วันพุธที่ 15 สิงหาคม พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

สหายเดี๋ยวดี-เดี๋ยวร้าย (1)

ต้องขอแสดงความยินดีต่อสองประเทศคู่อริที่สุมไฟแค้น สาดน้ำมันมานานเป็นเวลา 54 ปี เพราะสุดท้ายแล้วก็ต่างเปิดใจกว้าง ต่างเปิดสถานทูตอย่างเป็นทางการเสียที แม้สหรัฐฯ ยังคงกั๊กติ่งนิดๆ เกี่ยวกับมาตรการปิดกั้นทางเศรษฐกิจทั้งหมดกับคิวบา

รู้ๆกันอยู่ว่าสองประเทศนี้เนี่ยนะเขาหันมาเกี่ยวก้อยคืนดีกันเป็นที่เรียบร้อยโรงเรียนซิการ์-แฮมเบอร์เกอร์ตั้งแต่เมื่อปีกลายแล้ว จากนั้นมาก็เขยิบขยับพัฒนาแต่ละเรื่องทีละนิด ทีละน้อยอย่างค่อยเป็นค่อยไป พลเมืองสองฝั่งก็ชื่นใจ หายใจเข้า-ออกคล่อง ทำมาค้าขายก็เริ่มส่อแววอนาคตรุ่ง

แต่ก่อนที่จะหันกลับมาเปิดสถานทูตอย่างสมบูรณ์แบบเต็มร้อยกันอีกครั้ง ขอยกเหตุการณ์ในแต่ละช่วงปีที่ตั้งต้นเขม่นเหม็นหน้ากันมานั้นเกิดเหตุการณ์อะไรขึ้นบ้าง ประเดิมด้วย ปี พ.ศ. 2504 เมื่อวันที่ 3 เดือนมกราฯ สหรัฐฯ ประกาศหั่นความสัมพันธ์ทิ้งอย่างไม่เหลือเยื่อใยกับคิวบา เพราะอดีตผู้นำฟิเดล คาสโตร ซึ่งเป็นหัวหอกในการโค่นล้มอำนาจรัฐบาลคิวบาบุกยึดกิจการหลายแห่งที่เป็นของชาวมะกัน

ต่อมา วันที่ 17 เมษาฯ ปีเดียวกันนี้ หน่วยข่าวกรองกลางสหรัฐฯ หรือซีไอเอ ส่งชาวคิวบาที่อพยพไปอยู่สหรัฐฯ แล้วถูกฝึกให้เป็นสายลับ เพื่อทำการยกพลขึ้นบกอ่าวหมูในคิวบา หวังทำลายล้างอำนาจคาสโตร แต่ไม่สำเร็จต้องพ่ายแพ้กลับไปอย่างน่าเจ็บใจ

จากนั้นอีก 1 ปี มาตรการห้ามขนส่งสินค้าของสหรัฐฯ ที่มีต่อคิวบาเมื่อ 2 ปีก่อนก็ขยายเวลาต่อไม่ให้ทำการค้าใดๆ ยกเว้นอาหารกับยารักษาโรค แล้วก็มีเรื่องที่ทำให้สหรัฐฯ โกรธจนควันออกหู เมื่อไปสืบพบมาว่า เจอขีปนาวุธสหภาพโซเวียต (ในขณะนั้น) ในคิวบา เรื่องจึงบานปลายเกิดเหตุที่เรียกว่า วิกฤตการณ์ขีปนาวุธคิวบา เป็นเวลา 13 วัน

แล้วเมื่อ ปี พ.ศ.2509 ทางการคิวบา ก็อนุญาตให้ผู้ลี้ภัยชาวคิวบาหลายร้อยคนล่องเรือไปขึ้นฝั่งสหรัฐฯ ตามข้อตกลงผ่อนปรนด้านความสัมพันธ์ โดย อดีตประธานาธิบดี ลินดอน จอห์นสัน ของสหรัฐฯ สั่งให้ตั้ง “เที่ยวบินเสรีภาพ” กระทั่งโครงการดังกล่าวสิ้นสุดลง เมื่อเดือนเมษาฯ ปี พ.ศ.2516 มีชาวคิวบาอพยพไปอยู่รวมทั้งสิ้น 260,561 คน.

ฤทัยรัช จันทร์เพ็ญ

22 ก.ค. 2558 09:21 22 ก.ค. 2558 09:21 ไทยรัฐ