วันพุธที่ 22 สิงหาคม พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

ฝันเป็นประเทศรายได้สูง สำเร็จหรือไม่ อยู่ที่ “คนไทย”

โดย ซูม

เมื่อวันก่อนผมเขียนถึงการจัดเตรียมแผนพัฒนาเศรษฐกิจฉบับที่ 12 ที่จะใช้ในปี 2560–2564 ว่า สภาพัฒน์ฝันอยากเห็นประเทศไทยเป็นประเทศมีรายได้สูงใน พ.ศ.2571

ดังนั้น แผนฉบับที่ 12 ที่กำลังเตรียมกันอยู่นี้ สภาพัฒน์จึงตั้งเป้าหมายจะให้เราหลุดพ้นจาก “กับดัก” ของการเป็นประเทศรายได้ปานกลางที่เรากำลังเป็นอยู่ขณะนี้ ให้ก้าวไปสู่ประเทศรายได้สูงให้จงได้

โดยหวังจะให้ภายในแผนฉบับ 12 รายได้ต่อหัวของคนไทยจะสูงขึ้นไปอีกในระดับหนึ่ง และหลังจากนี้อีก 7 ปี 10 ปี เราก็จะก้าวไปสู่เป้าหมายสำคัญคือ การเข้าสู่กลุ่มประเทศรายได้สูงตามที่ตั้งไว้

แต่สภาพัฒน์ก็ฝากประเด็นที่น่าห่วงใย ที่อาจจะเป็นอุปสรรคในการก้าวข้ามกับดักของเราเอาไว้หลายๆเรื่อง

โดยเฉพาะในเรื่องคนหรือประชากรของเรา ที่จะมีคนแก่มากขึ้น มีผู้ที่อยู่ในวัยทำงานน้อยลง ทำให้ภาระในการแบกรับประเทศสูงขึ้น

รวมไปถึงคุณภาพหรือทักษะของคนไทย ตลอดจนความสามารถในการแข่งขันที่จะต้องปรับปรุงและพัฒนากันอีกพอสมควร

ผมเขียนไปอย่างนี้แล้ว ก็พอดีมาได้อ่านข้อคิดของ ดร.สุวิทย์ เมษินทรีย์ นักเศรษฐศาสตร์ระดับศิษย์เอกของ ดร.ฟิลิปส์ คอดเลอร์ ปรมาจารย์ด้านการตลาดที่โด่งดังระดับท็อปของโลกชาวสหรัฐฯ...ที่หน้าเศรษฐกิจไทยรัฐนำมาตีพิมพ์เมื่อวันจันทร์

ดร.สุวิทย์ท่านไปบรรยายให้คณะผู้บริหารและอาจารย์ใหญ่ของโรงเรียนไทยรัฐวิทยา 101 แห่งทั่วประเทศ ที่มาประชุมสัมมนาประจำปี ที่โรงแรมมิราเคิล แกรนด์ เมื่อต้นเดือนที่ผ่านมา

ข้อสรุปของ ดร.สุวิทย์ก็เหมือนกับข้อกังวลของสภาพัฒน์แหละครับ คือการจะหลุดพ้นจากกับดักของประเทศรายได้ปานกลาง ขึ้นไปสู่ประเทศรายได้สูงของเรา อาจจะไม่เป็นผล เพราะปัญหาเรื่อง “คน” เช่นเดียวกัน

ที่สำคัญ ดร.สุวิทย์ท่านรวบรวมข้อมูลเกี่ยวกับคุณภาพ “คนไทย” และสถานการณ์ที่เกี่ยวข้องกับ “คนไทย” พร้อมกับฉายภาพให้เห็นว่า มีอาการหนักกว่าที่สภาพัฒน์แสดงความวิตกกังวลไว้เสียด้วยซ้ำ

ในแง่ประชากรของประเทศไทยที่ว่า จะมีคนแก่เยอะขึ้น มีคนอยู่ในวัยทำงานลดลง และวัยเด็กลดลง เป็นตัวเลขเดียวกับสภาพัฒน์ เพราะต้นกำเนิดในการพยากรณ์มาจากสภาพัฒน์

แต่ข้อเป็นห่วงของ ดร.สุวิทย์ก็คือประชากรที่อยู่ในวัยทำงาน น่าจะมีความสามารถในการแบกรับภาระของประเทศน้อยลง

เพราะความสามารถในการแข่งขันของคนไทยจะลดลง เนื่องจากเรามิได้มีแผนการที่จะเพิ่มขีดความสามารถของประชากรเอาไว้เลย

นอกจากนั้น เรายังมีสิ่งบอกเหตุที่แสดงให้เห็นว่า คุณภาพของประชากรไทยเราอาจจะถดถอยลงไปในหลายๆเรื่อง

โดยเฉพาะในเรื่องที่ประเทศเรามีความแตกต่างของรายได้ที่มากที่สุด มากกว่าทุกๆชาติในเอเชีย เป็นเรื่องที่น่าห่วงมาก

เพราะจะนำไปสู่การขัดแย้งที่รุนแรง และถาวร หากมิได้รับการแก้ไข

นอกจากนี้ ก็ยังมีข้อมูลอื่นๆที่ล้วนมีส่วนทำให้คุณภาพของคนไทยเราด้อยลงในอนาคต โดยเฉพาะทางด้านการเรียนการสอน และการพัฒนาด้านการศึกษาที่มีคุณภาพลดลง

รวมๆกันแล้ว ล้วนจะเป็นสาเหตุที่จะทำให้ประเทศไทยของเราก้าวพ้นกับดักของการเป็นประเทศรายได้ปานกลางไปได้ยากพอสมควร

ผมขออนุญาตนำข้อคิดของ ดร.สุวิทย์ เมษินทรีย์ ส่วนหนึ่ง มาฝากไว้เพื่อให้สภาพัฒน์นำไปเป็นแนวทางที่จะเขียนแผนฉบับที่ 12 และหามาตรการที่จะแก้ไขปัญหาอุปสรรคที่ว่านี้ต่อไป

ย้ำอีกครั้งว่า ผมเห็นด้วยกับสภาพัฒน์ที่จะฝันถึงการเป็นประเทศมีรายได้สูงสุดภายในปี 2571 หรือ 2574 และอยากให้เรามุ่งหน้าเดินไปสู่เป้าหมายดังกล่าวพร้อมๆกัน

ผมยังเชื่อว่า ถ้าเรารู้ตัว รู้ปัญหา และเริ่มแก้ไขปรับปรุง โดยเริ่มเสียตั้งแต่วันนี้ ทุกสิ่งทุกอย่างจะต้องดีขึ้น

สำหรับผู้สูงอายุหรือคนแก่เมืองไทยเรานั้นมาคิดอีกทีก็คงไม่ใช่ปัญหาหรือภาระของประเทศไปเสียทั้งหมดหรอก เพราะคนแก่ไทยส่วนมากยังกระฉับกระเฉงแข็งแรงและทำงานได้

ทุกวันนี้ก็ยังมาทำงานช่วยชาติอยู่ในแม่น้ำสายต่างๆตั้งเยอะ รวมทั้งในรัฐบาลก็มีคนอายุกว่า 70 ตั้งหลายท่าน

ถึงได้บอกว่าอย่าเพิ่งปรามาสผู้สูงอายุไทยเป็นอันขาด หาทางใช้งานหรือจัดกระบวนการให้ดีๆเถอะ คนแก่ไทยไม่ใช่ภาระของประเทศ ไปเสียทั้งหมดแน่นอน...ขอให้เชื่อคนแก่ที่เขียนคอลัมน์นี้เถอะครับ.

“ซูม”

22 ก.ค. 2558 10:11 22 ก.ค. 2558 10:11 ไทยรัฐ


advertisement