค.) ได้รับทราบมติของคณะกรรมาธิการแล้ว ส่วนการเชิญ สปช. 8 กลุ่ม และคณะรัฐมนตรีที่เคยยื่นคำขอแก้ไขเพิ่มเติมร่างรัฐธรรมนูญ เข้ารับฟังเหตุผลที่คณะกรรมาธิการได้ปรับแก้ไขร่างแรกจนออกมาเป็นร่างสุดท้าย ในวันที่ 17-19 สิงหาคมนี้ โดยการเชิญ 9 กลุ่มครั้งนี้ จะไม่สามารถยื่นขอแก้ไขเพิ่มเติมร่างรัฐธรรมนูญได้อีก เพราะได้ยื่นคำขอต่อคณะกรรมาธิการไปแล้วตามกรอบเวลาของรัฐธรรมนูญ ฉบับชั่วคราว

ขณะเดียวกันล่าสุด คณะกรรมาธิการได้ปรับแก้ไขร่างจนเหลือ 280 กว่ามาตรา พร้อมวางกรอบการทำงานในช่วงสุดท้าย ก่อนครบกำหนดส่งร่างรัฐธรรมนูญในวันที่ 22 สิงหาคมนี้ คณะกรรมาธิการฯ จะลงมติเพื่อเห็นชอบเป็นรายมาตราทั้งฉบับก่อนเสนอร่างต่อ สปช.

คุณอาจสนใจข่าวนี้

คุณอาจสนใจข่าวนี้